ส.ค. 022013
 

Manna 1

           “มานา” คืออะไร?

ทำไมเราจึงเรียกว่า “มานาประจำวัน”!

“มานา” คือ อาหารฝ่ายกายที่พระเจ้าประทานให้ชาวอิสราเอลเพื่อเลี้ยงชีพพวกเขาตลอด 40 ปี ในถิ่นทุรกันดาร เพราะเหตุที่พวกเขาดื้อดึง กบฏ และไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทั้ง ๆ ที่พระเจ้าทรงนำพวกเขาเดินทางออกมาจากอียิปต์แดนทาสเพื่อเข้าสู่แผ่นดินใหม่แห่งความเป็นไทในคานาอัน (อพย.16:4,35;กดว.11:16;กดว.11:16;สดด.78:23-24) โดยมีอาหารอย่างอื่น อาทิ  เนื้อสัตว์จากสัตว์น้ำและสัตว์ปีก (ลนต.7:14-15;8:31;11:1-3,9;กดว.11:31-34) ควบคู่ไปกับอาหารฝ่ายจิตวิญญาณที่พระเจ้าประทานผ่านพระบัญญัติ กฎเกณฑ์ กฎหมายของพระองค์ โดยโมเสส!

แท้จริงคำว่า “มานา” เป็นคำอุทานแรกเริ่มที่แปลว่า “นี่อะไรหนอ?” (อพย.16:15,31) เมื่อชาวอิสราเอลตื่นมาในตอนเช้าแล้วเห็นอาหารบนพื้นที่ตกจากฟ้าลงมาเป็นครั้งแรก

จากนั้นคำว่า “มานา” (manna) นี้ก็เลยกลายเป็นชื่อของอาหารที่ส่งตรงจากฟ้ามาตลอด จนกระทั่งเมื่อพวกอิสราเอลเข้าแผ่นดินในคานาอันและได้รับประทานอาหารจากแผ่นดินนั้น พระเจ้าก็ไม่ได้ประทานมานาให้พวกเขาอีกเลย (ยชว.5:12)

           “มานา” มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาว เหมือนเมล็ดผักชี มีรสเหมือนขนมปังผสมน้ำผึ้ง (อพย.16:31) ตอนรุ่งเช้า ชาวอิสราเอลเองจะออกไปเก็บมาเพื่อปรุงทำอาหารได้หลายแบบ ทำได้ทั้งปิ้งและต้ม!

          “ประชาชน​จะ​ออก​ไป​เก็บ​มา​โม่​ด้วย​หิน​โม่​หรือ​ตำ​ใน​ครก และ​ใส่​หม้อ​ต้ม​ทำ​ขนม รส​ของ​มานา​เหมือน​รส​ของ​ขนม​คลุกเคล้า​ด้วย​น้ำ​มัน”  (กดว.11:8)

         พวกอิสราเอลได้รับบัญชาให้เก็บ “มานา” รับประทานให้อิ่มได้วันต่อวัน ยกเว้นวันศุกร์ให้เก็บ “มานา” เป็น 2 เท่าเผื่อวันเสาร์ซึ่งเป็นวันสะบาโต เพราะว่าจะไม่มีมานาในวันสะบาโต! (และต้องปิ้งหรือต้มมานานั้นตั้งแต่วันศุกร์) และให้แบ่งปันกันให้เพียงพอกับความต้องการ (อพย.16:4-5,15-18)

          “โมเสส​บอก​พวก​เขา​ว่า “พระ‌ยาห์‍เวห์​ทรง​บัญชา​ว่า ‘พรุ่ง​นี้​เป็น​วัน​หยุด​พัก เป็น​สะ‍บา‍โต วัน​บริ‍สุทธิ์​แด่​พระ‌ยาห์‍เวห์ จะ​ปิ้ง​อะไร​ก็​ให้​ปิ้ง จะ​ต้ม​อะไร​ก็​ให้​ต้ม​เสีย และ​ส่วน​ที่​เหลือ​ทั้ง​หมด จง​เก็บ​ไว้​จน​ถึง​วัน​รุ่ง​ขึ้น’” (อพย.16:23)

         พระเจ้าให้ชาวอิสราเอลพักผ่อนในวันสะบาโต แต่พวกยิวหลายคนไม่เชื่อฟัง ออกไปหามานาในวันสะบาโต

  1. บางคนหาไม่พบ
  2. บางคนหามาเก็บตุน แต่สุดท้ายก็บูด เน่าเสีย  (อพย.16:19-30)

พระเจ้าบัญชาให้พวกเขาเก็บมานาไว้ในโถทองคำ ร่วมกับไม้เท้าของอาโรน และแผ่นศิลาจารึกพระบัญญัติใส่ลง

ไปในหีบพระโอวาท (อพย.16:31-35;ฮบ.9:4)  เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ในถิ่นทุรกันดารตลอด 40 ปี

พระเจ้าประทานมานาเพื่อสอนชาวอิสราเอลและพวกเราว่า ชีวิตมนุษย์ไม่ได้อาศัยแค่เพียงอาหาร(ฝ่ายกาย) อย่างเดียว  แต่ต้องพึ่งพระวจนะ (อันเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณ, ฉธบ.8:3;มธ.4:4) และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าด้วย!

พระเยซูคริสต์เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณที่เป็น “มานาแห่งชีวิต” จากสวรรค์ที่แท้จริง (ยน.6:31-35) และผู้ที่รับพระองค์เข้าไปในชีวิต ผู้นั้นจะได้รับชีวิตนิรันดร์ (ยน.6:48-51;วว.2:17)

วันนี้ คุณได้รับมานาแท้จากสวรรค์นี้  แล้วหรือยัง?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)