ส.ค. 202013
 

แค้นที่ต้องชำระ!

พระธรรม        1พงษ์กษัตริย์ 2:1-12

อ้างอิง                      1พศด.29:23-28;2ซมอ.5:4-5;19:16-23;16:5-13;3:4

บทนำ           ในที่สุดซาโลมอนก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์โดยได้รับคำกำชับให้ดำเนินในทางที่ควรจะเดินไป คำสั่งเสียสุดท้ายจากดาวิดผู้เป็นพระราชบิดา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ภารกิจแห่งการทวงหนี้หรือคิดบัญชีแค้นกับหลาย ๆ คนที่ก่อนหน้านี้พระองค์ไม่มีโอกาสที่จะจัดการหรือกำจัดด้วยตัวพระองค์เอง

 

บทเรียน

2:1 “เมื่อใกล้เวลาที่ดาวิดจะสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงกำชับซาโลมอนพระราชโอรสของพระองค์ว่า

(When David’s time to die drew near, he commanded Solomon his son, saying, all that you do and wherever you turn,

2:2 “เรากำลังจะเป็นไปตามทางของโลกแล้ว จงเข้มแข็งและแสดงว่าตัวเป็นลูกผู้ชาย

     (“I am about to go the way of all the earth. Be strong, and show yourself a man,)

2:3 “และ จงรักษาพระบัญชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า คือดำเนินในพระมรรคาของพระองค์ และรักษากฎเกณฑ์ พระบัญญัติ กฎหมาย และพระโอวาทของพระองค์ ดังที่ได้จารึกไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสส เพื่อเจ้า​ ได้จำเริญในทุกสิ่งที่เจ้าทำ และในทุกแห่งที่เจ้าไป

    (and keep the charge of the Lord your God, walking in his ways and keeping his statutes, his commandments, his rules, and his testimonies, as it is written in the Law of Moses, that you may  prosper in)

2:4”เพื่อ พระยาห์เวห์จะสถาปนาพระวจนะของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสเกี่ยวกับเราว่า ‘ถ้าลูกหลานของเจ้าระมัด ระวังที่จะดำเนินในทางของเขาต่อหน้า เรา ด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยสุดจิตสุดใจของเขาแล้ว เจ้าจะไม่ขาดทายาทที่จะนั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอล

 (that the Lord may establish his word that he spoke concerning me, saying, “If your sons pay close  attention to their way, to walk before me in faithfulness with all their heart and with all their soul,   you shall not lack a man on the throne of Israel.” )

2:5 “ยิ่งกว่า นั้นอีก ซาโลมอน เจ้าเองก็รู้ว่า โยอาบบุตรนางเศรุยาห์ได้ทำอะไรแก่เรา คือเขาได้ทำอะไรแก่ผู้บัญชา​  การทั้งสองของกองทัพอิสราเอล คือทำแก่อับเนอร์บุตรเนอร์ และแก่อามาสาบุตร เยเธอร์ที่โยอาบได้ฆ่าเสีย  เขาได้ทำให้โลหิตแห่งสงครามตกในยามสงบสุข  และทำให้โลหิตแห่งสงครามเลอะเข็มขัดรอบเอวของเขา และ เลอะรองเท้าที่อยู่ใต้เท้าของเขา

     (“Moreover, you also know what Joab the son of Zeruiah did to me, how he dealt with the two  commanders of the armies of Israel, Abner the son of Ner, and Amasa the son of Jether, whom he killed, avenging in time of peace for blood that had been shed in war, and putting the blood of war on the belt around his waist and on the sandals on his feet.)

2:6 “เพราะฉะนั้นเจ้าจงทำตามปัญญาของเจ้า อย่าปล่อยให้ศีรษะหงอกของเขาลงไปสู่แดนคนตายอย่างสงบสุข

              (Act therefore according to your wisdom, but do not let his gray head go down to Sheol in peace.)

2:7 “แต่จงแสดงความเมตตาแก่บุตรทั้งหลายของบารซิลลัยคนกิเลอาด จงให้พวกเขาอยู่ในหมู่คนที่รับประทานที่  โต๊ะของเจ้เพราะเมื่อเราหนีอับซาโลมพี่ชายของเจ้านั้น เขาทั้งหลายได้ช่วยเราไว้ด้วยความเมตตา

   (But deal loyally with the sons of Barzillai the Gileadite, and let them be among those who eat at  your table, for with such loyalty they met me when I fled from Absalom your brother. )

          2:8 “และ นี่แน่ะ ชิเมอีบุตรเก-รา คนเบนยามิน จากบ้านบาฮูริมก็อยู่กับเจ้าด้วย เขาเป็นผู้แช่งชักหักกระดูกเรา ในวันที่เราเดินไปยังมาหะนาอิม แต่เขาลงมาต้อนรับเราที่แม่น้ำจอร์แดน เราจึงได้ปฏิญาณต่อเขาในพระนามพระยาห์เวห์ว่า ‘เราจะไม่ประหารชีวิตเจ้าด้วยดาบ’”

    (And there is also with you Shimei the son of Gera, the Benjaminite from Bahurim, who cursed me  with a grievous curse on the day when I went to Mahanaim. But when he came down to meet me at the Jordan, I swore to him by the Lord, saying, “I will not put you to death with the sword.” )

2:9 “เพราะ ฉะนั้นเจ้าอย่าถือว่าเขาไม่มีโทษ เพราะเจ้าเป็นคนมีปัญญา เจ้าจะรู้ว่าควรจะทำอะไรกับเขาและเจ้าจงนำศีรษะหงอกของเขาลงไปสู่แดนคนตายพร้อมกับโลหิต

     (Now therefore do not hold him guiltless, for you are a wise man. You will know what you ought to do to him, and you shall bring his gray head down with blood to Sheol.”)

2:10 “แล้วดาวิดทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาฝังพระศพไว้ในนครดาวิด

      (Then David slept with his fathers and was buried in the city of David.)

          2:11 “ดาวิดทรงครองอิสราเอลเป็นเวลา 40 ปี พระองค์ทรงครองราชย์ในเฮโบรน 7 ปี และในกรุงเยรูซาเล็ม 33 ปี”

     (And the time that David reigned over Israel was forty years. He reigned seven years in Hebron and thirty-three years in Jerusalem. )

2:12 “ดังนั้น ซาโลมอนจึงประทับบนบัลลังก์ของดาวิดพระราชบิดาของพระองค์ และราชอาณาจักรของพระองค์ก็ตั้งมั่นคงยิ่งนัก

               (So Solomon sat on the throne of David his father, and his kingdom was firmly established.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

             2:1       “กำชับ” (commanded) –ผู้ที่เป็นตัวแทนของพระเจ้าในปกครองประชาชนล้วนแล้วแต่มีคำกำชับหรือตักเตือน(รวมสั่งเสีย)ทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต อาทิ   โมเสส (ฉธบ.31:1-8); โยชูวา (ยชว.23:1-16); ซามูเอล (1ซมอ.12:1-25)

2:2       “เรากำลังจะเป็นไปตามทางของโลกแล้ว”  (I am about to go the way of all the earth) = กำลังจะจากไปตามธรรมดาโลก  = ตาย (ยชว.23:14) trong)  -ฉธบ.31:7,23;ยชว.1:6-7,9,18

2:3       “และจงรักษาพระบัญชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า” (keep the charge of the Lord your God) = จงรักษาข้อกำหนดที่พระเจ้าทรงวางไว้ (ปฐก.26:5;ลนต.18:30;ฉธบ.11:1;4:6;10:12;17:14-20; ยชว.1:7

“ดำเนินในพระมรรคาของพระองค์” (walking in His ways) = สำนวนที่โดดเด่นในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ ฉธบ.5:33;8:6;10:12;11:22;19:9;26:17;28:9;30:16)

“เพื่อเจ้าจะได้จำเริญในทุกสิ่งที่เจ้าทำ” (that you may prosper in)  = จำเริญก้าวหน้า (ฉธบ.29:9; 1พศด.22:13)

2:4       “เพื่อพระยาห์เวห์จะสถาปนาพระวจนะของพระองค์ซึ่งพระองค์ตรัสเกี่ยวกับเราว่า”  (that the Lord may establish His word that He spoke concerning me, saying)  = เพื่อพระเจ้าจะทรงกระทำตามพระสัญญาของพระองค์ที่สัญญาไว้กับกษัตริย์ดาวิด

-ในที่นี้ดาวิดตรัสถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้ผ่านทางผู้เผยพระวจนะนาธันว่า ราชวงศ์ของดาวิดจะยั่งยืน สืบไป (2ซมอ.7:11-16)  และวงศ์วานของดาวิดจะมีส่วนร่วมในพระพรก็ต่อเมื่อพวกเขาเชื่อฟังและกระทำตามเงื่อนไขแห่งพันธสัญญาที่ให้ไว้ (2พศด.7:17-22)

“ด้วยสุดจิตสุดใจของเขาแล้ว” (all their heart and with all their soul) -ฉธบ.4:29;6:5;10:12;30:6

“เจ้าจะไม่ขาดทายาทที่จะนั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอล”   (you shall not lack a man on the throne of Israel.”)

-น่าเสียดายที่ทั้งซาโลมอน และโอรส และเชื้อสายคนอื่น ๆ ไม่ได้ทำตามพันธสัญญาอย่างครบถ้วน ทำให้อาณาจักรถูกแบ่งออกเป็นเหนือใต้ และจบลงที่ถูกจับไปเป็นเชลย

2:5       “โยอาบ บุตรเศรุยาห์” (Joab the son of Zeruiah) -1ซมอ.26:6;2ซมอ.2:13;18;19:13;20:10,23; 1พกษ.1:7

“อับเนอร์ บุตรเนอร์” (Abner the son of Ner,) -2ซมอ.3:25-32,27;1ซมอ.14:50

“อามาสา บุตรเยเธอร์” ( Amasa the son of Jether ) -2ซมอ.20:10;17:25

“โลหิตแห่งสงครามตกในยามสงบสุข” (in time of peace for blood that had been shed in war,)

= การกระทำของโยอาบที่เป็นการฆาตกรรมที่ผิดกฎหมาย (ฉธบ.19:1-13;21:1-9)  เขาทำเพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น โยอาบยังฆ่าอับซาโลมบุตรชายของดาวิด (2ซมอ.18:14-15) และยังร่วมกับอาโดนียาห์ ชิงบัลลังก์ (1พกษ.1:7,19)

2:6       “เจ้าจงทำตามปัญญาของเจ้า” (according to your wisdom )= ลูกจงใช้สติปัญญาจัดการกับเขา -1พกษ.2:9

2:7       “แต่จงแสดงความเมตตาแก่บุตรทั้งหลายของบารซิลลัยคนกิเลอาด” (But deal loyally with the sons of Barzillai the Gileadite)    = ให้แสดงความกรุณา -ปฐก.40:14 “บุตรทั้งหลายของบารซิลลัย” -2ซมอ.17:27;19:31-39

“จงให้พวกเขาอยู่ในหมู่คนที่รับประทานที่โต๊ะของเจ้า”  (and let them be among those who eat at  your table) = การได้ร่วมโต๊ะเสวยกับพระราชานับเป็นพระเกียรติมากยิ่งกว่าได้รบผลประโยชน์อื่น ๆ (18:19;2พกษ.25:29;2ซมอ.9:7;19:28;นหม.5:17)

2:8       “ชิเมอี บุตร เก-รา คนเบนยามิน” (Shimei the son of Gera, the Benjaminite)  -2ซมอ.16:5-13; 1พกษ.2:36-46

-เก-รา น่าจะเป็นบรรพบุรุษในตระกูลของชิเมอีมากกว่าจะเป็นบิดาของเขาโดยตรง (ปฐก.46:21;วนฉ.3:15; ปฐก.10:2;ดนล.5:22)

          “มาหะนาอิม”  (Mahanaim)  -ปฐก.32:2

“เราจึงได้ปฏิญาณต่อเขาในพระนามพระยาห์เวห์ว่า”  (I swore to him by the Lord, saying)

= ได้สาบานกับเขาโดยอ้างองค์พระผู้เป็นเจ้า  -2ซมอ.19:18-23

2:9       “อย่าถือว่าเขาไม่มีโทษ” (do not hold him guiltless)  = อย่าถือว่าเขาพ้นผิด

-โมเสสเคยออกกฎหมายห้ามไม่ให้แช่งด่าผู้ปกครอง (21:10;อพย.22:28)

“เพราะเจ้าเป็นคนมีปัญญา” (for you are a wise man) =เป็นคนฉลาด -1พกษ.2:6

2:10     “ล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ” (slept with his fathers) -1:21

“ฝังพระศพไว้ในนครดาวิด” (was buried in the city of David.)   -2ซมอ.5:7

ใน กจ.2:29, เปโตรกล่าวเป็นนัยว่า  หลุมศพของดาวิดเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยของเขา

2:11     “ดาวิดทรงครอง” ( the time that David reigned ) = ปกครอง (2ซมอ.5:4,5) “40 ปี”  ( forty years )    = ดาวิดปกครองในช่วงปี 1010-970 ก่อน ค.ศ.

2:12     “ซาโลมอนจึงประทับบนบัลลังก์” (Solomon sat on the throne) = ซาโลมอนครองบัลลังก์ของดาวิด  -1พศด.17:14;29:23

          “ราชอาณาจักรของพระองค์ก็ตั้งมั่นคงยิ่งนัก” (his kingdom was firmly established.)

=มั่นคงเป็นปึกแผ่น -1พกษ.2:46;2พศด.1:1;12:13;17:1;21:4

คำถามนำอภิปราย

  1. กษัตริย์ดาวิดทรงกำชับให้ซาโลมอนกระทำอะไรบ้าง?  และเรื่องใดที่สะกิดใจหรือกระทบใจของคุณมากที่สุด?
  2. หากคุณเป็นกษัตริย์ดาวิด คุณคิดว่าคุณจะสั่งหรือกำชับอะไรต่อซาโลมอนแตกต่างไปจากที่ดาวิดกระทำไป?  อย่างไร?  และทำไม?
  3. คุณคิดว่า คำกำชับของดาวิดมีอะไรที่ขัดกันหรือแย้งกันบ้างหรือไม่?  สิ่งที่คุณเห็นเหล่านั้นบอกอะไรคุณบ้างเกี่ยวกับตัวของดาวิด? และตัวของคุณเองมีความขัดแย้งเช่นนั้นในใจหรือในชีวิตของคุณบ้างหรือไม่?
  4. วันนี้คุณยังมีความแค้นที่ต้องการชำระด้วยตัวของคุณหรือมอบหมายให้ผู้ใดไปจัดการแทนบ้างหรือไม่?  ผลลัพธ์(จะ)เป็นอย่างไร? จะมีผลดีหรือผลเสียอะไรเกิดขึ้นจากการกระทำเช่นนั้นบ้าง?   คุณคิดจะเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นหรือไม่?  ทำไม?
  5. หากวันนี้คุณปรารถนาที่จะแสดงความเมตตาแก่ใครบางคน คุณคิดถึงใครเป็นคนแรก?  ทำไม?  และคุณจะทำตามที่คุณคิดได้หรือไม่?  เมื่อไร?  และอย่างไร?
  6. มีใครบ้างที่แสดงความเมตตาหรือช่วยเหลือคุณที่ผ่านมา ที่คุณไม่เคยลืมบุญคุณของเขาเลย? ในเรื่องอะไร?  และคุณคิดจะตอบแทนบุญคุณของเขาอย่างไร?  เมื่อไร?
  7. เวลานี้มีใครที่สามารถสืบต่อหรือสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณในการดำเนินชีวิตหรือในการดำเนินกิจการ(พันธกิจ)ของคุณสืบต่อหรือไม่? ในเรื่องอะไร?  และอย่างไร?
  8. หากวันนี้คุณจำเป็นต้องสั่งเสีย หรือกำชับกับคนในครอบครัว ในที่ทำงานหรือในโบสถ์ของคุณ คุณจะกำชับพวกเขาในเรื่องอะไร?  ทำไม?

บทเรียนพระคัมภีร์โดย:  ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)