ส.ค. 152009
 

CJ_117

 

 

 

 

ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียนคนเดียวในครอบครัว  เป็นคริสเตียนคนเดียวท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าทั้งที่บ้านและที่ทำงาน  ข้าพเจ้าเพิ่งรับเชื่อมาได้ประมาณ 3 ปี  การมาพบพระเจ้าของข้าพเจ้าไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไรนัก  แต่หลังจากได้รู้จักพระองค์แล้ว  ข้าพเจ้าได้ทราบว่า  พระองค์คือคำตอบของสิ่งที่ข้าพเจ้าค้นหามาเป็นเวลานาน การแสวงหาพระเจ้าของข้าพเจ้านั้น  เกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก ๆ 2 ประการ

ประการแรก  คือ  เนื่องด้วยอาชีพของข้าพเจ้าที่เป็นแพทย์โรคหัวใจ  ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสใกล้ชิดกับความตาย  ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าความตายเป็นเพชฌฆาตที่แม่นยำที่สุด  อดทนที่สุด  เหนือความคาดเดามากที่สุด  ไม่เคยมีเหยื่อคนใดที่รอดพ้นไปได้เลย  และเมื่อเพื่อนสนิทของข้าพเจ้าต้องจากไปอย่างกระทันหันด้วยวัยอันไม่สมควร  คนแล้วคนเล่า  ก็ยิ่งเตือนให้ข้าพเจ้าทราบว่า  ความตายอยู่ใกล้แค่นี้เอง  อยู่ภายใต้เท้าของเราทุกคน  และไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับประกันว่า  จะยังคงมีพรุ่งนี้สำหรับเราแต่ละคน

ข้าพเจ้าได้ดูแลผู้ป่วยใกล้ตายทั้งคนธรรมดาสามัญ  ไปจนถึงเชื้อพระวงศ์  ทั้งคนยากจนไปจนถึงมหาเศรษฐี  ฐานะเงินทองไม่ได้ช่วยให้คนใกล้ตายยอมรับความจริงของชีวิต  ตรงข้าม  ยิ่งบุคคลที่โลกนี้ยกย่องว่า เป็นผู้ประสบความสำเร็จ  กลับยิ่งทุรนทุรายต่อความตาย

ข้าพเจ้าทราบดีว่าสักวันข้าพเจ้าต้องมาถึงจุดนี้  ต้องติดอยู่กับเครื่องช่วยหายใจ  สายระโยงระยาง  เครื่องช่วยพยุงชีวิตอีกมากมาย  ข้าพเจ้าถามตนเองว่า  เมื่อวันนั้นก้าวย่างมาถึงจริง ๆ  ข้าพเจ้าจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  และรับประกันว่า  ข้าพเจ้าเองจะเผชิญหน้ากับความตายอย่างสงบ  ใช้เวลาช่วงสุดท้ายในโลกนี้อย่างมีความสุข  และจะผ่านไปโลกหน้าอย่างมั่นใจ

ประการที่สอง  เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่า  ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จในหลาย ๆ ด้าน  ทั้งชีวิตส่วนตัว  ชีวิตการทำงาน  เกียรติยศ และฐานะเงินทอง  ข้าพเจ้ามีเกือบทุกอย่างที่คนทั่วไปบนโลกนี้อยากจะมี  แต่ข้าพเจ้ายังรู้สึกเสมอว่า  บางอย่างในชีวิตของข้าพเจ้าหายไป  บางอย่างที่จะเติมชีวิตให้เต็ม

ข้าพเจ้าแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเป็นคำตอบของชีวิตไปเรื่อย ๆ  เมื่อข้าพเจ้ามองหาสิ่งหนึ่งและได้มา  ข้าพเจ้าจะชื่นชมอยู่สักพัก  และมองหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ท้าทายต่อไป

ข้าพเจ้าเริ่มมองเห็นว่า  หากทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วจะหยุดแสวงหาในวันใด  จะต้องเหน็ดเหนื่อยดิ้นรนเช่นนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิตหรือ

เดิมทีเดียว  ข้าพเจ้าแสวงหาหนทางด้วยตนเอง  ข้าพเจ้าพยายามเป็นคนดี  รักษาศีลอย่างครบถ้วน  จนวันหนึ่ง  ข้าพเจ้าได้รู้จักเพื่อนที่เป็นคริสเตียน  เธอก้มศีรษะขอบคุณพระเจ้าในมื้ออาหาร  ข้าพเจ้านึกขำในความงมงายของเธอ  อย่างไรก็ตาม  หลังจากได้พูดคุยเรื่องความเชื่อของเธอ  ศรัทธาที่มั่นคง  ทำให้ข้าพเจ้าต้องถามตนเองว่า  ทำไมคนที่มีการศึกษาขนาดนี้จึงเชิ่อเรื่องพระเจ้า

ข้าพเจ้าบอกกับตนเองว่า  เราไม่ควรบอกว่าอะไรจริงหรือไม่จริง  ก่อนที่เราจะศึกษาด้วยตนเอง  บางทีสิ่งนี้อาจเป็นคำตอบที่ข้าพเจ้าตามหามานานก็ได้  ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจไปโบสถ์คริสเตียนครั้งแรก เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน  การตัดสินใจครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของข้าพเจ้าตลอดไป

 Posted by at 5:10 pm

  2 Responses to “คำพยานจาก นท.นพ. ภากร จันทนมัฎฐะ รน.”

  1. ได้ฟังคำพยาน..ของคุณหมอที่โบสถ์สืบฯ…เป็นคำพยานที่ดีมากดีใจที่ได้เห็นพิมพ์ออกมาเป็นบทความให้อ่าน..ขออนุญาติ forward mail ต่อนะค่ะ 😀

  2. your testimony touching my heart , it let me know that don’t bondage ourself with the things in the world , let God guide us in everypart in our life…

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)