ต.ค. 162013
 

หีบพันธสัญญาในพระวิหาร

 

พระธรรม        1พงศ์กษัตริย์  8:1-21

อ้างอิง               2พศด.5:2-6:2;30:24;2ซมอ.5:7;6:17;ลนต.23:34;16:2;อพย.15:17;สดด.132:13;135:21;89:3-4

บทนำ                 หีบพันธสัญญาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ได้รับการนำและมาประดิษฐานอยู่ในพระวิหารอันเป็นเครื่องหมายว่า “พระเจ้า” ทรงอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์แล้ว   หากวันนี้ คุณคือวิหารของพระเจ้า คุณแนใจหรือไม่ว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับคุณแล้ว?

 บทเรียน

8:1 “แล้ว​ซา‍โล‍มอน​ทรง​เรียก​พวก​ผู้‌ใหญ่​ของ​อิส‍รา‍เอล และ​บรร‍ดา​หัว‌หน้า​ของ​เผ่า​ต่างๆ คือ​พวก​เจ้า‌นาย​ของ​ตระ‍กูล​คน​อิส‍รา‍เอล​มา​ประ‍ชุม​ใน​กรุง​เย‍รู‍ซา‍ เล็ม เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​พันธ‍สัญญา​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์​ขึ้น​มา​จาก​นคร​ดา‍วิดคือ​ ศิ‍โยน

      (Then Solomon assembled the elders of Israel and all the heads of the tribes, the leaders of the fathers’ houses of the people of Israel, before King Solomon in Jerusalem, to bring up the ark of the covenant of the Lord out of the city of David, which is Zion.)

8:2 “และ​ผู้‌ชาย​ทั้ง‌หมด​ของ​อิส‍รา‍เอล​ก็​ประ‍ชุม​กับ​พระ‌ราชา​ซา‍โล‍มอน ณ การ​เลี้ยง​ใน​เดือน​เอ‍ธา‍นิม คือ​เดือน​ที่​เจ็ด”

(And all the men of Israel assembled to King Solomon at the feast in the month Ethanim, which is the seventh month. )

8:3 “พวก​ผู้‌ใหญ่​ทั้ง‌สิ้น​ของ​อิส‍รา‍เอล​มา และ​พวก​ปุ‍โร‍หิต​ก็​ยก​หีบ”

     (And all the elders of Israel came, and the priests took up the ark. )

8:4 “และ ​เขา​ทั้ง‌หลาย​นำ​หีบ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์ และ​เต็นท์​นัด‌พบ อีก​ทั้ง​ข้าว‌ของ​เครื่อง​ใช้​ที่​บริ‍สุทธิ์​ทุก‌อย่าง ซึ่ง​อยู่​ใน​เต็นท์​ขึ้น​มา พวก​ปุ‍โร‍หิต​และ​พวก​เล‍วี​ได้​นำ​ของ​เหล่า‌นี้​ขึ้น​มา

     (And they brought up the ark of the Lord, the tent of meeting, and all the holy vessels that were in the tent; the priests and the Levites brought them up. )

8:5 “และ ​พระ‌ราชา​ซา‍โล‍มอน และ​ชุม‍นุม‌ชน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌สิ้น​ที่​ได้​ประ‍ชุม​กัน​กับ​พระ‌องค์ อยู่​กับ​พระ‌องค์​ต่อ​หน้า​หีบได้​ถวาย​แกะ​และ​วัว​มาก‌มาย จน​ไม่​สา‍มารถ​นับ​จำ‍นวน​หรือ​คิด​คำนวณ​ได้

      (And King Solomon and all the congregation of Israel, who had assembled before him, were with him before the ark, sacrificing so many sheep and oxen that they could not be counted or  numbered. )

8:6 “แล้ว​ปุ‍โร‍หิต​ก็​นำ​หีบ​พันธ‍สัญญา​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์​มา​ยัง​ที่​ตั้ง​ของ​ หีบ ใน​ห้อง​ชั้น​ใน​สุด​ของ​พระ‌นิเวศ คือ​ใน​อภิ‍สุทธิ​สถาน ภาย‌ใต้​ปีก​ของ​เค‍รูบ

     (Then the priests brought the ark of the covenant of the Lord to its place in the inner sanctuary of the house, in the Most Holy Place, underneath the wings of the cherubim. )

8:7 “เพราะ​เค‍รูบ​นั้น​กาง​ปีก​ทั้งคู่​ออก​เหนือ​ที่​ตั้ง​ของ​หีบ เค‍รูบ​จึง​คลุม​อยู่​เหนือ​หีบ และ​ไม้‌คาน​ของ​หีบ”

(For the cherubim spread out their wings over the place of the ark, so that the cherubim overshadowed the ark and its poles. )

8:8 “คาน‌หาม​ของ​หีบ​นั้น​ยาว​มาก จึง​เห็น​ปลาย​คาน‌หาม​ได้​จาก​วิสุทธิ​สถาน ซึ่ง​อยู่​หน้า​ห้อง​ชั้น​ใน​สุด แต่​ไม่​อาจ​มองเห็น​จาก​ภาย‌นอก และ​คาน‌หาม​ก็​ยัง​อยู่​ที่‌นั่น​จน​ทุก​วัน‌นี้

     (And the poles were so long that the ends of the poles were seen from the Holy Place before the  Inner sanctuary; but they could not be seen from outside. And they are there to this day. )

8:9 “ไม่‌มี​สิ่ง‌ใด​ใน​หีบ​นอก‌จาก​ศิลา​สอง​แผ่น ซึ่ง​โม‍เสส​ใส่​ไว้ ณ ภูเขา​โฮ‍เรบ เมื่อ​พระ‌ยาห์‍เวห์​ทรง​ทำ​พันธ‍สัญญา​กับ​คน​อิส‍รา‍เอล เมื่อ​เขา​ทั้ง‌หลาย​ออก​มา​จาก​แผ่น‌ดิน​อี‍ยิปต์

     (There was nothing in the ark except the two tablets of stone that Moses put there at Horeb,   where the Lord made a covenant with the people of Israel, when they came out of the land of  Egypt.)

8:10 “และ​ต่อ​มา​เมื่อ​พวก​ปุ‍โร‍หิต​ออก​มา​จาก​วิสุทธิ‍สถาน เมฆ​ก็​เต็ม​พระ‌นิเวศ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์”

      (And when the priests came out of the Holy Place, a cloud filled the house of the Lord, )

8:11 “จน​พวก​ปุ‍โร‍หิต​ไม่​อาจ​ยืน​ปรน‍นิบัติ​อยู่​ได้​เพราะ​เมฆ​นั้น เพราะ​พระ‌สิริ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์​เต็ม​พระ‌นิเวศ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์

       (so that the priests could not stand to minister because of the cloud, for the glory of the Lord  filled the house of the Lord. )

8:12 “แล้ว​ซา‍โล‍มอน​ตรัส​ว่า “พระ‌ยาห์‍เวห์​ตรัส​ว่า พระ‌องค์​จะ​ประ‍ทับ​ใน​ความ‌มืด​ทึบ”

       (Then Solomon said, “The Lord has said that he would dwell in thick darkness. )

8:13 “แท้‌จริงข้า‌พระ‌องค์​ได้​สร้าง​พระ‌นิเวศ​ที่​โอ่‍อ่า‌ตระ‍การ‌ตา​สำ‍หรับ​พระ‌องค์ เป็น​สถาน‌ที่​เพื่อ​พระ‌องค์​จะ​สถิต​อยู่​เป็น​นิตย์

       (I have indeed built you an exalted house, a place for you to dwell in forever.” )

8:14 “แล้ว​พระ‌ราชา​ทรง​หัน‌มา และ​ทรง​อวย‌พร​ชุม‍นุม‌ชน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌หมด ขณะ​ที่​ชุม‍นุม‌ชน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌หมด​ยืน​อยู่”

(Then the king turned around and blessed all the assembly of Israel, while all the assembly of Israel stood. )

8:15 “พระ‌องค์​ตรัส​ว่า “สาธุ‌การ​แด่​พระ‌ยาห์‍เวห์ พระ‌เจ้า​แห่ง​อิส‍รา‍เอล ผู้​ทรง​สัญ‍ญา​กับ​ดา‍วิด​พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้าพ‍เจ้า​ด้วย​พระ‌โอษฐ์ และ​ทรง​ให้​สำ‍เร็จ​ด้วย​พระ‌หัตถ์ พระ‌องค์​ตรัส​ว่า

      (And he said, “Blessed be the Lord, the God of Israel, who with his hand has fulfilled what he  promised with his mouth to David my father, saying, )

8:16 ‘ตั้ง‌แต่​วัน​ที่​เรา​ได้​นำ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‍กร​ของ​เรา​ออก​จาก​อี‍ยิปต์ เรา​ไม่‌ได้​เลือก​เมือง​ไหน​จาก​เผ่า​ใด​ใน​อิส‍รา‍เอล​เพื่อ​จะ​สร้าง​นิเวศ เพื่อ​นาม​ของ​เรา​จะ​อยู่​ที่‌นั่น แต่​เรา​ได้​เลือก​ดา‍วิด ให้​อยู่​เหนือ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‍กร​ของ​เรา

       (“Since the day that I brought my people Israel out of Egypt, I chose no city out of all the tribes of Israel in which to build a house, that my name might be there. But I chose David to be over  my people Israel.” )

8:17 “ดา‍วิด​พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้าพ‍เจ้า​จึง​ตั้ง​พระ‌ทัย​ที่​จะ​สร้าง​พระ‌นิเวศ สำ‍หรับ​พระ‌นาม​แห่ง​พระ‌ยาห์‍เวห์​พระ‌เจ้า​ของ​อิส‍รา‍เอล

       (Now it was in the heart of David my father to build a house for the name of the Lord, the God of Israel. )

8:18 “แต่​พระ‌ยาห์‍เวห์​ตรัส​กับ​ดา‍วิด​พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้าพ‍เจ้า​ว่า ‘ที่​เจ้า​ตั้ง‌ใจ​สร้าง​นิเวศ​สำ‍หรับ​นาม​ของ​เรา​นั้น เจ้า​ก็​ทำ​ดี​อยู่​แล้ว ใน​เรื่อง​ความ‌ตั้ง‌ใจ​ของ​เจ้า

      (But the Lord said to David my father, “Whereas it was in your heart to build a house for my  name, you did well that it was in your heart. )

8:19 “อย่าง‌ไร​ก็​ตาม เจ้า​จะ​ไม่‌ได้​สร้าง​นิเวศ แต่​บุตร‌ชาย​ผู้​เกิด​จาก​เจ้า​จะ​สร้าง​นิเวศ​สำ‍หรับ​นาม​ของ​เรา’”

      (Nevertheless, you shall not build the house, but your son who shall be born to you shall build the  house for my name.”)

8:20 “บัด‌นี้​พระ‌ยาห์‍เวห์​ทรง​ให้​พระ‌สัญ‍ญา​ของ​พระ‌องค์​ที่​ตรัส​นั้น​สำ‍เร็จ เพราะ​ข้าพ‍เจ้า​ได้​ขึ้น​มา​แทน​ดา‍วิด​พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้าพ‍เจ้า และ​นั่ง​อยู่​บน​บัล‍ลังก์​ของ​อิส‍รา‍เอล ดัง‌ที่​พระ‌ยาห์‍เวห์​ได้​ทรง​สัญ‍ญา​ไว้ และ​ข้าพ‍เจ้า​ได้​สร้าง​พระ‌นิเวศ​สำ‍หรับ​พระ‌นาม​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์ พระ‌เจ้า​แห่ง​อิส‍รา‍เอล

       (Now the Lord has fulfilled his promise that he made. For I have risen in the place of David my  father, and sit on the throne of Israel, as the Lord promised, and I have built the house for the  name of the Lord, the God of Israel. )

8:21 “ที่​นั่น​ข้าพ‍เจ้า​ได้​กำ‍หนด​ที่​วาง​หีบ และ​ภายใน​หีบ​บรรจุ​พันธ‍สัญญา​ที่​พระ‌ยาห์‍เวห์​ทรง​ทำ​กับ​บรรพ‍บุรุษ​ ของ​เราเมื่อ​ทรง​นำ​พวก‌เขา​ออก​จาก​แผ่น‌ดิน​อี‍ยิปต์

       (And there I have provided a place for the ark, in which is the covenant of the Lord that he made with our fathers, when he brought them out of the land of Egypt.” )

 ข้อมูลมีประโยชน์

 8:1       “พวกผู้ใหญ่…บรรดาหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ คือพวกเจ้านาย…”  (the elders … all the heads of the tribes, the leaders…) –กดว.7:2

“นำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์” (to bring up the ark of the covenant of the Lord)

= อัญเชิญหีบพันธสัญญาขององค์พระเจ้าเข้าสู่วิหาร

-ก่อนหน้านี้ ดาวิดนำหีบพันธสัญญามาจากบ้านของโอเบดเอโดม มาสู่กรุงเยรูซาเล็มแล้ว (2ซมอ.6)

“นครดาวิดคือศิโยน” (the city of David, which is Zion.) -2ซมอ.5:7

8:2       “การเลี้ยงในเดือนเอธานิม” (the feast in the month Ethanim) = เทศกาลของเดือนเอธานิม

= เป็นไปได้ว่า ซาโลมอนรอ 11 เดือน (6:38) เพื่อจะถวายพระวิหารในช่วงเทศกาลอยู่เพิง ซึ่งฉลองกันในเดือนที่ 7 (ลนต.23:34;ฉธบ.16:13-15)

“คือเดือนที่เจ็ด” (the seventh month) = น่าจะเป็นปีที่ 12 ของรัชกาลซาโลมอน

8:4       “เต็นท์นัดพบ” (            the tent of meeting,) = พลับพลาซึ่งเก็บรักษาไว้ที่กิเบโอน (3:4;1ซมอ.7:1;2พศด.5:4-5)

8:6       “ภายใต้ปีกของเครูบ” (  underneath the wings of the cherubim            ) -6:23-28

8:8       “เห็นปลายคานหามได้” (the ends of the poles were seen) = คานหามยังคงค้างอยู่ในห่วงทองคำของหีบพันธสัญญา  (อพย.25:15)

“ก็ยังอยู่ที่นั่นจนทุกวันนี้” (And they are there to this day.) = คำพูดของผู้เขียนดั้งเดิมที่พรรณนาถึงการถวายพระวิหารมากกว่าจะเป็นผู้รวบรวมพระธรรมพงศ์กษัตริย์ขั้นสุดท้าย (2พศด.5:9)

8:9       “ศิลาสองแผ่น” (the two tablets of stone) -อพย.25:16;40:20

“พระยาห์เวห์ทรงทำพันธสัญญา”  (Lord made a covenant) –อพย.24

8:10     “เมฆก็เต็มพระนิเวศน์ของพระยาห์เวห์” (a cloud filled the house of the Lord,) = เมฆปกคลุมทั่วพระวิหาร

= เป็นสัญลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจนว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่ในพระวิหารด้วย เหมือนที่ประทับอยู่ในพลับพลาที่ซีนาย (อพย.40:33-35; อสค.10:3-5,18-19;43:4-5)

8:12     “พระองค์ประทับในความมืดทึบ” (he would dwell in thick darkness) –อพย.19:9;24:15,18; 33:9-10;34:5;ลนต.16:2;ฉธบ.4:11;5:22;สดด.18:10-11

8:15     “ผู้ทรงสัญญา” (he promised) = ตามพระสัญญา -2ซมอ.7:5-16

8:16     “ไม่ได้เลือกเมืองไหน” ( I chose no city ) –ฉธบ.12:5

“นามของเรา” ( my name ) -3:2

8:21     “พันธสัญญาที่พระยาห์เวห์ทรงทำไว้กับบรรพบุรุษของเรา” (the covenant of the Lord that he made with our fathers,) = ศิลา 2 แผ่นที่บันทึกพระบัญญัติ 10 ประการ (อพย.25:16;ฮบ.9:4)

คำถามนำอภิปราย

  1.        ในชีวิตของคุณ คุณเคยเป็นผู้นำหรือผู้ทำภารกิจอะไรบ้างที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของคุณ?  เรื่องอะไร?  อย่างไร?  และผลเป็นอย่างไร?
  2. คุณเคยเห็น “พวกผู้ชาย” ในคริสตจักรทำอะไรร่วมกันบ้างที่มี “ความหมาย” หรือ “มีคุณค่า” น่าประทับใจมากในความรู้สึกของคุณ?  อย่างไร และทำไม?
  3. มีเหตุการณ์ใดที่ตื่นตาตื่นใจคุณมากที่สุดในชีวิต?  ทำไม?  มีผลอะไรต่อจิตวิญญาณของคุณบ้าง?
  4. เคยมีหมายสำคัญอะไรบ้างที่ยืนยันว่า พระเจ้าอยู่ในคริสตจักรของคุณ?  คุณเคยสัมผัสกับพระสิริของ    พระเจ้าในคริสตจักรของคุณในเรื่องอะไรบ้าง?  (ที่ทำให้คุณยำเกรงพระเจ้ามากยิ่งขึ้น)
  5. คุณเคยคิดจะทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณคิดว่าดี ถวายให้แก่พระเจ้า  แต่พระเจ้ากลับไม่อนุญาตให้คุณทำบ้างหรือไม่?  เรื่องอะไร?  คุณรู้สึกอย่างไร?  แล้วผลที่ตามมาคืออะไร?
  6. มี “ความบาป” อะไรบ้างในชีวิตของคุณที่ทำให้พระเจ้าไม่สามารถใช้คุณได้อย่างเต็มที่และ?  คุณพร้อมจะจัดการกับ “บาป” นั้นอย่างจริงจังหรือไม่? ทำไม?

โดย : ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)