ต.ค. 232013
 

คำอธิษฐานของซาโลมอน 

 

พระธรรม        1พงศ์กษัตริย์  8:22-66

อ้างอิง              2พศด.2:6;6:12-39;ยชว.21:44-45;1พกษ.2:4;ฉธบ.12:10-11

บทนำ               พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อพันธสัญญาที่ให้ไว้แก่มนุษย์ที่เชื่อฟังพระองค์เสมอ ปัญหาคือ เรามักจะไม่ซื่อตรงต่อคำสัญญาที่เราให้ไว้กับพระเจ้า ทำให้บางครั้งเราอาจได้รับคำสาปแช่งแทนการรับพระพรจากพระองค์

บทเรียน

8:22 “แล้ว​ซา‍โล‍มอน​ทรง​ยืน​อยู่​หน้า​แท่น‌บูชา​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์ ต่อ​หน้า​ชุม‍นุม‌ชน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌หมด และ​กาง​พระ‌หัตถ์​ของ​พระ‌องค์​ออก​สู่​ฟ้า​สวรรค์

      (Then Solomon stood before the altar of the Lord in the presence of all the assembly of Israel and spread out his  hands toward heaven, )

8:23 “และ​ทูล​ว่า “ข้า‌แต่​พระ‌ยาห์‍เวห์ พระ‌เจ้า​แห่ง​อิส‍รา‍เอล ไม่‌มี​พระ‌เจ้า​องค์​ไหน​เหมือน​พระ‌องค์ใน​ฟ้า​สวรรค์​เบื้อง​บนหรือ​ที่​แผ่น‌ดิน​เบื้อง​ล่างผู้​ทรง​รัก‍ษา​พันธ‍สัญญาและ​สำ‍แดง​ความ‌รัก​มั่น‌คง​แก่​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ผู้​ดำ‍เนินอยู่​เฉพาะ​พระ‌พักตร์​พระ‌องค์​ด้วย​สุด​ใจ

     (and said, “O Lord, God of Israel, there is no God like you, in heaven above or on earth beneath,  keeping  covenant and showing steadfast love to your servants who walk before you with all their heart, )

8:24 “พระ‌องค์​ทรง​รัก‍ษา​พระ‌สัญ‍ญา​ที่​ทรง​ให้​ไว้​กับ​ดา‍วิด​พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ ข้า‌พระ‌องค์ ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ และ​พระ‌องค์​ทรง​ทำ​ให้​พระ‌สัญ‍ญา​ด้วย​พระ‌โอษฐ์​นั้น​สำ‍เร็จ​ด้วย​ พระ‌หัตถ์​ใน​วัน‌นี้

      (who have kept with your servant David my father what you declared to him. You spoke with your mouth, and  with your hand have fulfilled it this day. )

8:25 “ข้า‌แต่​พระ‌ยาห์‍เวห์ พระ‌เจ้า​แห่ง​อิส‍รา‍เอล เพราะ​ฉะ‍นั้น​ขอ​ทรง​รัก‍ษา​พระ‌สัญ‍ญา​ที่​ให้​ไว้กับ​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​ พระ‌องค์ คือ​ให้​กับ​ดา‍วิด​ พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้า‌พระ‌องค์ โดย​ตรัส​ว่า ‘ถ้า​เพียง​แต่​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า​จะ​รัก‍ษา​ทาง​ของ​เขาที่​จะ​ดำ‍เนิน​ไป​ต่อ​หน้า​เราอย่าง​ที่​เจ้า​ได้​ดำ‍เนิน​ต่อ​หน้า​เรา​นั้น เจ้า​จะ​ไม่​ขาด​ทา‍ยาท​ที่​จะ​นั่ง​บน​บัล‍ลังก์​ของ​อิส‍รา‍เอล​ต่อ​หน้า​เรา

      (Now therefore, O Lord, God of Israel, keep for your servant David my father what you have promised him,  saying, “You shall not lack a man to sit before me on the throne of Israel, if only your sons pay close attention to their way, to walk before me as you have walked before me.” )

8:26 “เพราะ​ฉะ‍นั้น ข้า‌แต่​พระ‌เจ้า​แห่ง​อิส‍รา‍เอล ขอ​ให้​พระ‌สัญญา​ที่​พระ‌องค์​ได้​ตรัส​กับ​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ คือ​ดา‍วิด​ พระ‌ราช‍บิดา​ของ​ข้า‌พระ‌องค์​เป็น​จริง

      (Now therefore, O God of Israel, let your word be confirmed, which you have spoken to your servant  David my  father. )

8:27“แต่​แท้‌จริง​พระ‌เจ้า​จะ​ประ‍ทับ​บน​แผ่น‌ดิน​โลก​หรือ? ดู‌สิ ฟ้า​สวรรค์​และ​ฟ้า​สวรรค์​อัน​สูง​สุด​ยัง​รับ​พระ‌องค์​อยู่​ไม่‌ได้แล้ว​พระ‌นิเวศ​นี้​ซึ่ง​ข้า‌พระ‌องค์​ได้​สร้าง​ขึ้น​จะ​รับ​พระ‌องค์​ได้​อย่าง‌ไร?”

     (“But will God indeed dwell on the earth? Behold, heaven and the highest heaven cannot contain you; how much less this house that I have built! )

8:28 “แต่​ขอ​พระ‌องค์​สน‌พระ‌ทัย​ใน​คำ​อธิษ‍ฐาน​ของ​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ และ​ใน​คำ​วิง‌วอน​ของ​เขา ข้า‌แต่​พระ‌ยาห์‍เวห์พระ‌เจ้า​ของ​ข้า‌พระ‌องค์ ขอ​ทรง​สดับ​เสียง‌ร้อง​และ​คำ​อธิษ‍ฐาน ซึ่ง​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ อธิษ‍ฐาน​ต่อ​พระ‌องค์​ใน​วัน‌นี้

      (Yet have regard to the prayer of your servant and to his plea, O Lord my God, listening to the cry and to the prayer that your servant prays before you this day, )

8:29 “เพื่อ​พระ‌เนตร​ของ​พระ‌องค์​จะ​ทรง​เฝ้า‌ดู​พระ‌นิเวศ​นี้​ทั้ง​วัน​และ​คืน คือ​สถาน‌ที่​ซึ่ง​พระ‌องค์​ตรัส​ว่า ‘นาม​ของ​เรา​จะ​อยู่​ที่‌นั่น’ เพื่อ​พระ‌องค์​จะ​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ‍ฐาน ซึ่ง​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์​จะ​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​สถาน‌ที่​นี้

      (that your eyes may be open night and day toward this house, the place of which you have said, “My name shall be there,” that you may listen to the prayer that your servant offers toward this place. )

8:30 “และ​ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​คำ​วิง‌วอน​ของ​ผู้​รับ‌ใช้​ของ พระ‌องค์ และ​ของ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‍กร​ของ​พระ‌องค์ เมื่อ​เขา​ทั้ง‌หลาย​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​สถาน‌ที่​นี้ ขอ​พระ‌องค์​เอง​ทรง​สดับ​จาก​สถาน​ที่‌ประ‍ทับ​ของ​พระ‌องค์​คือ​จาก​ฟ้า​ สวรรค์และ​เมื่อทรง​สดับ​แล้ว ก็​ขอ​ทรง​อภัย

      (And listen to the plea of your servant and of your people Israel, when they pray toward this place. And  listen in heaven your dwelling place, and when you hear, forgive. )

8:31“เมื่อ​ชาย​ใด​ทำ​บาป​ต่อ​เพื่อน‌บ้าน​ของ​เขา และ​ถูก​บัง‌คับ​ให้​สา‍บาน และ​เขา​มา​สา‍บาน​ต่อ​หน้า​แท่น‌บูชา​ของ​พระ‌องค์​ใน​พระ‌นิเวศ​นี้”

      (“If a man sins against his neighbor and is made to take an oath and comes and swears his oath before your altar in this house, )

8:32 “ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​ใน​ฟ้า​สวรรค์ และ​ขอ​ทรง​กระ‍ทำ และ​ขอ​ทรง​พิพาก‍ษา​เหล่า​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ โดย​ลง‍โทษ​ผู้​ทำ​ผิด และ​ให้​การ​กระ‍ทำ​ของ​เขา​ตก​บน​ศีรษะ​ของ​เขา และ​ตัด‍สิน​ว่า​ผู้​ชอบ‌ธรรม​นั้น​บริ‍สุทธิ์ โดย​ให้​กับ​เขา​ตาม​ความ​ชอบ‌ธรรม​ของ​เขา

      (then hear in heaven and act and judge your servants, condemning the guilty by bringing his conduct on his own  head, and vindicating the righteous by rewarding him according to his righteousness. )

8:33 “เมื่อ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‍กร​ของ​พระ‌องค์​พ่าย‌แพ้​ศัตรู เพราะ​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระ‌องค์ แล้ว​พวก‌เขา​หัน​กลับ​มา​หา​พระ‌องค์ และ​ยอม‌รับ​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์ อธิษ‍ฐาน​และ​ขอ​พระ‌เมตตา​ต่อ​พระ‌องค์​ใน​พระ‌นิเวศ​นี้

      (“When your people Israel are defeated before the enemy because they have sinned against you, and if they turn  again to you and acknowledge your name and pray and plead with you in this house,)

8:34 “ก็​ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​ใน​ฟ้า​สวรรค์ และ​ทรง​อภัย​บาป​ของ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‍กร​ของ​พระ‌องค์ และ​ขอ​ทรง​นำ​พวก‌เขา​กลับ​มา​ยัง​แผ่น‌ดิน ซึ่ง​พระ‌องค์​ได้​ประ‌ทาน​แก่​บรรพ‍บุรุษ​ของ​เขา​ทั้ง‌หลาย

      (then hear in heaven and forgive the sin of your people Israel and bring them again to the land that you gave to their fathers. )

8:35 “เมื่อ​ฟ้า​สวรรค์​ปิด​อยู่​และ​ไม่‌มี​ฝน เพราะ​เขา​ทั้ง‌หลาย​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระ‌องค์ แล้ว​พวก‌เขา​ได้​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​สถาน‌ที่​นี้ และ​ยอม‌รับ​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์ และ​หัน​กลับ​จาก​บาป​ของ​เขา เนื่องจาก​พระ‌องค์​ทรง​ลง‌โทษ​พวก‌เขา

      (“When heaven is shut up and there is no rain because they have sinned against you, if they pray toward this  place and acknowledge your name and turn from their sin, when you afflict them, )

8:36 “ก็​ขอ​ทรง​สดับ​ใน​ฟ้า​สวรรค์ และ​ทรง​อภัย​บาป​ของ​อิส‍รา‍เอล​ซึ่ง​เป็น​ผู้​รับ‌ใช้และ​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ แล้ว​ขอ​ทรง​สอน​ทาง​ดี​ที่​ควร​จะ​ดำ‍เนิน​แก่​พวก‌เขา และ​ขอ​ประ‍ทาน​ฝน​ตก​บน​แผ่น‌ดิน​ของ​พระ‌องค์ ซึ่ง​พระ‌องค์​ประ‍ทาน​ให้​เป็น​มร‍ดก​แก่​ประ‍ชา‍กร​ของ​พระ‌องค์

     (then hear in heaven and forgive the sin of your servants, your people Israel, when you teach them the good way in which they should walk, and grant rain upon your land, which you have given to your people as an inheritance. )

8:37“ถ้า​มี​การ​กัน‍ดาร​อา‍หาร​ใน​แผ่น‌ดินถ้า​มี​โรค​ระบาด ถ้า​มี​ข้าว‌ลีบข้าว​ขึ้น​รา หรือ​ภัย​จาก​ตั๊ก‍แตน​ปา‍ทัง‍ก้า และ​ตั๊ก‍แตน​ตัว​อ่อน หรือ​ถ้า​ศัตรู​ล้อม​เมือง​ใดๆ ของ​เขา​ใน​แผ่น‌ดิน หรือ​มี​ภัย‌พิบัติ​ใดหรือ​เกิด​ความ‌เจ็บ‌ไข้​ใด​ก็​ดี

       ( “If there is famine in the land, if there is pestilence or blight or mildew or locust or caterpillar, if their enemy besieges them in the land at their gates, whatever plague, whatever sickness there is,)

8:38 “แล้ว​หาก​คน‌หนึ่ง​คน‌ใด หรือ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ทั้ง‌หมด​ของ​พระ‌องค์ได้​สำ‍นึก​ใน​ใจ​ของ​เขา​เรื่อง​ภัย‌พิบัติ จะ​อธิษ‍ฐาน​หรือ​วิง‌วอน​ประ‍การ​ใด โดย​กาง​มือ​ของ​เขา​สู่​พระ‌นิเวศ​นี้

       (whatever prayer, whatever plea is made by any man or by all your people Israel, each knowing the affliction of  his own heart and stretching out his hands toward this house, )

8:39 “ก็ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​ใน​ฟ้า​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประ‍ทับ​ของ​พระ‌องค์ และ​ขอ​ทรง​อภัย และ​ทรง​กระ‍ทำ​การ และ​ประ‍ทาน​แก่​แต่‌ละ​คน​ตาม​การ​ประ‍พฤติ​ทั้ง‌สิ้น​ของ​เขา ซึ่ง​พระ‌องค์​ทรง​ทราบ​จิต​ใจ (เพราะ​พระ‌องค์​เท่า‌นั้น​ทรง​ทราบ​จิต​ใจ​ของ​มนุษย์​ทุก​คน)”

       (then hear in heaven your dwelling place and forgive and act and render to each whose heart you know,  according to all his ways (for you, you only, know the hearts of all the children of mankind),

8:40 “เพื่อ​เขา​ทั้ง‌หลาย​จะ​ได้​ยำ‍เกรง​พระ‌องค์ ตลอด​วัน​เวลา​ที่​มี​ชีวิต​บน​แผ่น‌ดินซึ่ง​พระ‌องค์​ประ‍ทาน​แก่​บรรพ‍บุรุษ​ของ​พวก​ข้า‌พระ‌องค์       

         (that they may fear you all the days that they live in the land that you gave to our fathers. )

8:41“ยิ่ง‌กว่า​นั้น​อีกเกี่ยว‌กับ​คน​ต่าง​ด้าวผู้​ซึ่ง​ไม่​ใช่​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ แต่​มา​จาก​แดน​ไกล​เนื่อง‌จาก​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์”

      (“Likewise, when a foreigner, who is not of your people Israel, comes from a far country for your  name’s sake )

8:42 “(เพราะ ​เขา​ทั้ง‌หลาย​จะ​ได้​ยิน​ถึง​พระ‌นาม​ยิ่ง​ใหญ่ และ​ถึง​พระ‌หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์ และ​ถึง​พระ‌กร​ที่​เหยียด​ออก​ของ​ พระ‌องค์) เมื่อ​เขา​มา​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​พระ‌นิเวศ​นี้

     ((for they shall hear of your great name and your mighty hand, and of your outstretched arm), when he comes  and prays toward this house, )

8:43 “ก็​ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​ใน​ฟ้า​สวรรค์ อัน​เป็น​ที่​ประ‍ทับ​ของ​พระ‌องค์ และ​ขอ​ทรง​ทำ​ตาม​ทุก​สิ่ง ซึ่ง​คน​ต่าง‌ด้าว​ได้​ทูล​ขอ​พระ‌องค์ เพื่อ​ชน​ทุก​ชาติ​แห่ง​แผ่น‌ดิน​โลก​จะ​รู้‌จัก​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์ และ​ยำเกรง​พระ‌องค์ เหมือน‌อย่าง​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ และ​เพื่อ​เขา​ทั้ง‌หลาย​จะ​ทราบ​ว่า เขา​เรียก​พระ‌นิเวศ​นี้ ซึ่ง​ข้า‌พระ‌องค์​ได้​สร้าง​ไว้​ด้วย​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์

     (hear in heaven your dwelling place and do according to all for which the foreigner calls to you, in order that all the peoples of the earth may know your name and fear you, as do your people Israel, and that they may know  that this house that I have built is called by your name. )

8:44“ถ้า​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์​ออก​ไป​ต่อ‌สู้​กับ​ศัตรู โดย​ทาง​ใดๆที่​พระ‌องค์​ทรง​ใช้​พวก‌เขา​ออก​ไป​ก็​ตามและ​เขา​ทั้ง‌หลาย​ได้​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​พระ‌ยาห์‍เวห์ ตรง​ไปยัง​เมือง​ซึ่ง​พระ‌องค์​ทรง​เลือก‌สรร​ไว้ และ​ตรง​ไปยัง​พระ‌นิเวศ​ที่​ข้า‌พระ‌องค์​ได้​สร้าง​เพื่อ​พระ‌นาม​ของ​ พระ‌องค์​แล้ว

    (“If your people go out to battle against their enemy, by whatever way you shall send them, and they pray to the  Lord toward the city that you have chosen and the house that I have built for your name, )

8:45 “ก็​ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ‍ฐาน และ​คำ​วิง‌วอน​ของ​พวก‌เขา​ใน​ฟ้า​สวรรค์ และ​ขอ​ประ‍ทาน​ความ​ยุติ‌ธรรม​แก่​พวก‌เขา

      (then hear in heaven their prayer and their plea, and maintain their cause. )

8:46 “ถ้า​เขา​ทั้ง‌หลาย​ทำ​บาป​ต่อ​พระ‌องค์ (เพราะ​ไม่‌มี​มนุษย์​คน​ใด​ไม่‌ได้​ทำ​บาป) และ​พระ‌องค์​กริ้ว​พวก‌เขา และ​ทรง​มอบ​เขา​ไว้​กับ​ศัตรู ผู้​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย​ยัง​แผ่น‌ดิน​ของ​ศัตรู​นั้น ไม่​ว่า​ไกล​หรือ​ใกล้”

     (“If they sin against you—for there is no one who does not sin—and you are angry with them and give them to an  enemy, so that they are carried away captive to the land of the enemy, far off or near,)

8:47 “แต่​ถ้า​เขา​สำ‍นึก​ผิด​ใน​แผ่น‌ดิน​ที่​เขา​ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลย และ​ได้​กลับ‌ใจแล้ว​ได้​วิง‌วอน​ต่อ​พระ‌องค์​ใน​แผ่น‌ดิน​ของ​ผู้​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลยทูล​ว่า ‘ข้า‌พระ‌องค์​ทั้ง‌หลาย​ได้​ทำ​บาป และ​ได้​ประ‍พฤติ​ชั่ว‌ร้าย​และ​ได้​ทำ​การ​อธรรม’”

      (yet if they turn their heart in the land to which they have been carried captive, and repent and plead with you in  the land of their captors, saying, “We have sinned and have acted perversely and wickedly,”)

8:48 “ถ้า​เขา​ทั้ง‌หลาย​กลับ​มา​หา​พระ‌องค์​ด้วย​สุด‌จิต​สุด‌ใจ ใน​แผ่น‌ดิน​แห่ง​ศัตรู​ผู้​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย และ​อธิษ‍ฐาน​ต่อ​พระ‌องค์​ตรง​ไปยัง​แผ่น‌ดินซึ่ง​พระ‌องค์​ประ‍ทาน​แก่​บรรพ‍บุรุษ​ของ​เขา​ทั้ง‌หลาย คือ​เมือง​ซึ่ง​พระ‌องค์​ทรง​เลือก​สรร​ไว้ และ​พระ‌นิเวศ​ซึ่ง​ข้า‌พระ‌องค์​ได้​ สร้าง​ไว้​เพื่อ​พระ‌นาม​ของ​พระ‌องค์​แล้ว

      (if they repent with all their mind and with all their heart in the land of their enemies, who carried them captive,  and pray to you toward their land, which you gave to their fathers, the city that you have chosen, and the house  that I have built for your name, )

8:49 “ก็​ขอ​พระ‌องค์​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ‍ฐาน​และ​คำ​วิง‌วอน​ของ​พวก‌เขา​ใน​ฟ้า​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประ‍ทับ​ของ​พระ‌องค์  และ​ขอประ‍ทาน​ความ​ยุติ‌ธรรม​แก่​พวก‌เขา

      (then hear in heaven your dwelling place their prayer and their plea, and maintain their cause )

8:50 “และ​ขอ​ทรง​อภัย​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์​ผู้​ทำ​บาป​ต่อ​พระ‌องค์และ​ทรง​อภัย​ต่อ​การ​ทร‍ยศ​ที่​เขา​ทั้ง‌หลาย​ได้​ทำ​ต่อ​พระ‌องค์ และ​ขอ​ให้​ พวก‌เขา​ได้‌รับ​ความ​กรุณา​จาก​ผู้​ที่​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย เพื่อ​ศัตรู​จะ​เมต‍ตา​เขา​ทั้ง‌หลาย

      (and forgive your people who have sinned against you, and all their transgressions that they have committed  against you, and grant them compassion in the sight of those who carried them captive, that they may have  compassion on them )

8:51 “(เพราะ​พวก‌เขา​เป็น​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์​และ​เป็น​มร‍ดก​ของ​พระ‌องค์ ซึ่ง​ทรง​นำ​ออก​มา​จาก​อี‍ยิปต์ จาก​ท่ามกลาง​เตา​เหล็ก)”

      ((for they are your people, and your heritage, which you brought out of Egypt, from the midst of the iron furnace).

8:52 “ขอ​ลืม​พระ‌เนตร​ของ​พระ‌องค์​อยู่​ต่อ​คำ​วิง‌วอน​ของ​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​ พระ‌องค์ และ​ต่อ​คำ​วิง‌วอน​ของ​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ ขอ​ทรง​ฟัง​เมื่อ​เขา​ทั้ง‌หลาย​ร้อง​ต่อ​พระ‌องค์

       (Let your eyes be open to the plea of your servant and to the plea of your people Israel, giving ear to them  whenever they call to you. )

8:53 “เพราะ​พระ‌องค์​ทรง​แยก​พวก‌เขา​จาก​ท่าม‌กลาง​ชน​ทุก​ชาติ​แห่ง​แผ่น‌ดิน​โลก ให้​เป็น​มร‍ดก​ของ​พระ‌องค์ตาม​ซึ่ง​พระ‌องค์​ตรัส​ทาง​โม‍เสส​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ ข้า‌แต่​พระ‌ยาห์‍เวห์​องค์​เจ้านาย เมื่อ​พระ‌องค์​ทรง​นำ​บรรพ‍บุรุษ​ของ​ข้า‌พระ‌องค์​ทั้ง‌หลาย​ออก​จาก​อี‍ยิปต์

       (For you separated them from among all the peoples of the earth to be your heritage, as you declared through  Moses your servant, when you brought our fathers out of Egypt, O Lord God.” )

8:54 “เมื่อ​ซา‍โล‍มอน​ทรง​จบ​คำ​อธิษ‍ฐาน และ​คำ​วิง‌วอน​ทั้ง‌สิ้น​นี้​ต่อ​พระ‌ยาห์‍เวห์​แล้ว ก็​ทรง​ลุก‌ขึ้น​จาก​หน้า​แท่น​บูชา​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์ ที่​ที่​ทรง​คุก‌เข่า​พร้อม​กับ​กาง​พระ‌หัตถ์​สู่​ฟ้า​สวรรค์

       (Now as Solomon finished offering all this prayer and plea to the Lord, he arose from before the altar of the Lord,  where he had knelt with hands outstretched toward heaven. )

8:55 “และ​พระ‌องค์​ทรง​ยืน และ​ทรง​อวย​พร​แก่​ชุม‍นุม‌ชน​อิส‍รา‍เอล​ด้วย​เสียง‌ดัง​ว่า”

       (And he stood and blessed all the assembly of Israel with a loud voice, saying,)

8:56 “สาธุ‌การ ​แด่​พระ‌ยาห์‍เวห์ ผู้​ประ‍ทาน​การ​หยุด​พัก​แก่​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ ตาม​ที่​ทรง​สัญ‍ญา​ไว้​ทุก​ประ‍การพระ‌สัญ‍ญา​อัน​ดี​ทั้ง‌สิ้น​ของ​พระ‌องค์​ซึ่ง​ทรง​สัญ‍ญา​ทาง​โม‍เสส​ผู้​ รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์​นั้น​ไม่​ล้ม​เหลว​สัก​คำ​เดียว

       (“Blessed be the Lord who has given rest to his people Israel, according to all that he promised.Not one word  has failed of all his good promise, which he spoke by Moses his servant. )

8:57 “ขอ​พระ‌ยาห์‍เวห์​พระ‌เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง‌หลาย​สถิต​กับ​พวก‌เรา เหมือน​อย่าง​ที่​ได้​สถิต​กับ​บรรพ‍บุรุษ​ของ​เรา ขอ​อย่า​ทรง​ละ​เรา​หรือ​ทอด‌ทิ้ง​เรา​เลย

       (The Lord our God be with us, as he was with our fathers. May he not leave us or forsake us, )

8:58 “แต่​ขอ​ทรง​โน้ม​จิต​ใจ​ของ​พวก‌เรา​ให้​มา​หา​พระ‌องค์ เพื่อ​ดำ‍เนิน​ใน​ทาง​ทั้ง‌สิ้น​ของ​พระ‌องค์ และ​รัก‍ษา​พระ‌บัญ‍ญัติกฎ‌เกณฑ์ และ​กฎ‌หมาย​ของ​พระ‌องค์ ซึ่ง​ทรง​บัญ‍ญัติ​ไว้​แก่​บรรพ‍บุรุษ​ของ​เรา

       (that he may incline our hearts to him, to walk in all his ways and to keep his commandments, his statutes, and  his rules, which he commanded our fathers. )

8:59 “ขอ​ให้​ถ้อย‌คำ​เหล่า‌นี้ ที่​ข้าพ‍เจ้า​ได้​วิง‌วอน​เฉพาะ​พระ‌ยาห์‍เวห์ อยู่​ใกล้​พระ‌ยาห์‍เวห์​พระ‌เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​วัน​และ​คืนและ​ขอ​ให้​ความ​ยุติ‌ธรรม​แก่​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์ และ​แก่​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์ ตาม​ความ​ต้อง‌การ​ใน​แต่​ละ​วัน

       (Let these words of mine, with which I have pleaded before the Lord, be near to the Lord our God day and  night, and may he maintain the cause of his servant and the cause of his people Israel, as each day requires, )

8:60 “เพื่อ​ชน​ทุก​ชาติ​แห่ง​แผ่น‌ดิน​โลก​จะ​ทราบ​ว่า พระ‌ยาห์‍เวห์​นั้น​ทรง​เป็น​พระ‌เจ้า ไม่‌มี​พระ​อื่น​เลย”

        (that all the peoples of the earth may know that the Lord is God; there is no other. )

8::61 “เพราะ ​ฉะ‍นั้น​ขอ​ให้​จิต​ใจ​ของ​ท่าน​ทั้ง‌หลาย​ภักดี​ต่อ​พระ‌ยาห์‍เวห์​ พระ‌เจ้า​ของ​เรา คือ​ดำ‍เนิน​อยู่​ใน​กฎ‌เกณฑ์​ของ​พระ‌องค์ และ​รัก‍ษา​พระ‌บัญ‍ญัติ​ของ​พระ‌องค์​ดัง​ใน​วัน​นี้

       (Let your heart therefore be wholly true to the Lord our God, walking in his statutes and keeping his commandments, as at this day.” )

8:62 “แล้ว​พระ‌ราชา​และ​คน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌สิ้น​ที่​อยู่​กับ​พระ‌องค์ ได้​ถวาย​เครื่อง​สัตว‌บูชา​แด่​พระ‌ยาห์‍เวห์”

       (Then the king, and all Israel with him, offered sacrifice before the Lord. )

8:63 “และ ​ซา‍โล‍มอน​ได้​ถวาย​สัตว์​ต่อ‌ไป​นี้ เป็น​เครื่อง​ศาน‍ติ‌บูชา​แด่​พระ‌ยาห์‍เวห์ คือ​วัว 22,000 ตัว และ​แกะ 120,000 ตัว พระ‌ราชา​ และ​คน​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌สิ้น จึง​อุทิศ​ถวาย​พระ‌นิเวศ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์

       (Solomon offered as peace offerings to the Lord 22,000 oxen and 120,000 sheep. So the king and all the people of Israel dedicated the house of the Lord. )

8:64 “ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น พระ‌ราชา​ทรง​ทำ​พิธี​ชำระ​ส่วน‌กลาง​ของ​ลาน ซึ่ง​อยู่​หน้า​พระ‌นิเวศ​ของ​พระ‌ยาห์‍เวห์เพราะ‌ว่า​พระ‌องค์​ทรง​ใช้​ที่‌นั่น​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ธัญ‍บูชา และ​ไขมัน​ของ​ศาน‍ติ‌บูชา เพราะ‌ว่า​แท่น​ทอง​สัม‍ฤทธิ์​ซึ่ง​อยู่​เฉพาะ​พระ‌พักตร์​พระ‌ยาห์‍เวห์​นั้น เล็ก​เกิน​กว่า​จะ​รับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ธัญ‍บูชา และ​ไขมัน​ของ​ศาน‍ติ‌บูชา​ได้
(The same day the king consecrated the middle of the court that was before the house of the Lord, for there he  offered the burnt offering and the grain offering and the fat pieces of the peace offerings, because the bronze altar that was before the Lord was too small to receive the burnt offering and the  grain offering and the fat pieces of the peace offerings. )

8:65 “ซา‍โล‍มอน ​จึง​ทรง​ฉลอง​เทศ‍กาลเลี้ยง​ใน​เวลา​นั้น พร้อม​กับ​อิส‍รา‍เอล​ทั้ง‌สิ้น เป็น​การ​ชุม‍นุม​ใหญ่ เฉพาะ​พระ‌พักตร์​พระ‌ยาห์‍เวห์​พระ‌เจ้า​ของ​เรา ทั้ง​เจ็ด​วันและ​ต่อ​อีก​เจ็ด​วัน รวม​สิบ‌สี่​วัน มี​คน​มา​ตั้ง‌แต่​ทาง‌เข้า​เมือง​ฮา‍มัท​จน​ถึง​ลำ‌ธาร​อี‍ยิปต์”                          

           (So Solomon held the feast at that time, and all Israel with him, a great assembly, from Lebo-hamath to the Brook  of Egypt, before the Lord our God, seven days. )

8:66“ใน​วัน​ที่​แปดพระ‌องค์​ทรง​ให้​ประ‍ชา‌ชน​กลับ เขา​ทั้ง‌หลาย​ก็​ถวาย​พระ‌พร​แด่​พระ‌ราชาและ​กลับ​ไป​ยัง​เต็นท์​ของ​ตน​ด้วย​จิต​ใจ​ชื่น‌บาน ​และ​ยิน‌ดีเนื่อง​ด้วย​ความ‌ดี​ทั้ง‌สิ้น ซึ่ง​พระ‌ยาห์‍เวห์​ทรง​สำ‍แดง​แก่​ดา‍วิด​ผู้​รับ‌ใช้​ของ​พระ‌องค์และ​แก่​อิส‍รา‍เอล​ประ‍ชา‌กร​ของ​พระ‌องค์

           (On the eighth day he sent the people away, and they blessed the king and went to their homes joyful and glad  of heart for all the goodness that the Lord had shown to David his servant and to Israel his people. )

ข้อมูลมีประโยชน์

8:22     “กางพระหัตถ์ของพระองค์ออกสู่ฟ้าสวรรค์”( spread out his hands toward heaven) = ชูพระหัตถ์ขึ้นฟ้าสวรรค์เพื่ออธิษฐาน –อพย.9:29

8:23   “ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนเหมือนพระองค์” (no God like you) = พระเจ้ากระทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่และควบคุมเหตุการณ์ต่าง  ๆ ให้สำเร็จตามพระสัญญาของพระองค์ แบบไม่มีพระอื่นใดกระทำ –อพย.15:11;ฉธบ. 4:39;7:9;สดด.86:8-10

“ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและสำแดงความรักมั่นคง”  (keeping covenant and showing steadfast love)

= ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาแห่งความรัก – ฉธบ.7:9;12;นหม.1:5;9:32;ดนล.9:4

“ผู้ดำเนินอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยสุดใจ”(who walk before you with all their heart,) – อพย.20:6

8:24    “ทรงรักษาพระสัญญา” (who have kept) = รักษาคำมั่นสัญญา –ข.15;2ซมอ.7:5-16

8:25     “ถ้าเพียงแต่ลูกหลานของเจ้าจะรักษาทางของเขาที่จะดำเนินไปต่อหน้าเรา” (if only your sons pay close attention to their way, to walk before me as you have walked before me)-9:4-9;2พศด.7:17-22;1พกษ.2:4

8:27   “แล้วพระนิเวศนี้…จะรับพระองค์ได้อย่างไร?”  (how much less this house that I have built!) = จะยิ่งเล็กน้อยกว่านั้นสักเท่าใด

= พระเจ้าไม่มีวันถูกจองจำหรือถูกจำกัดโดยสิ่งก่อสร้างใด ๆ ทั้งปวง –ยรม.7:4-14;มคา.3:11

8:29   “เพื่อพระเนตรของพระองค์จะทรงเฝ้าดู” (that your eyes may be open) –1พกษ.8:52;2พกษ.19:16;2พศด.7:15;นหม.1:6;สดด.5:1;31:2;102:17;130:2;อสย.37:17

“นามของเราจะอยู่ที่นั่น” (“My name shall be there,”) –ฉธบ.11:12;12:11;2:ซมอ.7:13

8:30    “อธิษฐานต่อสถานที่นี้” (pray toward this place) = อธิษฐานวิงวอนตรงต่อที่แห่งนี้

= เวลาที่คนอิสราเอลไม่สามารถอธิษฐานในพระวิหารได้ เขาจะต้องอธิษฐานตรงต่อสถานที่พระเจ้าปฏิญาณว่าจะอยู่ท่ามกลางชนชาติของพระองค์ –ดนล.6:10

8:31     “ถูกบังคับให้สาบาน” (is made to take an oath) = ต้องสาบานเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย (อพย.22:10-12) หรือถือกล่าวหาว่าล่วงประเวณี (กดว. 5:11-31) เมื่อมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาได้   ผู้ต้องหาต้องสาบานความบริสุทธิ์ของตนที่พระวิหาร การสาบานนั้นประกอบด้วยคำอวยพรและคำสาปแช่ง

-ถือว่าเป็นวิธีการพิจารณาความบริสุทธิ์หรือความผิดคำสาบานจะปรากฏผลในชีวิตของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำอวยพรหรือคำสาปแช่ง หรือด้วยการเปิดเผยของพระเจ้าโดยตรงผ่านทางอูริม และทูมมิม (อพย.28:29-30;ลนต.8:8;กดว.27:21)

8:32    “ทรงสดับในฟ้าสวรรค์” (hear in heaven) –ซาโลมอนมองว่าการสาบานเช่นนี้เป็นการร้องทูลขอให้พระเจ้าจัดการ ไม่ใช่การกระทำที่จะส่งผลแบบอัตโนมัติได้ด้วยเวทมนตร์

8:33     “พ่ายแพ้ศัตรูเพราะได้ทำบาปต่อพระองค์” (defeated before the enemy because they have sinned against you,) = ทำบาปต่อพระเจ้าและถูกศัตรูพิชิต –ฉธบ.28:25 –ระบุว่า การพ่ายแพ้ศัตรูนั้น ถือเป็นคำสาปแช่งอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นกับอิสราเอล หากพวกเขาไม่เชื่อฟังพันธสัญญา

-คำอธิษฐานของซาโลมอนสะท้อนว่า พวกเขารู้อยู่แล้วว่า เงื่อนไขของพันธสัญญาของพระเจ้าที่กำหนดไว้คืออะไร และรู้ดีแล้วว่า การไม่เชื่อฟังจะต้องรับผลอะไร

8:34     “นำพวกเขากลับมายังแผ่นดิน” (bring them again to the land) = กล่าวถึงเชลยที่ถูกกวาดต้อนไปในสงคราม

8:35    “ไม่มีฝน”(no rain)= ความแห้งแล้ง ซึ่งเป็นคำสาปอีกข้อหนึ่งในพันธสัญญาตามที่ระบุไว้ใน ฉธบ.28:22-24

8:36     “ทางดีที่ควรจะดำเนิน” (the good way in which they should walk) = หนทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้องที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของพันธสัญญา – ฉธบ.6:18;12:25;13:18;1ซมอ.12:23

8:37    “การกันดารอาหาร” (famine ) –ฉธบ.32:24 ;   “โรคระบาด” (pestilence) –ฉธบ.28:21-22;32:24

“ตั๊กแตนปาทังก้า และตั๊กแตนตัวอ่อน” (caterpillar)  = ตั๊กแตนที่บุกมาทำลาย –ฉธบ.28:38,42

“ศัตรูล้อมเมืองใด ๆ” (enemy besieges them in the land at their gates) –ฉธบ.28:52

“ภัยพิบัติใด” (whatever plague) –ฉธบ.28:61;31:29;32:23-25

8:38     “ได้สำนึกในใจของเขา” (knowing the affliction of his own heart) = แต่ละคนย่อมรู้ถึงความทุกข์ใจ ของตนดี   = สำนึกผิดในความบาปของตนต่อพระเจ้า มีท่าทีของการกลับใจและปรารถนาการอภัยโทษและพระคุณของ

พระเจ้า – 2พศด.6:29;สดด.38:17-18;ยรม.17:9

8:39     “ประทานแก่แต่ละคนตามการประพฤติทั้งสิ้นของเขา”  (render to each whose heart you know, according to all his ways) = จัดการกับแต่ละคนตามการกระทำของเขา

= ไม่ควรมองว่า เป็นการเรียกร้องให้แก้แค้นคนที่ทำผิด (เพราะการให้อภัยและการแก้แค้นล้วนขึ้นอยู่กับพระเจ้)  แต่ = ความปรารถนาให้พระเจ้าสั่งสอนโดยพระปัญญาของพระองค์ เพื่อจะแก้ไขประชาชนและสอนแนวทางของพันธสัญญาแก่พวกเขา (ข.40;สภษ.3:11;ฮบ.12:5-15)

8:40    “ยำเกรงพระองค์” (fear you) =ให้เกียรติพระเจ้าและรับใช้พระองค์ด้วยความเชื่อฟัง (ปฐก.20:11;สภษ.1:7; ฉธบ.5:29;6:1-2;8:6;31:13;2พศด.6:31;สดด.130:4)

8:41     “คนต่างด้าวผู้ซึ่งไม่ใช่อิสราเอลประชากรของพระองค์” ( a foreigner, who is not of your people Israel)

= ผู้ซึ่งเดินทางจากต่างแดนมาเพื่ออธิษฐานต่อพระเจ้าของอิสราเอลที่พระวิหาร ซึ่งแตกต่างจากคนต่างชาติที่อาศัยอยู่กับชาวอิสราเอล

8:42     “เขาทั้งหลายจะได้ยิน”(they shall hear) =ผู้คนจะได้ยิน –ดู 9:9(ประเทศอื่นๆ โดยทั่วไป);10:1(ราชินีแห่งเบชา);  ยชว.2:9-11 (ราหับ) ; 1ซมอ.4:6-8 (ฟิลิสเตีย)

“พระนามยิ่งใหญ่…พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และพระกรที่เหยียดออก” (your great name and your mighty hand, and of your outstretched arm)   =   ฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่แทรกแซงในประวัติศาสตร์ชนชาติของพระองค์ (ฉธบ.4:34;5:15;7:19;11:2;26:8)

8:44     “ถ้าประชากรของพระองค์ออกไปต่อสู้กับศัตรูโดยทางใด ๆ “ (If your people go out to battle against their enemy, by whatever way) = ออกรบตามคำสั่งของพระเจ้า

ตัวอย่างใน  ลนต.26:7;ฉธบ.20;21:10;1ซมอ.15:3;23:2,4;30:8;2ซมอ.5:19,24

“ตรงไปยังเมืองซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้” (toward the city that you have chosen) –ข.30

8:46     “(เพราะไม่มีมนุษย์คนใดไม่ได้ทำบาป)” (no one who does not sin) = “เพราะมีใครบ้างไม่ทำบาปเลย”

= ทุกคนทำบาป (สดด.14:1;ปฐก.6:5;8:21;รม.3:10-23)

“ศัตรูจับเขาไปเป็นเชลยยังแผ่นดินของศัตรูนั้น” (so that they are carried away captive to the land of the enemy) =ศัตรู…นำเขาไปเป็นเชลยในต่างแดน –ลนต.26:33-45;ฉธบ.28:64-68;30:1-5

= ซาโลมอนรู้ว่า การไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างดื้อดึงจะเป็นเหตุทำให้พวกประชาชนถูกเนรเทศจากดินแดนพระสัญญา

8:51    “จากท่ามกลางเตาเหล็ก” (from the midst of the iron furnace) = เตาหลอมเหล็ก –ฉธบ.4:20

8:53    “พระองค์ทรงแยกพวกเขาจากท่ามกลางชนทุกชาติแห่งแผ่นดินโลกให้เป็นมรดกของพระองค์”

(you separated them from among all the peoples of the earth to be your heritage) = ซาโลมอนเริ่มต้น

อธิษฐานโดยอ้างถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้กับดาวิด (ข.23-30) และลงท้ายด้วยการอ้างถึงพันธสัญญาซีนาย (อพย.19:5;ลนต.20:24,26;ฉธบ.7:6;32:9)

8:54    “คุกเข่า” (had knelt) –ข.22;2พศด.6:13;2ซมอ.7:18;ลก.22:41;อฟ.3:14

8:56   “สาธุการแด่พระยาห์เวห์” (Blessed be the Lord) = สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า

-ซาโลมอนเชื่อว่า วันแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นพยานถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์ตามพันธสัญญา

“การหยุดพักแก่อิสราเอล” (has given rest to his people Israel,) = หลังจากพิชิตคานาอันภายใต้การนำของโยชูวาแล้ว พระเจ้าประทานช่วงเวลาหยุดพักจากศัตรูให้แก่ชนชาติอิสราเอล (ยชว.11:23;21;44:22:4)

-แม้จะยังมีดินแดนอีกมากที่ต้องยึดครอง (ยชว.13:1;วนฉ.1) และชัยชนะในสงครามต่าง ๆ ของดาวิดส่งผลให้การหยุดพักนี้สมบูรณ์และยั่งยืน (2ซมอ.7:1;1พกษ.5:14)

“ตามที่ทรงสัญญาไว้ทุกประการ” (according to all that he promised)  -ฉธบ.12:9-10

“พระสัญญาอันดีทั้งสิ้น”  (all his good promise) = คำมั่นสัญญาล้ำเลิศ –ยชว.21:44-45;21:45

8:58    “โน้มจิตใจของพวกเราให้มาหาพระองค์” (incline our hearts to him,) = ซาโลมอนทูลขอให้พระเจ้าทำ

พระราชกิจแห่งพระคุณในชนชาติของพระองค์ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา –ฉธบ.30:6;สดด.51:10;ฟป.2:13

8:59    “ผู้รับใช้ของพระองค์” ( his servant) = กษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่พระเจ้าเจิมตั้งเป็นตัวแทนการปกครองของพระเจ้าในโลกนี้ เหนือชนชาติของพระองค์ (สดด.2:2,7)

8:60    “เพื่อชนทุกชาติแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า”(that all the peoples of the earth may know that)–สดด.46:10

8:63   “เครื่องศานติบูชา” (peace offerings ) = รวมถึงการรับประทานอาหารร่วมกันด้วย (1ซมอ.11:15)

“วัว 22,000 ตัว และแกะ 120,000 ตัว”=มีคนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีถวายพระวิหารซึ่งกินเวลา 14 วัน(ข.1-2,65)

8:65    “เมืองฮามัทจนถึงลำธารอียิปต์” (hamath to the Brook of Egypt,) = “เลโบฮามัท” (อสค.47:15)

“ลำน้ำแห่งอียิปต์” (the Brook of Egypt) อาจ = ลำน้ำเอลฮาริช (ปฐก.15:18)

คนทั้งอาณาจักรเดินทางมากรุงแยรูซาเล็มเพื่อร่วมถวายพระวิหาร (14:21)

“เจ็ดวันและต่ออีก 4 วัน รวมสิบสี่วัน” (seven days ) = จะเป็นดุจการเฉลิมฉลองการถวายพระวิหาร 7 วัน จากนั้นต่อด้วยการฉลองในการเทศกาลอยู่เพิงอีก 7 วัน (ข.2) ฉลองตั้งแต่ 15-21 ของเดือนที่ 7 ในพงศาวดาร ระบุว่า การฉลองนั้นจบลงด้วยการประชุมครั้งสุดท้ายในวันรุ่งขึ้น ตามที่กำหนดไว้ใน ลนต.23:33-36 –จากนั้นวันที่ 23 ทุกคนจะเดินทางกลับบ้าน (2พศด.7:8-10)

คำถามนำอภิปราย

 1. คุณเป็นพยานได้หรือไม่ว่า พระเจ้าทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่คุณและครอบครัวอย่างไรบ้างนับตั้งแต่ที่คุณ     (และครอบครัว) เชื่อพระองค์?  อย่างไร?

2. มีอะไรบ้างที่คุณยืนยันได้ว่า พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์ที่ให้ไว้กับผู้เชื่อตามที่ปรากฏอยู่ใน พระคัมภีร์?  ในเรื่องอะไร และอย่างไร?

3. คุณเคยมีประสบการณ์กับการตอบคำอธิษฐานของพระเจ้าในชีวิตของคุณตามคำวิงวอนของคุณบ้างหรือไม่? อย่างไร?

4.คุณเคยเห็นคนที่เชื่อพระเจ้าทำผิดแล้วถูกพระเจ้าพิพากษาลงโทษบ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไรและอย่างไร?

5.    คุณเคยเห็นคนที่ทำผิดบาปได้รับการตีสอนและกลับใจใหม่ แล้วได้รับความเมตตาของพระเจ้าอีกครั้งบ้างหรือไม่? อย่างไร?

  1. หากวันนี้คุณจะทูลขอการอภัยโทษบาปจากพระเจ้าเพื่อคนบางคน คุณจะทูลขอเพื่อใคร? ในเรื่องอะไร?  ทำไม?
  2. คุณเคยเห็นผู้ใดเป็นแบบอย่างแห่งความถ่อมใจต่อพระเจ้าที่เป็นตัวอย่างที่คุณปรารถนาที่จะเจริญรอยตามบ้าง? ในเรื่องอะไร และอย่างไร?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)