ธ.ค. 112013
 

ศึกสายเลือด!

 

พระธรรม        1พงศ์กษัตริย์ 15:1-34

อ้างอิง             1พกษ.14:10;11:3;14:24;2ซมอ.11:1-27;2พศด.13:3-21;15:8-15

บทนำ               เมื่อใดที่คนในชาติหรือในครอบครัวขัดแย้งและสู้รบกันเอง ที่นั่นมีแต่หายนะและความเจ็บปวด!

และสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟาดฟันหรือกัดและกินเนื้อซึ่งกันและกันนั้นมักจะมาจากความบาปแห่งการไม่เชื่อฟัง  พระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้า!

บทเรียน

15:1 “ในปีที่สิบแปดแห่งรัชกาลเยโรโบอัมบุตรเนบัท อาบียัมทรงครองยูดาห์

           (Now in the eighteenth year of King Jeroboam the son of Nebat, Abijam began to reign over Judah.)

15:2 “พระองค์ทรงครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็มสามปีพระนามของพระราชมารดาคือ มาอาคาห์บุตรหญิงของอาบีชาโลม

       (He reigned for three years in Jerusalem. His mother’s name was Maacah the daughter of Abishalom.)

15:3 “พระองค์ ทรงดำเนินตามบาปทุกอย่าง ซึ่งพระราชบิดาของพระองค์ทรงทำต่อพระพักตร์พระองค์และพระทัยของ​ พระองค์ก็ไม่ภักดีต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของ พระองค์ ไม่เหมือนอย่างพระทัยของดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์

  (And he walked in all the sins that his father did before him, and his heart was not wholly true to the  Lord his God, as the heart of David his father. )

15:4 “อย่างไรก็ดี เพราะเห็นแก่ดาวิด พระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ได้ประทานประทีปอันหนึ่งแก่ อาบียัมในกรุงเยรูซาเล็ม คือทรงตั้งพระราชโอรสแทน และทรงสถาปนากรุงเยรูซาเล็ม

(Nevertheless, for David’s sake the Lord his God gave him a lamp in Jerusalem, setting up his son  after him, and establishing Jerusalem, )

15:5 “เพราะว่าดาวิดทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ และไม่ได้หันไปจากสิ่งใด ซึ่งพระเจ้าทรงบัญชา​ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ นอกจากเรื่องอุรียาห์คนฮิตไทต์

 (because David did what was right in the eyes of the Lord and did not turn aside from anything that he commanded him all the days of his life, except in the matter of Uriah the Hittite. )

15:6 “มีสงครามระหว่างเรโหโบอัมกับเยโรโบอัม ตลอดพระชนม์ชีพของอาบียัม

        (Now there was war between Rehoboam and Jeroboam all the days of his life. )

15:7 “พระราชกิจอื่นๆ ของอาบียัม และทุกสิ่งที่ทรงทำ ได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ?และมีสงครามระหว่างอาบียัมและเยโรโบอัม

       (The rest of the acts of Abijam and all that he did, are they not written in the Book of the Chronicles  of the Kings of Judah? And there was war between Abijam and Jeroboam. )

15:8 “อาบียัมก็ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาได้ฝังพระศพของพระองค์ไว้ในนครดาวิด และอาสา​พระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

(And Abijam slept with his fathers, and they buried him in the city of David. And Asa his son reigned   in his place. )

15:9 “ในปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลเยโรโบอัมพระราชาแห่งอิสราเอล อาสาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาแห่งยูดาห์

        (In the twentieth year of Jeroboam king of Israel, Asa began to reign over Judah, )

15:10 “และทรงครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็ม 41 ปี พระอัยกีของพระองค์มีพระนามว่ามาอาคาห์บุตรหญิงของอาบีชาโลม

       (and he reigned forty-one years in Jerusalem. His mother’s name was Maacah the daughter of  Abishalom.)

15:11 “อาสาทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ เหมือนอย่างดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์

        (And Asa did what was right in the eyes of the Lord, as David his father had done. )

15:12 “พระองค์ทรงกวาดล้างพวกเทวทาสเสียจากแผ่นดิน และรื้อถอนรูปเคารพทั้งสิ้น ซึ่งบรรพบุรุษของพระองค์ทำไว้

         (He put away the male cult prostitutes out of the land and removed all the idols that his fathers   had made.)

15:13 “และพระองค์ทรงถอดมาอาคาห์พระอัยกีจากตำแหน่งพระราชชนนี เพราะพระนางทำรูปเคารพน่าเกลียดน่าชังเพื่อ​พระอาเช-ราห์ และอาสาทรงทำลายรูปเคารพของพระนาง และทรงเผาเสียที่ลำธารขิดโรน

  (He also removed Maacah his mother from being queen mother because she had made an abominable image for Asherah. And Asa cut down her image and burned it at the brook Kidron. )

15:14 “แต่ปูชนียสถานสูงต่างๆ ยังไม่ได้ถูกกำจัด ถึงอย่างนั้น พระทัยของอาสาก็ภักดีต่อพระยาห์เวห์ตลอดรัชสมัยของ​พระองค์

  (But the high places were not taken away. Nevertheless, the heart of Asa was wholly true to the  Lord all his days. )

15:15 “พระองค์ทรงนำของที่พระราชบิดาของพระองค์ และของที่พระองค์เองทรงอุทิศถวาย เข้าไปในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ได้แก่ เงิน ทองคำ และเครื่องใช้ต่าง ๆ

  (And he brought into the house of the Lord the sacred gifts of his father and his own sacred  gifts, silver, and gold, and vessels. )

15:16 “มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอล ตลอดสมัยของพระองค์ทั้งสอง

         (And there was war between Asa and Baasha king of Israel all their days. )

15:17 “บาอาชา พระราชาแห่งอิสราเอลได้ทรงขึ้นมาต่อสู้กับยูดาห์ และได้สร้างเมืองรามาห์ เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปเฝ้าหรือ​ออกมาจากอาสาพระราชาแห่งยูดาห์

    (Baasha king of Israel went up against Judah and built Ramah, that he might permit no one to go out or come in to Asa king of Judah. )

15:18 “แล้วอาสาทรงเอาเงินและทองคำทั้งหมด ซึ่งเหลืออยู่ในคลังแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์และในคลังแห่งพระราช‍วังของพระราชา มอบไว้ในมือของข้าราชการของพระองค์ และกษัตริย์อาสาทรงใช้พวกเขาไปเฝ้าเบนฮาดัด​ พระราชโอรสของทับริมโมน ผู้เป็นพระราชโอรสของเฮซีโอนกษัตริย์แห่งซีเรีย ผู้ประทับในเมืองดามัสกัส ทูลว่า

(Then Asa took all the silver and the gold that were left in the treasures of the house of the Lord and the treasures of the king’s house and gave them into the hands of his servants. And King Asa sent them to Ben-hadad the son of Tabrimmon, the son of Hezion, king of Syria, who lived In Damascus, saying, )

15:19 “ขอให้มีสนธิสัญญาระหว่างข้าพเจ้ากับท่าน ดังที่มีอยู่ระหว่างพระราชบิดาของข้าพเจ้าและของท่าน นี่แน่ะข้าพเจ้า​ ส่งบรรณาการเป็นเงินและทองคำมายังท่าน ขอท่านจงไปยกเลิกสนธิสัญญาของท่านที่มีกับบาอาชาพระราชา แห่งอิสราเอลเสีย เพื่อเขาจะถอยทัพไปจากข้าพเจ้า

   (“Let there be a covenant between me and you, as there was between my father and your father.   Behold, I am sending to you a present of silver and gold. Go, break your covenant with Baasha  king of Israel, that he may withdraw from me.” )

15:20 “แล้วเบนฮาดัดก็ทรงฟังกษัตริย์อาสา และส่งบรรดาผู้บัญชาการกองทัพของพระองค์ไปสู้กับเมืองต่างๆ ของ​ อิสราเอล และเขาได้โจมตีเมืองอิโยน เมืองดาน เมืองอาเบลเบธมาอาคาห์ และดินแดนคินเนโรททั้งหมด และดิน แดนนัฟทาลีทั้งหมด

 (And Ben-hadad listened to King Asa and sent the commanders of his armies against the cities of Israel and conquered Ijon,Dan,Abel-beth-maacah, and all Chinneroth, with all the land of Naphtali.)

15:21 “เมื่อบาอาชาทรงทราบเรื่อง พระองค์ก็ทรงหยุดสร้างเมืองรามาห์ และพระองค์ประทับที่เมืองทีรซาห์

         (And when Baasha heard of it, he stopped building Ramah, and he lived in Tirzah.)

15:22 “แล้วกษัตริย์อาสาทรงประกาศไปทั่วยูดาห์ ไม่ยกเว้นใครเลย และเขาทั้งหลายขนหินของเมืองรามาห์และไม้ของ​เมืองนั้นซึ่งบาอาชาทรงใช้สร้างอยู่นั้น กษัตริย์อาสาก็ทรงเอามาสร้างเมืองเกบาแห่งเบนยามินและเมืองมิสปาห์

  (Then King Asa made a proclamation to all Judah, none was exempt, and they carried away the  stones of Ramah and its timber, with which Baasha had been building, and with them King Asa  built Geba of Benjamin and Mizpah. )

15:23 “พระราชกิจ อื่นๆ ทั้งหมดของอาสา รวมทั้งพระราชอำนาจทั้งสิ้นของพระองค์ และทุกสิ่งซึ่งทรงกระทำและเมือง​ต่างๆ ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง ได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ? แต่เมื่อทรงพระชราแล้ว ก็เกิดพระโรคขึ้นที่พระบาท

  (Now the rest of all the acts of Asa, all his might, and all that he did, and the cities that he built, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Judah? But in his old age he was  diseased in his feet. )

15:24 “และอาสาก็ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาฝังพระศพไว้กับบรรพบุรุษของพระองค์ในนคร​ดาวิดบรรพชนของพระองค์ และเยโฮชาฟัทพระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

(And Asa slept with his fathers and was buried with his fathers in the city of David his father, and Jehoshaphat his son reigned in his place. )

15:25 “นาดับพระราชโอรสของเยโรโบอัม ทรงครองอิสราเอลในปีที่สองแห่งรัชกาลอาสาพระราชาแห่งยูดาห์ และทรง​ครองอิสราเอลสองปี

(Nadab the son of Jeroboam began to reign over Israel in the second year of Asa king of Judah,  and he reigned over Israel two years. )

15:26 “พระองค์ทรงทำชั่วในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ และทรงดำเนินในทางของพระราชบิดาของพระองค์และใน​บาปซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย

  (He did what was evil in the sight of the Lord and walked in the way of his father, and in his sin  which he made Israel to sin. )

15:27 “บาอาชาบุตรอาหิยาห์เชื้อสายของยิสสาคาร์คิดกบฏต่อพระองค์และบาอาชาประหารพระองค์เสียที่เมืองกิบเบโธน ซึ่งเป็นของฟีลิสเตีย เพราะนาดับและคนอิสราเอลทั้งสิ้นกำลังล้อมเมืองกิบเบโธนอยู่

(Baasha the son of Ahijah, of the house of Issachar, conspired against him. And Baasha struck him down at Gibbethon, which belonged to the Philistines, for Nadab and all Israel were laying siege to  Gibbethon. )

15:28 “ดังนั้นบาอาชาจึงฆ่าพระองค์เสียในปีที่สามแห่งรัชกาลอาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ และขึ้นครองราชย์แทน

   (So Baasha killed him in the third year of Asa king of Judah and reigned in his place. )

15:29 “พอทรงเป็นกษัตริย์ ก็ประหารราชวงศ์ของเยโรโบอัมเสียสิ้น ไม่มีใครรอดมาได้สักคนเดียวเลย พระองค์ทรงทำลาย​เสียสิ้นตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ ซึ่งตรัสโดยผู้รับใช้ของพระองค์คืออาหิยาห์ชาวชีโลห์

(And as soon as he was king, he killed all the house of Jeroboam. He left to the house of Jeroboam   not one that breathed, until he had destroyed it, according to the word of the Lord that he spoke by his servant Ahijah the Shilonite. )

15:30 “เป็นเพราะบาปต่างๆ ของเยโรโบอัมที่ได้ทรงกระทำ และซึ่งพระองค์ได้ทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย และเพราะ​พระองค์ทรงทำให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรง พระพิโรธ

 (It was for the sins of Jeroboam that he sinned and that he made Israel to sin, and because of the  anger to which he provoked the Lord, the God of Israel. )

15:31 “ส่วนพระราชกิจอื่นๆ ของนาดับ และทุกสิ่งซึ่งทรงกระทำ ได้บันทึกในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ใช่หรือ?”
(Now the rest of the acts of Nadab and all that he did, are they not written in the Book of the  Chronicles of the Kings of Israel?)

15:32 “มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอล ตลอดสมัยของทั้งสองพระองค์

           (And there was war between Asa and Baasha king of Israel all their days. )

15:33 “ในปีที่สามแห่งรัชกาลอาสาพระราชาแห่งยูดาห์ บาอาชาบุตรอาหิยาห์ทรงครองอิสราเอลทั้งหมดที่เมืองทีรซาห์ ​ เป็นเวลา 24 ปี”

   (In the third year of Asa king of Judah, Baasha the son of Ahijah began to reign over all Israel at Tirzah, and he reigned twenty-four years. )

15:34 “พระองค์ทรงทำชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์ และดำเนินในทางของเยโรโบอัม และในบาปของพระองค์ซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย

        (He did what was evil in the sight of the Lord and walked in the way of Jeroboam and in his sin  which he made Israel to sin. )

ข้อมูลมีประโยชน์

15:1     “อาบียัม”(Abijam) =เรียกอีกชื่อว่า “อาบียาห์” (14:1) ทั้งเรโหโบอัมและเยโรโบอัมต่างมีบุตรชื่อเดียวกันนี้

“ในปีที่ 18 แห่งรัชกาลเยโรโบอัม” (in the eighteenth year of King Jeroboam) = เป็นครั้งแรกใน 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์ ซึ่งมีการ เชื่อมโยงการครองราชย์ของกษัตริย์ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ และจะมีการกล่าวถึงเช่นนี้ต่อไปอีกหลายครั้ง (ข.9,25,33;16:8,15,29)

15:2     “3 ปี” (three years) = 913-910 ก.ค.ศ  “มาอาคาห์บุตรหญิงของอาบีซาโลม” (   Maacah the daughter of Abishalom)  – ใน 2พศด.13:2 บอกว่า มารดาของอาบียาห์ เป็นบุตรสาวของอุรีเอลแห่งกิเบอาห์

-เป็นไปได้ว่า แท้จริงมาอาคาห์ เป็นหลานสาวของอับซาโลม และเป็นบุตรสาวที่เกิดจากการแต่งงานของทามาร์ (2ซมอ.14:27) และอุรีเอล – แม่ของอับซาโลมก็มีชื่อ มาอาคาห์ เช่นกัน (2ซมอ.3:3)

15:3     “บาปทุกอย่างของพระราชบิดา” (all the sins that his father   )  -14:22-24

“ไม่ภักดีต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์” ( not wholly true to the Lord his God) = ไม่เหมือนดาวิดที่แม้จะทำบาปร้ายแรง แต่จิตใจของพระองค์ไม่เคยหันเหจากการนมัสการพระเจ้าไปนมัสการพระใด ๆ

15:4     “ประทีปอันหนึ่งแก่อาบียัมในกรุงเยรูซาเล็ม”  (  a lamp in Jerusalem) -11:36

15:7     “พระราชกิจอื่น ๆ ของอาบียัม” (The rest of the acts of Abijam            ) –2พศด.13

“หนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งยูดาห์”( the Book of the Chronicles of the Kings of Judah) -14:29

“สงครามระหว่างอาบียัมและเยโรโบอัม” (war between Abijam and Jeroboam  ) –ปท. ข้อ 6;14:30;2พศด.13

-จะเห็นได้ชัดว่า ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีที่เรื้อรังได้ปะทุกลายเป็นสงครามสู้รบกันอย่างจริงจัง โดยอาบียาห์ได้พิชิตเยโรโบอัม และยึดเมืองไปหลายเมือง รวมถึงเบธเอลด้วย (2พศด.13:19)

15:8     “อาบียัมก็ล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ” (Abijam slept with his fathers) -1:21

15:9     “ปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลเยโรโบอัม” (In the twentieth year of Jeroboam) = 910 ก.ค.ศ. (14:20)

15:10   “(อาสา)ครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็ม 41 ปี” (he reigned forty-one years in Jerusalem) =910-869 ก.ค.ศ

“พระอัยกี…มีพระนามว่า มาอาคาห์บุตรหญิงของอาบีซาโลม” (His mother’s name was Maacah the daughter of Abishalom) = เสด็จย่าของพระองค์คือ มาอาคาห์ (ข.2)

15:12   “เทวทาส” (the male cult prostitutes) = โสเภณีชายประจำเทวสถาน (14:24)

“รื้อถอนรูปเคารพทิ้งสิ้น” (removed all the idols) -14:23;ลนต.26:30

15:13   “ถอดมาอาคาห์ พระอัยกีจากตำแหน่งพระราชชนนี” (removed Maacah his mother from being queen mother) = ถอดเสด็จย่า

–2พศด.14:1-15:16 ได้บรรยายความคืบหน้าการปฏิรูปของอาสาหลายปี อาสาทำลายรูปเคารพและแท่นบูชาต่างชาติ ตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาล (2พศด.14:2-3)

จากนั้นหลังมีชัยต่อเศราห์ชาวคูช (2พศด.14:8-15) และหลังจากการประชุมเพื่อฟื้นฟูพันธสัญญาในเยรูซาเล็ม ในปี 15 ของรัชกาล (2พศด.15:10) พระองค์ปลดย่าเนื่องจากนับถือรูปเคารพ (2พศด.15:16)

“พระนางทำรูปเคารพน่าเกลียดน่าชังเพื่อพระอาเชราห์” (she had made an abominable image for Asherah) = สร้างเสาเจ้าแม่อาเซราห์อันน่ารังเกียจ -14:15

-มาอาคาห์คงตั้งใจทำเช่นนี้เพื่อประชดประชันการปฏิรูปของอาสา

15:14   “แต่ปูชนียสถานสูงต่าง ๆ ยังไม่ได้ถูกกำจัด” (But the high places were not taken away) –2พศด.

15:17- อ้างถึงสถานบูชาบนที่สูงที่ใช้ในการ (3:2), ใน 2พศด.14:3 อาสารื้อสถานบูชาบนที่สูงซึ่งเป็นศูนย์กลางการนมัสการพระต่างชาติของคนคานาอัน (2พศด.17:6;20:33)     วลีดังกล่าวนี้ยังถูกกล่าวถึงในสมัยของกษัตริย์ยูดาห์อีก 5 องค์ คือในสมัยของ

  1. เยโฮยาฟัท (22:43) ;2. โยอาช (2พกษ.12:3); 3. อามาชิยาห์ (2พกษ.14:4); 4. อาซาริยาห์ (2พกษ.15:4) ; 5. โยธาม (2พกษ.15:35)

15:15   “เงิน ทองคำ และเครื่องใช้ต่าง ๆ” (silver, and gold, and vessels) = ส่วนใหญคือทรัพย์สินที่อาบิยาห์ยึดมาได้จากการทำสงครามกับเยโรโบอัม (2พศด.13) และจากเศราห์ชาวคูช (2พศด.14:8-15)

15:16   “มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชา พระราชาแห่งอิสราเอลตลอดสมัยของพระองค์ทั้งสอง”

(was war between Asa and Baasha king of Israel all their days.)

–อ้างอิงถึงความเป็นปรปักษ์ต่อกันที่มีมาตั้งแต่ก่อนจะแบ่งแยกอาณาจักร (ข.7,12:24;2พศด.15:19)

15:17   “สร้างเมืองรามาห์” (built Ramah) = สร้างป้อมปราการที่เมืองรามาห์ บาอาชาได้ชิง ดินแดนที่อาบียาห์แย่งไปจากเยโรโบอัมกลับมา (ข.7;2พศด.13:19) เนื่องจากรามาห์อยู่ทางใต้ของเบธเอลและประมาณ 8 กม.เหนือเยรูซาเล็ม

“เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปเฝ้าหรือออกมาจากอาสาพระราชายูดาห์” (permit no one to go out or come in to Asa king of Judah   ) = ปิดทางเข้าออกสู่เขตแดนของกษัตริย์อาสา (2พศด.15:9-10)

15:18   “เอาเงินและทองคำทั้งหมด” (all the silver and the gold) = ที่เหลือจากการที่ชิชักแห่งอียิปต์ปล้น

สะดมจากเยรูซาเล็ม  (14:25)

15:19   “ขอให้มีสนธิสัญญาระหว่างข้าพระเจ้ากับท่าน ดังที่มีอยู่ระหว่างพระราชบิดาของข้าพเจ้าและของท่าน“ (be a covenant between me and you, as there was between my father and your father)

= ขอให้เราเป็นพันธมิตรกันเหมือนพระราชบิดาของเราทั้งสอง

= การอ้างถึงการเป็นพันธมิตรของอาบียาห์และทับริมโมน แห่งอารัมที่ไม่เคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เมื่อทับริมโมนเสียชีวิต บาอาชาประสบความสำเร็จในการผูกมิตรไมตรีกับเบนฮาดัดผู้สืบทอด อาสาเห็นว่าไม่มีทางชนะบาอาชาได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากอารัม แม้ท่านจะทำสำเร็จ แต่ฮานานีผู้ทำนายก็ตำหนิว่า เป็นการกระทำที่โง่เขลา และปฏิเสธพระเจ้า (2พศด.16:7-10) ในการเชื่อวางใจให้พระองค์ปกป้องและคุ้มครอง (1ซมอ.17:11) ต่อมาอาหัสก็จะทำตามอย่างอาสาโดยขอความช่วยเหลือจากอัสซีเรีย เมื่อถูกอิสราเอลและอารัมโจมตี (2พกษ.16:5-9;อสย.7)

15:20   “นัฟทาลี” (Naphtali) = เมืองที่เบนฮาดัดพิชิตซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเส้นทางการค้าหลัก ๆ จากดามัสกัสไปยังไทระทางด้านตะวันตกและไปที่ราบชายฝั่งและอียิปต์ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านที่ราบยิสราเอลนั้น มาตัดกันในบริเวณนี้

-ต่อมาภายหลังพื้นที่นี้ถูกทิกลักปิเลเซอร์ที่ 3 แห่งอัสซีเรียยึดครอง (2พกษ.15:29)

15:21   “เมืองทีรซาร์” (Tirzah) -14:17

15:22   “ประกาศไปทั่วยูดาห์ไม่ยกเว้นใครเลย” (proclamation to all Judah, none was exempt  )

= เกณฑ์ทุกคนในยูดาห์ เป็นพฤติกรรมของอาสาที่คล้ายๆ กับที่ซาโลมอนเกณฑ์แรงงาน (5:13-14;11:28)

“เกบา…มิสปาห์” (Geba of Benjamin and Mizpah) = อาสาสร้างป้อมชายแดนไว้ 2 ป้อมเพื่อป้องกันไม่ให้บาอาชาขยายเขตแดนมาทางใต้  เกบาอยู่ทางตะวันออกของรามาห์ และมิสปาห์ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรามาห์

15:23   “พระราชกิจอื่น ๆ ทั้งหมดของอาสา” (all the acts of Asa) 2พศด.14:2-16:14

“ทรงประชวร…พระโรคขึ้นที่พระบาท” (he was diseased in his feet.) –2พศด.16:12

15:24   “เยโฮชาฟัทพระราชโอกาสของพระองค์ขึ้นครองราชย์แทน” (ehoshaphat his son reigned in his place.) -22:41-50;2พศด.17:1-21:1

15:25   “ปีที่สอง” (second year ) – ดูข้อ 1, ปีที่ 2 ของรัชกาลอาสาแห่งยูดาห์ตรงกับปีที่ 22 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของ   เยโรโบอัมแห่งอิสราเอล (ข.9,14:20)

“สองปี” (two years) = ปี 909-908 ก.ค.ศ.

15:26   “ในบาปซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย” (his sin which he made Israel to sin) -14:16

แม้อาบียาห์แห่งยูดาห์จะครอบครองเบธเอล ในช่วงรัชกาลของเยโรโบอัม (ข.7) แต่เป็นไปได้ว่าการนมัสการพระต่างชาติที่เยโรโบอัมได้เริ่มต้นไว้ยังคงดำเนินต่อไปในที่อื่นๆ จนกะะทั่งบาอาชายึดเบธเอลกลับคืนไปได้

15:27   “เมืองกิเบโธน” (Gibbethon) = เมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเยรูซาเล็มและยัฟฟา (คงห่างจากเกเซอร์ไปทางตะวันตกเพียงไม่กี่กิโลเมตร ในเขตแดนที่ดั้งเดิมถูกจัดสรรให้แก่เผ่าดาน (ยชว.19:43-45)

-เมืองคนเลวีเมืองนี้(ยชว.21:23) คงจะตกเป็นของฟิลิสเตียในช่วงที่ฟิลิสเตียขยายอาณาจักรในยุคผู้วินิจฉัย

15:28   “ปีที่สามแห่งรัชกาลอาสา” (the third year of Asa) = ปี 908 ก.ค.ศ. บาอาชาน่าจะเป็นแม่ทัพในกองทัพของนาดับ และได้รับการสนับสนุนจากกองทัพให้ก่อการยึดบัลลังก์

15:29   “ตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์” (the word of the Lord ) = ตามที่พระเจ้าตรัสผ่านทางอาหิยาห์ใน 14:10-11

15:30   “บาปต่าง ๆ ของเยโรโบอัมที่ได้ทรงกระทำ” (sins of Jeroboam that he sinned  )= บาปของเยโรโบอัมเป็นที่เกลียดชังของพระเจ้า เพราะไม่เพียงแค่ท่านกระทำ แต่ยังนำคนอื่นให้กระทำตามด้วย (14:16)

15:32   “มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชา…ตลอดสมัยของทั้งสองพระองค์” (was war between Asa and Baasha king of Israel all their days.) = การล่มสลายของราชวงศ์เยโรโบอัม ไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 อาณาจักรดีขึ้น

15:33   “ในปีที่สามแห่งรัชกาลอาสา” (In the third year of Asa) = ปี 908  ก.ค.ศ.

          “เป็นเวลา 24 ปี” (twenty-four years) = ปี 908-886 ก.ค.ศ.

ปีครองรายช์อย่างเป็นทางการนั้นนับเป็น 24 ปี แม้ว่าจริง ๆ แล้วจะครองเพียง 23 ปี (16:8)

15:34   “ในบาปของพระองค์ ซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย” (in his sin which he made Israel to sin.)

-14:16 = คำตัดสินว่า การครองราชย์ของบาอาชา ไม่ได้ดีไปกว่าการครองราชย์ของนาดับก่อนหน้านี้เลย (ข.26)

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยรู้สึกผิดหวังกับการที่ผู้ปกครองหรือผู้นำประเทศกระทำผิดบาปบ้างหรือไม่?  ในสมัยของใครในช่วงใด? และเรื่องอะไร?
  2. คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับการขัดแย้งหรือการต่อสู้กันเองระหว่างคนในชาติหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์อะไร? และสิ่งนี้สอนอะไรคุณบ้าง?
  3. มีเหตุการณ์ใดบ้างที่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณชื่นใจจากการกระทำของผู้ปกครอง(รัฐบาล/สถาบันกษัตริย์)? ในเรื่องอะไร? ทำไมจึงทำให้รู้สึกพึงพอใจ?
  4. มีเหตุการณ์ใดที่คุณภาคภูมิใจกับความกล้าหาญในการจัดการหรือกำจัดบุคคล(ผู้มีอำนาจ/อิทธิพลสูง) หรือสิ่งที่น่ารังเกียจในแผ่นดินไทย?  ใครเป็นผู้กระทำ และกระทำต่อผู้ใด? ในเรื่องอะไร? ผลที่เกิดขึ้นคืออะไร?
  5. มีเหตุการณ์ใดบ้างที่ประเทศไทยต้องจ่ายราคาสูงจากการเป็นพันธมิตรกับบางประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ? คุณคิดว่าคุ้มหรือไม่?   ทำไม?
  6. มีบาปอะไรบ้างที่คนไทยทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานที่นำภัยและปัญหามาสู่ประเทศชาติของเรา? และเราควรจะมีส่วนร่วมแก้ไขหรือกำจัดบาปเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง?
  7. คุณได้เห็นหรือได้รับบทเรียนอะไรเป็นพิเศษจากพระธรรมในตอนนี้ (15:1-34)?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.