ธ.ค. 182013
 

christmas dec

พระธรรม      มัทธิว 1:1-17

อ้างอิง           ลูกา 3:23-38;1พงศาวดาร 3:10-17;นางรูธ 4:18-22;2ซามูเอล 7:12-16;อิสยาห์ 9:6-7;11:1

บทนำ             มัทธิว เป็นพระกิตติคุณเล่มแรก เน้นการประสูติ การกระทำพันธกิจและการสอนของพระเยซูคริสต์ เน้นหลักการหรือหัวข้อมากกว่าการเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์  และมีการคัดลอกข้ออ้างอิงจากพระคัมภีร์เดิม ราว 50 ตอน  และอีก 75 ตอน อ้างถึงเหตุการณ์ในพระคัมภีร์เดิม มัทธิวเน้นให้เห็นว่า พระเยซูคริสต์คือ พระเมสิยาห์ ที่สืบเชื้อสายมาจากดาวิดตามพระสัญญาที่สืบเนื่องมาจากอับราฮัม (2ซมอ. 7:12-17;ปฐก. 12:3) และเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ในวันคริสตมาส!

บทเรียน

  1:1  “หนังสือลำดับพงศ์ของพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด ผู้สืบตระกูลเนื่องมาจากอับราฮัม” 

        (A record of the genealogy of Jesus Christ the son of David, the son of Abraham)  

 1:2 “ อับราฮัมมีบุตรชื่ออิสอัค อิสอัคมีบุตรชื่อยาโคบ ยาโคบมีบุตรชื่อยูดาห์และพี่น้องของเขา”                 

     ( Abraham was the father of Isaac, Isaac the father of Jacob,Jacob the father of Judah and his brothers,)

1:3 “ยูดาห์มีบุตรชื่อเปเรศกับเศราห์เกิดจากนางทามาร์ เปเรศมีบุตรชื่อเฮสโรน เฮสโรนมีบุตรชื่อราม”

(Judah the father of Perez and Zerah, whose mother was Tamar, Perez the father of Hezron,  Hezron the father of Ram,)

1:4 “ รามมีบุตรชื่ออัมมีนาดับ อัมมีนาดับมีบุตรชื่อนาโชน นาโชนมีบุตรชื่อสัลโมน”

 (Ram the father of Amminadab,Amminadab the father of Nahshon, Nahshon the father of  Salmon,)

1:5  “สัลโมนมีบุตรชื่อโบอาสเกิดจากนางราหับ โบอาสมีบุตรชื่อโอเบดเกิดจากนางรูธ โอเบดมีบุตรชื่อเจสซี”

(Salmon the father of Boaz, whose mother was Rahab,Boaz the father of Obed, whose mother was Ruth,Obed the father of Jesse,)

1:6  “เจสซีมีบุตรชื่อดาวิดผู้เป็นกษัตริย์ ดาวิดมีบุตรชื่อซาโลมอนเกิดจากนางซึ่งแต่ก่อนเป็นภรรยาของอุรียาห์”

(and Jesse the father of King David. David was the father of Solomon, whose mother had been  Uriah’s wife,)

1:7 “ซาโลมอนมีบุตรชื่อเรโหโบอัม เรโหโบอัมมีบุตรชื่ออาบียาห์ อาบียาห์มีบุตรชื่ออาสา”                           

    (Solomon the father of Rehoboam, Rehoboam the father of Abijah, Abijah the father of Asa,)

1:8  “อาสามีบุตรชื่อเยโฮชาฟัท เยโฮชาฟัทมีบุตรชื่อโยรัม โยรัมมีบุตรชื่ออุสซียาห์”

(Asa the father of Jehoshaphat,Jehoshaphat the father of Jehoram,Jehoram the father of  Uzziah,)

1:9  “อุสซียาห์มีบุตรชื่อโยธาม โยธามมีบุตรชื่ออาหัส อาหัสมีบุตรชื่อเฮเซคียาห์”

  (Uzziah the father of Jotham,Jotham the father of Ahaz,Ahaz the father of Hezekiah,)

1:10  “เฮเซคียาห์มีบุตรชื่อมนัสเสห์ มนัสเสห์มีบุตรชื่ออาโมน อาโมนมีบุตรชื่อโยสิยาห์”

       (Hezekiah the father of Manasseh,Manasseh the father of Amon,Amon the father of Josiah,)

1:11 “ โยสิยาห์มีบุตรชื่อเยโคนิยาห์กับพวกพี่น้องของท่าน เกิดเมื่อคราวต้องถูกกวาดไปเป็นเชลยยังกรุงบาบิโลน”

     (and Josiah the father of Jeconiah and his brothers at the time of the exile to Babylon.)

1:12 “ ครั้นต้องถูกกวาดไปยังกรุงบาบิโลนแล้ว เยโคนิยาห์ก็มีบุตรชื่อเชอัลทิเอล เชอัลทิเอลมีบุตรชื่อเศรุบบาเบล”

(After the exile to Babylon:Jeconiah was the father of Shealtiel,Shealtiel the father of  Zerubbabel,)

1:13  “เศรุบบาเบลมีบุตรชื่ออาบียุด อาบียุดมีบุตรชื่อเอลียาคิม เอลียาคิมมีบุตรชื่ออาซอร์”

(Zerubbabel the father of Abiud,Abiud the father of Eliakim, Eliakim the father of Azor,)

1:14  “อาซอร์มีบุตรชื่อศาโดก ศาโดกมีบุตรชื่ออาคิม อาคิมมีบุตรชื่อเอลีอูด”

 (Azor the father of Zadok, Zadok the father of Akim, Akim the father of Eliud,)

1:15 “ เอลีอูดมีบุตรชื่อเอเลอาซาร์ เอเลอาซาร์มีบุตรชื่อมัทธาน มัทธานมีบุตรชื่อยาโคบ”

     (Eliud the father of Eleazar, Eleazar the father of Matthan, Matthan the father of Jacob,)

1:16  “ยาโคบมีบุตรชื่อโยเซฟ สามีของนางมารีย์ พระเยซูที่เรียกว่าพระคริสต์ก็ทรงบังเกิดมาจากนางมารีย์นี้”

(and Jacob the father of Joseph, the husband of Mary, of whom was born Jesus, who is    called Christ.)

  1:17  “ดังนั้นตั้งแต่อับราฮัมลงมาจนถึงดาวิดจึงเป็นสิบสี่ชั่วคน และนับตั้งแต่ดาวิดลงมา  จนถึงต้องถูกกวาดไปเป็นเชลยยังกรุงบาบิโลน เป็นเวลาสิบสี่ชั่วคน และนับตั้งแต่ต้องถูกกวาดไปเป็นเชลย ยังกรุงบาบิโลนจนถึงพระคริสต์เป็นสิบสี่ชั่วคน

( Thus there were fourteen generations in all from Abraham to David, fourteen from David to the exile to Babylon, and fourteen from the exile to the Christ.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

1:1       “ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด” (the son of David)

= นามของพระเมสิยาห์  ผู้ซึ่งกำลังเสด็จกลับมา (มธ. 9:27;12:23;20:30;21:9;22:44-45)

           “ผู้สืบตระกูลเนื่องจากอับราฮัม” (the son of Abraham)

= เพราะมัทธิวเขียนถึงชาวยิว จึงจำเป็นต้องแสดงตัวของพระเยซูว่า มาจากเชื้อสายของอับราฮัม

1:3,5,6 “ทามาร์” (Tamar) –น่าสนใจที่มัทธิวอ้างนามของ “สตรี”หลายคน โดยเริ่มจาก ทามาร์ (ข.3; ปฐก. 32:24- 30), ราหับ (ข.5,ยชว.2:1;ฮบ. 11:31), รูธ (ข.51, นรธ.1:4), บัธเชบา มารดาของซาโลมอน (ข.16,2ซมอ.12:24) และมารีย์ (ข.16)  เพราะทามาร์ และราหับต่างทำตัวเป็นหญิงโสเภณี, รูธเป็นหญิงต่างด้าวชาวโมอับ, บัธเชบาเป็นหญิงมีสามีที่ดาวิดเป็นชู้ด้วย

1:4       “อัมมีนาดับ” (Amminadab) –เป็นพ่อตาของอาโรน (อพย. 6:23)

1:8       “โยรัม” ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Jehoram”

ในข้อนี้ภาษาไทยเขียนว่า  “โยรัมมีบุตรชื่ออุสซียาห์” แต่ในภาษาต้นฉบับจะเขียนว่า .. “Jehoram the father of Uzziah”

แต่คำว่า “father” ในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึง “พ่อ” (father) จริง ๆ แต่หมายถึง “บรรพบุรุษ” (forefather) ดังที่ 2 พงศาวดาร 21:4-26:23 บันทึกไว้ว่ามีหลายช่วงสมัย  (อาหัสยาห์, โยอาช, อามาชิยาห์) ก่อนจะถึงสมัยของ อุสซียาห์

1:11     “โยสิยาห์มีบุตร” (Josiah the father) –ก็เช่นเดียวกันกับในข้อ 8

ในตอนนี้ โยสิยาห์ถูกเรียกว่า “บิดา” ของ เยโคนิยาห์ (เยโฮยาคีน)  ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วพระองค์เป็นบิดาของเอลียาคิม (เยโฮยาคิม) กับเยโฮอาหาส  แต่เป็นปู่ของเยโฮยาคีน (2พศด. 36:1-9;1พศด 3:16)

1:12     “เชอัลทิเอลมีบุตร” (shealtiel the father..)

= ในตอนนี้กล่าวว่า เชอัลทิเอล มีบุตรชื่อ เศรุบบาเบล  แต่ที่จริงแล้ว พระองค์เป็นปู่ของเศรุบบาเบล (1พศด.3:17-18)

1:16     “โยเซฟ สามีของนางมารีย์” (Joseph the husband of Mary)

= น่าสนใจที่มัทธิวไม่ได้พูดว่า โยเซฟเป็นบิดาของพระเยซู เพียงแต่พูดว่า เขาเป็นสามีของมารีย์ และพระเยซูบังเกิดจากเธอ

ในลำดับพงศ์พันธ์นี้ มัทธิวแสดงให้เห็นว่า แม้พระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นบุตรทางกายภาพของโยเซฟ แต่พระองค์ก็เป็นบุตรที่ชอบธรรมตามกฎหมาย

จึงนับ ได้ ว่า เป็นเชื้อสายของดาวิด

1:17     “สิบสี่ชั่วคน…สิบสี่ชั่วคน”  (fourteen generations…… fourteen …….fourteen)

= การแบ่งพงศ์พันธุ์ในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นลักษณะเฉพาะตัวของพระธรรมมัทธิว ดังนี้

1)      มัทธิว ชอบเล่าเรื่องตัวเลข

2)      มัทธิว สนใจการจัดเรื่องราวให้เป็นระบบ

หมายเลข 14 นั้นเข้าใจว่า มาจาก หมายเลข 7×2 ซึ่งปกติ  7 เป็นเลขแห่งความสมบูรณ์ และยังเป็นจำนวนมูลค่ารวมของตัวอักษรในคำว่า “ดาวิด” อีกด้วย (วว. 13:18) อย่างเช่น มัทธิว ไม่ได้บันทึกชื่อคนทุกคน ในพงศ์พันธุ์ระหว่างอับราฮัม และดาวิด (ข.2-6), ระหว่างดาวิดถึงช่วงอพยพ (ข.6-11)  และระหว่างการอพยพถึงพระเยซู (ข.12-16) –การนับคนในตระกูลของชาวยิวไม่จำเป็นต้องนับชื่อทุกคน

อย่างไรก็ตาม รายชื่อพงศ์พันธุ์ของมัทธิว ตอบคำถามสำคัญมากที่ชาวยิวมักจะถาม  นั่นคือ  คนที่อ้างตนว่าเป็นกษัตริย์นั้นเป็นลูกหลานของดาวิดตามเชื้อสายที่มีสิทธิครอบครองบัลลังก์หรือไม่?

และมัทธิวตอบชัดเจนว่า พระเยซูคือเชื้อสายอันชอบธรรมของดาวิด!

คำถามนำอภิปราย

  1. ทำไมมัทธิว จึงโยงลำดับพงศ์พันธ์ของพระเยซูคริสต์ ไปโดยตรงที่ “ดาวิด” แทนที่จะเป็นที่ “อับราฮัม” ?
  2. ทำไมมัทธิว จึงเน้นตัวเลข “14 “ ในการจัดลำดับพงศ์พันธ์เชื้อสายของพระเยซูคริสต์?
  3. ในลำดับพงศ์พันธ์ของพระเยซูคริสต์ มีรายนามของผู้หญิงกี่คน?   ใครบ้าง?  คนเหล่านั้นมีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร?  ทำไมพระเจ้าทรงเรียกและใช้พวกเธอ?
  4. คุณได้รับบทเรียนอะไรจากการที่พระเจ้าทรงเลือกพวกเธอให้เป็นบรรพบุรุษของพระเยซูคริสต์ และมัทธิวเองก็ เอ่ยถึงนามของพวกเธอในบทนี้?

4.1 มัทธิว ไม่เขียนว่า “โยเซฟ มีบุตรชื่อพระเยซู” หรือ “พระเยซูเป็นบุตรของโยเซฟ” แต่ใช้คำเพียงว่า “โยเซฟ สามีของมารีย์….พระเยซู….ก็ทรงบังเกิดมาจากนางมารีย์”  คุณคิดว่า ทำไมมัทธิวจึงเขียนเช่นนั้น เขามีเจตนาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?   อย่างไร?

4.2 ทำไมพระเจ้าจึงยอมให้ชนชาติอิสราเอลต้องทนทุกข์จากการถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลนด้วย?  ทำไมพระองค์ไม่ช่วยเหลือปกป้องพวกเขาในฐานะที่เป็นชนชาติของพระองค์?

5. คุณได้รับบทเรียนอะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)