ม.ค. 202014
 

มองอดีต

ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล (ยากอบ 2:17)

เมื่อฉันอายุ 31 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และลามไปต่อมน้ำเหลือง

สามเดือนต่อมา ฉันยืนอยู่หน้ากระจกเงา เต้านมข้างหนึ่งเปลี่ยนรูปไปเพราะการผ่าตัด น้ำหนักขึ้นสิบกว่ากิโลจากการผ่าตัดครั้งที่สอง และเข้าสู่วัยทองก่อนเวลาอันควร ผิวของฉันหมองคล้ำจากการบำบัดด้วยคีโมที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

ฉันจำตัวเองไม่ได้ ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง  ชีวิตคืออะไรที่ไม่แน่นอน และส่วนใหญ่ผ่านไปด้วยความหวาดกลัว

ฉันอยากจะเข้มแข็งเพื่อลูกน้อยทั้งสาม

ฉันอยากจะเข้มแข็งเพื่อสามี ที่กำลังอ่อนแอลงไป เพราะไม่รู้จะรับมืออย่างไรขณะที่ภรรยาอายุยังน้อยต้องต่อสู้กับมะเร็งร้าย

ฉันอยากจะเข้มแข็งเพื่อแม่ที่แอบถ่ายรูปฉันไว้ทุกทีที่เผลอ เก็บภาพความทรงจำของลูกสาวที่เธอรัก เพราะหวั่นใจว่าจะอยู่อีกไม่นาน

ฉันจะไปหากำลังนี้ได้จากไหน?

ในท่ามกลางภาวะที่เหมือนพายุในทะเล ความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นเหมือนสมอให้กับฉัน นอกจากนั้น พระเจ้าทรงเตรียมคนมาช่วยแบ่งเบาภาระให้

กำลังของพวกเขาเป็นกำลังให้ฉันในรูปแบบความช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เป็นความเชื่อที่ลงมือทำตามที่ยากอบ 2:17 กล่าวไว้  ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล

ในช่วงลำบากที่ต้องรักษาตัวและฟื้นตัว พระคำข้อนี้เป็นจริงครั้งแล้วครั้งเล่า

สามีภรรยาข้างบ้านมาช่วยตัดหญ้าเล็มกิ่งไม้ให้ทุกสัปดาห์ ขณะที่ฉันนั่งรับคีโม  บางคนไปจ่ายของให้ บางคนช่วยทำความสะอาดบ้าน เอารถไปเติมน้ำมัน และช่วยทำอาหาร – ความเชื่อที่เป็นการกระทำนี้ช่วยแบ่งเบาภาระและช่วยค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวเราต้องแบกรับ

เพื่อนๆไปนั่งรอเป็นเพื่อนสามีที่หน้าห้องผ่าตัด พาลูกๆไปกินไปเที่ยว – ความเชื่อที่เป็นการกระทำนี้ช่วยยกความทุกข์ใจในเรื่องลูกๆและสามี

เพื่อนคนหนึ่งทำอะไรขำๆให้ตลอดเวลาแห่งข่าวร้ายนั้น ยาแห่งกำลังใจให้อีกขนาน  บางคนซื้อลูกโป่งสีสวยพร้อมรอยยิ้มมาผูกไว้ที่เก้าอี้คีโม – ความเชื่อที่เป็นการกระทำนี้ช่วยแบกรับความเศร้าโศก และทำให้ฉันหัวเราะได้

บางทีฉันต้องหยิกตัวเอง ไม่อยากเชื่อเลย ผ่านไป 23 ปีแล้ว ลูกน้อยทั้งสามเดี๋ยวนี้โตเป็นผู้ใหญ่และกำลังจะมีหลาน ฉันและสามีกำลังแก่เฒ่าไปด้วยกัน สำหรับฉัน มะเร็งเป็นถ้อยคำแห่งอดีต แต่ความเชื่อที่เป็นการกระทำถักทอจนเป็นถ้อยคำของปัจจุบัน

ฉันไม่มีวันลืมสิ่งเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงสิ่งใหญ่ที่หลายคนเข้ามาโอบอุ้มครอบครัวเราไว้ในช่วงวิกฤติของชีวิต บางครั้งเราคิดว่าความเชื่อที่เป็นการกระทำต้องเป็นเรื่องใหญ่ๆ ซึ่งก็ใช่ แต่เรื่องเล็กน้อยก็ใช่เช่นกัน ยากอบ 2:17 ไม่ได้ลดความงามของความเชื่อลง แต่บอกเราให้ลงมือนำความเชื่อนั้นมาสร้างผลกระทบที่เปลี่ยนชีวิตให้กับผู้อื่น

ที่คริสตจักร เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม หรือบางที่ในชุมชนของคุณ ใครบางคนกำลังอยู่ในวิกฤติ อาจมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย สับสนหรือหวาดกลัว และถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะพูดหรือทำอะไร  มองหาความต้องการของพวกเขาและตอบสนองตามนั้น ตั้งใจทำในสิ่งที่เราทำได้

นำความเชื่อมาเป็นการกระทำ นำอาหาร ความรัก เสียงหัวเราะ แบ่งเบาภาระเรื่องลูกๆ หรือช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้พวกเขานะคะ

โดย : Suzie Eller

Encouragement for today : www.crosswalk.com

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)