montri

มี.ค. 182013
 

ในสมัยนั้นยังไม่มีกษัตริย์ในอิสราเอล  ทุกคนก็กระทำตามที่ตนเองเห็นชอบ (ผู้วินิจฉัย 17:6)

หนังสือผู้วินิจฉัยในพระคัมภีร์เดิมพูดถึงช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผู้คนต่างก็ทำในสิ่งที่ตนเองเห็นชอบ และในหนังสืออิสยาห์มีคำเตือนว่า “วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เรียกความชั่วร้ายว่าความดี และความดีว่าความชั่วร้าย ผู้ถือเอาว่าความมืดเป็นความสว่าง และความสว่างเป็นความมืด ผู้ถือเอาว่าความขมเป็นความหวาน และความหวานเป็นความขม” (อิสยาห์ 5:20)

นี่เป็นสิ่งเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นในวัฒนธรรมของเรา เราเยาะเย้ยความดี และยกย่องความเลว เราหัวเราะเมื่อเห็นคนพยายามดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง และครอบครัวที่มีสามีเดียว ภรรยาเดียวช่วยกันเลี้ยงลูกกลายเป็นครอบครัวในนวนิยายไปแล้ว

วัฒนธรรมที่ล้ำยุคของเรา ถูกความเชื่อเรื่องความจริงไม่เที่ยงแท้เข้ามาควบคุม ทุกอย่างคว่ำกลับด้านหมด และจำเป็นต้องให้คริสตจักรที่คว่ำกลับผิดด้านพลิกด้านที่ถูกขึ้นมา ในหนังสือกิจการ 17:6 เราพบคำชมเชยคริสตจักรในยุคแรกว่า “คนเหล่านั้นที่เป็นพวกคว่ำโลกมนุษย์มาที่นี่ด้วย” คริสตจักรในศตวรรษที่หนึ่งได้คว่ำโลก เราควรต้องทำเช่นเดียวกันในวัฒนธรรมทุกวันนี้ของเราด้วย

แล้วเราจะยื่นมือไปถึงคนที่ไม่เชื่อในสมบูรณาสิทธิราชย์ทางศีลธรรม (ตัดสินผิด−ถูกเด็ดขาดโดยไม่รับฟังเหตุผล หรือที่มาที่ไปของการทำผิดนั้นๆ) ได้อย่างไร? เป็นได้หรือไม่ ที่จะให้พวกเขามีโอกาสได้ศึกษาพระวจนะ? เราจำต้องยื่นมือออกไปสู่วัฒนธรรมล้ำยุค และเชื่อมั่นว่าเรามีโอกาสทำได้เช่นนั้น

บิลลี่ เกรแฮมกล่าวว่า “การหว่านพระกิตติคุณเป็นเรื่องเร่งด่วนเสมอ ชะตากรรมของมนุษย์และประเทศชาติถูกตัดสินอยู่ตลอดเวลา ทุกยุคต่างก็มีกลยุทธของตน เราไม่ต้องรับผิดชอบต่อยุคเก่าก่อนในอดีต และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเต็มตัวสำหรับยุคหน้า แต่เราต้องรับผิดชอบเมื่อยุคนี้อยู่ในมือเรา”

ผมจริงจังกับเรื่องนี้มาก ต้องการจะทำทุกอย่างที่ทำได้ตามศักยภาพที่พระเจ้าประทานให้ นำพระกิตติคุณไปสู่ผู้คนในยุคของผม เราถูกเรียกให้เข้าไปมีส่วนอยู่ในวัฒนธรรมในยุคของเราครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 Posted by at 12:00 am
มี.ค. 102013
 

10 มีนาคม 2013

เอกสารสำคัญ กรุณาอ่านให้ถี่ถ้วน

สวัสดีครับพี่น้อง CJ

ผมขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้เรามีนักเทศน์พิเศษมาแบ่งปันพระวจนะของพระเจ้ากับเราคือ  Rev. Ricky Cunningham ทุกคนที่เข้ารับการอบรมพระธรรม “เอเฟซัส” ทั้งที่พัทยา และที่ BSC คงเป็นพยานได้ถึงพระพรมากล้นที่ได้รับจากพระเจ้าผ่านมาทางท่าน !

ผมดีใจที่อาทิตย์ที่แล้วเรามี 2 ท่านที่ต้อนรับพระคริสต์ คือ 1 คุณโดโน  2. คุณหมด

ขอพระเจ้าทรงนำให้ทั้ง 2 เติบโตขึ้นในพระกายของพระคริสต์

ผมดีใจเช่นกันที่มีพี่น้องบางท่านที่ห่างหายไปนานกลับมาคริสตจักรอีกครั้ง และดีใจที่เวลานี้ ผู้นำ 10 กลุ่มพันธกิจของคริสตจักร CJ กำลังพร้อมจะขับเคลื่อนคริสตจักรผ่านการรับใช้ในด้านต่าง ๆ   โดยวันนี้ขอเริ่มต้นจากกลุ่มหนูตะเภา (หนูทดลอง) ที่จะมีส่วนในการรับใช้ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งมีคุณกระดาษ (ผู้เชื่อใหม่)เป็นผู้ประสานงานทีม แล้วในอาทิตย์หน้าจะได้พบกับกลุ่มที่เป็นมือ Pro คือกลุ่มที่มีคุณโบ เป็นผู้นำจะมารับใช้ทุกท่าน! และอาทิตย์หน้าอย่าลืมเตรียมตัวมาร่วมแสดงความยินดีกับพี่น้องที่จะรับบัพติศมาจำนวน 13 คนดังนี้

1. คุณ ธีระชัย สุริยะพงษ์ (กระดาษ)   2.คุณสุกันยา ชมกลิ่น  (แอน)  3. คุณคณิตา ปรีมนวงศ์ (ปาล์ม)

4. คุณสมฤทัย ตู้บางช้าง (ต่าย)   5. คุณศิริกัญญา ทองด้วง (อั้ม)   6. คุณปัญจรัตน์ ธาระเขตต์ (เจ็มส์)

7. คุณรุจิรดา แปงจ้อง (ดา)     8. คุณชุติมา นิรันต์สิทธิรัชต์ (ชุ)     9. คุณทยากร สุวรรณสุทธิ (บี๋)

10. คุณชรัฏฐา อภิพัฒน์สว่างกุล (ส้ม) 11. คุณรยา เริ่มสินธุ์ (ฝิ่น) 12. คุณษมาน กิตติจรส (บิ้ก)

13. คุณผกาวรรณ การุณกรสกุล (บี)

(วันนี้ บ่ายขอร่วมแสดงความยินดีกับคริสตจักรลูกของเราคือ Agape (CL) ด้วยนะครับที่มีผู้รับบัพติศมา 8 คน)

ตอนนี้ผู้ใดยังไม่มีหนังสือ 2 เล่ม ต้องหามาครอบครอง อ่านและศึกษาให้ได้นะครับ คือ

1. “คริสเตียนทำได้ไหม?”

2. “ร่วมกันสร้างคริสตจักรของพระเจ้าในประเทศไทย” (ศึกษาพระธรรมเอเฟซัส)

หากใครไม่มี 2 เล่มนี้ ผมถือว่า ไม่ใช่ CJ แท้นะครับ เพราะว่า CJ แท้เราจะไปด้วยกัน!

ขอพี่น้อง CJ ล้อคเวลาไปค่ายด้วยกันในวันที่ 14 – 16 มิถุนายน 2013 นี้นะครับ โดยขอให้ทุกท่านกรุณาหยุดงานหรือลางานวันที่ 14 ณ บัดนี้เลยครับ! เพราะค่ายปีนี้จะ แปลกกว่าทุกปีที่ผ่านมา

เพราะเราต้องการให้ทุกท่านเป็นพระเอก – นางเอก ของค่ายนี้ (ขออธิษฐานเผื่อและติดตามข่าวต่อไป)

อย่าลืมนะครับว่า ถ้าท่านเป็นสมาชิกของ CJ ท่านควรมีใจเป็นผู้ให้ “ความสุข” แก่ผู้อื่นด้วย

ผมจึงขอให้ท่านสมัครเป็นผู้ให้ โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มพันธกิจ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยติดต่อสมัครได้ดังนี้

กลุ่มตัวอย่าง ผม (ธงชัย)

กลุ่ม 1  คุณโบ                                     กลุ่ม 2  ครูแอน

กลุ่ม 3 คุณหลุยส์                                กลุ่ม 4 คุณเอ๋(ฟั่น)

กลุ่ม 5 คุณเล็ก                                    กลุ่ม 6 คุณฝา

กลุ่ม 7 คุณแดง                                    กลุ่ม 8 คุณคริส

กลุ่ม 9 คุณฤทธิ์                                    กลุ่ม 10. คุณป้อง

ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครใจเข้ากลุ่มพร้อมเสียสละหรือ commit ตัวในเรื่องต่อไปนี้

  1. F-inance (เงิน/สิ่งของ) –เมื่อมีโอกาสจะให้
  2. A-bility (ความรู้/ความสามารถ) –เมื่อต้องการ
  3. T-ime (เวลา) –เมื่อจำเป็น
  4. E-nergy (แรงกาย) – เมื่อเร่งด่วน

ผมหวังว่าจะไม่มีใครใน CJ เป็นคนว่างงานแอบแฝงอยู่เลยนะครับ?

ประกาศ:

วันพฤหัสเย็น (14 มี.ค) เรากลับมาศึกษาพระคัมภีร์ 1พงศ์กษัตริย์ ด้วยกันนะครับ อย่าพลาด บทเรียนดีมาก!  แล้วพบกันอาทิตย์หน้า และร่วมยินดีกับพี่น้องที่จะรับบัพติศมานะครับ!

ขอพระเจ้าอวยพระพร

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ศิษยาภิบาล

 Posted by at 12:00 am
มี.ค. 092013
 

“วิธีที่ดีที่สุดในการโยนลูกเต๋าก็คือ โยนมันทิ้งไป!”

(The best throw of the dice is to throw them away.)

    คนอังกฤษเขามีสุภาษิตดี ๆ ข้างต้นเอาไว้เตือนสติคนชนชาติของเขาเองว่า อย่าเล่นการพนัน!

การเล่นพนันเป็นนิสัยที่แก้ไขหรือเลิกยากของคนไทยจำนวนไม่น้อย !

แต่จริง ๆ แล้งทุกอย่างอยู่ที่ใจ! “การเล่นพนัน” ก็เหมือนกับการเสพติดอย่างอื่น ๆ โดยปกติหากว่าเราติดใจในสิ่งใดก็ถือว่า ยากที่จะเลิกราหรือละจาก!

และดูเหมือนว่า แรงดึงดูดของการเล่นพนันนั้นก็ช่างรุนแรง และทรงพลังมากเกินกว่าที่บุคคลใดที่ถูกดูดเข้าไปแล้วจะออกมาได้ด้วยอาศัยตัวเองหรือกำลังของตนโดยลำพังจริง ๆ !

จากสถิติ คนไทยเกือบ 77 % เคยเล่นพนันมาแล้วโดยที่ผู้เล่นอายุต่ำสุดนั้นมีอายุเพียง 7 ปี และเล่นครั้งแรก ๆ ก็ในบ้านละแวกบ้าน หรือในโรงเรียน (คงไม่มีคนไหนมาเริ่มเล่นการพนันในโบสถ์นะ!)

มีการสำรวจพบว่า ธุรกิจพนันผิดกฎหมายสูงสุด 3 อันดับแรกคือ

  1. หวยใต้ดิน
  2. บ่อนเถื่อน
  3. พนันฟุตบอล

ซึ่งทำเงินให้กับผู้ให้บริการพนันสูงถึง 138,000 – 277,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้เงินสะพัดในอุตสาหกรรมพนันสูงถึง 357,275 ล้านบาทต่อปี ในประเทศไทย

การพนันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หวยใต้ดิน (กินรวบ)และสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมีจำนวนคนเล่นสูงพอ ๆ กัน  คือ เกือบ 20 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนตลอดปีสูงถึง 178,827 ล้านบาท (สลากกินแบ่งมียอดพิมพ์จำนวนงวดละ 68 ล้านฉบับ)

เห็นไหมครับว่า สังคมไทยติดการพนันกันงอมแงมขนาดไหน นี่ยังไม่นับการพนันในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ  มวย ,มวยตู้,  ม้าแข่ง ,พนันอินเตอร์เน็ต, ไพ่, กีฬาพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น ไก่ชน และสารพัดหวย อาทิ  หวยออมสิน,  หวย ธ.ก.ส. ,หวยปิงปอง ฯลฯ

จนกล่าวได้ว่า “หวยไม่มีวันตาย” ไปจากสังคมไทย

ผลจากการวิจัยพบว่า แรงจูงใจของการเล่นหวยก็คือ ความโลภ  หรือความอยากรวย!

ตัวอย่าง หากถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจะได้บาทละ 65 บาท ถ้าซื้อ 100 บาท หากถูกจะได้เงิน 6,500 บาท  ถ้าซื้อ 1,000 ได้ 65,500 บาท ทั้ง ๆ ที่โอกาสที่จะถูกรางวัลนั้นมีน้อยมาก จึงนับว่าเป็นการซื้อฝันที่มีความเสี่ยงถูกกินมากกว่าได้!

แต่นี่คือ ความหวังของคนที่ต้องการเงิน!

แต่พระเจ้าตรัสว่า เราไม่ควรที่จะโลภเงินทอง เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุของความทุกข์โดยไม่จำเป็น ดังคำเตือนของ อ.เปาโลที่ว่า…

“ส่วนพวกที่อยากร่ำรวยก็ตกอยู่ในการล่อลวงและติดกับดักของ ความอยากมากมายที่โง่เขลาและอันตราย ซึ่งฉุดคนเราให้ลงไปสู่ความพินาศและความย่อยยับ เพราะว่า การรักเงินทองเป็นรากเหง้าของความชั่วทั้งหมด ความโลภเงินทองนี้ที่ทำให้บางคนหลงไปจากความเชื่อ และตรอมตรมด้วยความทุกข์มากมาย  (1ทิโมธี 6:9-10)

เราจึงไม่ควรที่จะให้เงินทองจากการพนันมากลายเป็นที่พึ่งหรือความหวังในชีวิตของเรา หากเรายังคงเล่นการพนันด้วยความโลภหวังได้เงินอยู่ก็จงเลิกเล่นการพนันทุกชนิดตั้งแต่บัดนี้เลยจะดีกว่า !

ใช่ครับ!  จงโยนลูกเต๋า(การพนัน) ทิ้งไป ณ บัดนี้เลย!

มิฉะนั้นลูกเต๋านั้นจะโยนชีวิตของเราทิ้งถังขยะไป!

ผู้ที่เราสมควรจะเข้าพึ่งพิงขอสติปัญญา ความสามารถ และเรี่ยวแรงในการหาเงินทองเพื่อใช้จ่ายในชีวิตอย่างสุจริต และมีเกียรตินั้นมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะช่วยเหลือเราได้อย่างแท้จริง คือ พระเจ้าแห่งความหวัง!

เมื่อเราเข้าพึ่งพิงพระองค์เราจะได้พบกับความชื่นชมยินดีและสันติสุขอันแท้  โดยไม่ต้องเอาชีวิตและทรัพย์สินที่มีอยู่ไปเสี่ยงกับการพนันโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป

สมดังคำอวยพรของ อ.เปาโลที่ว่า…

“ขอ​พระเจ้า​แห่ง​ความหวัง​โปรด​ให้​ท่าน​บริบูรณ์​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี และ​สันติสุข​ใน​ความ​เชื่อ เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เปี่ยม​ด้วย​ความหวัง​โดย​ฤทธิ์เดช​แห่ง​พระวิญญาณ​ บริสุทธิ์”   (โรม 15:13)

ซึ่งจะดีกว่ากันเยอะเลย จริงไหมครับ?

       ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

 

 

 Posted by at 10:24 pm
มี.ค. 082013
 

จงรอคอยพระเจ้า และรักษาทางของพระองค์ไว้ และพระองค์จะยกย่องท่านให้ได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก ท่านจะมองเห็นการที่คนอธรรมถูกทำลาย (สดุดี 37:34)

เราชินกับคำว่าการจัดเตรียม แต่อะไรคือการจัดเตรียม?

การจัดเตรียมหมายถึงมองไปในอนาคตและเตรียมไว้ให้ และนี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงทำ พระองค์ทรงเห็นเหตุการณ์ต่างๆก่อนที่จะเกิดขึ้น และทรงเคลื่อนทุกสิ่งให้เข้าไปในแผนการที่พระองค์ทรงดำริไว้

ครับ โลกเราเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ดังนั้นอย่าคิดเอาเองว่าทุกอย่างเกิดขึ้นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า การข่มขืนไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า ฆาตรกรรมไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า เหยียดผิวไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า ล่วงประเวณีไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า รักร่วมเพศก็ไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า

มนุษย์มีความตั้งใจและมนุษย์ก็มีใจชั่วร้าย และภาพใหญ่ที่พระจ้าทรงออกแบบไว้  พระองค์ทรงให้มนุษย์มีสิทธิเลือก ถึงแม้มนุษย์จะทำชั่ว ในที่ๆพระเจ้าไม่ได้ควบคุม พระองค์จะทรงใช้อำนาจที่เหนือกว่านั้น

อ่านสดุดี 37 แล้วพูดคุยกับพี่น้องท่านอื่นถึงความชั่วร้ายต่างๆในโลก และการจัดเตรียมที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้ลูกๆของพระองค์

โดย: Pastor Adrian Rogers / Daily devotional

อนุญาตโดย: Love worth finding ministries: www.lwf.org

 

 Posted by at 12:00 am
มี.ค. 072013
 

เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา (2ทิโมธี 1:7)

แอน แลนเดอร์ส คอลัมนิสต์ตอบปัญหาชื่อดังกล่าวว่า จดหมายทั้งหมดที่เธอได้รับมานับหลายปี ปัญหาอันดับหนึ่งที่คนเขียนเข้ามาคือต่างก็มีความกลัว อันที่จริงดิคชันนารี่ทุกตัวอักษรตั้ง A ถึง Z มีโรคความกลัวกว่า 700 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคกลัวความสูง – กลัวความแคบ คือกลัวที่ปิดหมด มีแม้กระทั่ง – โรคกลัวความกลัว

บางทีวันนี้คุณอาจมีความกลัวจนไม่กล้าพูดถึง ความกลัวของคุณอาจทำให้อับอายจนไม่กล้าขยับทำสิ่งใด จนทำให้คุณมีความรู้สึกผิดตามหลอนตลอดเวลา แต่ความจริงคือคุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในความกลัว

มีคริสเตียนหลายคนจับจ้องอยู่ที่ความกลัวแทนที่จะจดจ่อไปที่พระบิดา และผมคิดว่าพวกเราในฐานะผู้เชื่อรู้ดีว่าความกลัวต่อบาปนั้นเป็นอย่างไร ใช่ครับ ความกลัวนั้นเป็นบาปที่ต้องจัดการ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าไม่ได้จดจ้องและวางใจในพระเจ้า

เราไม่ควรให้ความกลัวมากดดันให้เรารู้สึกอับอาย แต่ควรจะเอาชนะให้ได้ ดังนั้นถ้าครั้งต่อไปที่คุณกลัวหรือกระวนกระวายในเรื่องใด จำไว้ว่าพระบิดาในสวรรค์นั้นทรงควบคุมอยู่ และทรงให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่งเพื่อคุณ

แทนที่จะปล่อยให้ความกลัวมาทำให้คุณหยุดชะงัก จงจับจ้องไปที่พระเจ้าผู้ทรงรักคุณ และทรงให้เกิดผลอันดีเลิศในทุกสิ่งเพื่อคุณ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

 Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 Posted by at 12:00 am
มี.ค. 052013
 

เพราะถ้าเป็นประโยชน์ ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า  คือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ (โรม 9:3)

วิลเลี่ยม บูธ ผู้ก่อตั้งหน่วยกู้ภัย แนะนำว่าวิธีฝึกที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาพระคริสตธรรมคือส่งพวกเขาให้ไปอยู่นรกสัก 24 ชั่วโมง ท่านกล่าวว่าถ้าได้ส่งผู้รับใช้เหล่านั้นไปนรกสักหนึ่งวัน พวกเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมในการประกาศข่าวประเสริฐ

พระวจนะด้านบนวันนี้แสดงให้เห็นว่า อ.เปาโลพร้อมจะจ่ายราคาแม้จะชั่วนิรันดร์ เพราะความรักที่ท่านมีต่อผู้หลงหายนั้นยิ่งใหญ่นัก ท่านพร้อมจะยอมตายและไปนรกเพื่อชนชาติของท่าน – ชาวยิว – จะยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด

ผมเองก็ไม่เข้าใจ และไม่พยายามจะเข้าใจในความรักที่ไกลกว่าเหตุผลเช่นนี้ และด้วยความสัตย์จริง เมื่อค้นดูใจตัวเอง ต้องบอกว่าผมไม่อาจรักใครได้ขนาดนั้น ครับอาจมีบางคนที่ผมยอมตายแทนได้เพื่อให้พวกเขาได้ไปสวรรค์ แต่จะต้องตกนรกเพื่อใครบางคนเป็นความรักในแบบเกินอธิบาย

ผมคิดว่าเป็นความรักผู้อื่นที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์ และผมเชื่อว่าเป็นองค์พระเยซูคริสต์เองที่ตรัสผ่าน อ.เปาโล เพราะในขณะที่ อ.เปาโลไม่สามารถตายแล้วไปนรกได้ พระเยซูทรงยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อให้เราได้ไปสวรรค์ นี่คือความรักมากมายที่พระองค์มีให้คุณ ดังนั้นจงแบ่งปันออกไปสู่ผู้อื่น

พระเยซูทรงรักคุณมากจนยอมทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เพื่อให้คุณได้ไปสวรรค์ จงแบ่งปันความรักนี้ให้ผู้อื่นในวันนี้เลยนะครับ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 Posted by at 12:00 am
มี.ค. 042013
 

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า” (2โครินธ์ 12:9)

คุณคิดว่าการที่ได้เห็นนิมิตภาพสวรรค์ทำให้คุณทะนงตัวหรือเปล่า? ลองนึกว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในกลุ่มคนที่พูดกันว่าพวกเขาไปพักร้อนที่ไหนกันมา  − เราไปฮาวาย… เราไปตาฮิติ … เราไปอิตาลี …

อ.เปาโลอาจกล่าวได้ว่า “ผมเคยไปสวรรค์”

“พูดจริงๆสิครับ อ.เปาโล ท่านไปไหนมา?”

“สวรรค์ครับ – ผมไปสวรรค์มา”

“จริงหรือครับ? แล้วสวรรค์เป็นยังไงครับ?”

“ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ก็ดีกว่าที่ๆพวกคุณไปมา”

เพื่อไม่ให้ อ.เปาโลรู้สึกทะนงตัวเกินไป พระเจ้าอนุญาตให้ท่านเผชิญกับความทุกข์ยากในชีวิตเพื่อให้ท่านถ่อมลงและเป็นคนที่ใช้การได้ อ.เปาโลบันทึกประสบการณ์ของท่านเอาไว้

เรื่องหนามใหญ่นั้น ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า  “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก ในการถูกข่มเหง ในความอับจน เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น (2โครินธ์ 12:8–10)

พระเจ้าอนุญาตให้เกิดความลำบากขึ้นในชีวิตคริสเตียน ในกรณีของ อ.เปาโล นั่นคือ “หนามใหญ่ในเนื้อ” (ดู 2โครินธ์ 12:7) เราไม่รู้ว่าหนามใหญ่ที่ท่านพูดนั้นคืออะไรแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด อ.เปาโลทูลขอพระเจ้าให้มันหลุดไปถึงสามครั้ง และทั้งสามครั้งพระองค์ตรัสว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว” พระเจ้าทรงอนุญาตให้ความทุกข์ลำบากนี้มีอยู่ในชีวิตของท่าน เพื่อท่านจะเป็นคนที่ใช้การได้สำหรับงานในแผ่นดินของพระองค์ และท่านก็เป็นผู้ที่ใช้การได้อย่างแท้จริง

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

 Posted by at 12:00 am