montri

ก.พ. 232013
 

“คนที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนเลยอาจขโมยตู้รถไฟไปขบวนหนึ่ง

แต่หากว่าเขาได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เขาอาจขโมยรางรถไฟได้ทั้งหมดเลย!”

(A man who never gone to school may steal a freight car;

but it ge has a university education, he may steal the whole railroad.)

-Theodore Roosevelt –

คำว่า “คอร์รัปชั่น” (Corruption) นั้นหมายความว่า “ฉ้อราษฎร์บังหลวง, กินสินบน, รับผล ประโยชน์ที่มิชอบจากหน้าที่การงาน”

น่าเศร้าและน่ากลัวที่ในปัจจุบันนี้ การฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น กำลังลุกลามไปในทุกหย่อมหญ้า ทุกวงการ และในทุกเพศทุกวัย  ทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก!

การกระทำที่อสัตย์ไม่ซื่อเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น แม้แต่ผลการสำรวจโพลเด็กวัยรุ่นไทยก็แสดงให้เห็นอาการไม่ปกติในความคิดของคนไทยมากขึ้น เมื่อทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ต่างกล่าวว่า  การ “คอร์รัปชั่น” เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หากว่ามีการแบ่งผลประโยชน์ต่อตัวพวกเขาหรือประเทศชาติ (ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม)

การทุจริต ผิดกฎหมายหรือผิดคลองธรรม กลายเป็นที่ยอมรับ ทำให้เกิดการผ่อนปรน ผ่อนผัน หรือหย่อนยานในการปฏิบัติจัดการตามกฎระเบียบ ผลที่สุด คนที่กลายเป็นเหยื่อของกฎหมายคือ คนดีที่ซื่อตรง ที่พยายามอยู่ภายใต้ครรลองของกฎเกณฑ์กฎหมาย! ส่วนคนไม่ดีนั้นมักสามารถรอดพ้นจากโทษทางกฎหมาย เพราะมีเส้นสาย มีอิทธิพล(ข่มขู่) หรือมีเงินติดสินบน โน้มน้าวให้ผู้มีอำนาจชะลอการจัดการหรือช่วยให้หลุดพ้นจากความผิด โดยมีการ “หาแพะ” มารับ “บาป” ไปแทน!

การทุจริตเริ่มแนบเนียน ไร้รอยตะเข็บ มีการกินบ้านกินเมือง เกิดการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย กินรวบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ!

มูลค่าของการคอร์รัปชั่นเริ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย  จนธุรกิจไม่อาจเดินไปได้ตามครรลองที่ควรเป็น ผู้ประกอบการต่างอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก จะไม่จ่ายก็ไม่ได้ เพราะอาจถูกกลั่นแกล้ง แต่ถ้าต้องจ่ายจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กำไรหดหาย

ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหาที่มักใช้กันก็คือ ลดคุณภาพของงานลง! ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ที่รับเคราะห์กรรมไปก็คือ ประชาชน นั่นเอง!

     แต่บางครั้งกรรมก็สนองผู้ที่โกงกินเหมือนกัน  เพราะผลที่เกิดจากการคอร์รัปชั่นของพวกเขาได้นำเอาเคราะห์ร้ายมาสู่ลูกหลานของพวกเขาเองในเวลาต่อมา!

แต่ที่น่าเศร้าก็คือ การคอร์รัปชั่นรับสินบนแพร่กระจายออกไปเหมือนเชื่อโรคร้ายที่แทรกซึมเข้าไปในทุกวงการ  ทั้งวงการการเมือง  การศึกษา กระบวนการยุติธรรม หรือแม้แต่การศาสนา และสิ่งนี้กำลังนำประเทศชาติไปสู่การพิพากษาของพระเจ้า

ดุจดังสภาพก่อนการสิ้นชาติของแผ่นดินของอิสราเอล ที่ผู้เผยพระวจนะมีคาห์ได้ประกาศประณามว่า พวกผู้นำของประเทศต่างอ้างถึงศาสนาหรือ “พระเจ้า” อย่างหน้าตาเฉยในขณะที่กำลังฉ้อราษฎร์บังหลวงกันอยู่อย่างเมามัน!

     “บรรดา ​ผู้นำ​ของ​เมือง​นี้​ตัดสิน​ความ​ด้วย​เห็น​แก่​สินบน และ​บรรดา​ปุโรหิต​สั่งสอน​ด้วย​เห็น​แก่​สินจ้าง อีก​ทั้ง​บรรดา​ผู้​เผย​พระวจนะ​ก็​ทำนาย​ด้วย​เห็น​แก่​เงิน ถึง​กระนั้น​เขา​ทั้งหลาย​ยัง​อิง​พระยาห์เวห์​และ​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์​สถิต​ท่ามกลาง​เรา​ไม่ใช่​หรือ? ไม่มี​ความหายนะ​อะไร​เกิด​ขึ้น​แก่​เรา​ได้(มีคาห์ 3:11)  

แต่ผลที่ตามมาถึงพวกเขา ตรงกันข้ามกับที่พวกเขาโมเมกล่าวอ้าง เพราะพระเจ้าตรัสว่า 

   “ดังนั้น เพราะ​พวก​เจ้า​นี่​เอง ศิโยน​จะ​ถูก​ไถ​เหมือน​ไถ​นา และ​เยรูซาเล็ม​จะ​กลาย​เป็น​กอง​สิ่ง​ปรักหักพัง และ​ภูเขา​แห่ง​พระนิเวศ​จะ​เป็น​ที่​สูง​ปกคลุม​ด้วย​ต้นไม้”  (มีคาห์ 3:12)

ดังนั้น วันนี้พี่น้องที่รัก  ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราจะลุกขึ้นมารักษาชาติหรือแผ่นดินของเรา ด้วยการสนับสนุนคนดีให้เป็นผู้ปกครองดูแล  ทั้งในระดับประเทศและในระดับท้องถิ่นของเรา (รวมทั้งในองค์กรหรือในคริสตจักรของเราเอง)

     ขอให้สมัครสมานสามัคคีด้วยความกล้าหาญและด้วยความรักเมตตาต่อคนในชาติของเรา  พวกเราจงรักษาแผ่นดินของเราให้คงอยู่สืบไป ก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินเหลือให้พวกเรารักษาอีกต่อไป!

     และหากว่าคุณเองเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชั่นที่กำลังเกิดขึ้น ก็คงถึงเวลาแล้วที่คุณจะยุติการมีส่วนร่วมใด ๆ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

     จะดีไหมครับ?

       ธงชัย ประดับชนานุรัตน์– twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 222013
 

“ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน แห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา” (อิสยาห์ 9:2) นึกภาพคุณอยู่ในถ้ำโดยไม่มีไฟฉาย คุณเห็นมีเงาหรือไม่? มองมือตัวเองยังไม่เห็น จะเห็นเงาได้ก็ต้องมีแสง

ไม่ว่าจะดำมืด ใหญ่ หรือดูไม่เป็นรูปเป็นร่างแค่ไหน เงาจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีแสง ดาวิดกล่าวว่า “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ” ทำไมครับ? “เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์” (สดุดี 23:4)

พระเยซูทรงเอาเหล็กไนออกจากความบาป และความกลัวออกจากหลุมศพ ทรงประทานฤทธิ์อำนาจให้เราด้วยพระวิญญาณของพระองค์ เพื่อให้เรามั่นใจว่าจะทรงเฝ้าดู และสถิตอยู่ด้วยตลอดไป

มีหลายคนในทุกวันนี้ยังคร่ำครวญเพราะการสูญเสีย — เสียผู้เป็นที่รัก งาน ลูกที่เตลิดออกนอกทาง อธิษฐานเผื่อพวกเขา ส่งถ้อยคำแห่งความหวังใจและพระวจนะใน 1 เธสะโลนิกา 4:16-17 –

ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า  และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 212013
 

ที่ตกกลางหนามนั้นได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยินแล้วออกไป และความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ ความสนุกสนานแห่งชีวิตนี้ก็ปกคลุมเขา ผลของเขาจึงไม่เติบโต (ลูกา 8:14)

ผมรู้สึกทึ่งกับวัชพืช  คุณอาจปลูกดอกไม้เล็กๆสักต้น หาพื้นที่ๆเหมาะ รดน้ำ และระวังไม่ให้แมลงมารบกวน คุณอาจทำทุกสิ่งให้กับต้นไม้นั้น แล้วมันก็ค่อยๆโต แต่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็จะมีวัชพืชโผล่ขึ้นมาจากรอยแตกบนพื้นถนนข้างทาง แถมออกดอกได้ด้วย

แต่วัชพืชไม่ใช่จู่ๆก็แทงทะลุดินขึ้นมา พันแล้วรัดต้นไม้ของเรา  มันก็ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนกัน  คือเริ่มแรกต้นไม้ของเรากำลังจะออกดอก จู่ๆก็มีวัชพืชมาขึ้นข้างๆ วันต่อมา วัชพืชก็โน้มเข้ามา เข้าใกล้ไปเรื่อยๆ จนพันและรัดต้นไม้ของเราให้แกร็นไม่เติบโต

และนี่คืออุปมาเรื่องผู้หว่านที่พระเยซูตรัสเมื่อกล่าวถึงคนที่ “มีความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ และความสนุกสนานแห่งชีวิต ผลของเขาจึงไม่เติบโต” (ลูกา 8:14) นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ใช้เวลาสักระยะกว่าจะเกิดขึ้น

ผมยังพบด้วยว่ามันน่าสนใจที่ “ความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ และความสนุกสนานของชีวิต” กันไม่ให้เมล็ดแห่งพระวจนะของพระเจ้าเติบโตจนผลิตผลได้ นี่อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายด้วยตัวของมันเอง แต่นี่คือสิ่งดีที่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่กลับถูกพันและรัดจนเรื่องฝ่ายวิญญาณไม่อาจเดินต่อไปได้

นี่ไม่ใช่ภาพของคนที่พูดว่าไม่ชอบอธิษฐาน ไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์หรือไปโบสถ์ แต่นี่เป็นภาพของคนที่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งดีที่ควรทำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มไม่สนใจ และสิ่งต่างๆของโลกนี้ก็เข้ามาแทนที่ความสำคัญของโลกหน้า และนี่คือสิ่งที่รัดพวกเขาจนชีวิตฝ่ายวิญญาณหายใจแทบไม่ได้

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 192013
 

“จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่”  (เอเฟซัส 4:26)

พระวจนะของพระเจ้าบอกเราให้ “โกรธช้า” (สุภาษิต 14:29, ยากอบ 1:19) ไม่มีอะไรที่ทำลายล้างได้มากไปกว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการ และความโกรธที่ไม่เข้าใครออกใคร  ถ้าคุณรู้สึกโกรธ ผมขอบอกว่าบางสิ่งที่พระคัมภีร์พูดถึงนั้น ไม่น่าฟังเลย

แรก พระคัมภีร์พูดว่าคุณโง่เขลา ปัญญาจารย์  7:9 กล่าวว่า “อย่าให้ใจของเจ้าโกรธเร็ว เพราะความโกรธมีประจำอยู่ในทรวงอกของคนเขลา”

สอง คุณมีคุณลักษณะที่อ่อนแอ สุภาษิต 16:32 กล่าวว่า “บุคคลผู้โกรธช้าก็ดีกว่าคนมีกำลังมาก และบุคคลผู้ปกครองจิตใจของตนเองก็ดีกว่าผู้ที่ตีเมืองได้”

ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ก็เหมือนปาหินใส่รังต่อ

คุณเป็นคนฟิวส์เปราะหรือเปล่า? ถ้าใช่ สารภาพกับพระเจ้าเสีย อย่าให้ซาตานเข้ามาควบคุมชีวิตคุณได้ ถ้าวันนี้คุณโกรธ ให้ถามตัวเองว่า “อะไรที่ยังไม่ได้อย่างใจ?” มอบสิ่งที่อยากได้ให้พระเจ้าไปครับ

อนุญาตโดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 182013
 

คณะผู้ปกครองที่บริหารกิจการของคริสตจักรได้ดี ควรได้รับเกียรติเป็นสองเท่า โดยเฉพาะบรรดาผู้ทำหน้าที่เทศนาและสั่งสอน (1ทิโมธี 5:17)

วันก่อนผมอ่านพบสถิติที่น่าตกใจ แต่ละเดือนศิษยาภิบาลถึง 1,500 คนในอเมริกาลาออกจากตำแหน่ง − “ทุกๆเดือน” หรือ? ก็แปลว่าปีละ 18,000 คน หลายคนลาออกไปเพราะท้อหรือเจ็บปวดใจ บางคนออกไปเพราะทำงานหนักเกินและไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเท่าที่ควร ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ความจริงคือหลายคนที่ทำงานรับใช้ เหนื่อยและท้อจนหมดไฟ

ผมขอให้คุณอธิษฐานเผื่อผู้นำคริสตจักรทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น ผมหวังว่าคุณจะยืนหยัดกับพวกเขา สนับสนุนพวกเขาในการเลี้ยงดูฝูงแกะ และออกไปหาผู้หลงหาย ไม่มีใครสามารถทำได้ตามลำพัง พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากหญิงและชายที่ในคริสตจักร

ในฐานะศิษยาภิบาล ผมไม่กลัวหรือายที่จะยอมรับว่าต้องการคำอธิษฐานและการสนับสนุน  และรู้สึกขอบคุณเมื่อมีคนมาบอกผมว่า “อธิษฐานเผื่อยู่นะ” เพราะผมเชื่อมั่นว่ามารมันเล็งปากกระบอกปืนใหญ่สุดของมันไปที่ผู้เทศนาและสั่งสอนครับ

สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ศิษยาภิบาลและผู้นำคริสตจักรของคุณด้วยการอธิษฐาน สละเวลา และปัจจัยที่จำเป็น งานรับใช้ไม่ใช่เป็นงานของคนๆเดียวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของทั้งคริสตจักร ดังนั้นจงร่วมกันทำงานกับคริสตจักรและกับผู้นำของคุณเพื่อขยายอาณาเขตแผ่นดินของพระเจ้า

สนับสนุนผู้นำคริสตจักรของคุณ และทำงานร่วมกันกับพวกเขาเพื่อขยายแผ่นดินของพระเจ้าออกไป วันนี้คุณอธิษฐานเผื่อพวกเขาแล้วยัง?

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 102013
 

10 กุมภาพันธ์ 2013

สวัสดีครับพี่น้อง CJ ที่รัก

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่านที่มานมัสการในวันนี้ เสียดายที่ผมไม่สามารถมาต้อนรับทุกท่านด้วยตัวเอง เพราะกำลังเป็นวิทยากรให้พี่น้องที่เป็นแรงงานไทยในไต้หวันอยู่ในขณะนี้ และจะกลับมาถึงประเทศไทยในตอนเช้าวันพฤหัส เพื่อให้ทันสอนพระธรรม 1พงศ์กษัตริย์ ในตอนเย็น  ผมหวังว่าจะได้พบหน้าพี่น้องที่รักในพระวจนะของพระเจ้าทุกคนนะครับ!

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันพฤหัสที่ผ่านมา เรามี อ. Pat Hood  ศิษยาภิบาลคริสตจักร Life Point USA ที่เป็นคริสตจักรร่วมพันธมิตรในการก่อตั้งคริสตจักรลูก Agape มาแบ่งปันพระวจนะ และขอบคุณที่ อ. Kelly Zbinden ประธานแบ๊บติสต์มิชชั่นประเทศไทย มาแบ่งปันพระวจนะในเช้าวันนี้!

เวลานี้ CJ กำลังปฏิรูปคริสตจักร โดยที่คณะผู้อภิบาลและศิษยาภิบาล จะเปิดโอกาสและส่งเสริมให้สมาชิกได้มีส่วนรับใช้ ทั้งร่วมกับคณะผู้อภิบาล และดำเนินการตามภารกิจ โดยแบ่งออกเป็น “10 กลุ่มพันธกิจ”!

เวลานี้ กำลังฟอร์มทีมกันอยู่ หากว่าท่านมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เป็นสมาชิกของ CJ
  2. มีใจอยากรับใช้
  3. พร้อมจัดเวลาร่วมรับใช้อย่างเต็มที่ (เท่าที่ได้)
  4. พร้อมที่จะรับมอบหมายภารกิจในนามของ CJ จากศิษยาภิบาลและคณะผู้อภิบาล

โดยทีมคณะผู้อภิบาลสนับสนุน อาทิ

  • ไปรับใช้ ประกาศหรือเยี่ยมคริสตจักรลูก (ในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัด) ปีละ 1 ครั้ง
  • ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล(หรือที่บ้าน) ปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ไปเยี่ยมเยียนโรงงาน/บริษัท/ร้านค้าของสมาชิกที่ประสงค์ เพื่อหนุนใจหรือเป็นพยานปีละครั้ง
  • ร่วมกระทำกิจกรรมพิเศษที่คริสตจักรมอบหมายให้ เช่น ในค่ายคริสตจักร ในกิจกรรมพิเศษต่างๆ
  • ช่วยดูแลสมาชิกในกลุ่ม ที่ร่วมกันก่อตั้งและที่จะรับเข้าใหม่ (ตามกติกาของคริสตจักร) ฯลฯ

เวลานี้ ผู้ที่คริสตจักรได้ทาบทามเป็นหัวหน้ากลุ่มแล้ว มีดังนี้  1. คุณแดง  2. คุณคริส  3. คุณฤทธิ์  4. คุณเล็ก  5. คุณเอ๋ (ฟั่น)  6. คุณโบ  7. คุณฝา และกำลังทาบทามอีก 3 ท่านที่เหลือ

หากท่านใดรับการติดต่อจากบุคคลใดแล้วท่านเต็มใจเข้าร่วมกลุ่ม ก็ขอรับได้ตามใจสมัคร แต่หากท่านไม่สะดวกใจที่จะเข้ากลุ่มนั้น ๆ แต่ไม่กล้าปฏิเสธก็ขอกรุณาแจ้งกับผม เพื่อผมจะได้ช่วยให้ท่านเข้าร่วมในกลุ่มที่ท่านเต็มใจ! และเมื่อได้รายนามหัวหน้ากลุ่มครบ 10 ท่านแล้ว จะมีการปฐมนิเทศน์ เพื่อเริ่มดำเนินพันธกิจในทันที!

ประกาศ :

   CJ จะมีพิธีบัพติศมาวันที่ 17 มีนาคมนี้ ผู้ประสงค์จะรับแจ้งที่คุณเอ๋ หรือคุณโบ จะอบรมพิเศษ 2 มี.ค. กับผมเวลา 15.00 น. ที่ BSC

ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่าน แล้วพบกันวันพฤหัสและวันอาทิตย์หน้า นะครับ!

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ศิษยาภิบาล

 

 Posted by at 12:00 am
ก.พ. 082013
 

“ช่างเป็นเรื่องน่าอนาถใจยิ่งนัก หากว่าคุณจะตัดสินว่า เด็กคนใดต้องตาย

เพื่อว่า คุณจะได้มีชีวิตอยู่อย่างที่คุณปรารถนา!”

(It is a poverty to decide that a child must die so that you may live as you wish.)

-Mother Teresa-

     เราได้คุยกันไปแล้วว่า ชีวิตของเราและของเด็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงคนใดก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นสิทธิหรืออำนาจของเราที่จะทำลายทิ้งไป แต่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงแต่ผู้เดียว นั่นคือ พระเจ้า!

ในปัจจุบันมีขบวนการสิทธิสตรีได้เรียกร้องสิทธิในการตัดสินใจว่า สตรีควรมีสิทธิ์ในร่างกายของตนเอง!

พวกเธอคิดว่า พวกเธอเป็นเจ้าของร่างกายของตนเอง พวกเธอไม่ยอมรับว่า  พวกเธอไม่ใช่เจ้าของร่างกายที่แท้จริง พวกเธอไม่ยอมรับว่า  พวกเธอได้รับอนุญาตให้ยืมร่างกายหรือได้รับการประทานร่างกายมาให้ใช้เพียงชั่วคราว

พวกเธอคิดอย่าง คุณมาร์กาเร็ต แซนเจอร์ (Margaret Sanger) ที่เธอพูดว่า…

“ไม่มีผู้หญิงคนใดจะเรียกตัวเธอเองได้ว่า เสรีชน

จนกว่าเธอจะสามารถพิจารณาเลือกว่าเธอจะเป็นหรือจะไม่เป็น “แม่” คน!

(No woman can call herself free until she can choose consciously

whether she will or will not be a mother.)

    ใช่ ซึ่งเธอคิดถูก แต่ถูกเพียงครึ่งเดียว! เธอมีเสรีภาพที่จะเป็นแม่คนหรือไม่ ก่อนที่เธอจะตั้งครรภ์  เธอมีสิทธิ์จะไม่แต่งงาน  เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ใด หรือแม้แต่ในยามที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน เธอก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวไม่ให้ตั้งครรภ์ แต่เมื่อใดที่เธอใช้สิทธิ์และสละสิทธิ์จนปล่อยให้เกิดทารกขึ้นในครรภ์ของเธอ พวกเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายทารกในครรภ์ของเธอแล้ว เพราะความจริงก็คือว่า  พวกเธอไม่ใช่เจ้าของชีวิตของเด็กในท้องของเธอ หรือแม้แต่กระทั่งชีวิตของตัวเธอเอง!

เธอคงเหมือนกับคนในโลกส่วนใหญ่ที่ไม่ทราบความจริง (จากพระวจนะของพระเจ้า) ว่า เสรีภาพไม่ใช่ “สิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่เธออยาก!” แต่เสรีภาพหมายความถึง “สิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ที่เธอควร!”

ใช่ครับ เธอควรจะใช้ชีวิตและร่างกายในทางที่บริสุทธิ์และดีงามตามครรลองที่เจ้าของร่างกายได้กำหนดไว้ให้ปฏิบัติ แต่เพราะเธอไม่ได้อ่านหรือไม่ฟัง เธอจึงไม่รู้  หรือเธอรู้แต่เธอไม่เชื่อฟังหรือไม่ยอมรับแต่การที่เธอไม่ทราบหรือไม่ยอมรับไม่ได้เป็นข้ออ้างอันชอบธรรมที่เธอจะเอาร่างกายของเธอไปใช้ตามใจของเธอเอง!

ดุจเดียวกับการที่เราไม่ทราบกฎหมาย ไม่ได้เป็นความชอบธรรมที่เราจะทำผิดกฎหมาย หรือการที่เรายืมสิ่งของ ๆ ผู้ใดมาใช้ โดยที่เราไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ก็ไม่ได้เป็นความชอบธรรมที่จะให้เราใช้สิ่งของเหล่านั้นตามใจประดุจเป็นทรัพย์สินของเราเอง!

ฉะนั้น เราควรรีบเรียนกฎหมายหรือกฎกติกาในการใช้ “ร่างกาย”  และ “ชีวิต” ของเราให้เร็วที่สุด เพื่อจะไม่ผิดพลาดในการใช้ “ร่างกาย” ที่เรายืมมาใช้ เพราะเวลาที่ “เจ้าของ” จะเรียกคืนพร้อมกับให้เรารายงานการใช้ “ร่างกาย” นั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว!

ผมเองเห็นด้วยกับที่ คุณ แอนน์ บี.โรส (Ann B. Ross) ที่กล่าวไว้ว่า..

“แน่นอนว่า ฉันสนับสนุนสตรีที่จะใช้สิทธิ์ในการเลือก แต่ตามความคิดของฉันนั้น เวลาที่จะเลือกนั้นควรเป็นเวลาก่อน ไม่ใช่เวลาหลังจากที่ข้อเท็จจริง (คือเธอตั้งครรภ์) ได้เกิดขึ้นแล้ว!” 

   (I certainly supported a woman’s right to choose, but to my mind the time to choose was before, not after the fact.)

    ดังนั้น เรามีสิทธิ์ 100 % ในการเลือกปฏิบัติใช้ร่างกายของเราในการกระทำอะไรก็ได้ ก่อนที่เราจะลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่หลังจากที่เราทำสิ่งนั้นลงไปแล้ว เราจะบ่ายเบี่ยงไม่ขอรับหรือไม่ยอมรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามมานั้น คงเป็นไปไม่ได้!

เพราะเราต้องเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เราหว่าน!

    “อย่าหลงเลย ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น  (กาลาเทีย 6:7-8)

  ดังนั้น ขอให้คุณสุภาพสตรีที่รักทุกท่าน จงระวังการใช้ชีวิตและร่างกายของคุณให้ดี จงเลือกใช้เสรีภาพของคุณอย่างถูกต้อง เพราะว่า คุณจะต้องรับผลที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีทางปฏิเสธได้ แต่หากว่าคุณไม่ยอมรับ และเลือกวิธีแก้ปัญหาผิดพลาดอีก ผลลัพธ์ที่ตามมาจะกลายเป็นหายนะมากกว่าความเสียหายแรกที่คุณก่อไว้อีก!

เราจะสนทนากันในหัวข้อนี้อีกครั้งในตอนต่อไป ว่าเราควรจะรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากปัญหารือความผิดพลาดที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์นี้อย่างไร?

แต่ในท้ายนี้ ขอย้ำเตือนสติไว้ก่อนว่า คุณไม่มีสิทธิ์จะฆ่าผู้ใด แม้แต่ตัวของคุณหรือเด็กในท้องคุณ!

       ธงชัย ประดับชนานุรัตน์– twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

 Posted by at 9:32 pm