ป้าการ์ฟิลด์

ต.ค. 232018
 

ตาข่ายความปลอดภัยที่รองรับเรา

เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะทั้งหลาย แกะเหล่านั้นจะไม่มีวันพินาศและจะไม่มีใครแย่งชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ (ยอห์น 10:28 THSV11)

จำได้เมื่อหลายปีที่แล้วตอนผมเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรในเวสท์ปาล์มบีช ฟลอริด้า มีกองถ่ายภาพยนตร์มาขอใช้โบสถ์ของเราเป็นสถานที่ถ่ายทำ เป็นหนังที่มีพระเอกชื่อดังของยุคนั้น เบิร์ต เรโนลด์เป็นดารานำ ผมจึงคิดว่าน่าจะไปดูการถ่ายทำสักหน่อย  

ผมไม่ได้เจอกับเบิร์ต เรโนลด์หรอกครับ แต่ได้เจอกับคนที่เป็นสตั๊นท์เล่นแทนในฉากเสี่ยงตายต่างๆ เขาได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงแทนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของยุคนั้น เป็นพวกไม่กลัวตาย กล้ากระโดดลงมาจากตึกสูงๆ หรือแม้แต่กระโดดลงมาจากเครื่องบิน และการแสดงที่เสี่ยงตายอื่นๆอีก

ผมถามเขาว่า “คุณไปเอาความกล้าขนาดนี้มาจากไหนครับ?” เขาตอบในสิ่งที่ผมไม่มีวันจะลืม เขาบอกว่า “ผมสามารถกระโดดจากความสูงขนาดไหนก็ได้ ตราบใดที่มีตัวรองรับที่ประกันความปลอดภัยอยู่ด้านล่าง”

ในฐานะคริสเตียน เราเรียนรู้ได้มากมายจากคำพูดนี้ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้รองรับเราอย่างปลอดภัย พระองค์ทรงสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ละทิ้งหรือปล่อยเราไปไหน และนี่คือสิ่งที่เรามั่นใจได้ว่าการทรงเรียกของพระองค์จะไม่เสี่ยงเกินกว่าจะทำตามได้ พระองค์จะทรงคอยรองรับเมื่อเรากล้าที่จะวางใจในพระองค์

ไม่มีเรื่องท้าทายใดที่น่ากลัวเกินไปเมื่ออยู่ในน้ำพระทัยและในพระประสงค์ของพระเจ้า จงกล้าก้าวเท้าและกระโจนออกไปในความเชื่อ วางใจว่าพระองค์จะคว้าเราไว้ในท่ามกลางอันตรายเสมอ!

จงก้าวเท้าและกระโจนออกไปในความเชื่อและการเชื่อฟัง โดยรู้อยู่เสมอว่าพระเจ้าจะคว้าเราไว้ในทุกสถานการณ์

 

โดย Pastor Jack Graham

อนุญาตโดย Power Point Ministry by Jack Graham (www.jackgraham.org)

(Cr.ภาพ IndiaMart.com)

 

ต.ค. 222018
 

อำนาจของการเป็นแบบอย่างที่ดี

ส่วนภรรยาของโลท ผู้ซึ่งอยู่ข้างหลังโลท มองกลับไป นางจึงกลายเป็นเสาเกลือ (ปฐมกาล 19:26 THSV11)

โนอาห์และโลทต่างก็มีชีวิตอยู่ในวาระแห่งการพิพากษาที่จะมาถึงอย่างฉับพลัน โนอาห์รอคอยน้ำท่วมใหญ่ โลทรอเวลาแห่งการพิพากษาที่จะตกใส่โสโดมและโกโมราห์ เมืองที่ท่านอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม โลทไม่ได้เข้าไปแตะต้องชีวิตของคนในครอบครัวเหมือนโนอาห์  ปัญหาของโลทคือท่านยอมประนีประนอม ท่านลดมาตรฐานตนเองลงมาเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น

วันหนึ่งทูตของพระเจ้ามาหาโลท บอกท่านว่าให้รีบออกไปจากที่นั่นพร้อมกับครอบครัว เพราะการพิพากษากำลังจะตกลงมาเหนือเมืองนั้นแล้ว แต่เมื่อโลทไปบอกกับว่าที่ลูกเขยทั้งสอง พวกเขาคิดว่าท่านล้อเล่น

โลท ภรรยา และลูกสาวทั้งสอง รีรอจนทูตของพระเจ้าแทบจะลากตัวออกมา และนี่คือสิ่งที่พระเยซูตรัส “จงระลึกถึงภรรยาของโลทเถิด” (ลูกา 17:32 THSV11) เพราะขณะที่นางกำลังออกจากโสโดม นางถูกสั่งไม่ให้หันกลับไปดู แต่นางก็ทำ ในภาษาดั้งเดิม คำที่ใช้อธิบายการหันกลับไปดูของนางไม่ได้บอกว่ามองแป๊บเดียว แต่น่าจะมองด้วยความอาวรณ์

คุณเคยมองใคร หรือมองสิ่งใดด้วยสายตาอาวรณ์หรือไม่? ตัวอย่างเช่นคุณไปที่ร้านขายโดนัทคริสปี้ครีม พอไฟเปิดและคุณเห็นโดนัทที่เคลือบเกล็ดน้ำตาลแวววาวค่อยๆผ่านสายพานออกมา แต่คุณถูกสั่งห้ามทาน ทำนองเดียวกับที่ภรรยาของโลทมองไปที่โสโดมและโกโมราห์ แล้วนางก็กลายเป็นเสาเกลือ

ผมพบว่ามันน่าสนใจเมื่อโนอาห์บอกกับครอบครัว พวกเขาทำตาม แต่โลทบอกกับครอบครัว พวกเขากลับหัวเราะ คุณล่ะครับ สร้างผลกระทบใดให้กับครอบครัวบ้าง? คำพูดในฐานะพ่อแม่ของคุณศักดิ์สิทธิแค่ไหน?

คนที่เปลี่ยนแปลงโลกจะดึงดูดครอบครัวให้มาถึงพระคริสต์ แต่คนที่ถูกโลกเปลี่ยนแปลงจะดึงครอบครัวให้ออกห่างจากพระองค์

เราต่างก็เคยผ่านเวลาที่รีรอ เวลาที่หน้าอย่างหลังอย่าง แต่ลูกๆของเรากำลังเฝ้าดู พวกเขากำลังยึดเราเป็นแบบอย่าง ดังนั้นจงเป็นแบบอย่างที่ดีให้พวกเขา

คุณดึงดูดครอบครัวมาสู่พระคริสต์ หรือกำลังดึงพวกเขาออกห่างครับ?

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ  ArtStation)

ต.ค. 212018
 

21 ตุลาคม 2018

สวัสดีครับพี่น้อง CJ ที่รัก

ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกท่านมานมัสการพระเจ้าด้วยกันในวันนี้ได้

ผมดีใจที่อาทิตย์ที่แล้ว มี 4 ท่านประกาศตัวต้อนรับพระเยซูคริสต์ เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ผมดีใจที่พระเจ้าทรงไว้วางใจคริสตจักรของเรา และทรงมอบพี่น้องให้มาร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ เสมอมา ผมดีใจที่สมาชิกของคริสตจักรของเราส่วนใหญ่กระตือรือร้นในการเข้าใกล้ชิดพระเจ้าและในการรับใช้มากยิ่งขึ้น

  •  ฝ่ายปฏิคมก็พร้อมเพรียงกัน
  • ฝ่ายช่วยดูแลเครื่องเสียงและระบบเสียงแสงก็ขยันทำงานเป็นทีมมากขึ้น
  • กลุ่มอธิษฐานเช้าวันอาทิตย์ (8.30 – 9.00 ) ยังคงเหนียวแน่น
  • ฝ่ายรวีวารศึกษาก็เอาจริงเอาจังในการอบรมสอนสั่งสมาชิกและผู้เชื่อใหม่ในการดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้า
  • ฝ่าย Alpha ก็เปิดแล้ว 3 กลุ่ม เป็นที่น่ายินดี คือ 2 กลุ่มผู้ใหญ่และ 1 กลุ่มอนุชน
  • ฝ่ายกลุ่มแคร์ ก็ยังคึกคักดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ
  1. กลุ่มวันจันทร์ที่บ้านครูเอ๋ (ลาซาล)
  2. กลุ่มวันอังคารที่ บ. Love Is (ทองหล่อ) ขอ “งด” วันอังคารที่ 23, 30 ตุลาคม เริ่มใหม่ 6 พฤศจิกายน
  3. กลุ่มวันพุธเป็นของกลุ่มอนุชนโดยเฉพาะที่คอนโด อโศก ครูบี (สุขุมวิท 21)
  4. กลุ่มวันเสาร์ที่บ้านคุณชี ดอนเมือง ฯลฯ

ส่วนชั้นเรียนพระคัมภีร์ก็เริ่มต้นเป็นครั้งแรกหลังจากการย้ายจาก สุขุมวิท 36 ไปที่ BSC สี่แยกพญาไท ในวันพฤหัส (18 ตค.) ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะมีสมาชิกของ CJ ไปเรียนมากยิ่งๆ ขึ้นไปในพฤหัสต่อ ๆ ไป

การเยี่ยมเยียนยังคงมีตลอดเวลา หากผู้ใดต้องการให้คริสตจักรไปเยี่ยมที่บ้านหรือที่ทำงาน ก็กรุณาแจ้งด้วย

ขอพี่น้องได้กรุณาอธิษฐานเผื่อกันและกันและหนุนใจช่วยเหลือให้ทุกคนได้เติบโตขึ้นในทางของพระเจ้าไปด้วยกัน

ขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพร

 

ด้วยรัก   

(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล

ประกาศพิเศษ:

ขอ “งด” กลุ่มเซลที่บริษัท LoveIs ในวันอังคารที่ 23 และ 30 ตุลาคม เริ่มใหม่อีกครั้งอังคารที่ 6 พฤศจิกายน

ปล. ขออธิษฐานเผื่อการหาที่ดินขนาด 1-2 ไร่ เพื่อสร้างอาคารคริสตจักร ในบริเวณพื้นที่ที่สมาชิกส่วนใหญ่ของ CJ ของเราไปมาได้สะดวก เพื่อกระทำกิจ ในการขยายแผ่นดินของพระเจ้า และทำคุณอันเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของเรา                      

ต.ค. 202018
 

จงยำเกรง และจงภักดีต่อพระเจ้า!

“…สวัสดิมงคลจะมีแก่เขาทั้งหลายที่ยำเกรงพระเจ้า คือ ที่มีความยำเกรงเฉพาะพระพักตร์พระองค์

(Yet I know that it will be well with those who fear God, because they fear before him.”) –ปัญญาจารย์ 8:12 THSV11

เราต้องเป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้า!

คนที่ยำเกรงพระเจ้าจริงๆ จะไม่กล้าทำสิ่งชั่วร้ายใดๆ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง

คนที่ยำเกรงพระเจ้าจะอุทิศตนเพื่อเรียนรู้จักพระเจ้า และเขาจะปรนนิบัติพระองค์ด้วยความจงรักภักดี

เราไม่อาจพูดว่ายำเกรงพระเจ้าโดยปราศจากความจงรักภักดีต่อพระองค์ เมื่อเรายำเกรงพระเจ้า เราจะตระหนักเสมอว่าเรากำลังอยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเกรียงไกร อยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่เราคิด พูด และทำ จะพ้นจากสายพ้นจากสายพระเนตรของพระองค์ ความจริงนี้จะทำให้เรามีความสำนึกรับผิดชอบต่อทุกแรงจูงใจ ความคิด คำพูด และการกระทำของเรา

นอกจากนี้ หากเราเป็นคนยำเกรงพระเจ้าจริง ๆ  เราจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะดำเนินชีวิตให้ประสานกลมกลืนกับมาตรฐานอันชอบธรรมของพระเจ้า และถวายพระเกียรติแด่พระองค์ในสิ่งที่เราพูด เขียน พิมพ์ หรือโพสต์ออกไปตามสื่อออนไลน์ต่างๆ เราจะสำนึกอยู่เสมอว่า ความยำเกรงพระเจ้าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญญา!

ด้วยเหตุนี้ อย่าให้เราทำอะไรโง่ๆ ที่เป็นการดูหมิ่น หรือปฏิเสธ คำสั่งสอนแห่งพระปัญญา ด้วยอาการของการไม่ยำเกรงพระเจ้า เพราะเป็นสัญญาณเตือนว่า เรากำลังขาดความรู้ และกำลังเดินเข้าสู่อันตรายโดยไม่รู้ตัว

ในพระธรรมสุภาษิตย้ำว่า …

“ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและการสั่งสอน”   –สุภาษิต 1:7 THSV11

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ของเราและคนที่อยู่กับเรา รวมทั้งทรัพย์สิน และทั้งกิจการ ทั้งหลายของเรา เราต้องทุ่มเทความจงรักภักดีของเราไปที่พระเจ้าผู้ทรงรัก ทรงห่วงใย และทรงฤทธิ์ สามารถดูแลรักษาและปกป้องชีวิตของเราได้ตราบนิรันดร์ให้เราแสดงความเกรงกลัวและยำเกรงพระองค์ผ่านสิ่งที่เราพูด แสดงและกระทำออกมา

จงแน่ใจเถอะว่า ถ้าเราดำเนินชีวิตด้วยความยำเกรงพระเจ้าจริงๆ อย่างไว้วางใจพระองค์สุดหัวใจ เราจะไม่เหลืออะไรในโลกนี้ ให้ต้องวิตกกังวล หรือ กลัว อีกต่อไปเลย!

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Fordingbridge)

ต.ค. 192018
 

เฝ้าดู และเฝ้ารอ

องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่ทรงอดทนกับพวกท่าน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่  (2เปโตร 3:9 THSV11)

ผมเป็นศิษยาภิบาลมากกว่าสี่สิบปี ตอนที่เริ่มทำงานผมเทศนาเรื่องการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ ผมถึงกับออกแบบสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถเป็นตัวการ์ตูนที่ออกแบบเอง พร้อมกับคำพูด “พระเยซูกำลังเสด็จกลับมา!” เราพิมพ์สติ๊กเกอร์นั้นมาใช้กัน แล้วเราก็พิมพ์อีก และพิมพ์อีก

ผมไม่เคยเสียใจที่ทำลงไป ไม่ใช่ว่าสี่สิบปีผ่านไปแปลว่าผมพูดหรือทำอะไรผิด แต่เป็นสี่สิบปีที่ขยับเข้าใกล้การเสด็จกลับมามากว่าสี่สิบปีที่แล้ว และผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ตลอด ผมคิดว่าเราควรดำเนินชีวตแต่ละวันเหมือนกับเป็นวันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา เพราะต้องมีสักวันที่ใช่แน่นอน ที่จริง คนส่วนใหญ่ควรจะดีใจที่พระเจ้าไม่ได้ตอบคำอธิษฐานของพวกเราในปี 1970 เพราะตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้เป็นคริสเตียน

พระคัมภีร์บอกเราว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่ทรงอดทนกับพวกท่าน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่”  (2เปโตร 3:9 THSV11)

เมื่อคุณเชื่อว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาในนาทีใดก็ได้ จะส่งผลกับความบริสุทธิ์ฝ่ายวิญญาณของคุณ ใน 1ยอห์น 3:3 กล่าวว่า “และทุกคนที่มีความหวังอย่างนี้ในพระองค์ ก็ชำระตนให้บริสุทธิ์เหมือนที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์” (THSV11)

แล้วเราควรจะดำเนินชีวิตอย่างไรขณะที่รอคอย? 

เราต้องดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ถวายเกียรติพระองค์อย่างเต็มกำลัง ดำเนินไปในทุกๆวันเหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เพราะมันอาจจะเป็นตามนั้น

คุณมีความเห็นอย่างไรต่อการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์?

คนที่ซื่อตรงและถูกต้องต่อพระเจ้าจะกล่าวอย่างที่ยอห์นกล่าว “พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด”

การเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ควรจะอยู่ในความคิดแต่ละวันของเรา

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ Jay)

ต.ค. 182018
 

จะไม่ได้รับตามพระสัญญาจริงหรือ?

… วาระสุดท้ายนั้นจะเป็นเวลาที่น่ากลัว เพราะผู้คนจะเห็นแก่ตัว รักเงินทอง โอ้อวด หยิ่งยโส ชอบดูหมิ่น ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี ทรยศ มุทะลุ โอหัง รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า 5ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฏิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น จงอย่าเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น (2ทิโมธี 3:1-5 THSV11)

วลีที่ว่า “ปราศจากธรรมชาติรักในหัวใจ” แปลได้อีกอย่างว่า “ปราศจากความรักในครอบครัว”

ถ้าคุณบอกใครๆว่าเป็นคริสเตียน แต่ไม่ให้เกียรติบิดามารดา สิ่งที่คุณเป็นก็คือขาดคุณธรรม ขาดความกตัญญูรู้คุณ เรียกได้ว่าคุณเป็นของปลอม

ความเชื่อเริ่มต้นที่บ้าน ถ้าคุณสามารถดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซูคริสต์ที่บ้านได้ คุณก็สามารถดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์ได้ในทุกๆแห่ง ถ้าคุณไม่อาจดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซูคริสต์ที่บ้านได้ คุณก็ไม่อาจดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์ได้ไม่ว่าจะเป็นที่ใด  

พระเจ้าประทานพระบัญญัติสิบประการ และพระบัญญัติประการที่ห้ากล่าวว่า “จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า” และเป็นพระบัญญัติที่มาพร้อมกับพระสัญญา “เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนยาวบนแผ่นดิน…” (อพยพ 20:12 TSV11)

เป็นคำสั่งที่พระเจ้าสั่งห้ามเราก่อนที่จะสั่งห้ามลักขโมย ห้ามฆ่าคน และห้ามผิดประเวณีผัวเมียเขา พระองค์สั่งให้เราให้เกียรติแก่บิดามารดา

ผมเชื่อว่าความเคารพและเชื่อฟังที่ลูกๆมีให้บิดามารดา เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าลูกๆของพวกเขาจะโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหน ดไวท์ มูดดี้ กล่าวว่า “ผมมีอายุกว่า 60 ปีแล้ว และสิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องอื่นใด นั่นคือ “ไม่มีหญิงหรือชายคนใดที่ไม่เคารพและให้เกียรติบิดามารดาจะมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries: www.lwf.org

(Cr.ภาพ rakluke.com)

ต.ค. 172018
 

รอดจากพายุ

ขณะกำลังแล่นไปนั้นพระองค์บรรทมหลับ และเกิดพายุหนักขึ้นกลางทะเล น้ำก็ทะลักเข้าเรือจนทุกคนตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึงมาปลุกพระองค์ร้องว่า “พระอาจารย์ พระอาจารย์ เรากำลังจะจมน้ำตาย” พระองค์จึงทรงตื่นขึ้นห้ามลมและคลื่น แล้วคลื่นลมก็หยุดเงียบสงบ พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ความเชื่อของท่านทั้งหลายอยู่ที่ไหน?” เขาก็กลัวและอัศจรรย์ใจพูดกันว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครนะ ถึงสั่งลมกับน้ำได้ และมันก็เชื่อฟังท่าน?” (ลูกา 8:23-25THSV11)

ฉันเกลียดพายุ แต่ก็ดูเหมือนเพิ่งผ่านพายุมา ฉันเคยตกอยู่ในท่ามกลางพายุ เคยเห็นเมฆดำทมึนรออยู่ข้างหน้า พายุคือความเป็นจริงของชีวิต ฉันชอบคิดเสมอว่าพายุคือสิ่งเลวร้าย จนกระทั่งเมื่อได้มองย้อนกลับไปในชีวิต และเห็นในสิ่งที่พระเจ้าทรงทำเพื่อฉันในท่ามกลางพายุนั้น

บางครั้งพายุก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เป็นอุปสรรคบนเส้นทางชีวิต และบางครั้งก็เป็นประตูไปสู่สิ่งใหม่ๆ ทำให้ฉันเรียนรู้จักพระเจ้าขึ้นไปในอีกระดับ และใกล้ชิดพระองค์มากกว่าเดิม เคยคิดว่าพายุทุกลูกเป็นการลงโทษในสิ่งที่ฉันเคยทำมาในอดีต

พระเยซูและพวกสาวกได้เลี้ยงอาหารคนนับพันๆด้วยปลาไม่กี่ตัวและขนมปังไม่กี่ก้อน เมื่อการอัศจรรย์จบลง ทุกอย่างก็เหมือนฝัน พระเยซูตรัสสั่งให้พวกสาวกลงเรือพายข้ามทะเลไป พระองค์ทราบดีว่าพายุกำลังมา ทรงส่งพวกเขาให้ไปอยู่ในท่ามกลางพายุนั้น ถ้าคุณเองกำลังตกอยู่ในพายุ พระเจ้าอาจมีพระประสงค์บางอย่างให้คุณ

พระเจ้าไม่ได้ส่งให้คุณไปจมน้ำ พระองค์มีบางสิ่งที่อยากมอบให้ในพายุนั้น ฉันแน่ใจว่าพวกสาวกยังอยากอยู่ที่ฝั่งฟังคำเยินยอจากผู้คน แต่พระเจ้ามีบางสิ่งจะสอนพวกเขา – บทเรียนที่ไม่อาจเรียนรู้จากบนฝั่ง บทเรียนบางบทที่มีอยู่ในพายุชีวิตเท่านั้น – ในความมืดมิด เราจะเรียนรู้บางสิ่งที่ไม่อาจเรียนได้ในความสว่าง

ยอมรับว่าบางทีฉันเองก็ก่อพายุขึ้นมา – พายุที่พระเจ้าไม่ได้มีพระประสงค์ให้ต้องเผชิญ เราตัดสินใจโง่ๆเอง เอาตัวเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง ปฏิเสธไม่ทำสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ทำ เราสงสัยในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า มีคำถามในแผนการของพระองค์ แต่ … พระเจ้าก็ยังทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าที่ตัดสินใจถูกต้องเพื่อเรา และทรงอยู่กับเราในท่ามกลางพายุร้ายที่เราก่อขึ้นเอง นี่คือคุณความดีของพระเจ้า เป็นหัวใจของพระธรรมโรม 8:28 “เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (THSV11)

คำว่า “ทุกอย่าง” ในพระคำข้อนี้คือทุกๆประสบการณ์ที่เราผ่านหรือกำลังจะเผชิญในชีวิต –  ไม่ว่าดีหรือร้าย ถูกหรือผิด ในท่ามกลางพายุคะนอง หรือในน้ำใสที่สงบนิ่ง แน่นอนไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดมาแยกเราออกจากความรักของพระเจ้าได้

หลายปีที่ผ่านมา ฉันได้เรียนรู้ความจริงที่สำคัญเกี่ยวกับพายุและความเจ็บปวดและจุดหมายที่มีในพายุนั้น พระเจ้าไม่ได้มีหน้าที่คอยทำให้ฉันสะดวกสบาย แต่มีพระประสงค์สร้างคุณลักษณะและท่าทีของฉันขึ้นใหม่ ฉันต้องยอมให้พระเจ้าเป็นพระเจ้าในชีวิต เลือกที่จะวางใจในพระองค์ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ต้องหยุดเอาความรู้สึกมานำหน้า แต่ให้พระเจ้าและความเชื่อในพระวจนะนำไป แม้มองไม่เห็นหนทาง แต่ก็ยินดีเชื่อฟังและก้าวออกไป และนี่คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตในท่ามกลางพายุของคุณ:

เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ (โรม 8:38-39 THSV11)

ครั้งต่อไปที่เผชิญพายุ ให้มีคำตอบแทนคำถาม มีความกล้าแทนความกลัว ไม่ว่าจะมืดมิดแค่ไหน ความจริงคือพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ควบคุมอยู่เหนือทุกสิ่งในชีวิตคุณ

 

โดย Mary Southerland

อนุญาตโดย Girlfriends in God – www.crosswalk.com

(Cr. ภาพ Flickr.com)