ป้าการ์ฟิลด์

ธ.ค. 142017
 

เชื่อมสะพานข้ามช่องว่างความเครียด

แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระยาห์เวห์จะได้รับกำลังใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่อ่อนเปลี้ย เขาจะเดินและไม่เหน็ดเหนื่อย (อิสยาห์ 40:31)

ความเครียดไม่ใช่เรื่องใหม่

  • โนอาห์เคยเครียดตอนสร้างเรือ ทั้งๆที่ไม่มีเค้าฝนบนท้องฟ้าเลย
  • มารธาเคยเครียดเพราะเตรียมทำอาหารเลี้ยงพระเยซูและพวกสาวก

ความเครียดเป็นช่องว่างระหว่างความต้องการที่หนักอึ้งบนบ่าเรา และกำลังที่เรามีเพื่อทำภาระนั้นให้ได้

ความเครียดไม่ใช่บาป หมดแรงก็ไม่ใช่บาป แต่จะเป็นบาปเมื่อเราไม่หาทางลดทอนความเครียดนั้น เพราะจะส่งผลร้ายต่อร่างกายของเราซึ่งเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์

 แล้วอะไรคือคำตอบ?  

อยู่ในการรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า – รอคอยในท่ามกลางภาระที่เรียกร้อง เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะรอคอยพระองค์ พระเจ้าจะเข้ามาสร้างสะพานเชื่อมช่องว่างนั้นด้วยพระกำลังของพระองค์

ทูลขอพระเจ้าให้เตรียมคุณเป็นผู้กำจัดความเครียด คุณอาจช่วยคนรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย สามีหรือภรรยาที่กำลังอยู่ในภาวะ “ตรึงเครียด” จงชื่นชมสำหรับโอกาสที่คุณจะได้แบ่งปันความรักของพระเจ้าไปสู่ผู้ที่มีความเครียดนะครับ

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries : www.lwf.org

(Cr.ภาพ Frits Ahlefeldt – freestock photo)

ธ.ค. 132017
 

ความลับของคริสตจักรยุคแรก

เมื่อไม่พบ จึงฉุดลากยาโสนกับพวกพี่น้องบางคนไปหาคณะผู้ปกครองเมืองแล้วร้องว่า “พวกที่ก่อความวุ่นวายทั่วโลกก็มาที่นี่ด้วย” (กิจการ 17:6)

ทำไมผู้เชื่อในศตวรรษแรกจึงสร้างผลกระทบอย่างแรงต่อโลกในสมัยของพวกเขา? พวกเขาไม่ได้มีเทคโนโลยีเท่ๆอย่างที่เรามี ไม่มีวงดนตรีคริสเตียน ไม่มีคริสตจักรระดับใหญ่ ไม่มีใบปลิวประกาศ หรือหนังสือคู่มือชีวิตคริสเตียน แต่ชายและหญิงในกลุ่มเล็กๆนั้นทำให้โลกในศตวรรษที่หนึ่งหูผึ่งทีเดียว พูดในแบบพระคัมภีร์ พวกเขาเป็นพวก “คว่ำโลก”

ผมคิดว่าหลายครั้ง โดยเฉพาะประเทศในฝั่งตะวันตก เรากำลังเป็นคริสเตียนเจือจาง เหมือนภาวะโลหิตจางที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เราไม่ได้มีชีวิตคริสเตียนตามมาตรฐานคริสเตียนในศตวรรษแรก คุณอาจเรียกอาการนี้ว่า “ความเชื่อเบาบาง” เหมือนผู้เชื่อสมัยนี้ทำในสิ่งที่จำเป็นก็พอ

ผมคิดว่าทุกวันนี้พระเยซูมีผู้ติดตามประเภทร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์เยอะ พวกเขามาหาพระองค์ในวันที่ว่างและเดินทางสะดวก หรือมีกิจกรรมน่าตื่นเต้นที่คริสตจักร แต่พอมีปัญหาหรือเรื่องวุ่นวาย ไปจนถึงขั้นถูกข่มเหง พวกเขาก็หายหน้าไป พวกเขาจึงไม่ใช่ผู้ติดตามตัวจริงหรือสาวกแท้

นี่คือเหตุผลที่เราไม่อาจคว่ำโลกได้ แต่อยากจะบอกว่าบางทีนอกจากเราไม่อาจจะคว่ำโลกแล้ว โลกเหมือนจะคว่ำคริสตจักรด้วยซ้ำ

เราจำเป็นต้องกลับไปสู่ความเป็นคริสเตียนอย่างที่มีในพระคัมภีร์  แบบที่พระเยซูทรงประกาศไว้ แบบเดียวกับที่คริสตจักรยุคแรกเคยเป็น และตามคำสอนของพระวจนะ – แบบเต็มที่และเต็มใจ ไม่ใช่คริสเตียนเจือจางในแบบทุกวันนี้ พูดสั้นๆคือเราจำเป็นต้องเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์

คุณเป็นสาวกพระเยซูหรือเปล่า? พระเยซูยังทรงขอให้เราก้าวออกมาจากฝูงชน จากผู้ที่ร่วมสุขไม่ร่วมทุกข์ จากคริสเตียนแปรปรวน ไปเป็นสาวกแท้ชองพระองค์

ทำไมคริสเตียนในศตวรรษแรกถึงสร้างผลกระทบอย่างแรงให้กับโลกใบนี้?

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr. ภาพ Worshipful Living)

 

ธ.ค. 122017
 

ไม่เคยเปล่าเปลี่ยว

“เราจะไม่ละทิ้งท่านทั้งหลายไว้ให้เปล่าเปลี่ยว เราจะมาหาท่าน” (ยอห์น 14:18)

ดร.พอล ทูร์นิเอร์ นักจิตวิทยาคริสเตียนชาวสวิสผู้ล่วงลับ เขียนไว้ว่า – ความเปล่าเปลี่ยวเป็นอาการที่ทำลายล้างได้มากที่สุดของยุคนี้

อะไรคือความเปล่าเปลี่ยว?

หลายคนสับสนคำนี้กับการอยู่ลำพัง คุณอาจอยู่ตามลำพังแต่ไม่เปล่าเปลี่ยว คุณไม่จำเป็นต้องถูกความเปล่าเปลี่ยวทับถมบนตัวคุณ เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้ว สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมใจคุณพบได้ในพระเยซูคริสต์

ทำไมครับ? เพราะพระองค์ทรงเข้าใจ ยอห์น 1:10-11 บอกเราว่าโลกนี้ไม่ต้อนรับและไม่รู้จักพระองค์ จึงอาจกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงดำเนินชีวิตที่เปล่าเปลี่ยว

“แต่ฉันต้องการคนจริงๆที่จับต้องได้”

พระเยซูทรงเป็นจริงครับ และพระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดคุณยิ่งกว่าที่ใครจะทำได้ – มีสหายเลิศคือพระเยซู เราจะไม่มีวันถูกแยกจากพระองค์เลย

คุณรู้สึกเปล่าเปลี่ยวหรือเปล่า? อาจมีคนที่คุณรู้จักกำลังเป็นเหมือนคุณ ลองโทรพูดคุยกับเขา ชวนออกไปทานอาหารหรือใช้เวลาด้วยกันนะครับ

ยอห์น 1:10-11 “พระองค์ทรงอยู่ในโลกที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาทางพระองค์ แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ พระองค์เสด็จมายังบ้านเมืองของพระองค์ แต่ชาวบ้านชาวเมืองของพระองค์ไม่ต้อนรับพระองค์”

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries : www.lwf.org

(Cr.ภาพ nuisri)

ธ.ค. 112017
 

เรียกให้มาสร้างสาวก

‘เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์’ (มัทธิว 28:19)

ในฐานะคริสเตียน เราไม่เพียงแต่นำผู้คนมาหาพระเยซูคริสต์ แต่เราต้องสร้างเขาให้สามารถลุกขึ้นยืนฝ่ายวิญญาณได้ด้วยตนเอง เพื่อเขาจะได้เดินหน้าในความสัมพันธ์กับพระองค์ สิ่งนี้เรียกว่าการสร้างสาวก

พระเยซูตรัสว่า “’เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์’ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”  (มัทธิว 28:19-20)

บนเส้นทางนี้พวกเรากลับไปแยกการประกาศออกจากการสร้างสาวก แต่พระเจ้าไม่ได้ต้องการแค่นำคนมาหาพระคริสต์เท่านั้น แต่ต้องสอนให้เขายืนขึ้นได้ฝ่ายวิญญาณ

ผมรู้สึกขอบพระคุณที่พระเจ้านำคนเช่นนี้เข้ามาในชีวิต ไม่นานหลังจากรับเชื่อในพระเยซู ผมไม่ค่อยรู้จักกับคริสเตียนมากนัก ผมปรับตัวกับชีวิตใหม่ไม่ค่อยได้ รู้สึกเก้ๆกังๆอึดอัดใจไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับคริสเตียน แต่ก็ไม่อยากกลับไปอยู่กับเพื่อนแก๊งเดิม

วันหนึ่งก็มีคนชื่อมาร์กเข้ามาแนะนำตัว พาผมไปโบสถ์ และแนะนำให้รู้จักคริสเตียนคนอื่นๆ สอนผมว่าควรเริ่มอ่านพระวจนะอย่างไรและหมายถึงอะไร ผมมีคำถามมากมาย เขาก็อดทนค่อยๆอธิบายให้เข้าใจ ช่วยให้การปรับตัวของผมเป็นไปได้ด้วยดี ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งเขามา

คุณเป็นคนแบบนั้นให้กับผู้เชื่อใหม่ได้ พระเจ้าอาจไม่ได้เรียกคุณมาเป็นนักเทศน์ หรือมานำนมัสการ แต่คุณเป็นเพื่อนให้ใครบางคนที่เพิ่งเชื่อได้ ใช้เวลากับพวกเขา แสดงให้พวกเขาเห็นการดำเนินชีวิตคริสเตียนว่าเป็นอย่างไรในโลกความจริงนี้

เริ่มต้นด้วยการประกาศ แต่ไม่ได้จบลงแค่นั้นนะครับ

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ Expertrain.com)

ธ.ค. 102017
 

10  ธันวาคม 2017

ขอสวัสดีพี่น้อง CJ และผู้มาเยี่ยมครับ และผมดีใจที่วันอาทิตย์ที่แล้ว มีผู้อาวุโสต้อนรับพระคริสต์ 2 ท่านคือ

1.คุณแม่ของคุณปลา คือคุณแม่ออมสิน       และ  2.คุณแม่ของคุณวิรัช   คือคุณแม่อัญชัน

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับปี 2018 ที่กำลังมาถึงของชาว CJ  ที่กำลังจะเริ่มต้นปีแห่งการรับใช้ ผ่านการเยี่ยมเยียนพี่น้องเหล่านี้ คริสต์มาสปีนี้ ใกล้จะมาถึงแล้ว ขอให้พวกเราจะมีความสุขกันมากขึ้นนะครับ

ในวันพฤหัสที่ 21 ธค. เราจะปรับเปลี่ยนชั้นเรียนพระคัมภีร์ให้เป็นการสังสรรค์วันคริสตมาสกัน (วันพฤหัส 21 ธค.ยังมีชั้นเรียนตามปกติ) ผู้ใดจัดเวลาได้ ขอเชิญไปร่วมรายการกันครับ เวลา 18.00-21.00น.

ขอให้งานคริสต์มาสของ CJ ในวันเสาร์ที่ 23 ธค.เวลา 16.00-17.00น. ณ มาบุญครอง พวกเราจะพาญาติมิตรมามากๆ นะครับ

และในวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคมที่ CJ ก็เป็นโอกาสพิเศษที่เราจะชวนคนอื่นๆ มาโบสถ์ด้วยเพราะคนจะตอบรับมาโบสถ์ง่ายกว่าวันอาทิตย์ปกติ ดังนั้นอย่าทิ้งโอกาสทองนี้นะครับ เรื่องราวของคริสตมาสคือข่าวดีอันประเสริฐที่ทุกคนในโลกต้องรับรู้ นั่นคือพระเจ้าทรงส่งพระบุตรคือพระเยซูคริสต์เจ้ามาบังเกิดเพื่อรับโทษบาปและประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่เรา เราจึงควรเฉลิมฉลองด้วยใจโมทนาขอบคุณพระเจ้า

อนึ่ง วัน(พฤหัส –ศุกร์ ) ที่ 18-19 มกราคม 2018 ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 น. ที่คริสตจักรนิมิตใหม่ สี่แยกพญาไท สคบ. จัดการอบรม พิเศษ หัวข้อ “การให้คำปรึกษาตามหลักพระคัมภีร์” (Biblical Counseling) โดย Dr. Wayne A. Vanderwier  ผู้เชี่ยวชาญบินตรงจาก USA มาให้การอบรม ผมจึงขอวิงวอนคณะผู้อภิบาล และสมาชิกที่ต้องการให้พระเจ้าใช้ในเรื่องการให้คำปรึกษา ผู้อื่นเข้าร่วม ทั้ง 2 วัน (ถ้าต้องลางาน ก็คุ้มค่า) แต่ต้องรีบสมัคร ก่อนสิ้นธันวาคม ค่าลงทะเบียนเพียงคนละ 680 บาท เพราะหลังจากนี้ ราคาจะเป็นคนละ 800 บาท ผู้ใดประสงค์จะเข้าร่วมแต่ขาดทุนทรัพย์ แจ้งที่ คุณแดง และคุณเอ๋ ด่วน

ขอให้วันนี้ พวกเราจะได้รับพระพรอย่างมากมายจาก อ.ฤทธิ์ และ อ.เอ๋ มากมายนะครับ

ขออธิษฐานเผื่อผมด้วย เพราะวันนี้ ผมต้องไปแบ่งปันที่คริสตจักรมหาพร กรุงเทพฯ (เป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่ศบ.ที่นั่นมาเทศน์ที่ CJ ครับ) และหากผู้ใดตั้งใจเรียนรู้พระคัมภีร์ ร่วมกับผม และพี่น้องคนอื่นๆ ก็ขอเชิญได้ในวันพฤหัสที่ 14 ธ.ค.ที่นี่เวลา 1 ทุ่ม หวังว่าจะได้พบกัน  (และเราจะฉลองคริสต์มาสร่วมกันกับชาว CJ ในชั้นเรียนวันที่ 21 ธค.นี้)      

“วันนี้ ผมมีความยินดีขอแนะนำสมาชิกของ CJ คือ  ดร. ธนวุฒิ ตันติโสภารักษ์  ชื่อเล่น : เพียว

อาชีพ :  อาจารย์มหาวิทยาลัย                                                                                                       

 1.คำถาม: มาเป็นสมาชิก CJ ได้อย่างไร ผ่านช่องทางไหน?

 คำตอบ: “จำไม่ได้แน่ชัดว่ามาที่ CJ ปีไหน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ   ประมาณปี 2008 ครับ ตอนนั้นเพิ่งมา   เชื่อใหม่ๆ ก็พยายามหาคริสตจักรนมัสการ ตอนแรกๆ ก็ไปเยี่ยมเยียนหลายๆ ที่ ตั้งแต่คริสตจักรแถวๆ บ้าน โซนหนองแขม ท่าพระ สะพานควาย ซึ่งแต่ละคริสตจักรก็อัธยาศัยไมตรีดีมากๆ ครับ  แต่เนื่องจากช่วงนั้นพี่สาวต้องทำงานตอนเช้า ออกมาได้ตอนสายๆ ทำให้เวลาไม่ตรงกับตารางการนมัสการของหลายที่ ช่วงนั้นเลยยังไม่ได้ตัดสินใจเป็นสมาชิกคริสตจักรที่ไหน ต่อมาไม่นานก็ได้มีโอกาสมาที่ CJ จากการแนะนำของอาจารย์และพี่น้องสมาชิกคริสตจักรพระคุณเชียงใหม่ หลังจากได้มาเยี่ยมเยียน CJ หลายครั้ง ก็พบว่า CJ เป็นคริสตจักรที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ (ฮา) แต่ด้วยเอกลักษณ์ของ CJ ก็ค่อยๆ ดึงดูดเราให้ผูกพันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยตัดสินใจรับบัพติศมา และเป็นสมาชิกที่นี่ครับ ลองคิดๆ ดูแล้ว ก็เรียกได้ว่า พระเจ้าให้ผมมาอยู่ที่ CJ ก็ว่าได้ จึงได้ผูกพันกับที่นี่เป็นพิเศษครับ

2.คำถาม: ประทับใจอะไรที่ CJ เป็นพิเศษ หรืออยากขอบคุณพระเจ้าอะไรเกี่ยวกับ CJ

คำตอบ: อย่างที่บอกไว้ครับ CJ เป็นคริสตจักรที่ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษครับ เราไม่ค่อยเน้นพิธีการอะไร มากนัก เรามีทั้งคนดัง คนไม่ดัง คนคุยเก่ง คนพูดไม่เก่ง คนชอบแสดงออก และคนขี้อาย CJ มีสมาชิกที่แตกต่างกันหลายแบบ แต่สามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันได้ ทำให้บรรยากาศในคริสตจักรเป็นแบบสบายๆ ไม่เคร่งเครียดเกินไปครับ

นอกจากนี้เรายังมีท่านอาจารย์ธงชัย ที่ทุ่มเทดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดครับ ที่ผมเติบโตได้มากขึ้นก็เป็นเพราะการอบรมสั่งสอนจากท่านอาจารย์ และการดูแลจากพี่น้องอีกหลายท่านครับ

 3.คำถาม: ตั้งใจจะทำอะไรกับคริสตจักร หรือผ่านคริสตจักร CJ

 คำตอบ: งานรับใช้หลักๆ ที่ทำในตอนนี้ ก็คือ

 -การใช้แรงงานทั่วไปในคริสตจักรครับ (ใช้แรงงานคืองานถนัดของเรา ฮา …ทำงานอาชีพใช้สมองเยอะแล้ว งานใช้แรงงานนี่หละใจมากๆ ครับ !! ) และทางคริสตจักรก็ให้โอกาสในการเป็น

-ผู้สอนรวีด้วยครับ  ซึ่งงานทั้งสองอย่างก็เป็นงานที่ผมรักและมีความสุขที่จะทำอยู่แล้วครับ ก็คิดว่าจะรับใช้ในด้านนี้ต่อไป และก็ขอกับพระเจ้าไว้ให้พระองค์ใช้ผมมากยิ่งขึ้นครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีโอกาสได้ถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ ได้หลงรักในพระคำพระเจ้ามากยิ่งขึ้นครับ!!  

ผมเป็นอาจารย์อยู่แล้ว พระเจ้าไม่ได้ใช้ผมเกินกำลังเลย พระเจ้าเมตตาใช้ผมจากต้นทุนที่มีอยู่จริง ทุกครั้งที่สอนรวีผมเองก็ได้รับการสอนจากพระเจ้าก่อนเสมอครับ ส่วนงานใช้แรงงานผมทำเพราะพระเยซูเป็นแบบอย่างของการถ่อมใจ ผมมีความสุขที่ได้ทำและทำได้ ครับ !! ไม่ได้ติดยึดกับคำว่า ดร. แล้วทำงานใช้แรงงานไม่ได้  ไม่จริงเลยครับ พระเยซูเป็นพระเจ้ายังทำได้เราก็ควรจะทำตาม พระองค์เป็นพระเจ้าแต่ทรงถ่อมใจมาเป็นมนุษย์ ช่วยงานปรนนิบัติต่างๆ เป็นลูกช่างไม้อยู่กับคนทุกระดับชนชั้น

สุดท้ายนี้ อยากจะฝากพี่น้องในคริสตจักร CJ ทุกท่านว่า เราเป็นคริสตจักรที่สมาชิกมีความแตกต่าง แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยมีพระคริสต์ทรงนำ ดังที่พระเยซูตรัสไว้ว่า

          ‘เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง

           คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา

           คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย(ยอห์น 15:5)

เราทุกคนเป็นแขนงแต่ละก้าน ที่อยู่ในเถาองุ่นเดียวกัน เราทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน แต่เราเป็นหนึ่งเดียวกัน และเมื่อเรามีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลาง เราก็จะสามารถเป็นคริสตจักรที่เติบโตอย่างมั่นคง”

ขอขอบคุณ ดร.ธนวุฒิ ตันติโสภารักษ์  ( เพียว)   ของเรามากนะครับสำหรับคำแบ่งปัน

ขอให้เราอธิษฐานเผื่อและช่วยกันหนุนใจ ดร. ธนวุฒิ ตันติโสภารักษ์  ( เพียว)  ด้วยนะครับ

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านอย่างมากล้น แล้วพบกันครับ

 

ด้วยรักจากใจ

(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล

ธ.ค. 092017
 

 คริสเตียนกับรัฐธรรมนูญ         

ประเทศไทยมีวันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศ

รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ

รัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”  (27มิถุนายน-10 ธันวาคม 2475)

จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามมาอีกหลายฉบับ จนถึงฉบับที่19 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557”  เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตและลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่  22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายทันที แทนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทั้งสิ้น 48 มาตรา

จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20  คือ “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560”  (6 เมษายน 2560-ปัจจุบัน)

ประวัติความเป็นมา

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

สาเหตุที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  

  • พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
  • หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผลอันนี้ได้กระทบถึงไทยด้วย พระองค์ได้แก้ไขเศรษฐกิจโดยปลดข้าราชการออก ยังความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ
  • อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนหนุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
  • รัฐบาลได้ออกกฎหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร

จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการทหารและราษฎรทั่วไปจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยการปฏิวัติ มีคณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหาร ซึ่งประกอบด้วยพันเอก พระยาพหลพยุหเสนา พันเอกพระยาทรงสุรเดช และพันเอก พระฤทธิอาคเนย์ เข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ

วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 จึงได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว” สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคล คณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ

           – พระมหากษัตริย์

            – สภาผู้แทนราษฎร

            – คณะกรรมการราษฎร

            – ศาล

ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ การปฏิบัติราชการต่าง ๆ จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งหมด 20 ฉบับ

รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475” จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้

  1. พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 (27 มิถุนายน – 10 ธันวาคม 2475)
  2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม (ไทย) พุทธศักราช 2475 (10 ธันวาคม 2475 – 9 พฤษภาคม 2489) ถูกยกเลิกเพราะล้าสมัย
  3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (9 พฤษภาคม 2489 – 8 พฤศจิกายน 2490) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
  4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญตุ่มแดง หรือ รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม (9 พฤศจิกายน 2490 – 23 มีนาคม 2492)
  5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 (23 มีนาคม 2492 – 29 พฤศจิกายน 2494) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
  6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 (8 มีนาคม 2495 – 20 ตุลาคม 2501) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
  7. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 (28 มกราคม 2502 – 20 มิถุนายน 2511)
  8. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 (20 มิถุนายน 2511 – 17 พฤศจิกายน 2514) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
  9. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 (25 ธันวาคม 2515 – 7 ตุลาคม 2517)
  10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 (7 ตุลาคม 2517 – 6 ตุลาคม 2519) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
  11. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 (22 ตุลาคม 2519 – 20 ตุลาคม 2520)
  12. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 (9 พฤศจิกายน 2520 – 22 ธันวาคม 2521)
  13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 (22 ธันวาคม 2521 – 23 กุมภาพันธ์ 2534) ถูกยกเลิกโดยคณะ รสช.
  14. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 (1 มีนาคม – 9 ตุลาคม 2534)
  15. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 (9 ธันวาคม 2534 – 11 ตุลาคม 2540) ถูกยกเลิกหลังตรารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
  16. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ฉบับประชาชน (11 ตุลาคม 2540 – 19 กันยายน 2549) ถูกยกเลิกโดยคณะ คปค.
  17. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 (1 ตุลาคม 2549 – 24 สิงหาคม 2550)
  18. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (24 สิงหาคม 2550 – 22 กรกฎาคม 2557)
  19. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 (22 กรกฎาคม 2557-6 เมษายน 2560)
  20. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (6 เมษายน 2560-ปัจจุบัน)

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 

นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ร่างขึ้นโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในระหว่าง พ.ศ. 2557–2560 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ  

ในฐานะพลเมืองไทย และในฐานะคริสเตียนชาวไทย เราควรมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง?

 คำว่า “หน้าที่” หมายถึง กิจที่จะต้องทำด้วยความรับผิดชอบ ในที่นี้หมายถึง   “ภาระและความรับผิดชอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดบังคับให้บุคคลซึ่งเป็นชนชาวไทยต้องปฏิบัติ หรือกระทำให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย” ถ้าหากผู้ใดไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและจะถูกลงโทษ

หน้าที่ของชนชาวไทย มีสองสถานะ คือ

  1. ฐานะผู้ปกครอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองของประเทศไทย
  2. ฐานะผู้อยู่ภายใต้การปกครอง รัฐธรรมนูญนอกจากจะมีบทบัญญัติในเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไว้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่บางประการควบคู่ไปด้วย กล่าวคือ เมื่อรัฐได้ให้หลักประกันในสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนแล้ว ประชาชนก็มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อรัฐด้วย

จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาได้กำหนดเรื่องสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยไว้อย่างชัดเจน 

 ทั้งนี้ คำว่า “สิทธิ” มีคำคู่กันอยู่คือ “หน้าที่” ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม เมื่อมี “สิทธิ” ก็ย่อมมี “หน้าที่” คู่กันเสมอ 

 เมื่อเราเกิดมาเป็นคนไทยมีสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนด เราก็ย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติในฐานะเป็นคนไทยด้วยเช่นกัน และได้บัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ต่าง ๆ คือ 

           – รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

          – หน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีหน้าที่ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร 

          – เสียภาษีอากร 

          – ช่วยเหลือราชการ 

          – รับการศึกษาอบรม พิทักษ์ปกป้อง 

          – สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น 

          – อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

หน้าที่สำคัญของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชน  ตามหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ 

          1) เกิดผลประโยชน์สุขของประชาชน 

          2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ 

          3) มีประสิทธิภาพและมีความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ 

          4) ไม่มีขั้นตอนในการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น 

          5) ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ 

          6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ 

          7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ 

จะเห็นได้ว่าชาวไทยที่เป็นข้าราชการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของชนชาวไทยมากกว่าบุคคลที่เป็นประชาชนทั่วไป

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของชนชาวไทยทุกคนนั้น ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคนเลย และถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคน ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้ามาดำเนินการตามหน้าที่ของชนชาวไทย เพื่อแสวงหาแนวทางการแก้ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ด้วยสันติวิธี รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและประพฤติตนเป็นพลเมืองดีตามรัฐธรรมนูญอย่างเข้มแข็ง (เรียบเรียงจากข้อมูล วิกิพีเดียและอินเทอร์เน็ต)

ใช่ครับ เราที่เป็นคริสเตียนก็มีสิทธิ์ และหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเหมือนกับคนไทยทุกคนเช่นกัน

 ตามที่พระวจนะของพระเจ้าสอนไว้ว่า  …

“ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง(ตามรัฐธรรมนูญ) เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ถืออำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น” โรม 13:1 THSV11

หากว่าคริสเตียนไทยกระทำตามคำแนะนำข้างต้นนี้ ก็ย่อมจะปลอดภัย และสงบสุข ….

จริงไหมครับ?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

– twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Flickr.com)

ธ.ค. 082017
 

สิ่งที่ชีวิตฝ่ายวิญญาณของคุณต้องพึ่งพิง

พระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ” (มัทธิว 4:4)

คุณเคยสังเกตุหรือไม่ เดี๋ยวนี้ผู้คนไม่ค่อยสนใจฟังขั้นตอนเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินจากพนักงานบนเครื่องบินก่อนขึ้นบิน? ผมเองก็ด้วย เพราะโดยสารเครื่องบินเป็นประจำ และเห็นขั้นตอนนี้จนเคยชิน

แต่สมมุติว่า ระหว่างเครื่องบินๆอยู่บนฟ้า มีเสียงดังที่เครื่องยนต์ แล้วคุณก็เห็นควันพุ่งออกมา ในทันที พนักงานบนเครื่องก็ก้าวออกมาด้านหน้าและประกาศผ่านอินเตอร์คอมว่า “สุภาพสตรี และสุภาพบุรุษทุกท่านคะ เราจะต้องลงจอดฉุกเฉิน ดิฉันจะสาธิตวิธีเตรียมพร้อมในกรณีฉุกเฉินให้ดูอีกครั้งค่ะ ขอให้ทุกท่านตั้งใจฟัง”

คุณคิดว่าผมจะรีบวางนิตยสารในมือลงหรือไม่? จะตั้งใจฟังหรือไม่ว่าทางออกอยู่ตรงไหน? เชื่อเถอะ ทุกคนต่างหมายตาทางออกใกล้ตัวไว้แน่เผื่อต้องใช้ ผมจะใส่ใจรายละเอียดด้วยเหตุผลง่ายๆ : ชีวิตผมขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขากำลังสาธิต

เมื่อพูดถึงพระวจนะของพระเจ้า เราต้องตั้งใจฟังเช่นกัน ทำไมครับ? เพราะชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราขึ้นอยู่กับพระคำของพระเจ้า แค่ฟังคำสอนของพระเยซูไม่อาจทำให้คุณเป็นสาวก ถ้าคุณต้องการเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ คุณต้องตั้งมั่นอยู่ในพระวจนะของพระองค์

คุณอ่านพระคัมภีร์ทุกวันหรือเปล่า? เป็นเรื่องสำคัญนะครับ จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตคริสเตียนขึ้นอยู่กับว่าพระวจนะเข้าไปในใจคุณมากน้อยแค่ไหน และคุณพึ่งพระวจนะทุกวันด้วยใจเชื่อฟังหรือไม่

ถ้าคุณอ่านพระคัมภีร์น้อยลง คุณก็กำลังลดอาหารฝ่ายวิญญาณ วิญญาณคุณก็จะเหี่ยวแห้งและผอมโซลงไป แต่ถ้าคุณใส่ใจในโภชนาการอาหารฝ่ายวิญญาณด้วยพระวจนะ วิญญาณคุณก็จะแข็งแกร่งและเติบโตขึ้น

เราต้องตระหนักว่า ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับพระเจ้าจะพบได้ในหน้ากระดาษของพระคัมภีร์

จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตคริสเตียนขึ้นอยู่กับสิ่งนี้

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 (Cr. ภาพ Air & Space Magazine)