ป้าการ์ฟิลด์

มิ.ย. 242018
 

24 มิถุนายน 2018

สวัสดีครับชาว CJ

ดีใจทีทุกท่านที่มานมัสการด้วยกันในวันนี้ ได้
ดีใจที่อาทิตย์ที่แล้วมีผู้ประกาศตนติดตามพระคริสต์ 5 ท่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่
คือ 1.คุณไมค์   2. คุณวิน  3. คุณปลา  4. น้องตั้งใจ  5. น้องเอลี่

วันนี้ ใครยังไม่ได้สมัคร ไปค่ายMomentum”  รีบสมัครด่วน! แล้วไปใช้เวลาด้วยกันในค่ายช่วง วันที่ 13 -15 ก.ค.นี้

ทุกวันพฤหัส ผมดีใจที่สมาชิกของเรามาเรียนพระคัมภีร์กันมากขึ้น  ขอให้ผู้ที่ยังไม่เคยมาหรือเคยมาแล้วหายไปกลับ มาเรียนด้วยกันอีกนะครับ วันอาทิตย์ และวันอื่นๆ ที่คริสตจักรมีชั้นเรียนพระคัมภีร์หรือกลุ่มแคร์ ขอทุกท่านเข้าร่วมนะครับ จะเป็นพรต่อตัวเองและคนอื่นๆ

ขอให้พี่น้องอธิษฐานเผื่อกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องที่เจ็บป่วย หรือมีคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย หรือมีปัญหาหนักแบกอยู่

วันนี้ ขอแนะนำ สมาชิกของเราท่านหนึ่งคือ คุณ วสันต์  พุทธรักษา ชื่อเล่น : ตุ๋ย

 อาชีพ : เจ้าของกิจการ ตัวแทนนำเข้าส่งออก

1.ถาม  มาเชื่อพระเจ้า/มาเป็นสมาชิกCJ ได้อย่างไร ผ่านใครหรือช่องทางใด ?

ตอบ “เริ่มจากทางภรรยาเริ่มสนใจในเรื่องราวของพระเจ้าผ่านทางแม่และทำให้เราสงสัยและอยากรู้ว่าอะไรทำให้เขา สนใจและอ่านพระคัมภีร์ ผมก็ได้ตัดสินใจลองศึกษาและรู้จักพระเจ้าได้เรียนรู้สักพักได้รู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่เพียงใดและรู้จักพระเจ้ามากยิ่งขึ้น มาเป็นสมาชิก CJ ได้เพราะน้องได้ลองมานมัสการที่ CJ ก็ชอบและบอกผมว่าที่นี้เหมาะกับเราหลังจากนั้นก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว CJ

2.ถาม ประทับใจอะไรเกี่ยวกับ CJ หรืออยากขอบคุณพระเจ้าอะไรผ่าน CJ??

ตอบ อยากขอบคุณพระเจ้าสำหรับ CJ ที่ทำให้ผมกับครอบครัวเติบโตในทางของพระเจ้า พี่ ๆ ที่น่ารักให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และได้มีพี่เป้มาชวนทำงานปฏิคมในการรับใช้พระเจ้า เป็นจุดเริ่มต้นในการรับใช้พระเจ้าของครอบครัวผม ขอบคุณครูรวีที่แสนดี ที่คอยสอนลูกของผมทำให้มั่นใจได้ว่าเขาจะเดินทางของพระเจ้าโดยไม่หันไปทางอื่น

3.ถาม อยากมีส่วนตอบแทนพระคุณพระเจ้าหรือทำอะไรผ่านทางCJ บ้าง อย่างไร ? หรืออยากหนุนใจพี่น้องด้วยข้อพระวจนะใด เพราะอะไรจึงใช้พระวจนะข้อนี้ ??

ตอบ สิ่งที่ตั้งใจและอธิษฐานมาโดยตลอดคืออยากเป็นภาชนะที่พระเจ้าเรียกใช้ได้ในทุกเวลาและทุกเรื่องที่พระเจ้าเรียกใช้ และอยากร่วมรับใช้ในคริสจักรมากขึ้นจะทำงานทุกงานที่พระเจ้าทรงเรียกใช้อย่างสุดกำลังและเต็มความสามารถ

ข้อพระวจะหนุนใจ ฟิลิปปี 4:6 “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่าง ต่อพระ เจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ”

จึงขอหนุนใจพี่น้องที่รัก เราแต่ละคนต่างก็ต้องเข้าสู่การทดสอบจิตใจจากพระเจ้า ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งในแต่ละวัน  จะอย่างไรก็ตามขอให้ใจของเรายึดมั่นในคำสั่งสอนคำตักเตือนของพระเจ้าไว้ เพราะหมดทั้งชีวิตเราได้มอบให้กับพระองค์ไปแล้ว จงถ่อมใจลงปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงสั่งสอนและแนะนำเราเท่านั้น”

ขอขอบคุณ คุณ วสันต์  พุทธรักษา ( ตุ๋ย) และขอพระเจ้าทรงอวยพร คุณตุ๋ย และพี่น้องทุกท่านครับ
  
ด้วยรักจากใจ

(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล

มิ.ย. 232018
 

 จะนำความรอดไปถึงผู้ใหญ่ของเราได้อย่างไร?

พระองค์ตรัสสั่งพวกสาวกว่า   “พวกท่านจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน”   มาระโก 16:15 THSV11

And he said to them, “Go into all the world and proclaim the gospel to the whole creation.”  -Mark 16:15 ESV

เราต้องประกาศและนำคนอื่นๆ ให้มาหาพระเยซูคริสต์ เพื่อช่วยให้เขาได้รู้จักและรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกผู้ใหญ่!

แท้จริงแล้ว ในสังคมไทย และเอเชียโดยรวม ตั้งแต่ยุคโบราณมา หากหัวหน้าครอบครัวมีความเชื่อในศาสนาใด สมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัวก็มักจะเชื่อในศาสนานั้นตามไปด้วย แต่ปัจจุบัน โลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่ละคนในครอบครัวเดียวกัน อาจเลือกเชื่อหรือศรัทธาในศาสนาที่แตกต่างกัน หรือบางทีเชื่อศรัทธาในพระเจ้าเดียวกัน แต่อาจเลือกไปโบสถ์หรือคริสตจักรที่แตกต่างกันก็ยังมี  อย่างเช่น ในบ้านของผมเองมีสมาชิกอยู่ 4 คน แต่ก็ไปเป็นสมาชิกกันถึงสี่คริสตจักร ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป  อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่(ซึ่งเป็นที่เคารพรัก)ก็ยังคงเป็นจุดศูนย์รวมของสมาชิกในครอบครัวตามขนบประเพณีและวัฒนธรรมอย่างคนเอเชีย การเข้าหา เข้าถึงบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่อย่างถ่อมใจพร้อมข่าวประเสริฐด้วยความเข้าอกเข้าใจ จึงนับว่าเป็นสิ่งถูกต้องถูกทางที่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง!

ขอให้วันนี้ เราผู้มีความศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้า จะตั้งเป้า วางแผน จัดเวลา เยี่ยมเยียน หนุนใจ และสร้างสุขให้กับเหล่าผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสเหล่านั้นของเราหรือของชุมชนตามวาระเวลาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เราต้องทำให้บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ชื่อใจ และเปิดใจที่จะรับฟังข่าวประเสริฐ ด้วยการนำเสนอพระกิตติคุณด้วยความอ่อนสุภาพ ไม่ก้าวร้าว เปรียบเทียบหรือดิสเครดิตความเชื่อของศาสนาอื่น

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักสังเกต เราต้องซื้อสิทธิในการพูดด้วยการจ่ายราคาในการฟัง!  เราต้องฟังคำถาม คำรำพึงรำพัน คำวิพากษ์วิจารณ์ หรือคำร้องทุกข์ของบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นด้วยความตั้งใจและจริงใจ หากเราพร้อมเสมอที่จะตอบให้จุใจแก่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ของเรา เราอาจคิดไม่ถึงว่าในท่ามกลางคนเหล่านั้น เราอาจจะได้ยินใครบางคนลุกขึ้นยืนและบอกว่า เขาเปิดใจและได้ต้อนรับพระคริสต์ด้วยความเชื่อ (ศรัทธา)ในข่าวประเสริฐแล้ว!

ดังนั้น ขอให้เรา –

  1. อธิษฐานเผื่อผู้หลักผู้ใหญ่ผู้ที่เราปรารถนาให้ท่านเปิดใจต้อนรับพระคริสต์เป็นประจำ ทุกวัน และทูลขอพระเจ้าทรงใช้ตัวเราและคนอื่นๆ นำจิตวิญญาณอย่างมีศิลปะ
  2. เป็นพยาน และประกาศข่าวประเสริฐทุกวันเมื่อมีจังหวะและโอกาสที่ดี
  3. แสดงความรัก โดย การบรรเทา และช่วยเหลือท่านเหล่านั้น จนกว่าทุกคน จะเปิดใจรับความรอดจากพระคริสต์
  4. นำท่านเหล่านั้น เข้าสู่สามัคคีธรรมของคริสตจักร ตามทฤษฎี 3 ขาของคริสตจักรเพื่อดูแลเลี้ยงดูและเสริมกำลังฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่พวกท่านอย่างต่อเนื่อง

โดยขอให้เรามีท่าทีประกาศ ดังนี้

1.ให้เราสารภาพถ่อมใจต่อพระเจ้า และพึ่งพระกำลังของพระองค์

2คร.3:5-6  “ไม่ใช่เพราะมีความสามารถในตัวเราเองที่จะถือว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดจากตัวเราเอง แต่ความสามารถนั้น มาจากพระเจ้า ผู้ประทานให้เราสามารถเป็นผู้ปรนนิบัติแห่งพันธสัญญาใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นไปตามตัวอักษรที่เขียนไว้แต่เป็นไปตามพระวิญญาณ ด้วยว่าตัวอักษรที่เขียนไว้นั้นทำให้ตาย แต่พระวิญญาณประทานชีวิต”

2.ให้เรามั่นใจในสิทธิอำนาจและพลังของพระเจ้าที่กระทำกิจผ่านตัวเรา

ฟป.4:13 “ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า”

3.ให้เราออกไปประกาศข่าวดีต่อจิตวิญญาณของผู้อื่นว่าพระคริสต์ตายไถ่บาปเขาแล้ว

2คร.5:15 “และพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน เพื่อบรรดาคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่อยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อ พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย”

มธ.28:19 “เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระ นามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์” 

4.ให้เราไปบอกข่าวดีต่อพวกเขาด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาสงสารอย่างจริงใจ

มธ.9:36 “และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรฝูงชนก็ทรงสงสารเขาทั้งหลาย เพราะพวกเขาถูกรังควานและไร้ที่พึ่งเหมือนฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง”
ลก.19:41
“เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้และทอดพระเนตรเห็นกรุงแล้ว ก็ทรงกันแสงสงสารกรุงนั้น”

5.ให้เราประกาศด้วยความห่วงใยอย่างมีสติปัญญา

ยก.1:5 “แต่ถ้าใครในพวกท่านขาดสติปัญญา ให้คนนั้นทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานให้กับทุกคนด้วยพระทัยกว้างขวางและไม่ทรงตำหนิ แล้วเขาก็จะได้รับตามที่ทูลขอ” 

สภษ.11:30 “ผลของคนชอบธรรมคือต้นไม้แห่งชีวิตคนมีปัญญาย่อมได้คนจำนวนมาก

ฉะนั้น ขอให้เราเริ่มต้นอธิษฐาน และเป็นพยานกับคนใกล้ตัว ในครอบครัว วงศาคณาญาติของเรา และมิตรสหายที่ครอบคลุมถึงทุกคนที่เราพบปะหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในชีวิต และบุคคลกลุ่มแรกที่เราควรคิดถึงและแนะนำพระคริสต์ไปให้กับพวกท่านเหล่านั้นรู้จักและรับ(เชื่อศรัทธา)ก็คือ ผู้ใหญ่อาวุโสในครอบครัวของเราทั้งครอบครัวฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายจิตวิญญาณ

เห็นด้วยไหมครับ?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ have2post.com)

มิ.ย. 222018
 

มองหาความรักหรือ?

และบัดนี้ ทั้งสามสิ่งนี้ยังดำรงอยู่ คือความเชื่อ ความหวัง และความรัก แต่ความรักนั้นใหญ่ที่สุดในสามสิ่งนี้ (1โครินธ์ 13:13)

บริษัททำโพลชื่อดังแห่งหนึ่งได้ทำการสำรวจผู้คนด้วยคำถาม “คุณมองหาอะไรมากที่สุดในชีวิต?”

คำถามนี้ถูกส่งไปยังผู้คนหลากหลายวัยและหลากหลายอาชีพ และเมื่อรวบรวมผลสำรวจ นักวิเคราะห์กลับประหลาดใจ ส่วนใหญ่พวกเขาคิดว่าคำตอบจะเป็นเรื่องความชื่นชอบในวัตถุสิ่งของ แต่คำตอบมากสุดที่ได้รับคือความรัก ผู้คนต้องการมีความรักและได้รับความรัก

ทำให้เกิดคำถามตามมา “แล้วอะไรคือความรัก?” เรามีความเข้าใจในเรื่องความรักขนาดไหน? ถ้าเรามองไปที่สังคมของเราเพื่อหาเบาะแส ก็จะพบกับความผิดหวัง แถมยังสับสนอีกด้วย ที่เราต้องการคือความรักแท้ ไม่ใช่ความรักจอมปลอมที่มีอยู่ดาษดื่นในสังคมของเรา

ผมคิดว่าเราผิดพลาดใหญ่หลวงเมื่อคิดว่าการแต่งงานจะช่วยแก้ปัญหาของเราได้ หรือชายและหญิงที่เราจะแต่งงานด้วยจะช่วยให้เราหลุดออกจากปัญหา

หลายคนสงสัยว่าเราจะมีวันได้พบคนที่เราอยากแต่งงานหรือคนที่เราอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือไปด้วยกันได้หรือ ลองมาดูกัน คนโสดไม่ได้เป็นพวกเดียวที่รู้สึกเหงา คู่แต่งงานก็อาจเหงาได้ พวกเขาอาจอยู่ในชีวิตคู่ที่ความรักจืดจางลง หรือไม่ได้ใส่ใจกันและกันเท่าที่ควร บางทีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เชื่อ อีกฝ่ายไม่ใช่ ชีวิตจึงเหมือนเดินไปกันคนละทาง ไม่ว่าคุณจะเป็นโสดหรือแต่งงานแล้ว ทุกคนมีสิทธิที่จะเหงาได้

ความจริงคือคุณจำเป็นต้องพอใจในสถานะของคุณ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือเป็นโสด ถ้าเป็นโสด คุณควรพอใจในสถานะโสดของคุณ ถ้าแต่งงานแล้ว คุณควรพอใจในฐานะชีวิตคู่ จงเข้าใจว่าไม่มีใครสามารถเติมเต็มความต้องการลึกๆภายในคุณได้ ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับพระเจ้า พระองค์คือผู้ที่จำเป็นสำหรับเรา ทรงเป็นสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่สุด

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ colletiveandevolution)

มิ.ย. 212018
 

ราคาที่คุณต้องจ่าย

ถ้าพวกท่านติดสนิทอยู่กับเราและถ้อยคำของเราติดสนิทอยู่กับท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น (ยอห์น 15:7)

มีบางคนไปขอพบครูผู้สอนพระคัมภีร์ที่โด่งดังท่านหนึ่งพูดว่า “ท่านครับ ผมอยากให้ท่านทั้งโลกได้เพื่อจะมีความรู้พระคัมภีร์เท่ากับที่ท่านมี” ครูท่านนั้นมองไปที่ชายหนุ่มตอบว่า “นั่นแหละคือราคาที่คุณต้องจ่าย”

พระธรรมโรมบทที่ 12 บอกเราว่า “อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม” (12:2) แล้วจิตใจเราจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร? โดยการศึกษาพระวจนะของพระเจ้า

ในกิจการบทที่ 17  ชาวยิวที่อยู่ในธรรมศาลาที่เมืองเบโรอา ตั้งใจฟังสิ่งที่เปาโลและสิลาสพูดเมื่อไปถึง: “ยิวในเมืองนี้มีใจยอมรับมากกว่ายิวในเมืองเธสะโลนิกา เพราะพวกเขารับพระวจนะด้วยความอยากรู้และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจริงดังที่กล่าวหรือไม่ เพราะฉะนั้นมีหลายคนในพวกเขามาเชื่อถือ รวมทั้งบรรดาสตรีมีศักดิ์ชาวกรีกและบรรดาผู้ชายชาวกรีกอีกจำนวนไม่น้อย” (ข้อ 11-12)

ผมชอบที่พวกเขารับพระวจนะด้วยความอยากรู้และค้นดู พวกเขาต่างก็สอบถามเอาจากเปาโล หนึ่งในผู้เขียนส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์ใหม่ นี่คือวิธีการฟังที่ถูกต้อง พระเยซูตรัสว่า “ถ้าพวกท่านติดสนิทอยู่กับเราและถ้อยคำของเราติดสนิทอยู่กับท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น” (ยอห์น 15:7)

คำว่า “ติดสนิท” หมายถึงหยั่งรากลึกลงในพระเยซูคริสต์ ดูดซับสารอาหารขึ้นมา และเติบโตขึ้นในทุกๆวัน อยู่ในพื้นที่ๆพระเจ้ามอบให้ พื้นที่ๆในสามัคคีธรรมกับพระองค์ นั่นคือคุณศึกษาพระวจนะของพระเจ้า นั่นคือท่องจำพระวจนะ และที่สุดแล้วสิ่งที่คุณทำจะสร้างอิทธิพลต่อความคิด การดำเนินชีวิต และทุกสิ่งที่ทำ เราจำเป็นต้องเข้าสู่พระวจนะด้วยวิธีการนี้

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ History of Bible study)

มิ.ย. 202018
 

ปัญหาของคำว่าความรัก

ฉะนั้นเราจึงรู้ และวางใจในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงเป็นความรัก และผู้ที่อยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงอยู่ในคนนั้น (1ยอห์น 4:16)

เรามีคำๆหนึ่งในภาษาอังกฤษสำหรับ “ความรัก” และเรานำไปใช้กับทุกสิ่งจาก “ฉันรักงานของฉัน” หรือ “ฉันรักรถของฉัน” ไปจนถีง “รักหมา รักแมว” หรือ “รักเมนูทาโกส์”

ในภาษากรีก มีคำหลายคำที่ใช้สำหรับความรัก ไม่ใช่แค่คำเดียว มีคำว่า “อีรอส” ซึ่งหลักๆแล้วหมายถึงความหลงไหลทางกาย มีคำว่า “ฟีเลโอ” ที่พูดถึงความรักฉันพี่น้อง ความรักระหว่างเพื่อนและครอบครัว และมีคำว่า “อากาเป้” ซึ่งเป็นคำที่นำมาใช้กันในความหมายของความรักที่ใช้ในพระคัมภีร์ใหม่

และทุกคำที่นำมาใช้นี้มีพื้นที่ของตนเองในความสัมพันธ์ “อีรอส” ไม่ใช่เป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป เป็นคำในภาษากรีกที่พูดถึงแรงดึงดูดฝ่ายกายในเรื่องเพศ และอีรอสเป็นสิ่งที่ดีงามถ้าอยู่ถูกที่ถูกเวลา ถ้าเป็นอีรอสในชีวิตแต่งงาน ก็เป็นการเติมเต็มที่ถูกต้อง เป็นสิ่งดีงาม แต่ภายนอกการแต่งงาน ก็อาจสร้างปัญหาและนำไปสู่ความบาป

ขณะที่อีรอสต้องการบางสิ่งจากบางคน ฟีเลโอจะให้บางสิ่งกับคุณแต่ก็คาดหมายจะได้รับบางสิ่งกลับคืนด้วย ในขณะที่อากาเป้ จะให้คุณบางสิ่งโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ถ้าเราจะนำความรักทั้งสามแบบนี้มาเปรียบเทียบกับของขวัญแห่งการให้ อีรอสก็จะกล่าวว่า “ฉันอยากได้ของขวัญที่คุณมีเดี๋ยวนี้เลย” ฟีเลโอจะพูดว่า “ฉันจะให้ของขวัญบางอย่างกับคุณ แต่คุณจะให้อะไรกับฉัน?” และอากาเป้จะพูดว่า “นี่คือของขวัญที่คุณไม่มีทางจ่ายอะไรเพื่อคืนกลับได้ ไม่มีเลย แต่ฉันให้คุณเพราะว่าฉันรักคุณ”

ที่น่าเศร้า ความสัมพันธ์ในทุกวันนี้สร้างอยู่บนความรักแบบอีรอส ผู้คนเปลี่ยนจากความสัมพันธ์หนึ่งไปสู่อีกความสัมพันธ์ กล่าวว่าพวกเขาตกหลุมรัก และเดี๋ยวนี้ไม่ได้รักกันอีกต่อไป ทั้งที่ความเป็นจริงพวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์ความรักแท้ที่ยั่งยืนไปจนชั่วชีวิต

แม้จะมีพื้นที่สำหรับความรักแบบฟีเลโอ และความรักแบบอีรอส เราต้องสร้างชีวิตแต่งงานของเราบนความรักแบบอากาเป้นะครับ

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ Pinterest.com)

มิ.ย. 192018
 

พระเจ้าทรงนำความทุกข์ร้อนมาใช้อย่างไร

ก่อนที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก ข้าพระองค์หลงเจิ่น แต่บัดนี้ข้าพระองค์ปฏิบัติตามพระดำรัสของพระองค์ (สดุดี 119:67 THSV11)

ความมั่งคั่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้คนหยิ่งผยอง คิดว่าทำได้เอง เราไม่คิดว่าเราต้องการพระเจ้า เพราะเรามีเงินเดือน มีการลงทุน มีอาชีพ มีบ้าน มีสุขภาพ และมีครอบครัว แต่พอเศรษฐกิจดิ่ง ตลาดหลักทรัพย์ล่ม หรือบ้านไฟใหม้ หวังว่าเราจะหันกลับมาหาพระเจ้า และรู้ว่าสิ่งใดสำคัญแท้จริง เราไม่ควรต้องกลัวความเจ็บปวด เพราะบ่อยครั้งเวลาแห่งความมั่งคั่งทำให้เราหลงลืมพระเจ้า

ขณะที่ชาวอิสราเอลเตรียมเข้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา พระเจ้าตรัสกับพวกเขา “…มีบ้านที่เต็มไปด้วยของดีซึ่งท่านไม่ได้สะสมไว้ และบ่อน้ำซึ่งท่านไม่ได้ขุด และสวนองุ่นกับสวนมะกอกซึ่งท่านไม่ได้ปลูกไว้ และเมื่อท่านได้รับประทานก็อิ่มหนำ แล้วจงระวังตัวเกรงว่าพวกท่านจะลืมพระยาห์เวห์ผู้ทรงนำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ คือออกจากแดนทาส” (เฉลยธรรมบัญญัติ 6:11-12)    

ก่อนมาถึงจุดนี้ ชาวอิสราเอลรอนแรมอยู่ในถิ่นทุรกันดารถึงสี่สิบปี พวกเขาต้องพึ่งพิงพระเจ้าเท่านั้นสำหรับทุกสิ่ง ทุกวันที่พวกเขาเดินออกจากเต็นท์ จะมีมานารออยู่เหมือนหนังสือพิมพ์ฉบับเช้า พวกเขาจะทานมานาเป็นอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น เหมือนกับไก่งวงที่เหลือจากวันขอบคุณพระเจ้าที่ต้องเอากลับมาทำกินอีก เป็นอาหารจากสวรรค์ให้พวกเขา พระเจ้ายังทรงนำพวกเขาผ่านถิ่นทุรกันดารโดยมีเสาเมฆบังในกลางวัน และเสาเพลิงในยามกลางคืน พวกเขาต้องจับจ้องอยู่ที่พระเจ้าเท่านั้น

แต่แล้วพระเจ้านำพวกเขามาสู่ชายแดนแห่งพันธสัญญา ที่ๆพวกเขาจะได้เห็นทุ่งหญ้าเขียวสด และแม่น้ำที่ไหลริน พวกเขาจะได้เห็นผลไม้ขนาดใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขารอแทบไม่ไหวที่จะได้เข้าไป และเหมือนพระเจ้าตรัสว่า “เอาเถิด ระวังให้ดี เพราะเมื่อพวกเจ้าเข้าไปที่นั่นแล้ว อันตรายก็คือพวกเจ้าจะลืมเราสิ้น”

เมื่อความเจ็บปวดเข้ามา โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น ความทุกข์ร้อนมาหา เราอธิษฐาน – และเราอธิษฐาน ความทุกข์ร้อนจะปรับระดับเรา ทำให้เราถ่อมลง และพระเจ้าสามารถใช้ความทุกข์ร้อนเพื่อนำเราเข้าใกล้พระองค์

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 (Cr.ภาพ Look and Learn)

มิ.ย. 182018
 

กลับใจแท้จริง

เพราะว่าถ้าหลังจากพวกเขาหลีกหนีจากมลทินทั้งหลายของโลกแล้ว โดยการรู้จักพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ช่วยให้รอดของเรา แต่พวกเขากลับเกี่ยวข้องและพ่ายแพ้แก่มลทินชั่วเหล่านั้นอีก บั้นปลายของพวกเขาก็กลับเลวร้ายยิ่งกว่าตอนต้น (2เปโตร 2:20)

บางครั้งเราได้ยินว่าคนมีชื่อเสียงมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง เวลาพูดว่าตนเองเป็นคริสเตียน พวกเขาพูดถึงความเชื่อยิ่งใหญ่ที่มีในพระเจ้าและคำมั่นสัญญาที่ให้กับพระองค์ หลังการเลือกตั้ง เราก็ไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้อีกต่อไป

แล้วก็มีคนที่พูดว่าตัวเองเป็นผู้เชื่อ แต่ผ่านไปสองสามเดือน พวกเขาก็กลับไปเส้นทางเดิม พวกเขาพูดว่า “ผมลองเป็นคริสเตียนแล้ว แต่ไม่น่าใช่สำหรับผม” แต่ในความเป็นจริง พวกเขายังไม่ได้พบพระเยซูอย่างแท้จริง

คนอื่นๆหันไปหาพระเจ้าเมื่อเจอกับความลำบาก หลังจากนั้น ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม แล้วคุณก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมขอบอกว่าหลายคนไม่เคยกลับใจจริง พวกเขาทำไปตามพิธี แต่พระเยซูคริสต์ไม่เคยมีส่วนอยู่ในชีวิตพวกเขา บ่อยครั้ง พวกเขากลับแย่ยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพระเยซูคริสต์ได้เข้ามาในชีวิตเรา พระองค์จะสถิตอยู่ภายในเรา และพระองค์ไม่ได้มาแค่ทำความสะอาด พระองค์จะทรงชำระเราจนหมดจด จะมีการเปลี่ยนแปลงแท้จริงเกิดขึ้น แต่เมื่อเราแค่กวาดบ้าน ก็เหมือนการเปลี่ยนแปลงไปตามศีลธรรม พวกเขายังคงอ่อนแอต่อศัตรู และนี่คือเหตุที่เราต้องตระหนักรู้ถึงการผลัดใบใหม่ หรือให้คำสัญญาใหม่ เราต้องตระหนักถึงปัญหาที่อยู่ลึกลงกว่าบาปทางศีลธรรม เราต้องเข้าถึงแก่นของปัญหา และให้พระเยซูคริสต์เข้ามาสถิตในชีวิต เปลี่ยนแปลงเราจากภายในสู่ภายนอก

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 (Cr.ภาพ Gardening gone wild)