ป้าการ์ฟิลด์

เม.ย. 202018
 

คุณได้ในสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นทำได้หรือยัง? คุณทูลขอหรือเปล่า?

จงวางใจในพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง 6จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า แล้วพระองค์เองจะทรงทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น (สุภาษิต 3:5-6)

เอ ซี ดิ๊กสัน นักอรรถาธิบายพระคัมภีร์ที่มากฝีมือกล่าวว่า “เมื่อเราพึ่งพาองค์กร เราก็จะได้ตามที่องค์กรให้ได้ เมื่อเราพึ่งพาการศึกษา เราก็จะได้ในสิ่งที่การศึกษาให้ได้ เมื่อเราพึ่งพาเงินทอง เราก็จะได้ตามที่เงินทองซื้อหามาได้ เมื่อเราพึ่งพาการร้องเพลงและคำเทศนา เราก็จะได้ในเสียงเพลงและคำเทศนา”

แต่แล้วดิ๊กสันก็กล่าวต่อไปว่า “เมื่อเราพึ่งพาคำอธิษฐาน เราก็จะได้ในสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นให้ได้ และในความเป็นจริง โลกนี้ต้องการในสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นที่ให้ได้”

สิ่งที่ประเทศเราต้องการคือสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นประทานให้ได้  สิ่งที่บ้านคุณต้องการคือสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นที่มอบให้ได้ และสิ่งที่คริสตจักรของคุณต้องการคือสิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นที่ประทานให้ได้

คุณกำลังพึ่งพาพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์เท่านั้นให้ได้หรือเปล่า?

คุณกำลังพึ่งพาคำอธิษฐานหรือไม่?

จำไว้ว่าหลายสิ่งสำเร็จลงได้ด้วยคำอธิษฐานมากกว่าที่โลกนี้จะฝันได้

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries: www.lwf.org

(Cr.ภาพ healthimpactnews).

เม.ย. 192018
 

เป็นคนใหม่

ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น (2โครินธ์ 5:17)

คุณเคยมองที่ชีวิตตนเองแล้วคิดว่าคุณมักตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์หรือไม่? บางทีพ่อแม่ไม่สนใจ หรือทิ้งคุณไป บางทีเบื้องหลังของครอบครัวมีแต่เรื่องแอลกอฮอลล์ ยาเสพติด หรือทำร้ายร่างกายกัน

คุณอาจรู้สึกว่าวิถีชีวิตคุณถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีสิทธิโต้แย้งอะไรได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้น

แต่นั่นไม่เป็นความจริง พระเจ้าสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เสมอ เพราะประสบการณ์บอกผม

ผมโตมาโดยไม่มีพ่อ ไม่ใช่ว่าท่านทำไม่ดีต่อผม เพียงแต่ท่านไม่ได้อยู่ด้วย ผมจึงอยู่เองตามลำพังค่อนข้างมาก คุณแม่ติดเหล้า และผมน่าจะทำแบบท่านหรือเดินไปในทางเดียวกับท่าน  แต่พระเจ้าทรงฉวยผมเอาไว้ และวงจรนั้นก็ขาดสะบั้นลง และพระองค์สามารถทำสิ่งเดียวกันนี้ให้กับใครก็ได้ ผมเป็นเพียงคนธรรมดาที่เชื่อตามพระวจนะของพระเจ้า

บางทีคุณอาจติดหล่มอยู่ในวิถีชีวิตบางแบบ หรือตกอยู่ในความบาปบางอย่าง หรือเสพยา พระเจ้าสามารถตัดวงจรนั้นได้

คำถามคือคุณต้องการให้พระองค์ตัดหรือไม่?

พระคัมภีร์เล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่เป็นง่อยมานาน  พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ท่านอยากจะหายเป็นปกติหรือเปล่า?”  (ยอห์น 5:6) เราคงสงสัยว่าทำไมพระองค์ถึงถามคำถามนี้กับคนที่ขยับตัวเองแทบไม่ได้ ที่จริงแล้วนี่เป็นคำถามที่ดีมาก

ไม่ใช่ทุกคนที่ติดสารเสพติด หรือติดกับอยู่ในบางสิ่งที่อยากได้รับความช่วยเหลือ ไม่ใช่ทุกคนที่มีวิถีชีวิตบางแบบและอยากจะออกจากชีวิตแบบนั้น

คำถามคือ คุณต้องการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า?

คุณอยากเป็นอิสระจริงหรือ?

พระเยซูสามารถทำสิ่งนี้ให้คุณได้

เราอ่านใน 2โครินธ์ 5:17  “ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” พระเจ้าเปลี่ยนแปลงคุณได้นะครับ

 คำถามคือ คุณต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆหรือ?

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ hunker.com)

เม.ย. 182018
 

อะไรคือ “มากยิ่งกว่า”?

ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด โดยฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ในคริสตจักรและในพระเยซูคริสต์ตลอดทุกชั่วอายุคนเป็นนิตย์ อาเมน (เอเฟซัส 3:20-21)

อะไรคือสิ่งที่หัวใจคุณปรารถนาลึกที่สุด – สิ่งที่ “มากยิ่งกว่า” ที่คุณต้องการในชีวิต และคุณไม่กล้าส่งเสียงร้องขอ?

หลายปีที่ผ่านมา ผมเรียนรู้ที่จะวางใจในพระเจ้าด้วยความปรารถนาลึกๆในจิตวิญญาณ และผมเป็นพยานได้ถึงความสัตย์ซื่อของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ประทานให้ผมมากยิ่งขึ้นคือวิสัยทัศน์ของพระองค์ การสถิตอยู่ การทรงเรียก และทั้งสิ้นนี้เป็นไปเพื่อพระประสงค์และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าของผม

คุณเคยหยุดคิดหรือไม่ การตอบสนองของพระเจ้าจะเป็นสิ่งที่หัวใจคุณร่ำร้องขอมากยิ่งขึ้น?

ผมเชื่อว่าพระผู้ช่วยให้รอดของกัลปจักรวาลจะโน้มพระองค์ลงมาและตรัสว่า “อะไรมากยิ่งขึ้น? และมากขึ้นเท่าไร? เราประทานให้ได้ไม่จำกัด ความเมตตาของเราไม่มีที่สิ้นสุด พระคุณของเรามีมากกว่าที่เจ้าต้องการ”

ที่พระเจ้าต้องการให้คุณมากยิ่งกว่าในชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจ พระวจนะของวันนี้ในเอเฟซัส 3:20-21 บอกเราว่า “…พระองค์ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด โดยฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา…”   

เป็นพระวจนะำที่เปลี่ยนความคิดผมอย่างสิ้นเชิงเมื่อตระหนักได้ถึงอำนาจของความจริงนี้ : พระเจ้าทรงทำได้ทุกสิ่ง ไม่ใช่ทำได้มากกว่าที่เราฝันหรือทูลขอเล็กน้อย แต่มาก มากมายยิ่งกว่า

ดังนั้นในความคิดสุดโต่งของคุณ ความปรารถนาและแผนการยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ  —  สิ่งที่คุณไม่กล้าจินตนาการหรือกล้าคิด เพราะแผนการยิ่งใหญ่เหล่านั้นของคุณยังไม่เพียงพอ ทั้งสวรรค์กำลังก้มมองมาที่คุณ  ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “แค่นี้เองหรือ? เขาอยากได้เพียงแค่นี้หรือ? เขาฝันได้แค่นี้เองหรือ?”

ผมขออนุญาตขยายกรอบความคิดของคุณ

คุณกำลังรับใช้พระเจ้าผู้ทรงไม่จำกัด ไม่มีแผนการใดของคุณจะเทียบเคียงของพระองค์ได้ ความจริงที่น่าทึ่งคือ พระเจ้าสามารถนำความจำกัดที่มีในชีวิตคุณออกไป – ไม่ว่าจะเป็นจากตัวคุณเองหรือจากผู้อื่น – และขยายขอบเขตหัวใจและเป้าหมายในแบบที่ใหญ่กว่า สูงกว่า และเกิดผลได้มากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้

คุณไม่มีวันจะฝันได้ยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้านะครับ

 

โดย Brian Houston

Encouragement for today: www.christianity.com

(Cr.ภาพ The Edge Magazine)

เม.ย. 172018
 

อาจมีตัวช่วยที่คุณมองข้าม

ท่านทั้งหลายอยากได้แต่ไม่ได้ …. ท่านไม่มีเพราะไม่ได้ขอ (ยากอบ 4:2)

เด็กชายคนหนึ่งพยายามเคลื่อนหินก้อนใหญ่ไปข้างหน้า เขาใช้แรงทั้งหมดที่มี กล้ามเนื้อเล็กๆตึงแทบปริ เหงื่อขึ้นเต็มหน้าผาก

พ่อของเขายืนดูอยู่พูดขึ้นมาว่า “ใช้แรงหมดแล้วหรือยังลูก?” เด็กชายนั้นจึงตอบว่า “ครับพ่อ ผมใช้แรงเท่าที่ทำได้แล้ว”

ผู้เป็นพ่อจึงกล่าวว่า “ยังหรอก ยังไม่หมด เพราะลูกยังไม่ได้ขอให้พ่อช่วยเลย”

บางครั้งเราแบกปัญหาที่หนักหนา หรือยุ่งเหยิงจนรับแทบไม่ไหว เราดิ้นรน เราร้องไห้ เราพูดว่า “ฉันทำทุกสิ่งที่ต้องทำแล้ว”

คุณเคยของความช่วยเหลือจากพระบิดาหรือยัง? 

คุณได้นำชีวิตของคุณไปเชื่อมโยงกับพระบิดาหรือเปล่า?  

เป็นได้ว่าพระเจ้าปรารถนาจะอวยพรคุณ แต่ที่พระองค์ยังไม่ได้อวยพรให้เพราะคุณไม่เคยร้องขอ เพียงแต่จำไว้ว่า  

ท่านทั้งหลายอยากได้แต่ไม่ได้ …. ท่านไม่มีเพราะไม่ได้ขอ”

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries: www.lwf.org

(Cr.ภาพ nieuweleidse.nl)

เม.ย. 162018
 

หยุดก็ล้ม

เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณที่ไร้สิ่งเจือปน เพื่อโดยน้ำนมนั้นพวกท่านจะเติบโตขึ้นสู่ความรอด (1เปโตร 2:2)

ไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้หัดเล่นกีฬาทางน้ำแบบใหม่ที่ผู้เล่นยืนพายบนแผ่นกระดานโต้คลื่นไปบนผิวน้ำ (Stand up paddle board – SUP)  จำได้ว่าผมพายผ่านคลื่นเบาๆไปได้เจ็ดแปดลูก ซึ่งนับว่าไม่โหด แต่ที่ค้นพบเกี่ยวกับการยืนพายกระดานโต้คลื่นคือเมื่อระลอกคลื่นเบาลง ผมก็พายช้าลง และนั่นแหละจะทำให้ผมล้มและตกน้ำ จึงต้องเดินหน้าพายต่อไปเรื่อยๆ

สิ่งนี้เป็นจริงในการดำเนินชีวิตคริสเตียน : หยุดเมื่อไรก็ล้มลงเมื่อนั้น ชีวิตคริสเตียนเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ปัญหาคือบางคนเต็มใจรับเอาพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด แต่ยังไม่อยากรับเอาพระองค์เป็นจอมเจ้านาย เต็มใจรับพระองค์ในฐานะพระสหาย แต่ยังไม่เต็มใจรับในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้า ผลก็คือพวกเขาหยุดการเติบโตไว้ที่วัยทารก

ครับ ทารกนั้นน่าเอ็นดู แต่ที่น่าเศร้าบางคนยังทำตัวเป็นทารกทั้งๆที่อายุกว่ายี่สิบแล้ว ฝ่ายวิญญาณก็เช่นกัน เราเริ่มต้นจากการเป็นทารกที่หิวกระหายพระวจนะของพระเจ้า ไม่มีอะไรน่าอายในเรื่องนี้ เพราะความหิวกระหายความจริงเป็นตัวบ่งถึงสุขภาพที่ดีฝ่ายวิญญาณ ที่จริงพระคัมภีร์กล่าวว่า “เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณที่ไร้สิ่งเจือปน เพื่อโดยน้ำนมนั้นพวกท่านจะเติบโตขึ้นสู่ความรอด” (1เปโตร 2:2) คนที่สุขภาพดีคือคนที่หิวอยู่เสมอ

ถ้าคุณหิวพระวจนะของพระเจ้า ต้องการฟังพระคำของพระองค์ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งควรทำ แต่เป้าหมายคือต้องเปลี่ยนจากกินอาหารบดหรือตัดเป็นชิ้นเล็กๆสำหรับเด็กไปเป็นการอ่านและศึกษาพระวจนะของพระเจ้า จงนำสิ่งนี้ไปพิจารณาและเรียนรู้ที่จะคิดและดำเนินชีวิตไปตามพระวจนะ

การสร้างสาวกคือการเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นไปสู่ระดับความเป็นผู้ใหญ่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตคริสเตียนจนถึงความบริบูรณ์เต็มที่ตามที่พระเจ้าปรารถนาให้เราทำ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับการยืนพายกระดานโต้คลื่นคือความจริงที่นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตคริสเตียนด้วย

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

เม.ย. 152018
 

15 เมษายน 2018

ขอสวัสดีชาว CJ

วันนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว พี่น้องมานมัสการพระเจ้ากันได้ ต้องบอกว่าสุดยอด ขอให้เรารักพระเจ้าและรักกันตลอดไปเพราะจะทำให้ชีวิตของพวกเราปลอดภัย มีสุข และห่างไกลจากความทุกข์

ช่วงนี้ เป็นช่วงวันครอบครัว ขอให้เราตั้งเป้าทำให้ทุกคนในครอบครัวของเรามีความสุขกันถ้วนหน้านะครับ และหากว่าเป็นไปได้ ขอให้คิดถึงครอบครัวอื่นที่ขาดปัจจัยในการมีความสุขและเราพอจะช่วยเขาได้ก็ขอลงมือได้เลยครับ อย่าลังเล  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีความเชื่อในพระเจ้า!

“เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ” – กาลาเทีย 6:10 THSV11

เสร็จสิ้นการนมัสการลองทำพันธกิจแห่งความรักต่อคนใกล้ตัวเลยดีไหม กับคนที่มาโบสถ์ คนทำงานโบสถ์และโรงเรียน วิน มอเตอร์ไซค์ ฯลฯ   แล้วดูว่าผลดีอะไรจะเกิดขึ้น?

วันนี้ ขอแนะนำให้รู้จักจักอีกท่านหนึ่งในท่ามกลางพวกเราคือ

คุณ จันทมาศ เศรษฐจินดาเลิศ   ชื่อเล่น : จอย อาชีพ : ธุรกิจส่วนตัว : เครื่องประดับ Fine Jewelry

1.ถาม มาเชื่อพระเจ้า/มาเป็นสมาชิก CJ ได้อย่างไร ผ่านใครหรือช่องทางใด ?

   ตอบ “พี่นิ้ง และ น้องแบ๊ว ชวนมาโบสถ์ค่ะ ได้มีโอกาสมาและฟังคำสอนของพระเจ้าผ่านอาจารย์ธงชัย แล้วประทับใจค่ะ

2.ถาม ประทับใจอะไรเกี่ยวกับ CJ หรืออยากขอบคุณพระเจ้าอะไรผ่าน CJ??

    ตอบ ขอบคุณพระเจ้าที่รักหนู ขอบคุณที่มี CJ ให้หนูรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ประทับใจเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ CJ น่ารักและดูแลพี่ๆน้องๆในโบสถ์อย่างดีค่ะ มีการหนุนใจสม่ำเสมอ รู้สึกเป็นครอบครัวที่น่ารักมากๆค่ะ

3.ถาม อยากมีส่วนตอบแทนพระคุณพระเจ้าหรือทำอะไรผ่านทาง CJ บ้าง อย่างไร ?

   ตอบ ถ้ามีกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ยินดีที่จะรับใช้

   หรืออยากหนุนใจพี่น้องด้วยข้อพระวจนะใด เพราะอะไรจึงใช้พระวจนะข้อนี้ ??

“ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่ทำสิ่งที่ไม่บังควร ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในความชั่วช้า แต่ชื่นชมยินดีในความจริง” (1โครินธ์ 13:4-6)

จอยคิดว่าข้อนี้เป็นข้อพระคัมภีร์ที่ตั้งต้นทุกอย่าง เป็นแก่นของคริสเตียน ทุกอย่างเริ่มต้นจากความรัก อย่างเช่นพระเจ้ารักเรา พระคริสต์เน้นสอนเรื่องความสัมพันธ์ และถ้าเราเอาความรักแบบพระเจ้ามาใช้ในการดำเนินชีวิต ใช้ในการดูแลทุกความสัมพันธ์ ทุกสิ่งจะออกมาดีอย่างแน่นอนค่ะ “

ขอขอบคุณ คุณ จันทมาศ เศรษฐจินดาเลิศ ( จอย) และขอพระเจ้าอวยพรมากๆ ครับ

ท้ายนี้ ขอให้เราอธิษฐานเผื่อกัน และ เยี่ยมเยียน ช่วยเหลือกันและกัน แล้วพบกันครับ
ขอพระเจ้าทรงสถิตและประทานพรมาให้แก่ทุกท่านอย่างท่วมท้น

 

ด้วยรักจากใจ

(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล

เม.ย. 142018
 

ใครสร้างครอบครัวของคุณ?

“ถ้าพระยาห์เวห์มิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า ถ้าพระยาห์เวห์มิได้ทรงเฝ้ารักษานคร คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า”

(Unless the Lord builds the house, those who build it labor in vain. Unless the Lord watches over the city, the watchman stays awake in vain.)  (สดุดี / Psalms 127:1)

ถ้าพระเจ้าไม่ได้เป็นผู้สร้างครอบครัวของคุณ  คุณจะเหนื่อยเปล่า!

เมื่อคน 2 คนผู้เป็นตัวของตัวเองอย่างสูง มาใช้ชีวิตด้วยกัน ตราบใดที่มีคนหนึ่งยินยอมอยู่ใต้อีกคนหนึ่งอย่างดุษฎี 100 % ตลอดไป และอีกคนหนึ่งรักอีกคนอย่างเต็ม 100 % เสมอไป  ตราบนั้น ทั้ง 2 ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข!

แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น

เมื่อ “อัตตา” ของคู่สมรสเริ่มแย่งชิงพื้นที่ชีวิตครอบครัวมากขึ้นเท่าไร  ความเจ็บปวด ความเสียใจก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นมาในบ้านที่อยู่อาศัยกัน อะไรที่เคยยอม ๆ อะไรที่เคยทน ๆ ก็เริ่มกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ขอยอมทนกันอีกต่อไป ความหงุดหงิด ความขัดแย้งก็จะเริ่มเพิ่มขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป บ้านที่เคยมีความสุขก็จะถูกกลบกลืนด้วยความหงุดหงิด เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยที่ทั้ง 2 เองก็อาจไม่เข้าใจว่า ทำไม?

ปัญหาที่คู่สามีภรรยามักคิดไม่ถึงก็คือ

คนที่อยู่ตรงหน้าเราหรือคนที่อยู่กับเรานั้นเปลี่ยนแปลงทุกวัน แบบยากที่จะควบคุมหรือต้านทาน  (รวมทั้งตัวของเราเองด้วย)

  •  สามีเปลี่ยน
  • ภรรยาก็เปลี่ยน
  • ลูกเปลี่ยน
  • พ่อแม่ก็เปลี่ยนด้วย!

…เราทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ สถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และข้อมูลข่าวสารที่รับเข้าในสมองและในใจทุกๆนาที!

หากครอบครัวใดไม่ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยพระเจ้า และยอมให้พระเจ้าปกครองจริง ๆ  ครอบครัวนั้นก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อความหายนะอยู่ตลอด เพราะว่าวันหนึ่งครอบครัวจะเดินทางมาถึงจุดที่ไม่มีใครยอมฟังใครอีกต่อไป!

แต่ครอบครัวที่ให้พระเจ้าเป็นประมุขปกครองชีวิตพวกเขาจะยอมเชื่อและยอมฟังพระองค์ และจะยอมฟังซึ่งกันและกันบนเส้นทางชีวิตนั้น ดังนั้น เมื่อความสุขอันยั่งยืนทุกคนในครอบครัวต้องตัดสินใจพร้อมกันอย่างชัดเจนว่า ทุกคนจะร่วมมือกันสร้างครอบครัวที่มีพระเจ้าทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง!

ขอให้ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความศรัทธาในพระเจ้า และเชื่อมโยงสัมพันธ์กันด้วยความรักและการให้อภัย และรับการปกป้องรักษาโดยพระเจ้าพระบิดาเสมอไป

ขอให้ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่มีพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางแห่งความปีติยินดี ดังที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้

ฉธบ.12:7 “ท่านทั้งหลายจงรับประทานที่นั่นเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทั้งท่านและครอบครัวของท่านจงยินดีในกิจการทั้งสิ้นซึ่งท่านได้ทำนั้น ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงอวยพรท่าน” 

(And there you shall eat before the Lord your God, and you shall rejoice, you and your households, in all that you undertake, in which the Lord your God has blessed you.)

ดังนั้น วันนี้ให้พวกเรามาร่วมกันทำครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่มีความสุขที่มีพระเจ้าแห่งความรักประทับรับฟังการสนทนา และทอดพระเนตรทุกสิ่งที่พวกเรากระทำกันในครอบครัวของเราในฐานะประมุขของครอบครัวของเราเสมอไป

จะดีไหมครับ? 

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc,  twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ nuisri)