ป้าการ์ฟิลด์

ก.พ. 242018
 

พระเจ้าต้องการอะไรจากคุณ?

“พระเจ้าไม่ได้เริ่มด้วยการถามหาความสามารถของเรา พระองค์เพียงต้องการความพร้อมของเรา และถ้าเราพิสูจน์ว่าเราเป็นที่พึ่งพาได้ พระองค์ก็จะเพิ่มพูนความสามารถให้แก่เราอย่างเต็มที่

God does not begin by asking our ability, only our availability, and if we prove our dependability, He will increase our capability!”   -Neal A. Maxwell

พระเจ้าต้องการคนที่ยอมให้พระเจ้าใช้เป็นช่องทางในการอวยพรต่อคนในโลกนี้ แต่น่าเสียดายที่มีน้อยคนนักที่จะยอมให้พระเจ้าใช้เช่นนั้น มีแต่คนที่สมัครใจเต็มใจเป็นผู้รับพระพร โดยไม่ยอมแบ่งปันสิ่งที่มีแก่ผู้ใดอื่น

ใช่ครับ! มีแต่คนอยากได้ ไม่มีใครอยากเสีย(สละ)!

สำหรับเรื่องการรับใช้… คนในโลกมักมองดูว่างานรับใช้เป็นงานต่ำ แต่พระเยซูคริสต์กลับสอนและสำแดงให้เห็นว่า การรับใช้นั่นคือ งานสูง หากว่าเราสมัครใจกระทำด้วยความรัก!

คนที่รับใช้เพราะต้องรับใช้ ไม่มีอะไรพิเศษ

เพราะว่าเป็นหน้าที่ที่ถูกคาดหวังมาแล้วว่าต้องทำ เช่นถูกจ้างมาทำ ก็ต้องทำ เพื่อจะได้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงหรือต้องทำเพราะเป็นตำแหน่งที่มีข้อตกลงแลกเปลี่ยนให้ต้องทำ ฯลฯ

แต่คนที่ไม่อยู่ในขอบข่ายดังกล่าว แต่กลับเต็มใจอาสากระทำโดยไม่หวังสิ่งใดแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นอามิษสินจ้าง ค่าตอบแทน รางวัล คำชมเชย หรือผลประโยชน์ใดๆ คนเช่นนี้ จึงนับว่าเป็นคนที่น่ายกย่อง และระดับของเกียรติยศของเขาขึ้นอยู่กับความสูงส่งของเขากับความต่ำของงานหรือกับคนที่เขารับอาสารับใช้  เพราะยิ่งเขาสูงส่งมากเท่าไร และงานที่เขารับใช้ยิ่งต่ำต้อยมากเท่าไร เกียรติยศของเขาก็คู่ควรต่อการสรรเสริญยกย่องก็มากขึ้นเท่านั้น

กล่าวได้ว่า ยิ่งถ่อมใจรับใช้มากเท่าไร เกียรติก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!

เช่นเป็นนายสิบแต่ยอมรับใช้พลทหาร ถือว่าถ่อมตัวแล้ว

แต่หากเป็นนายร้อยรับใช้พลทหารด้วยก็ถือว่าถ่อมตัวมาก

แต่หากเป็นนายพล มารับใช้พลทหาร ก็ยิ่งต้องกล่าวว่า นายพลท่านนี้ ยิ่งใหญ่จริงๆ!

 และหากว่า ผู้ทรงเป็นองค์กษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่สูงส่งทรงยอมถ่อมพระองค์ลงมารับใช้คนต่ำต้อยของแผ่นดินด้วย ก็ยิ่งทำให้ประชาชนชื่นชมสรรเสริญยกย่องและเทิดทูนในความยิ่งใหญ่ของพระองค์มากทวีคูณขึ้นไปอีก ดุจในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้กระทำเป็นแบบอย่างให้เห็น  แต่สุดยอดตัวอย่างในโลกนี้ ก็คือ องค์พระเยซูคริสต์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์สูงสุดเบื้องบน ผู้ทรงถ่อมพระองค์ลงมารับสภาพมนุษย์ในโลกนี้และยอมถูกตรึงบนไม้กางเขนอันต่ำต้อยน่ารังเกียจ เพื่อช่วยไถ่บาปของมนุษย์ทุกคน

จากสูงสุด พระองค์ทรงถ่อมพระทัยลงมาสู่จุดต่ำสุด

จากฐานะขององค์เจ้านายผู้ทรงสิทธิอำนาจในการใช้มนุษย์ พระองค์กลับทรงถ่อมพระทัยรับสภาพมนุษย์ที่มีความจำกัดยอมถูกตรึงที่บนกางเขน ตายอย่างทรมานเพื่อไถ่บาปมนุษย์ทุกคน เราจึงควรยกย่องเทิดทูนพระนามของพระเยซูคริสต์ให้สูงส่ง และลงมือรับใช้เพื่อนบ้านของเราด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ที่มาจากพระเจ้าของเราตามแบบอย่างของพระองค์

ขอให้วันนี้ เราทำตัวพร้อมให้พระเจ้าทรงใช้  เพื่อพระองค์จะทรงเพิ่มทวีความสามารถในการรับใช้ของเราให้มากขึ้นจนเกินคาดคิด

จะดีไหมครับ?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc,twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Harvesting sunflowers)

ก.พ. 232018
 

รำลึกถึงบิลลี่ เกรแฮม ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์

“ดีแล้ว เจ้าเป็นบ่าวที่ดีและซื่อสัตย์ เจ้าซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย เราจะตั้งเจ้าให้ดูแลของจำนวนมาก เจ้าจงร่วมยินดีกับนายของเจ้าเถิด” (มัทธิว 25:23 THSV11)

คุณอาจทราบเรื่องนี้แล้ว ท่านศิษยาภิบาลบิลลี่  เกรแฮม ได้กลับบ้านไปอยู่กับพระเจ้าเมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมาด้วยวัย 99 ปี

จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาสได้อยู่กับท่านที่เมืองพอร์ตแลนด์ โอเรกอน หลังจากที่ท่านเทศนาเสร็จ ท่านลงจากเวที แล้วเราเดินไปขึ้นรถด้วยกัน เพราะต้องกลับไปพักโรงแรมเดียวกัน มีผู้คนมายืนเรียงรายให้เกียรติท่านทั้งสองด้าน นี่คือบุรุษของพระเจ้า เราขึ้นนั่งรถไปด้วยกัน บิลลี่นั่งข้างแฟรงคลินลูกชายที่เบาะหลัง เพื่อนรักยาวนานที่คอยช่วยท่าน ที ดับบลิว วิลสัน เป็นคนขับ ผมนั่งข้างคนขับครับ

ผมต้องการกล่าวยกย่องคำเทศนาของท่าน จึงหันไปหาท่านแล้วพูดว่า “บิลลี่ครับ นั่นเป็นคำเทศนาที่ยิ่งใหญ่สำหรับคืนนี้”

ท่านมองมาที่ผมด้วยดวงตาสีฟ้าเหมือนเหล็กกล้า พูดว่า “นั่นเป็นเพียงข่าวประเสริฐ”

ผมหันกลับมาแล้วคิด “โอเค” ผมทราบเรื่องนั้น เพียงแต่อยากกล่าวยกย่องท่าน จึงหันกลับไปพูดอีกครั้งว่า “ครับ ผมชอบที่ท่านชี้ให้เห็นว่าพระเยซูทรงกระตุ้นจิตสำนึกของเราให้ไวขึ้น”

ท่านตอบว่า “ใช่ พระองค์ทำได้”

สิ่งที่ผมเรียนรู้คือ คุณไม่อาจกล่าวคำยกย่องท่าน จะเป็นเหมือนราดน้ำบนหลังเป็ด

คนที่อยู่ในตำแหน่งอย่างท่าน และไม่นำสิ่งนี้เข้าไปในใจได้อย่างไร? มีคำกล่าวว่าต้องใช้คนที่มือมั่นคงถึงจะถือแก้วน้ำที่เต็มได้ และพระเจ้าได้มอบหมายน้ำที่เต็มแก้วให้ท่านรับผิดชอบในช่วงชีวิตของท่าน

บิลลี่ชอบนั่งพูดคุยเหมือนคนทั่วๆไป ท่านอาจสนใจในตัวคุณพอๆกับที่คุณสนใจในตัวท่าน — ซึ่งสำหรับผมแล้วยากที่จะเข้าใจ ทำไมท่านถึงอยากถามความคิดเห็นของผม หรือฟังสิ่งที่ผมพูด? ท่านเป็นแบบอย่างของพระคุณ  ความถ่อมใจ และความกรุณา ไม่ว่ากับประธานาธิบดี คนมีชื่อเสียง หรือแม้แต่พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ผู้คนตามท้องถนนที่จำท่านได้และทักทาย ท่านก็จะหยุดและพูดคุยกับพวกเขา เหมือนพระเยซูคริสต์ที่ใส่ใจเป็นรายบุคคล  และผมคิดว่านี่คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้ท่านประสบความสำเร็จ

บิลลี่มักพูดว่า “ผมเป็นแค่นักเทศน์บ้านนอก” ฟังดูเหมือนแสร้งถ่อมตัว แต่ท่านพูดความจริงเกี่ยวกับตัวท่าน  พระเจ้าทรงเตรียมท่านเป็นพิเศษ เพื่อเป็นศิษยาภิบาลให้กับบรรดาประธานาธิดี และผู้นำระดับโลกหลายคน รวมถึงเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐไปสู่ผู้คนมากมายทั่วโลก อย่างที่กล่าวไป ศิษยาภิบาลบิลลี่เป็นหนึ่งในคนที่ติดดินมากที่สุดที่ผมเคยรู้จัก “นักเทศน์บ้านนอก” ที่พระเจ้ายกย่องในระดับที่น้อยคนนักจะได้รับ ถ้ามีนะครับ

ผมรู้สึกว่าท่านเป็นคนที่เหมือนกับพระเยซูที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ แต่ท่านก็ยังมีความอ่อนแอเหมือนมนุษย์ และท่านจะเป็นคนแรกที่ยอมรับในเรื่องนี้

บิลลี่ เกรแฮม ทำตามสิ่งที่ท่านเทศนา และท่านเทศนาความรัก ท่านรักภรรยา รูธ และครอบครัวของท่านอย่างสุดใจ ผมไม่เคยเห็นสามีภรรยาคู่ไหนรักกันได้มาขนาดนั้น แต่ก็ยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้างเหมือนคู่สามีภรรยาอื่นๆ แต่เวลาที่ท่านปฏิบัติต่อกัน เป็นภาพที่น่าดูมาก  รูธเท่าเทียมกับท่านในทุกกรณี มีความฉลาดและมีอารมณ์ขัน บอกได้เลยว่าท่านชอบอยู่ใกล้ๆเธอ  

ตั้งแต่รูธจากไป บิลลี่ก็ปรารถนาจะไปอยู่กับเธอที่บนสวรรค์ และปรารถนาจะได้ยินเสียงพระจ้าตรัสว่า “ดีแล้ว เจ้าเป็นบ่าวที่ดีและซื่อสัตย์” เดี๋ยวนี้ท่านได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ว อยู่จำเพาะพระพักตร์พระเยซู จงเฉลิมฉลองด้วยกันกับท่าน และรู้สึกเศร้าโศกต่อการสูญเสียบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศของเราและของโลก

ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับศิษยาภิบาลบิลลี่ เกรแฮม และตำนานของท่าน และอธิษฐานว่าพระเจ้าจะทรงปลอบโยนทุกคนในครอบครัวในช่วงเวลาเช่นนี้

ศิษยาภิบาลบิลลี่ เกรแฮม ดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ คุณเองก็ทำได้นะครับ

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ  WRAL.com)

ก.พ. 222018
 

ความตายยังไม่ใช่ตอนจบ

และโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไป แต่คนที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์ (1ยอห์น 2:17)

นักวิชาการพระคัมภีร์ อี เอ็ม บาวนส์ เขียนว่า “สวรรค์ควรเติมเต็มหัวใจของเรา ทุกส่วนในร่างกาย ท่าที การกระทำและคำพูด เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนแปลกถิ่นที่ในโลกนี้ … สวรรค์เป็นบ้านเกิดเมืองนอนและเป็นบ้านถาวรของเรา และความตายไม่ใช่นาทีสุดท้ายของชีวิต แต่เป็นนาทีแรกที่เริ่มต้นนิรันดร์กาลของเรา”

ชีวิตในโลกนี้ผ่านไปรวดเร็วมาก และเรารู้ดีว่าอีกไม่นานจะได้พบกับคนที่เรารักที่จากไปก่อนหน้า จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้า การจากไปของผู้เชื่อเป็นเพียงเว้นวรรค ไม่ใช่ตอนจบ  โลกเป็นที่ชั่วคราว เป็นสถานที่ๆเราต้องตัดสินใจว่าจะไปอยู่ที่ไหนในนิรันดร์กาล วันหนึ่งข้างหน้า พระเยซูคริสต์จะเรียกชื่อผู้เชื่อทุกคนให้ไปสวรรค์ ไม่ว่าจะถูกรับขึ้นไปหรือจากไปก่อนหน้า  

สวรรค์เป็นบ้านถาวร และเป็นความหวังของเราขณะอยู่ที่นี่ อย่างที่ วอร์เรน ไวร์เอสบ์กล่าว “สำหรับคริสเตียน สวรรค์คือจุดหมายปลายทาง เป็นความหวังและแรงบันดาลใจ”

พระคัมภีร์เตือนเราใน 1ยอห์น 2: “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก …เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา แต่มาจากโลก และโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไป แต่คนที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์” (ข้อ 15–17)

แล้วคนที่ ไม่อาจทำสิ่งต่างๆตามที่หวังอยากทำ อาจเป็นเพราะเจ็บป่วยหรือพิการ หรือคนที่จบชีวิตลงตั้งแต่อายุยังน้อยเล่า?

แน่นอน พระเจ้ามีวิธีของพระองค์ และพระองค์จะไม่ปล่อยให้ชีวิตของผู้เชื่อคนใดสูญเปล่า

ความตายสำหรับผู้เชื่อ ไม่ใช่ตอนจบ แต่เป็นรอยต่อเข้าสู่สถานที่ใหม่และชีวิตใหม่

อย่าลืมว่าโลกนี้ชั่วคราว เป็นสถานที่ๆให้เราเลือกว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนในนิรันดร์กาล

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ  Wilhelm Pfeiffer -The image works)

ก.พ. 212018
 

พระเยซูคริสต์ พระผู้เลี้ยงของเรา

พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน (สดุดี 23:1THSV11)

องค์พระเยซูคริสต์ถูกเรียกว่าพระผู้เลี้ยงสามครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ ในยอห์น 10:11 พระองค์ถูกเรียกว่าผู้เลี้ยงที่ดี “เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ” แต่นั่นเป็นอดีต – ที่เนินหัวกระโหลก

พระองค์ถูกเรียกว่าพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่ใน 1เปโตร 5:4 “และเมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่เสด็จมาปรากฏ พวกท่านจะได้รับมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันร่วงโรย” ในอนาคตพระองค์จะเสด็จกลับมา

ในที่สุด ฮีบรู 13:20-21 เรียกพระองค์ว่าผู้ทรงนำพระผู้เลี้ยงแกะยิ่งใหญ่ “ขอพระเจ้าแห่งสันติสุข ผู้ทรงนำพระผู้เลี้ยงแกะยิ่งใหญ่คือพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราขึ้นมาจากความตาย โดยโลหิตแห่งพันธสัญญานิรันดร์” … องค์พระเยซูคริสต์ของเรา ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ของบรรดาแกะ โดยทางพระโลหิตแห่งพันธสัญญานิรันดร์ พระองค์ทรงทำให้คุณสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่คุณทำตามพระประสงค์ของพระองค์…”  นี่คือปัจจุบัน พระองค์จะทรงทำให้เราครบถ้วนสมบูรณ์

พระผู้เลี้ยงที่ดี – ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อเรา พระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่ – กำลังเสด็จกลับมาเพื่อเรา พระผู้เลี้ยงแกะยิ่งใหญ่ – ทรงพระชนม์อยู่เพื่อเรา

สิ่งที่เราต้องทำ:  

พระผู้เลี้ยงที่ดีทรงห่วงใยคุณทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จงสรรเสริญพระองค์ – จงขอบพระคุณที่จัดเตรียมให้คุณ…นานมาแล้ว ก่อนที่คุณจะถือกำเนิดมาเสียอีก

 

โดย Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย Love worth finding Ministries : www.lwf.org

(Cr,ภาพ yongsung kim painting)

ก.พ. 202018
 

จะสร้างความไว้วางใจได้อย่างไร

ผู้ซ่อนการละเมิดของตนไว้จะไม่เจริญ แต่ผู้สารภาพและทิ้งมันจะได้ความกรุณา (สุภาษิต 28:13)

หนุ่มน้อยคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ออกไปเที่ยวกลางคืน  แต่กลับบ้านเลยเวลาที่อนุญาตคือเที่ยงคืน เขาขับรถเข้าบ้านมาตอนใกล้ตีสอง ถอดรองเท้า ค่อยๆเปิดประตู ย่องขึ้นบันไดให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้

ขึ้นไปจนเกือบถึงบันใดขั้นบนสุด จู่ๆนาฬิกากุ๊กกูเรือนใหญ่ของบ้านก็ตีสองครั้ง มีนกโผล่ออกมาร้อง  “กุ๊กกู ก๊กกู!” ได้ยินเสียงพ่อแม่ขยับตัวในห้อง เขาจึงทำสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำมาก่อน คืิอยืนขึ้นแล้วร้อง “กุ๊กกูๆ” ต่อไปอีกสิบครั้ง …!

ครับ สร้างสรรดีนะครับ แต่นั่นคือคำโกหก ที่จริงคืออีกมุมมองของการไม่พูดความจริงที่เรามองข้าม  ไม่ยอมรับเมื่อตนเองทำผิด แต่กลับหาทางปกปิดความผิดนั้น

สารภาพเมื่อคุณทำผิดเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเรื่องโกหกเล็กๆเช่น “หมามันแทะสมุดการบ้านไปแล้วครับ” หรือ “ผมวางการบ้านไว้บนโต๊ะครูแล้วจริงๆครับ” นี่คือการป้ายความผิดไปที่ผู้อื่น

แต่ถ้าคุณทำผิดไปแล้วและสารภาพ คุณไม่เพียงแต่จะโล่งใจ แต่คนจะมองว่าคุณเป็นคนซื่อสัตย์ และที่สำคัญที่สุด คุณได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยการเชื่อฟัง ดังนั้นจงสารภาพผิด เพื่อแสดงถึงความจริงใจและคุณจะได้รับความไว้วางใจกลับคืน!

สร้างความไว้วางใจจากผู้อื่นโดยยอมรับความอ่อนแอของคุณ และแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าคุณเป็นที่ไว้วางใจได้

 

อนุญาตโดย Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.jackgraham.org

(Cr. ภาพ Cuckoo Clock sound effect)

ก.พ. 192018
 

ข้าวสาลี                           ข้าวละมาน

คุณไม่อาจหลอกพระเจ้าได้

“จงระวังตัวให้ดี เกรงว่าใจของท่านจะเต็มล้นไปด้วยการเสเพล การเมาเหล้า และการห่วงกังวลถึงชีวิตนี้ แล้วเวลานั้นจะมาถึงท่านโดยไม่คาดฝัน” (ลูกา 21:34)

อับราฮัม ลินคอล์นกล่าวว่า “คุณอาจหลอกทุกคนได้บางครั้ง คุณอาจหลอกบางคนได้ทุกครั้ง แต่คุณไม่อาจหลอกทุกคนทุกครั้งได้”

พระเยซูทรงเล่าอุปมาเรื่องผู้หว่านข้าวสาลีในแปลงนาของตน ตกกลางคืนพวกศัตรูมาหว่านข้าวละมาน (วัชพืช) ลงไปในแปลงเดียวกัน ข้าวละมานเมื่อขึ้นต้นอ่อนจะดูเหมือนข้าวสาลีทุกอย่าง แต่ไม่นานชาวนาจะรู้ว่านั่นไม่ใช่ข้าวสาลี

พระเจ้าทรงมีผู้เชื่อแท้ของพระองค์ เช่นเดียวกับซาตานมีข้าวละมานแทรกอยู่ท่ามกลางข้าวสาลี ต่างก็หายใจอากาศเดียวกัน รับแสงอาทิตย์และสายฝนเหมือนกัน กินอาหารเหมือนกัน ไปโรงเรียนเดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน ไปโบสถ์เดียวกัน ร้องเพลงนมัสการด้วยกัน พูดคำศัพท์เหมือนกัน แต่ในไม่ช้า พระเจ้าจะแยกข้าวสาลีออกจากข้าวละมาน แยกของจริงออกจากของปลอม ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าจะทำด้วยพระองค์เอง

เพราะมีพวกหลอกลวง พวกหน้าซื่อใจคด หรือผู้เชื่อที่ทำตัวไม่เหมาะสมปะปนอยู่ แปลว่าสิ่งที่พระคริสต์ประกาศไม่เป็นความจริงหรือ? ไม่ใช่แน่นอนครับ พระเยซูทรงเป็นตามที่พระองค์ประกาศและสัญญาไว้ทุกประการ

และนี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่คริสเตียนไม่ยอมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ เรายิ่งต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ดีของพระองค์ ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพระสิริ แต่ขอให้เข้าใจว่าผู้คนอาจผิดพลาดได้ แต่พระเจ้าไม่มีผิดพลาดแน่นอน

พระเจ้าทรงทราบและทรงเห็นทุกสิ่ง ข้ออ้างที่ว่ามีแต่พวกหน้าซื่อใจคดที่ในโบสถ์ เลยขอนั่งดูการพิพากษาที่จะมาถึง แต่สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับคุณคือ “คุณทำอย่างไรกับพระเยซูคริสต์บุตรของเรา? คุณทำอะไรกับพระองค์?” คุณคงต้องตอบคำถามนี้เองครับ

จงเป็นตัวตนที่แท้จริงต่อพระเจ้าเสมอ เพราะคุณไม่อาจหลอกพระองค์ได้

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr. ภาพ ChristBibleChurch)

ก.พ. 182018
 

18 กุมภาพันธ์ 2018

สวัสดีครับพี่น้องชาว CJ

ขอต้อนรับทุกท่านครับ และขอยินดีกับพี่น้องผู้ประกาศตัว ขอเชื่อและติดตามพระคริสต์คือ คุณอารียา จุลินทร (เมโลดี้)

คริสตจักรของเรา ประกาศให้ 3 ปีนี้ (2018-2020) เป็นช่วงเวลาแห่งการที่สมาชิกของเราถวายตัว ”ยอม” การกระทำพันธกิจแห่งการรับใช้พระเจ้าร่วมกันอย่างเต็มใจที่เรียกว่า “Year Of Ministries “ (Y O M)  โดยปีนี้เรามีหัวข้อประจำปีว่า

             “I Am A Minister !” (ฉันคือผู้รับใช้)

เราสนับสนุนและส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนรับใช้ทั้งเป็นส่วนตัว เป็นกลุ่ม และเป็นส่วนรวมทั้งคริสตจักร                

ดังนั้น จึงขอหนุนใจให้พี่น้องทุกท่านติดต่อแจ้งเจตจำนงในการอาสาสมัครรับใช้ในเรื่องที่ท่านมีภาระใจ มีความ สามารถ และของประทาน เพราะคริสตจักรคือบ้านที่พวกเราอยู่อาศัย พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลและช่วยเหลือกันทำให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เพื่อทำให้เรากลายเป็นครอบครัวของพระคริสต์ที่มีความสุข

 เราใช้รหัสการดำเนินชีวิตของชาว CJ ในปีนี้ว่า  “ MML” ที่หมายถึง
                Mary -สัญลักษณ์ของการใกล้ชิดนมัสการพระคริสต์เป็นส่วนบุคคลอย่างสุดใจ
                Martha-สัญลักษณ์ของการรับใช้พระเจ้าอย่างแข็งขัน
                Lazarus-สัญลักษณ์ของการเป็นพยานนำคนมารู้จักพระคริสต์อย่างกระตือรือร้น

โดยเราจะใช้การ ”เยี่ยมเยียน” (visitation) เป็นช่องทางในการปรนนิบัติคน 4 กลุ่มคือ
                1. สมาชิกคริสตจักร CJ
                2. คนในครอบครัวหรือญาติมิตรของสมาชิก CJ
                3. ผู้ที่สนใจในเรื่องของพระเจ้า
                4. ผู้ที่ประสบสภาวะยากลำบากในชีวิต เช่นป่วย ประสบภัย ยากไร้ฯลฯ

คริสตจักรได้แบ่งทีมเป็นประมาณ 12 ทีมออก เยี่ยมทีมละ 12 ครั้งต่อปี ตอนนี้ มีหลายทีมเริ่มออกเยี่ยมเยียนแล้ว และเรามีรายงานในทุกสัปดาห์ในเรื่องนี้ ผมเองได้รับพระพรมากจากการออกไปเยี่ยมเยียน ได้พูดคุยกัน ได้รู้จัก ได้หนุนใจกันคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ใครที่ยังไม่ได้รับใช้ ยังไม่ได้ออกเยี่ยมเยียน หรือยังไม่ได้รับการเยี่ยมเยียน หากประสงค์ จะร่วม ขอให้แจ้งที่ คุณแดง คุณโบ และเอ๋              

วันนี้ขอแนะนำสมาชิกอีกท่านหนึ่งให้รู้จักครับคือ คุณ รัตนา วุฒินนชัย ชื่อเล่น: จอย

อาชีพ: ธุรกิจส่วนตัว (ซาลาเปาแฟนซี)                                                                                                     

 “1. ถาม มาเชื่อพระเจ้า/มาเป็นสมาชิกCJ ได้อย่างไร ผ่านใครหรือช่องทางใด ?

  ตอบ จริงๆ แอบเชื่อมาตลอดว่าพระเจ้ามีจริง และในทุกช่วงชีวิตมักจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าเข้ามาในชีวิตเสมอ แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไปตรงไหนก็เลยลืมๆไป จนกระทั่งช่วงปลายปี 2015 นั่งเล่น IG อยู่ก็เห็นพี่แตงโมโพสต์รูปคุณแม่และแชร์เรื่องราวที่คุณแม่ไปโบสถ์ทั้งๆที่ท่านไม่ใช่คริสเตียน ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นแฟนคลับหรือกดติดตามพี่เขาเลย แต่เห็นพี่เขาตอบคอมเม้นท์ที่มีคนถามเข้ามา เลยคิดว่า เออ ลองถามดูมั่งดีกว่า เลยส่ง Direct Message ไปถามซึ่งก็ถามไปโดยไม่คิดว่าเขาจะตอบกลับมา

ปรากฏว่า ผ่านไปแค่แป๊บเดียวพี่เขาตอบกลับมาว่า สิ่งที่เราเจอหรือเรารู้สึกคงเป็นการทรงเรียก แล้วชวนว่า ไปด้วยกันมั้ย? เลยถามกลับงงๆว่าไปไหน? พี่เขาตอบว่า ไปโบสถ์กัน โดยให้ตัวเลือกมาสองที่คือ CL ที่ลาดพร้าว (ตอนนั้น) กับ CJ ที่สุขุมวิท ด้วยความที่ไกลจากบ้านมากทั้งสองที่ แต่เห็นว่าสุขุมวิทติดรถไฟฟ้าเลยเลือกมา CJ พอถึงวันอาทิตย์ปรากฏพี่แตงโมบอกว่าติดงานมาไม่ได้ ในใจเลยคิดว่าไม่เป็นไร มาคนเดียวก็จะมา และถ้าเป็นไปได้หรือมีโอกาสจะประกาศตัวรับเชื่อเลย

 แต่หากวันนั้น เราไม่ได้รับเชื่อก็ตั้งใจว่าจะไม่มาอีก สุดท้ายก็รับเชื่อวันนั้นเลย รับเชื่อด้วยความรู้สึกว่าเราเชื่อจริงๆ ความรู้ด้านอื่นเกี่ยวกับคริสเตียนยังไม่รู้อะไรเลย แต่ก็ได้เป็นสมาชิกและอยู่ที่นี่มาตลอดเลย

2.ถามประทับใจอะไรเกี่ยวกับ CJ หรืออยากขอบคุณพระเจ้าอะไรผ่าน CJ??

   ตอบ ประทับใจทุกอย่างตั้งแต่เข้ามาวันแรก สัมผัสได้ถึงความถ่อมใจและความรักความสัมพันธ์ที่ดีที่พี่น้องที่นี่มีให้กัน รู้สึกอบอุ่นใจเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป ซึ่งมันทำให้เกิดการเข้าถึงกันง่าย รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่พาเรามาอยู่ที่นี่ แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตนอกจากพระเจ้าแล้วก็มีพี่น้องที่นี่ที่คอยช่วยเหลือ คอยหนุนใจจนสามารถผ่านอะไรต่างๆ นาๆ มาได้ และอยู่รอดปลอดภัยจนถึงวันนี้

3.ถาม อยากมีส่วนตอบแทนพระคุณพระเจ้าหรือทำอะไรผ่านทางCJ บ้าง อย่างไร ?

    ตอบ ตั้งใจจะทำทุกอย่างที่พระเจ้าและพี่น้องที่นี่เห็นว่าเราน่าจะทำได้ และเป็นประโยชน์และถวายเกียรติแด่พระเจ้า หรืออยากหนุนใจพี่น้องด้วยข้อพระวจนะใด เพราะอะไรจึงใช้พระวจนะข้อนี้ ??

“ยิ่งกว่านั้น เรา ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดมีความหวังใจ”  (โรม 5:3-4 TH1971)

เชื่อว่าเราทุกคนล้วนต้องเจอปัญหา อาจจะมากบ้าง น้อยบ้าง หนักบ้าง เบาบ้าง อยากหนุนใจให้เชื่อค่ะ เชื่อในพระเจ้าของเรา พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เป็นพระเจ้าแห่งความเมตตา ท่านจะไม่ปล่อยให้เราต้องเจอปัญหาหนักหรือสิ่งร้ายเพียงลำพัง หากแต่ในทุกๆย่างก้าวในวันที่ลำบากนั้นพระองค์ก็ทรงอยู่กับเรา แทนที่จะจดจ้องอยู่แต่ปัญหาให้เราหันมานับพระพรดูว่าในปัญหานั้นมีสิ่งดีอะไรอยู่บ้าง จนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเราจะได้สัมผัสผลแห่งความอดทนที่เราได้รับมันจะหอม มันจะหวาน มันคุ้มค่ากับความอดทนผ่านมาเหลือเกิน^^

ขอให้พวกเราขอบคุณ คุณรัตนา วุฒินนชัย (จอย)  และขอพระเจ้าทรงประทานพรให้กับเธอมากมายนะครับ

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ด้วยรัก
(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล