สารจากศิษยาภิบาล

16 มิถุนายน 2013

สวัสดีครับชาว CJ และผู้มาเยี่ยมเยียน

วันนี้เราอยู่ในค่าย Believe, Behave & Belong” วันที่ 14-16 มิถุนายน 2013 ณ The Grace อัมพวา ที่เจ้าของเป็นพี่น้องคริสเตียนเหมือนกัน คือ คุณ ยี่ และคุณกุ้ง ที่ให้บริการแก่พวกเราเป็นอย่างดี สมควรที่เราจะขอบคุณและปรบมือให้!

ผมดีใจที่ทุกท่านมานมัสการพระเจ้าด้วยกันได้ในค่ายนี้

ผมมีความสุขที่มีพี่น้องรับบัพติศมาในค่ายนี้เป็นรุ่นพิเศษ คือ

1. (ว่าที่ ดร.) จุฬาลักษณ์ ตลับนาค (ออม)         2. คุณวิลาวัลย์ โตทอง  (ไนซ์)

3. คุณรัชนี จณะวัตร (หมี)                                    4. คุณพัชรีย์พร สรรพสูพ  (พัช)

5. คุณจิตรา สะโมสูงเนิน (ตูน)                             6. คุณวันทนา ยะมะโน (อุ๋ย)

7. คุณสมพร พรสมบุญดี  (หนุ่ย)                         8. คุณสรณีย์   โลหะทัศน์  (เป้)

9. คุณฤชากร ศุภารัตน์  (ตั้ม)                               10.คุณพิมพกานต์ บุญเพียรผล (ผิงๆ)

(ส่วนของ Agape จะมีรับบัพติศมาอาทิตย์หน้า (23 มิ.ย.)

ขอให้เราทุกคนและทุกกลุ่มช่วยกันดูแลเลี้ยงดูพี่น้องเหล่านี้เติบโตในทางของพระเจ้า และมีใจอุทิศทุ่มเทในสมาชิกที่ดีของคริสตจักรต่อไป!

ขอขอบคุณทุกกลุ่มพันธกิจที่ทำหน้าที่แบ่งปันและรับใช้กันอย่างเต็มกำลัง เป็นที่ประทับใจของพวกเราทุกคนจริง ๆ

ขอขอบคุณทีมนมัสการ ทีมคณะผู้อภิบาล และสมาชิกทุกคนทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกันเป็นอย่างดีในค่ายที่ผ่านมา!

วันนี้ขอให้เรามานมัสการพระเจ้าอย่างเป็นธรรมชาติอย่างจริงใจ ถวายแก่พระองค์

คำเชิญชวน : ขอให้ทุกคนที่มาในเช้านี้ได้จับคู่หรือจับกลุ่มอธิษฐานกับคนใดคนหนึ่งก่อนกลับบ้าน นะครับ!

ขอพระเจ้าอวยพรตลอดการนมัสการนี้ รวมทั้งการเดินทางกลับที่หมายปลายทางด้วยความปลอดภัยและเป็นสมาชิกที่ดีขึ้นกว่าเดิม นั่นคือ

มีความเชื่อ (believe) อย่างถูกต้อง

                 ประพฤติตัว (behave) อย่างเหมาะสม

และ          ปฏิบัติตนสมกับเป็นส่วนหนึ่ง (belong) ที่ดีของพระเยซูคริสต์ของเรานะครับ!

ด้วยรักจากใจ

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์  (ศิษยาภิบาล)

 

สัพเพเหระมีสาระ

Maccabees     

 แมคคาบีส์ (Maccabees)

ประเทศกรีกภายใต้การนำของอเล็กซานเดอร์ มหาราช เรืองอำนาจขึ้นอย่างรวดเร็ว จนพิชิตมหาอำนาจอย่างเปอร์เชียได้ และกลายเป็นมหาอำนาจที่เข้มแข็งที่สุดของโลก (ก.ค.ศ. 333) จากนั้นก็ขยายอำนาจครอบคลุมตั้งแต่กรีกทางตะวันตกไปจนถึงอินเดียทางตะวันออก ทำให้วัฒนธรรม  ศิลปะ ปรัชญา การศึกษา  การกีฬา  สาธารณสุข และภาษากรีก แพร่หลายและมีอิทธิพลต่อความคิดและชีวิตของชาวโลก (มาจนถึงในปัจจุบัน)

เรียกว่า อารยธรรมแบบกรีกรุ่งเรืองถึงขีดสุดยอด!

แต่เมื่อ อเล็กซานเดอร์ฯ สิ้นพระชนม์ อาณาจักรกรีกก็แตกเป็นส่วน ๆ (ดนล.11:2-4)  ก.ค.ศ. 301 แบ่งเป็น 3 เขตการปกครองใหญ่

1. ทางตะวันตก – มี 1 เขต    กรีกเป็นศูนย์กลางปกครอง

2. ทางตะวันออก – มี 2 เขต

คือ

1)       ซีเรียทางเหนือ

2)       อียิปต์ ทางใต้

ในช่วงนี้ชาวยิว 70 คน แปลพระคัมภีร์ภาษาฮีบรูออกมาเป็นภาษากรีก แม้แต่ชาวยิวก็พูดภาษากรีกได้ กษัตริย์กรีกที่ปกครองเขตอียิปต์รุ่นต่อมากดขี่ชาวยิวมากขึ้น เมื่ออาณาจักรอียิปต์พ่ายแพ้ต่ออาณาจักรซีเรียใน  ก.ค.ศ. 198 อิสราเอลก็ตกอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์กรีกในเขตซีเรีย (ดนล.11:14-16) ที่มีเมืองหลวงชื่อเมือง อันทิโอก (กจ.11:20)

แต่แล้วกษัตริย์กรีกซึ่งปกครองเขตซีเรียกลับกดขี่ชาวยิวที่อยู่ที่นั่นอย่างหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม  กษัตริย์เกือบทุกพระองค์ที่สืบเชื้อสายมาจากกรีกจะใช้พระนามว่า “แอนทิโอคัส”

ปาเลศไตน์ อยู่ใต้ปกครองของกรีกราวร้อยกว่าปี ธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาวกรีกจึงเข้ามาแทรกซึมในศาสนายิวบ้าง ยิวที่เคร่งสายอนุรักษ์จึงออกมาต่อต้านวัฒนธรรมกรีก ผลคือ พวกยิวเองก็เกิดโต้แย้งกันแตกแยก แต่พวกที่ลำเอียงไปทางกรีกก็ได้รับความโปรดปรานและได้รับตำแหน่งสำคัญ ๆ ในศาสนายิวมาครอง เช่น เป็นปุโรหิตหรือนายธรรมศาลา

วันหนึ่ง ในปี 168 ก.ค.ศ. แอนทิโอคัส ที่ 4 อีพิฟาเนส กษัตริย์ชาวกรีกซึ่งปกครองซีเรียได้ขายตำแหน่งมหาปุโรหิตให้แก่ผู้ที่ประมูลให้ค่าตอบแทนราคาสูง แต่กลับถูกปฏิเสธจากพวกยิว พระองค์จึงทรงโกรธมาก ส่งกองทัพมาฆ่าฟันชาวยิวเป็นพัน ๆ คน และนำที่เหลือไปเป็นทาส จากนั้นก็เก็บพระคัมภีร์มาเผาทิ้งและบังคับให้ชาวยิวรับประทานอาหารที่ผิดพระบัญญัติ อีกทั้งห้ามยิวทำพิธีสุหนัต ห้ามยิวหยุดพักงานวันสะบาโต แต่ที่กระทบกระเทือนใจชาวยิวมากที่สุด คือแอนทิโอคัสได้ตั้งรูปเคารพของกรีกบนแท่นบูชาแบบศาสนากรีกไว้ในพระวิหารของชาวยิว แล้วเอาหมู (ซึ่งยิวถือว่าเป็นสัตว์สกปรกที่สุด) มาทำเป็นเครื่องถวายบูชาบนแท่นนั้น ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำซึ่งยิวถือว่า น่าสะอิดสะเอียนที่สุด (ดนล.11:31)

ผลก็คือ ปุโรหิตยิวชราคนหนึ่งนามว่า ยูดาส มัทธาทิอัส แมคคาบี ( Judas Mattathias Maccabees) ลุกขึ้นมาฆ่ายิวคนหนึ่งที่มาถวายเครื่องบูชาบนแท่นบูชา และเจ้าหน้าที่ชาวซีเรียที่มาดูแล พร้อมทั้งปลุกระดมประกาศเชิญชวนให้ชาวยิวที่ร้อนรนเข้าร่วมเป็นกองกำลัง (ในการปกป้องศาสนา)  พร้อมกับลูกชาย 5 คน คือ ยอห์น  ซีโมน ยูดาส เอลีเอเชอร์ และโยนาธาน โดยหนีไปตั้งฐานยังภูเขา และเริ่มต้นขบวนการกู้ชาติกู้ศาสนา ที่เรียกว่า กบฏ “แมคคาบี” (Maccabean revolt) ขึ้นมา

พวกเขาสู้กับพวกกรีกราว 3 ปี และได้ชนะในที่สุด จึงพากันกวาดล้างปุโรหิตที่ขายชาติ และชำระพระวิหาร (ก.ค.ศ 165) นับจากนั้นก็มีการฉลองวันยิ่งใหญ่นี้ทุกปี!      จากนั้น พวกตระกูลแมคคาบี ก็ทำสงครามต่อสู้กับกรีกตลอดมาอีก  20 ปี เพื่อจะได้เอกราชทางการเมืองและในที่สุดก็ได้ชัยชนะเป็นเอกราช (ก.ค.ศ. 143)

แต่น่าเศร้าที่หลังจากนั้น พวกแมคคาบีกลับเหลิงอำนาจ แต่งตั้งคนมั่งมีอำนาจ เย่อหยิ่งขึ้นเป็นมหาปุโรหิตและผู้ใหญ่ทางศาสนาและนับว่าเป็นการเริ่มต้นของพวกสะดูสีผู้มีอิทธิพล จนพวกฟาริสีซึ่งเป็นของพวกคนส่วนใหญ่ธรรมดาที่ไม่มีอำนาจและแสดงความไม่พอใจ คัดค้านแต่ไม่สำเร็จ พวกสะดูสีจึงครองตำแหน่งในการปกครองประเทศได้หมด ทั้งทางทหารและทางศาสนา

แต่หลังจากนั้นหลายสิบปีต่อมามีราชินีองค์หนึ่งเข้าข้างฟาริสี  เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์แล้วบรรดาราชบุตรทั้งหลายกลับตกลงกันไม่ได้ว่า จะให้ใครเป็นกษัตริย์พวกเขา จึงไปขอร้องให้แม่ทัพโรมมาไกล่เกลี่ย ผลที่ตาม มาก็คือ โรมกลับยึดอำนาจการปกครอง   ยูเดียจึงเสียเอกราชและตกอยู่ใต้การปกครองของโรมในปี กคศ. 63

 -ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/

lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

จะกันไม่ให้อดีตลากคุณกลับไปได้อย่างไร ‏

Cortez BurningBoat

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัล ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ (ฟีลิปปี 3: 13-14)

เมื่อนักสำรวจผู้โด่งดัง เฮอร์นันโด คอร์เทส มาที่เม็กซิโกพร้อมด้วยกองเรือสเปนตอนต้นปี ค.ศ. 1500 ท่านต้องเจอกับการท้าทายที่หนักหน่วง หลังจากเหตุการณ์ตื่นเต้นผ่านพ้นไป พวกลูกเรือต่างก็เริ่มบ่นและอยากกลับบ้าน

ดังนั้นคืนหนึ่ง คอร์เทสจึงสั่งให้เผาเรือทุกลำ ขณะที่เปลวไฟพุ่งสู่ท้องฟ้า กลาสีพวกนั้นเริ่มเข้าใจความจริงว่าจะไม่มีการกลับไปอีกแล้ว พวกเขาถูกเลือกและเรียกมาสำหรับทำภารกิจจากคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

เมื่อเรามอบชีวิตให้พระคริสต์ การถูกเรียกมาเพื่อปฏิบัติภารกิจนั้นเหมือนกัน เราเผาสะพานเบื้องหลังของเรา ทิ้งอดีตไว้เป็นอดีต และมอบตัวตนของเรารับใช้พระคริสต์ในทุกๆด้านของชีวิต เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อจุดประสงค์ของมนุษย์อีกต่อไป แต่เราอยู่เพื่อจุดประสงค์ของสวรรค์

บางทีวันนี้คุณอาจต้องเผาเรือบางลำในชีวิตที่คอยรั้งคุณ และกันคุณจาก “มอบทั้งหมด” ให้กับพระเยซู ถ้าเป็นเช่นนั้น จงตัดสินใจใหม่ ปล่อยอดีตให้ผ่านไป มอบปัจจุบันไว้ในพระหัตถ์ และทุ่มเทอนาคตของคุณรับใช้พระคริสต์ด้วยหมดหัวใจ

“มอบทั้งหมด” ให้พระคริสต์โดยปล่อยอดีตให้ผ่านไป และมีชีวิตทุกวันเพื่อถวายพระสิริแด่พระเจ้า

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

วิธีรักษาโรคบาปของเรา

The ten commnts

เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด (ยากอบ 2:10)

เพียงผู้เดียวที่เคยดำเนินบนโลกนี้และรักษาพระบัญญัติสิบประการได้ครบถ้วน นั่นคือองค์พระเยซูคริสต์ ที่เหลือล้วนแล้วแต่ผิดพลาดล้มเหลว

เราละเมิดพระบัญญัติสิบประการมากกว่าที่เราจะคิดได้ เราเอ่ยพระนามโดยไม่สมควร เรามีพระอื่นๆก่อนพระองค์ เราพูดโกหก บางทีเราอาจลักขโมย หรือล่วงประเวณี หรือแม้กระทั่งฆ่าคน หรืออย่างน้อยที่สุดเราก็โลภ ลุ่มหลงหรือเกลียดชัง พระคัมภีร์ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าเราพลาดไปแม้แต่จุดๆหนึ่งของพระบัญญัติ ก็เท่ากับเราผิดทั้งหมด (ดูยากอบ 2:10)

แล้วพระเจ้าให้พระบัญญัติพวกนี้มาทำไม?  ไม่ใช่เพื่อทำให้เราเป็นคนชอบธรรม แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรานั้นไม่ชอบธรรม ประทานให้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราผิดพลาดและเสื่อมไปจากมาตรฐานของพระองค์ ประทานให้เพื่อให้เห็นว่าเราต้องการความช่วยเหลือ พระบัญญัติของพระเจ้าจะผลักดันให้เราเข้าสู่อ้อมกอดขององค์พระคริสต์ ผู้ทรงวายพระชนม์ที่บนกางเขนเพื่อบาปของเรา

พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ ซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน” (โคโลสี 2:14) ซึ่งแปลว่าพระเยซูทรงรับโทษจากพระบัญญัตินั้นที่กล่าวว่า “ชีวิตที่กระทำบาปจะต้องตาย …” (เอเสเคียล 18:20) พระองค์ทรงตายแทนที่เรา และรับเอาพระอาชญาของพระเจ้าที่คุณและผมสมควรได้รับไปเสีย

บางทีคุณอาจต้องกลับใจจากบาปบางอย่าง พระเจ้าจะอภัยให้คุณ – แต่คุณต้องยอมรับและสารภาพ เลิกหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนและยังทำต่อไป พระคัมภีร์กล่าวว่า “ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” (1ยอห์น 1:9)

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

อธิษฐานจากใจ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

XIR221197

“แต่เมื่อท่านอธิษฐานอย่าพูดพล่อยๆซ้ำซาก เหมือนคนต่างชาติกระทำเพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง” (มัทธิว 6:7)

วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยและยาวนานมาก ผมเทศนาไปสามครั้ง และต้องตอบจดหมายอีกตั้งเบ้อเริ่ม และทุกจดหมายที่เขียนตอบไป ผมลงท้ายว่า “ในพระนามพระเยซูคริสต์ ลงชื่อ อ.เอเดรียน โรเจอร์ส”

มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาผมตอนใกล้เลิกพูดว่า “ผมต้องพบอาจารย์ครับ ผมมีปัญหาที่ร้ายแรงมาก”

ผมเหนื่อยและเพลีย รู้สึกปวดร้าวตามตัว แต่ก็พูดไปว่า “ได้ครับ มาคุยกันที่ห้องด้านหลังดีกว่า

เราคุย และฟังกัน ผมรู้สึกสงสารเขามากจึงพูดว่า “ผมขออธิษฐานให้คุณหน่อยนะครับ” พออธิษฐานเสร็จผมพูดว่า “ในพระนามพระเยซูคริสต์ ลงชื่อ อ.เอเดรียน โรเจอร์ส” แล้วผมก็นึกได้ “โอ้ โอ้ ผมพูดอะไรออกไปน่ะ? เขาจะได้ยินหรือเปล่า?”

ทำให้นึกว่ามันง่ายเพียงใดที่เราจะหลุด แล้วพูดอะไรออกไปก็ไม่รู้ในคำอธิษฐานของเรา

คุณเคยใช้คำซ้ำซากในการอธิษฐานของคุณหรือไม่?  วันนี้ ขอให้คุณแค่พูดคุยกับพระเจ้า ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องการใช้คำ ให้มาจากหัวใจของคุณก็พอ

โดย: Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย: Love worth finding Ministries: www.lwf.org

ประกาศ – ไม่มีการนมัสการที่คริสตจักร สุขุมวิทซอย 16 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน เพราะจะไปค่าย และจะกลับมานมัสการเหมือนเดิม 23 มิถุนายน

ทำไมถึงพูดออกไปอย่างนั้น?

Loudspeaker

มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์…มีวาระฉีกขาด และวาระเย็บ วาระนิ่งเงียบ และวาระพูด (ปัญญาจารย์ 3:1,7)

คิดถึงบ่อยครั้งแทนที่ผมจะนิ่ง กลับพูดโพล่งออกไป มากกว่าหนึ่งครั้งผมพูดบางอย่างออกไป ทันทีที่ออกจากปาก ผมก็คิด “ทำไมถึงพูดออกไปอย่างนั้น?” แล้วก็พบว่าอยากจะเรียกคำพูดพวกนั้นคืนกลับมา

คุณเคยอยู่ในสถานการณ์ที่คุณอยากจะพูดให้ดีที่สุด แทนที่จะเป็นอย่างนั้น คุณกลับพูดสิ่งที่ไม่เข้าท่าที่สุดออกไป?

ทำให้ผมนึกถึงเปโตร รวมถึงยากอบและยอห์นด้วย ได้เห็นพระเยซูจำแลงพระกายที่บนภูเขา เป็นสิทธิพิเศษสุดที่ทั้งสามได้รับ ดวงตาของพวกเขาเท่านั้นที่ได้เห็นพระพักตร์และฉลองพระองค์ของพระเยซูทอแสงเจิดจ้าเหมือนดวงอาทิตย์ แล้วยังได้รับสิทธิพิเศษ เห็นโมเสส และเอลียาห์สนทนากับพระเยซูถึงการทดลองที่จะมาถึงอย่างชนิดติดขอบสนาม แม้การสนทนากำลังดำเนินไป จู่ๆเปโตรก็โพล่งออกมา “พระอาจารย์เจ้าข้า ซึ่งเราอยู่ที่นี่ก็ดี…” (มาระโก 9:5) และมาระโกเขียนสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “ที่เปโตรพูดอย่างนั้นก็เพราะไม่รู้จะว่าอย่างไร ด้วยเขาทั้งหลายกำลังกลัวนัก” (ข้อ 6)

แต่โปโตรไม่ได้จบแค่นั้น ท่านพูดส่า “ให้พวกข้าพระองค์ทำเพิงสามหลัง สำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเสสหลังหนึ่ง สำหรับเอลียาห์หลังหนึ่ง(ข้อ 5) ผมสงสัยว่าเอลียาห์หันไปถามพระเยซูหรือเปล่าว่า “หมอนี่เป็นใคร?”

“อ๋อ นั่นเจ้าศิลา ไม่เป็นไรหรอก”

ความคิดวิ่งใส่สมองเราได้ง่ายดาย แล้วเราก็พูดออกไปโดยไม่ทันคิด แต่จะดีกว่าหรือไม่ที่จะหยุดก่อน คิด และถามตัวเองว่า “มันเป็นเรื่องถูกต้องหรือเปล่าที่จะพูดเช่นนั้น? มันถูกกาลเทศะหรือไม่? พระเจ้าได้รับเกียรติหรือเปล่า?

เอเฟซัส 4:29 กล่าวว่า อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยินได้ฟัง”

ถ้าเรานำการกลั่นกรองนี้มาใช้ในคำสนทนา —”พูดแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างผู้นั้นขึ้นหรือเปล่า? คำพูดของเราก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ฟังหรือไม่?” – ลองคิดดูคำพูดของเราสามารถสร้างความแตกต่างได้ขนาดไหนครับ?

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

ประกาศ – อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน ไม่มีการนมัสการที่สุขุมวิทซอย 16 เพราะเราจะไปค่ายกัน

                   นมัสการอีกทีในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายนค่ะ

 

ทำอย่างไรดีเมื่อคุณไม่เห็นด้วยกับผู้มีอำนาจ

Cow

ในทำนองเดียวกันท่านที่อ่อนอาวุโส ก็จงเชื่อฟังคำของพวกผู้ใหญ่ อันที่จริงให้ท่านทุกคนมีความถ่อมใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน  ด้วยว่า พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน (1เปโตร 5:5)

หลายปีมาแล้ว มีงานค้นคว้าที่มาจากการสำรวจศิษยาภิบาล 2100 คน ทั่วสหรัฐอเมริกาที่ถูกไล่ออก หรือลาออกจากคริสตจักร หัวหน้าทีมค้นคว้าถามศิษยาภิบาลและคริสตจักรของเขาว่า “ทำไมท่านศิษยาภิบาลถึงออกไป?”
คุณอาจจะคิดว่าคำตอบน่าจะเป็นว่าพวกศิษยาภิบาลเหล่านี้สอนนอกรีต หรือนำคริสตจักรไปไม่ตรงกับความเชื่อตามพระคัมภีร์ แต่การค้นคว้าพบว่าเหตุผลที่เหนือกว่าอื่นใด – 58% – ศิษยาภิบาลเหล่านั้นถูกบังคับให้ออกเพราะมีบุคลิกที่แตกต่างจากสมาชิกคริสตจักร ถ้าศิษยาภิบาลบอกให้ไปซ้าย พวกเขาก็อยากจะไปขวา

ผมเชื่อว่าหลายๆปัญหา ถึงจะไม่ใช่มากที่สุดที่คริสตจักรทุกวันนี้เผชิญจะถูกขจัดออกไป ถ้าผู้คนพร้อมใจที่จะเคลื่อนไปในทิศทางใหม่ แทนที่จะหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ แต่หลายคริสตจักรในทุกวันนี้มี “วัวศักดิ์สิทธิ” อยู่มากเกินไป ทำอะไรได้อยากและก็ไม่อยากจะทำอะไร
ผมขออธิษฐานให้วันนี้ประชากรของพระเจ้าจะยอมให้ผู้นำท้าทาย…ด้วยการนำแนวคิดใหม่ๆ มาช่วยกันขับเคลื่อนพระกายของพระคริสต์ไปในทิศทางใหม่ๆ ยอมรับการปรับแต่งจากผู้มีสิทธิอำนาจเหนือคุณ ถึงแม้คุณไม่เห็นด้วยก็ตาม บางทีพระเจ้าอาจกำลังใช้พวกเขามาปรับแต่งคุณนะครับ

จงว่านอนสอนง่ายแก่คนที่มีสิทธิอำนาจเหนือคุณ ถึงแม้คุณไม่เห็นด้วยก็ตาม

 

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

10/6/13