คำที่คริสตจักรลืมไปแล้ว

hell-fire-1

ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี้ พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่

(กิจการ 17:30)

เมื่อ อ.เปาโลไปประกาศข่าวประเสริฐให้กับผู้คนที่เมืองเอเธนส์ ท่านใช้คำที่เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้ยินกันแล้ว ท่านใช้คำว่า “กลับใจใหม่” –

ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี  พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต” (กิจการ 17:30-31)

สังเกตุดู อ.เปาโลไม่ได้พูดว่า “ผมว่าคุณน่าจะกลับใจ” หรือ “ผมขอแนะนำให้คุณกลับใจ” ท่านพูดว่าพระเจ้าได้ตรัสสั่งมนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ คำว่า “กลับใจ” หมายถึงเปลี่ยนทิศ แทนที่จะวิ่งหนีไปจากพระเจ้า คุณหันกลับมาวิ่งเข้าหาพระองค์

แต่ทำไมเราต้องกลับใจด้วย? อ.เปาโลให้คำตอบไว้ในข้อ 31 –  “เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้…” วันแห่งการพิพากษากำลังจะมาถึง วันนั้นคือวันที่พระเจ้า “จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้”

เคยมีคนวิจารณ์คริสตจักรในสมัยหนึ่งว่าชอบเทศนาเรื่องพิพากษาด้วยไฟนรกและกำมะถัน  แต่ครั้งสุดท้ายเมื่อไรที่คุณได้ยินคนเทศนาเรื่องไฟนรกและกำมะถัน?  ผมกล้าพูดว่าคงจะนานมากแล้ว

ที่จริง มีนักเทศน์บางคนตั้งข้อสังเกตุว่านรกน่ะมีจริงหรือด้วยซ้ำ แต่พระเยซูเองตรัสถึงเรื่องนี้มากกว่าผู้เผยพระวจนะท่านใดในพระคัมภีร์รวมกัน

ผมเคยได้ยินนักเทศน์หลายคนที่รู้สึกมีความสุขดี หลายคนกล่าวว่าพระเจ้าต้องการให้พวกเขามั่งคั่ง ได้ยินเรื่องบ้าบอมากมายที่นักเทศน์หลายท่านเล่าให้ฟัง

แต่พระคัมภีร์กล่าวว่าวันพิพากษาในอนาคตนั้นมีจริงแน่นอน และไม่มีใครเลี่ยงได้ด้วยครับ …

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

ฤทธิ์อำนาจความเจ็บปวดของพระคริสต์เพื่อคุณ

The Crucifixion by Tintoretto, 1565

แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น ตกแก่ท่าน ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี (อิสยาห์ 53:5)

เป็นเวลาหลายปีที่ผมได้รับสิทธิพิเศษเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำงานของพระเจ้า และในหลายแห่งที่ได้ไป ผมเห็นโบสถ์เก่าแก่สง่างาม ส่วนใหญ่จะมีไม้กางเขนอันใหญ่อยู่ด้านหน้า มีคนนำเทียนไปจุดรอบๆ และผู้คนภาวนากันอย่างเงียบๆ เคยได้เข้าไปในโบสถ์แห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ทำให้ผมฉุกคิดบางอย่าง – พระเยซูไม่ได้สิ้นพระชนม์แบบนี้

ภาพวาดหรือรูปปั้นที่เราเห็นพระเยซูถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ไม่มีทางเทียบได้กับความอับอาย ถูกดูหมิ่น ด่าทอที่ทรงรับไว้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างน่าอับอายและทุกข์ทรมาน…และทั้งหมดนั้นทรงยอมทนเพื่อเรา

พระบุตรผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้า … ถูกเปลื้องผ้ามารับความอับอายและความบาปแทนเรา พระองค์ทรงร้องว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” ดูราวกับพระเยซูทรงถูกแขวนไว้ระหว่างสวรรค์กับโลกนี้ … ถูกมนุษย์ปฏิเสธ และถูกพระเจ้าพิพากษาความบาปที่เป็นของเรา – ไม่ใช่ของพระองค์

ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจในความทุกข์เจ็บปวดของพระคริสต์ได้ แม้ว่าเราจะนำใครสักคนไปตรึงที่กางเขน ไม่มีทางเทียบได้กับพระองค์ผู้ทรงแบกบาปของโลกนี้บนกางเขนที่เนินหัวกระโหลกนั้น ขอบพระคุณพระเยซูสำหรับสิ่งที่พระองค์ยอมเผชิญ ยอมทนกับความทรมานเกินกว่าจะจินตนาการได้เพื่อเราทั้งหลายจะได้รับของขวัญอันเป็นนิรันดร์

วันนี้ให้เราขอบพระคุณพระเยซูสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงยอม สละพระชนม์ รับทุกข์ทรมานอย่างตั้งพระทัยเพื่อให้เราได้มีโอกาสรับของขวัญชั่วนิรันดร์นั้น

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

สารจากศิษยาภิบาล

31 มีนาคม 2013

สวัสดีครับ พี่น้อง CJ

ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกท่านมานมัสการพระเจ้าในวันนี้ด้วยกันได้ ผมดีใจที่มีคนรับเชื่อในอาทิตย์ที่แล้ว 2 ท่าน คือ  1. คุณหญิง   และ 2.คุณมด ขอคุณแดงและกลุ่มช่วยดูแลให้ทั้ง 2 ท่านรู้สึกอบอุ่นและเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณด้วยนะครับ!

วันนี้ เราฉลองอีสเตอร์ ขอให้ทุกคนฉลองอย่างมีความสุข – ขอบคุณพระเจ้าที่ในคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา CJ เราจัดงานอีสเตอร์ บรรยากาศคึกคักครึกครื้นและรายการเป็นที่หนุนจิตชูใจ คนมาร่วมกันคับคั่ง และทำให้เราชื่นชมซาบซึ้งในการเสียสละพระชนม์ชีพของพระเยซูมากขึ้น และทำให้เรามั่นใจในการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์มากขึ้น   ทำให้เราดำเนินชีวิตของเราด้วยความไว้วางใจในพระองค์ได้อย่างเต็มที่!

ผมขอขอบคุณทุกกลุ่มพันธกิจคริสตจักรที่มาช่วยกันเต็มที่ อาทิ  กลุ่มของคุณป้อง, คุณฝา, คุณโบ, คุณเอ๋ ฯลฯ  และทีมนมัสการ CJ ภายใต้การนำของคุณปุ๊ ยิ่งกว่านั้น ขอบคุณ ดร.แอม (สะพานเหลือง) พร้อมคณะ และคริสตี้กับครอบครัว Williams ที่ถวายเพลงพิเศษเป็นที่ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง!

ตอนนี้ คริสตจักร CJ ของเราขอทุกท่านอธิษฐานเผื่อค่ายคริสตจักรในวันที่  14-16 มิ.ย.นี้ ขอให้จัดเวลาไปร่วมค่ายกันทุกคนเลยนะครับ!

เนื่องด้วยเวลาเตรียมงานมีน้อยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา บรรดาผู้อภิบาลที่เป็นคุณป้า คุณน้า คุณอา ทั้งหลายก็เลยต้องขอคนที่ยังสาว ๆ มาเป็นประธานค่าย ก็เลยมีการเห็นพ้องว่า สมควรต้องเชิญสาวมั่นที่ปราดเปรียวแคล่วคล่องอย่างคุณโบ มาเป็นประธานค่าย และให้เน้นกลุ่มพันธกิจ 10 กลุ่มเป็นแกนหลักสนการช่วงกิจกรรมของค่าย ผมเองตื่นเต้นมาก และคิดว่าค่ายปีนี้ต้องสนุกที่สุดในรอบ 10 ปีทีเดียว ผมเลยขอเสนอให้ค่ายปีนี้ ชื่อว่า “Believe – Behave & Belong!” เพื่อเน้นสมาชิก CJ ให้

  1. เชื่ออย่างถูกต้อง
  2. ประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่เชื่ออย่างเหมาะสม
  3. เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว CJ อย่างแท้จริง

ขอสมาชิก CJ ทุกท่านกรุณาเตรียม ลางาน/หยุดงาน ตามวันเวลาดังกล่าวด้วย เพื่อไปรับและเป็นพระพรต่อกันและกัน และรายการคงจะเริ่มตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย. เลยนะครับ!

หากสมาชิกท่านใดรู้จักสถานที่ดี ๆ ราคาประหยัดอยู่ใกล้กรุงเทพ เสนอได้เลยนะครับ!

ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (ศิษยาภิบาล)

อีสเตอร์เพื่อคุณ

Christ_1

“เรามีชีวิตอยู่และตาย แต่พระคริสต์ตายและมีชีวิตอยู่!”

    (We live and die; Christ died and lived!) -John Stott-

 คนเรามีชีวิตอยู่เพียงสั้น ๆ ชั่วคราวในโลกนี้

ไม่ช้าชีวิตทางกายภาพของเราแต่ละคนก็ต้องตาย!

วิญญาณของเราต้องจากร่างกาย และจากทุกอย่างที่เราเคยครอบครองไปอย่างแสนเสียดายและสุดอาลัย เพราะเราเอาอะไรไปด้วยไม่ได้แม้แต่สักอย่างเดียว!

เสื้อผ้าที่เราชอบ …ก็เอาไปไม่ได้

รถยนต์ที่เรารัก …ก็เอาไปไม่ได้

บ้านที่เราหวง …ก็เอาไปไม่ได้

ทรัพย์สินเงินทองที่เราบรรจงเก็บสะสม …ก็เอาไปไม่ได้

ธุรกิจหรือความสำเร็จที่เราทุ่มเทสร้าง …ก็เอาไปไม่ได้

แม้แต่คนที่เรารัก …เราก็เอาไปไม่ได้ (หากว่าเขาไม่ได้เลือกปลายทางเดียวกับเรา)

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่า…เราแน่ใจแล้วหรือไม่ว่า วิญญาณของเราจะไปไหน  หลังจากเราต้องสละ ละ หรือออกจากกายดินที่ต้องเน่าเปื่อยนี้ไป?

หากเรารู้จักกับพระคริสต์ ผ่านทางการได้ยินข่าวประเสริฐ และเรากลับใจใหม่ รับพระคุณจากพระคริสต์ ผู้ทรงตายไถ่บาปเราบนกางเขน (ในวันศุกร์ประเสริฐ) และทรงเป็นขึ้นจากตายออกจากอุโมงค์ฝังศพ(ในวันอาทิตย์อีสเตอร์)

เพราะว่า เราก็คงไม่ต้องวิตกกังวล! พระเยซูคริสต์ก็จะจัดเตรียมที่อยู่ในสวรรค์ไว้ให้กับเรา!

พระองค์ตรัสว่า…

“อย่า​ให้​ใจ​ของ​พวก​ท่าน​เป็น​ทุกข์​เลย พวก​ท่าน​วาง‌ใจ​ใน​พระ‌เจ้า จง​วาง‌ใจ​ใน​เรา​ด้วย ใน​พระ‌นิ‍เวศ​ของ​พระ‌บิดา​เรา​มี​ที่‌อยู่​มาก​มาย ถ้า​ไม่‌มี​เรา​คง​บอก​ท่าน​แล้ว เพราะ​เรา​ไป​จัด‌เตรียม​ที่​ไว้​สำ‍หรับ​พวก​ท่าน เมื่อ​เรา​ไป​จัด‌เตรียม​ที่​ไว้​สำ‍หรับ​ท่าน​แล้ว เรา​จะ​กลับ​มา​อีก​และ​รับ​ท่าน​ไป​อยู่​กับ​เรา เพื่อ​ว่า​เรา​อยู่​ที่‌ไหน​พวก​ท่าน​จะ​ได้​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย”       (ยน.14:1-3)

เราทุกคนควรขอบคุณพระเยซูคริสต์ ที่ทรงกระทำทุกอย่างเพื่อเรา พระองค์จากสวรรค์พระองค์ลงมาสู่โลก พระองค์ จากบัลลังก์ที่สง่างามทรงครอบครองทุกสิ่ง แต่กลับลงมารับสภาพที่แสนยากจน ปราศจากที่จะวางศีรษะนอน!

ท้ายสุด  พระองค์สละพระชนม์ชีพชั่วคราวในสภาพมนุษย์และพระองค์ทรงเป็นขึ้นใหม่ในสภาพอมตถาวรในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราตลอดกาล การเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์นี้ จึงเป็น สาระสำคัญของ “วันอีสเตอร์”!

 เพราะวันอีสเตอร์คือ วันที่เราฉลองการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริต์ที่ตายไถ่บาปเรา และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์!

ดังนั้น คุณจึงควรตรวจดูให้แน่ใจว่า คุณได้สำนึกผิดกลับใจเชื่อและถ่อมใจรับพระคุณของพระคริสต์แห่งวันอีสเตอร์เข้ามาในชีวิตของคุณแล้วหรือยัง?   เพื่อว่าในวินาทีนั้นที่ลมหายใจสุดท้ายของคุณหมดลง และวิญญาณของคุณต้องออกจากร่าง คุณจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์สถานตลอดนิรันดร์!

…จะดีไหมครับ?

ปล  หากว่าคุณยังไม่แน่ใจว่า คุณจะได้ไปสวรรค์อยู่กับพระเจ้าหรือไม่ จงทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้า ณ บัดนี้ โดยยอมรับการตายไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ที่ทรงกระทำเพื่อคุณ ณ บัดนี้เลย แล้วคุณจะได้ไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์แน่นอน!

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/

lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 

 

อีสเตอร์นำมาซึ่งความหวัง

Easter egg    Easter egg 2
พระเยซูตรัสกับเธอว่า “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก (ยอห์น 11:25)

อีสเตอร์ไม่ใช่เรื่องของการแต่งไข่สีสวยสด ใส่เสื้อสีตุ่น หรือทานอาหารเฉลิมฉลอง ถึงแม้จะมีสิ่งเหล่านี้ แต่อีสเตอร์นั้นเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ และการฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์

สำหรับบางคน อีสเตอร์จะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ ได้ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนๆ สำหรับคนอื่นๆ มันเป็นวันที่น่าเศร้า เพราะอีสเตอร์เป็นเครื่องเตือนใจถึงคนรักที่ตายจากไปและยังอาลัยหา

ความตายดูเหมือนโหดร้าย รุนแรง และเป็นการจบสิ้น นี่คือสิ่งที่พวกสาวกรู้สึกเมื่อได้เห็นองค์พระเยซูคริสต์ ที่พวกเขายอมทิ้งทุกสิ่งติดตามพระองค์ไป ถูกแขวนที่บนกางเขน พวกเขาหมดสิ้นแล้ว ความตายทำลายพวกเขาลง แต่ถ้าพวกเขาย้อนกลับไปในความทรงจำ ก็คงจำได้ถึงเหตุการณ์สำคัญและคำตรัสของพระเยซู

พวกเขาคงจะจำว่าพระเยซูประทับอยู่ที่หน้าอุโมงค์ฝังศพของเพื่อนรักของพระองค์ ลาซารัส พวกเขาคงจำได้ว่าพระองค์ทรงทำบางสิ่งที่เกินกว่าพวกเขาจะคิดได้ พระองค์ทรงกันแสง (ดูยอห์น  11:35) พระเยซูทรงกันแสง เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่าความตายไม่ใช่แผนการเริ่มแรกของพระเจ้า มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อแก่ชรา ทนทุกข์กับโรคร้าย หรือตายจากไป แต่เป็นเพราะบาปของอาดัมและเอวา ความบาปจึงเข้ามาสู่มนุษยชาติ และตามมาด้วยความตาย ความตายก็แพร่กระจายมาถึงเราทุกคน พระเยซูทรงกันแสงเพราะมันทำให้พระทัยพระองค์แหลกสลาย

แต่เมื่อประทับอยู่ที่หน้าอุโมงค์ฝังศพของลาซารัส พระเยซูตรัสถ้อยคำที่เต็มด้วยความหวังว่า – “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก (ยอห์น 11:25) ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด และการคืนพระชนม์ของพระองค์ก็เป็นการยืนยันถึงเรื่องนี้

 

ถ้าคุณเข้ามาวางใจในพระเยซูคริสต์ อีสเตอร์สำหรับคุณก็หมายถึงคุณจะได้รับชีวิตชั่วนิรันดร์จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า อีสเตอร์นำมาซึ่งความหวังสำหรับคนที่ถูกความตายทำลายยับเยิน

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

ทำอย่างไรเมื่อชีวิตล้มคะมำ

First step 

ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์ (ฟีลิปปี 1:6)

หลายปีมาแล้ว ผมและเพื่อน ไปเทศนาฟื้นฟูที่คริสตจักรเล็กๆนอกเมืองฟอร์ทเวิร์ท เท็กซัส ขณะกำลังเทศนาอยู่คืนหนึ่ง พอถึงตอนเรียกรับเชื่อ ตอนนั้นผมยังอายุน้อยและอยากจะโชว์เก่งสักหน่อย จึงคิดคำพูดที่เร้าใจเพื่อดึงดูดให้คนกล้าเดินออกมารับเชื่อ

“แค่ยืนขึ้นและก้าวๆแรกออกมา… เป็นก้าวที่ยากที่สุด” ผมพูด “ถ้าคุณทำได้ ก้าวต่อๆไปก็จะง่ายมาก” ครับ ผมคิดว่ามันฟังดูดีมาก และมันคงไปโดนใจสตรีอายุน้อยท่านหนึ่งที่นั่งอยู่แถวตรงกลาง เธอลุกขึ้นและก้าวๆแรกออกมา แต่พอก้าวที่สองเธอสะดุดคะมำล้มลง… ทำให้ข้อเท้าแพลง!

ครับผมพลาดไปในวันนั้น  ก้าวแรกไม่ได้ยากเสมอไป อย่างน้อยก็ไม่ใช่สำหรับสตรีท่านนั้น และไม่ใช่ในชีวิตคริสเตียน เพราะสำหรับหลายคน การไว้วางใจเป็นไปโดยธรรมชาติ แต่จะวางใจและดำเนินไปในความเชื่อหลังจากก้าวแรกผ่านไปแล้วนั้นยากยิ่งกว่า

แต่อย่าท้อใจ ผู้ที่นำคุณก้าวแรกออกมา จะนำคุณไปในเส้นทางแห่งความบริบูรณ์ถ้าคุณวางใจในพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ในทุกๆก้าวของชีวิต ถึงแม้คุณจะล้มคะมำ พระองค์จะทรงพาคุณไปจนถึงเส้นชัย

รักษาความวางใจให้หนักแน่นไว้ในพระเจ้าตลอดชีวิตของคุณ  – ถึงแม้ชีวิตจะล้มคว่ำลง พระองค์จะไม่ทรงละทิ้งคุณ

อนุญาตโดย : Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 

 

อย่าลืมสวมใส่

 Smiling

ใจที่ยินดีกระทำให้ใบหน้าร่าเริง แต่โดยความเสียใจดวงจิตก็สลายลง” (สุภาษิต 15:13)

อะไรคือการยิ้ม?  มีคนเขียนไว้ว่า:

“การยิ้มไม่ได้เสียค่าใด แต่กลับให้ในสิ่งที่ดีทั้งนั้น” มันเพิ่มบางสิ่งให้กับผู้รับ โดยผู้ให้ไม่เสียอะไรเลย เกิดขึ้นชั่วพริบตา แต่ความทรงจำอาจอยู่ตลอดไป ไม่มีใครที่รวยเกินกว่าที่จะดำเนินไปโดยขาดรอยยิ้ม ไม่มีใครยากจนเกินกว่าจะรู้สึกมั่งคั่งเมื่อได้รับ เป็นที่พักให้แก่ผู้อ่อนล้า เป็นความสว่างให้แก่คนท้อถอย เป็นแสงอาทิตย์ให้ผู้ที่โศกเศร้า และเป็นยาจากธรรมชาติใช้ช่วยเยียวยาปัญหา

เป็นสิ่งที่ไม่อาจหาซื้อ วิงวอนขอ หยิบยืม หรือลักขโมยมาได้

เช้านี้เมื่อคุณแต่งตัว อย่าลืมสวมรอยยิ้มมาด้วย สวมไว้ทั้งวันจากใจที่ร่าเริงภายในที่มีเพียงพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่สามารถใส่ไว้ในใจคุณได้ ถ้าคุณยังรู้สึกขาดอยู่ ทูลขอสิครับ

โดย: Pastor Adrian Rogers (Daily devotional)

อนุญาตโดย: Love worth finding ministries: www.lwf.org