บำเหน็จของการต่อสู้ดิ้นรน

butterfly and cocoon

ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า  การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน  ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย (ยากอบ 1:2-4)

สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งจากปรากฎการณ์ในธรรมชาติคือการเปลี่ยนจากดักแด้ไปเป็นผีเสื้อ  แน่นอนหลายคนจำเรื่องนี้ได้ เมื่อหนอนผีเสื้อสร้างรังดักแด้ขึ้นมาคลุมตัวไว้ และนอนพักสงบในรังนั้นหลายสัปดาห์ แล้วในที่สุดก็เจาะตัวเองออกมากลายเป็นผีเสื้อสวยงาม

เรื่องเล่าที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งเฝ้าดูผีเสื้อค่อยๆโผล่ออกจากรังดักแด้ในเช้าวันฤดูใบไม้ผลิ เด็กนั้นคิดว่าน่าจะช่วยสักหน่อย จึงใช้วิธีลัด ฉีกรังดักแด้ให้เปิดกว้าง แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะผีเสื้อตัวน้อยตกจากรังลงไปที่พื้น มันพยายามบินขึ้นแต่ทำไม่ได้ ปีกของมันยังไม่แข็งแรงพอ เพราะไม่ได้ฝึกออกแรงในการฉีกรังดักแด้ของตนออกมา

เป็นบทเรียนที่สอนใจมาก เราต้องไม่พยายามหาทางลัดในกระบวนการต่อสู้ดิ้นรน  ทุกคนต้องผ่านเรื่องที่ต้องดิ้นรนเพราะมีไว้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง … เพื่อทำให้คุณแกร่งขึ้น และเมื่อเราพยายามหาทางลัดโดยกดความเจ็บปวดให้มันชินชาไปด้วยของมึนเมา เรื่องเพศ หรือบาปบางอย่าง เราก็พลาดไปจากพระประสงค์ที่พระเจ้าต้องการสร้างเราให้แกร่งขึ้น!

อย่าพยายาหาทางลัดเมื่อคุณต้องดิ้นรนในเรื่องต่างๆของชีวิต ทุกอย่างมีจุดประสงค์ แต่ให้เรายึดมั่นไว้ในองค์พระเยซูคริสต์ผู้ทรงมีเป้าหมายในความเจ็บปวดของคุณ และพระสัญญาที่จะนำเราผ่านไปจนสู่ชัยชนะเสมอ

ยอมให้การดิ้นรนเสริมสร้างคุณขึ้นให้แข็งแกร่ง วางใจในพระเจ้า เพราะพระองค์จะนำคุณผ่านพ้นไปกลายเป็นคนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoing.org

กุญแจสำคัญสู่อาณาจักรของพระเจ้า

Wheatfield 1

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ  แต่ขอให้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (1โครินธ์ 1:10)

ผมจำได้เมื่อหลายปีมาแล้วที่คริสตจักรของเราออกไปช่วยทีมของบิลลี่ เกรแฮม ประการข่าวประเสริฐ  มีอยู่ครั้งหนึ่ง จอร์จ บีเวอร์ลี่ ชี นักร้องและนักแต่งเพลงประจำคณะของบิลลี่เกรแฮม เล่าให้ผมฟังเรื่องทุ่งข้าวสาลีข้างบ้านที่เขาโตมาตอนเด็กๆ

จอร์จพูดว่า “พอต้นข้าวสาลีสูงขึ้น และรวงข้าวเริ่มสุกได้ที่ คุณจะมองไม่เห็นรั้วที่กั้นแบ่งพื้นที่นาของพวกเราเลย และเป็นเพราะทุ่งแห่งวิญญาณที่สุกจนเกี่ยวได้แล้ว เราจำต้องวางเรื่องแบ่งแยกคณะนิกายที่แยกพวกเราออกจากกันไว้ก่อนเพื่อเห็นแก่พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์”

ผมก็คิด “ลึกซึ้งมาก” บ่อยครั้งทีเดียว ที่คริสตจักรปล่อยให้สิ่งไม่สำคัญแยกเราออกจากกันแทนที่จะมุ่งไปที่สิ่งสำคัญ ทุ่งข้าวสาลีแห่งผู้หลงหายสุกพร้อมรอการเก็บเกี่ยว แต่ถ้าเรามองทุ่งนาอย่างที่มันเป็น รั้วที่กั้นแบ่งจะถูกกลืนหายไปอยู่เบื้องหลัง เพราะภาระเบื้องหน้าในการสร้างสาวกจากชนทุกชาตินั้นสำคัญกว่ามาก

อย่าให้เรื่องชิงดีกันทำให้คุณไม่อาจร่วมงานกับผู้อื่นในการแบ่งปันข่าวประเสริฐได้ ให้มุ่งไปที่พระมหาบัญชาขององค์พระเยซูคริสต์ก่อน เมื่อคริสตจักรของพระเจ้าทำงานร่วมกันเพื่อขยายแผ่นดินของพระองค์ โลกก็จะเห็นภาพพระคุณของพระเจ้าได้อย่างชัดเจน

ทำงานร่วมกันในพระกายของพระเยซูคริสต์เพื่อนำคนมาถึงพระองค์ และขยายแผ่นดินของพระองค์ให้กว้างไกลออกไป

อนุญาตโดย: Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

คำที่คริสตจักรลืมไปแล้ว

hell-fire-1

ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี้ พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่

(กิจการ 17:30)

เมื่อ อ.เปาโลไปประกาศข่าวประเสริฐให้กับผู้คนที่เมืองเอเธนส์ ท่านใช้คำที่เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้ยินกันแล้ว ท่านใช้คำว่า “กลับใจใหม่” –

ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี  พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต” (กิจการ 17:30-31)

สังเกตุดู อ.เปาโลไม่ได้พูดว่า “ผมว่าคุณน่าจะกลับใจ” หรือ “ผมขอแนะนำให้คุณกลับใจ” ท่านพูดว่าพระเจ้าได้ตรัสสั่งมนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ คำว่า “กลับใจ” หมายถึงเปลี่ยนทิศ แทนที่จะวิ่งหนีไปจากพระเจ้า คุณหันกลับมาวิ่งเข้าหาพระองค์

แต่ทำไมเราต้องกลับใจด้วย? อ.เปาโลให้คำตอบไว้ในข้อ 31 –  “เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้…” วันแห่งการพิพากษากำลังจะมาถึง วันนั้นคือวันที่พระเจ้า “จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้”

เคยมีคนวิจารณ์คริสตจักรในสมัยหนึ่งว่าชอบเทศนาเรื่องพิพากษาด้วยไฟนรกและกำมะถัน  แต่ครั้งสุดท้ายเมื่อไรที่คุณได้ยินคนเทศนาเรื่องไฟนรกและกำมะถัน?  ผมกล้าพูดว่าคงจะนานมากแล้ว

ที่จริง มีนักเทศน์บางคนตั้งข้อสังเกตุว่านรกน่ะมีจริงหรือด้วยซ้ำ แต่พระเยซูเองตรัสถึงเรื่องนี้มากกว่าผู้เผยพระวจนะท่านใดในพระคัมภีร์รวมกัน

ผมเคยได้ยินนักเทศน์หลายคนที่รู้สึกมีความสุขดี หลายคนกล่าวว่าพระเจ้าต้องการให้พวกเขามั่งคั่ง ได้ยินเรื่องบ้าบอมากมายที่นักเทศน์หลายท่านเล่าให้ฟัง

แต่พระคัมภีร์กล่าวว่าวันพิพากษาในอนาคตนั้นมีจริงแน่นอน และไม่มีใครเลี่ยงได้ด้วยครับ …

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

ฤทธิ์อำนาจความเจ็บปวดของพระคริสต์เพื่อคุณ

The Crucifixion by Tintoretto, 1565

แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น ตกแก่ท่าน ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี (อิสยาห์ 53:5)

เป็นเวลาหลายปีที่ผมได้รับสิทธิพิเศษเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำงานของพระเจ้า และในหลายแห่งที่ได้ไป ผมเห็นโบสถ์เก่าแก่สง่างาม ส่วนใหญ่จะมีไม้กางเขนอันใหญ่อยู่ด้านหน้า มีคนนำเทียนไปจุดรอบๆ และผู้คนภาวนากันอย่างเงียบๆ เคยได้เข้าไปในโบสถ์แห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ทำให้ผมฉุกคิดบางอย่าง – พระเยซูไม่ได้สิ้นพระชนม์แบบนี้

ภาพวาดหรือรูปปั้นที่เราเห็นพระเยซูถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ไม่มีทางเทียบได้กับความอับอาย ถูกดูหมิ่น ด่าทอที่ทรงรับไว้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างน่าอับอายและทุกข์ทรมาน…และทั้งหมดนั้นทรงยอมทนเพื่อเรา

พระบุตรผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้า … ถูกเปลื้องผ้ามารับความอับอายและความบาปแทนเรา พระองค์ทรงร้องว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” ดูราวกับพระเยซูทรงถูกแขวนไว้ระหว่างสวรรค์กับโลกนี้ … ถูกมนุษย์ปฏิเสธ และถูกพระเจ้าพิพากษาความบาปที่เป็นของเรา – ไม่ใช่ของพระองค์

ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจในความทุกข์เจ็บปวดของพระคริสต์ได้ แม้ว่าเราจะนำใครสักคนไปตรึงที่กางเขน ไม่มีทางเทียบได้กับพระองค์ผู้ทรงแบกบาปของโลกนี้บนกางเขนที่เนินหัวกระโหลกนั้น ขอบพระคุณพระเยซูสำหรับสิ่งที่พระองค์ยอมเผชิญ ยอมทนกับความทรมานเกินกว่าจะจินตนาการได้เพื่อเราทั้งหลายจะได้รับของขวัญอันเป็นนิรันดร์

วันนี้ให้เราขอบพระคุณพระเยซูสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงยอม สละพระชนม์ รับทุกข์ทรมานอย่างตั้งพระทัยเพื่อให้เราได้มีโอกาสรับของขวัญชั่วนิรันดร์นั้น

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

สารจากศิษยาภิบาล

31 มีนาคม 2013

สวัสดีครับ พี่น้อง CJ

ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกท่านมานมัสการพระเจ้าในวันนี้ด้วยกันได้ ผมดีใจที่มีคนรับเชื่อในอาทิตย์ที่แล้ว 2 ท่าน คือ  1. คุณหญิง   และ 2.คุณมด ขอคุณแดงและกลุ่มช่วยดูแลให้ทั้ง 2 ท่านรู้สึกอบอุ่นและเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณด้วยนะครับ!

วันนี้ เราฉลองอีสเตอร์ ขอให้ทุกคนฉลองอย่างมีความสุข – ขอบคุณพระเจ้าที่ในคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา CJ เราจัดงานอีสเตอร์ บรรยากาศคึกคักครึกครื้นและรายการเป็นที่หนุนจิตชูใจ คนมาร่วมกันคับคั่ง และทำให้เราชื่นชมซาบซึ้งในการเสียสละพระชนม์ชีพของพระเยซูมากขึ้น และทำให้เรามั่นใจในการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์มากขึ้น   ทำให้เราดำเนินชีวิตของเราด้วยความไว้วางใจในพระองค์ได้อย่างเต็มที่!

ผมขอขอบคุณทุกกลุ่มพันธกิจคริสตจักรที่มาช่วยกันเต็มที่ อาทิ  กลุ่มของคุณป้อง, คุณฝา, คุณโบ, คุณเอ๋ ฯลฯ  และทีมนมัสการ CJ ภายใต้การนำของคุณปุ๊ ยิ่งกว่านั้น ขอบคุณ ดร.แอม (สะพานเหลือง) พร้อมคณะ และคริสตี้กับครอบครัว Williams ที่ถวายเพลงพิเศษเป็นที่ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง!

ตอนนี้ คริสตจักร CJ ของเราขอทุกท่านอธิษฐานเผื่อค่ายคริสตจักรในวันที่  14-16 มิ.ย.นี้ ขอให้จัดเวลาไปร่วมค่ายกันทุกคนเลยนะครับ!

เนื่องด้วยเวลาเตรียมงานมีน้อยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา บรรดาผู้อภิบาลที่เป็นคุณป้า คุณน้า คุณอา ทั้งหลายก็เลยต้องขอคนที่ยังสาว ๆ มาเป็นประธานค่าย ก็เลยมีการเห็นพ้องว่า สมควรต้องเชิญสาวมั่นที่ปราดเปรียวแคล่วคล่องอย่างคุณโบ มาเป็นประธานค่าย และให้เน้นกลุ่มพันธกิจ 10 กลุ่มเป็นแกนหลักสนการช่วงกิจกรรมของค่าย ผมเองตื่นเต้นมาก และคิดว่าค่ายปีนี้ต้องสนุกที่สุดในรอบ 10 ปีทีเดียว ผมเลยขอเสนอให้ค่ายปีนี้ ชื่อว่า “Believe – Behave & Belong!” เพื่อเน้นสมาชิก CJ ให้

  1. เชื่ออย่างถูกต้อง
  2. ประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่เชื่ออย่างเหมาะสม
  3. เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว CJ อย่างแท้จริง

ขอสมาชิก CJ ทุกท่านกรุณาเตรียม ลางาน/หยุดงาน ตามวันเวลาดังกล่าวด้วย เพื่อไปรับและเป็นพระพรต่อกันและกัน และรายการคงจะเริ่มตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย. เลยนะครับ!

หากสมาชิกท่านใดรู้จักสถานที่ดี ๆ ราคาประหยัดอยู่ใกล้กรุงเทพ เสนอได้เลยนะครับ!

ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (ศิษยาภิบาล)

อีสเตอร์เพื่อคุณ

Christ_1

“เรามีชีวิตอยู่และตาย แต่พระคริสต์ตายและมีชีวิตอยู่!”

    (We live and die; Christ died and lived!) -John Stott-

 คนเรามีชีวิตอยู่เพียงสั้น ๆ ชั่วคราวในโลกนี้

ไม่ช้าชีวิตทางกายภาพของเราแต่ละคนก็ต้องตาย!

วิญญาณของเราต้องจากร่างกาย และจากทุกอย่างที่เราเคยครอบครองไปอย่างแสนเสียดายและสุดอาลัย เพราะเราเอาอะไรไปด้วยไม่ได้แม้แต่สักอย่างเดียว!

เสื้อผ้าที่เราชอบ …ก็เอาไปไม่ได้

รถยนต์ที่เรารัก …ก็เอาไปไม่ได้

บ้านที่เราหวง …ก็เอาไปไม่ได้

ทรัพย์สินเงินทองที่เราบรรจงเก็บสะสม …ก็เอาไปไม่ได้

ธุรกิจหรือความสำเร็จที่เราทุ่มเทสร้าง …ก็เอาไปไม่ได้

แม้แต่คนที่เรารัก …เราก็เอาไปไม่ได้ (หากว่าเขาไม่ได้เลือกปลายทางเดียวกับเรา)

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่า…เราแน่ใจแล้วหรือไม่ว่า วิญญาณของเราจะไปไหน  หลังจากเราต้องสละ ละ หรือออกจากกายดินที่ต้องเน่าเปื่อยนี้ไป?

หากเรารู้จักกับพระคริสต์ ผ่านทางการได้ยินข่าวประเสริฐ และเรากลับใจใหม่ รับพระคุณจากพระคริสต์ ผู้ทรงตายไถ่บาปเราบนกางเขน (ในวันศุกร์ประเสริฐ) และทรงเป็นขึ้นจากตายออกจากอุโมงค์ฝังศพ(ในวันอาทิตย์อีสเตอร์)

เพราะว่า เราก็คงไม่ต้องวิตกกังวล! พระเยซูคริสต์ก็จะจัดเตรียมที่อยู่ในสวรรค์ไว้ให้กับเรา!

พระองค์ตรัสว่า…

“อย่า​ให้​ใจ​ของ​พวก​ท่าน​เป็น​ทุกข์​เลย พวก​ท่าน​วาง‌ใจ​ใน​พระ‌เจ้า จง​วาง‌ใจ​ใน​เรา​ด้วย ใน​พระ‌นิ‍เวศ​ของ​พระ‌บิดา​เรา​มี​ที่‌อยู่​มาก​มาย ถ้า​ไม่‌มี​เรา​คง​บอก​ท่าน​แล้ว เพราะ​เรา​ไป​จัด‌เตรียม​ที่​ไว้​สำ‍หรับ​พวก​ท่าน เมื่อ​เรา​ไป​จัด‌เตรียม​ที่​ไว้​สำ‍หรับ​ท่าน​แล้ว เรา​จะ​กลับ​มา​อีก​และ​รับ​ท่าน​ไป​อยู่​กับ​เรา เพื่อ​ว่า​เรา​อยู่​ที่‌ไหน​พวก​ท่าน​จะ​ได้​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย”       (ยน.14:1-3)

เราทุกคนควรขอบคุณพระเยซูคริสต์ ที่ทรงกระทำทุกอย่างเพื่อเรา พระองค์จากสวรรค์พระองค์ลงมาสู่โลก พระองค์ จากบัลลังก์ที่สง่างามทรงครอบครองทุกสิ่ง แต่กลับลงมารับสภาพที่แสนยากจน ปราศจากที่จะวางศีรษะนอน!

ท้ายสุด  พระองค์สละพระชนม์ชีพชั่วคราวในสภาพมนุษย์และพระองค์ทรงเป็นขึ้นใหม่ในสภาพอมตถาวรในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราตลอดกาล การเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์นี้ จึงเป็น สาระสำคัญของ “วันอีสเตอร์”!

 เพราะวันอีสเตอร์คือ วันที่เราฉลองการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริต์ที่ตายไถ่บาปเรา และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์!

ดังนั้น คุณจึงควรตรวจดูให้แน่ใจว่า คุณได้สำนึกผิดกลับใจเชื่อและถ่อมใจรับพระคุณของพระคริสต์แห่งวันอีสเตอร์เข้ามาในชีวิตของคุณแล้วหรือยัง?   เพื่อว่าในวินาทีนั้นที่ลมหายใจสุดท้ายของคุณหมดลง และวิญญาณของคุณต้องออกจากร่าง คุณจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์สถานตลอดนิรันดร์!

…จะดีไหมครับ?

ปล  หากว่าคุณยังไม่แน่ใจว่า คุณจะได้ไปสวรรค์อยู่กับพระเจ้าหรือไม่ จงทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้า ณ บัดนี้ โดยยอมรับการตายไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ที่ทรงกระทำเพื่อคุณ ณ บัดนี้เลย แล้วคุณจะได้ไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์แน่นอน!

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/

lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 

 

อีสเตอร์นำมาซึ่งความหวัง

Easter egg    Easter egg 2
พระเยซูตรัสกับเธอว่า “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก (ยอห์น 11:25)

อีสเตอร์ไม่ใช่เรื่องของการแต่งไข่สีสวยสด ใส่เสื้อสีตุ่น หรือทานอาหารเฉลิมฉลอง ถึงแม้จะมีสิ่งเหล่านี้ แต่อีสเตอร์นั้นเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ และการฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์

สำหรับบางคน อีสเตอร์จะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ ได้ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนๆ สำหรับคนอื่นๆ มันเป็นวันที่น่าเศร้า เพราะอีสเตอร์เป็นเครื่องเตือนใจถึงคนรักที่ตายจากไปและยังอาลัยหา

ความตายดูเหมือนโหดร้าย รุนแรง และเป็นการจบสิ้น นี่คือสิ่งที่พวกสาวกรู้สึกเมื่อได้เห็นองค์พระเยซูคริสต์ ที่พวกเขายอมทิ้งทุกสิ่งติดตามพระองค์ไป ถูกแขวนที่บนกางเขน พวกเขาหมดสิ้นแล้ว ความตายทำลายพวกเขาลง แต่ถ้าพวกเขาย้อนกลับไปในความทรงจำ ก็คงจำได้ถึงเหตุการณ์สำคัญและคำตรัสของพระเยซู

พวกเขาคงจะจำว่าพระเยซูประทับอยู่ที่หน้าอุโมงค์ฝังศพของเพื่อนรักของพระองค์ ลาซารัส พวกเขาคงจำได้ว่าพระองค์ทรงทำบางสิ่งที่เกินกว่าพวกเขาจะคิดได้ พระองค์ทรงกันแสง (ดูยอห์น  11:35) พระเยซูทรงกันแสง เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่าความตายไม่ใช่แผนการเริ่มแรกของพระเจ้า มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อแก่ชรา ทนทุกข์กับโรคร้าย หรือตายจากไป แต่เป็นเพราะบาปของอาดัมและเอวา ความบาปจึงเข้ามาสู่มนุษยชาติ และตามมาด้วยความตาย ความตายก็แพร่กระจายมาถึงเราทุกคน พระเยซูทรงกันแสงเพราะมันทำให้พระทัยพระองค์แหลกสลาย

แต่เมื่อประทับอยู่ที่หน้าอุโมงค์ฝังศพของลาซารัส พระเยซูตรัสถ้อยคำที่เต็มด้วยความหวังว่า – “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก (ยอห์น 11:25) ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด และการคืนพระชนม์ของพระองค์ก็เป็นการยืนยันถึงเรื่องนี้

 

ถ้าคุณเข้ามาวางใจในพระเยซูคริสต์ อีสเตอร์สำหรับคุณก็หมายถึงคุณจะได้รับชีวิตชั่วนิรันดร์จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า อีสเตอร์นำมาซึ่งความหวังสำหรับคนที่ถูกความตายทำลายยับเยิน

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514