พระคัมภีร์ยังเกี่ยวข้องกับทุกวันนี้หรือ?

firmly fixed in heaven

 

ข้าแต่พระเจ้า พระวจนะของพระองค์ ปักแน่นอยู่ในสวรรค์เป็นนิตย์ (สดุดี 119:89)

วันหนึ่งผมขับรถไปต่อท้ายคันข้างหน้า ที่ท้ายรถนั้นมีสติ๊กเกอร์คริสเตียนเขียนว่า “พระเจ้าตรัส ฉันเชื่อ จบข่าว”  ครับด้วยความเคารพต่อเจ้าของรถคันนั้นผมขอเปลี่ยนสโลแกนนี้สักหน่อยเป็น “พระเจ้าตรัส – จบข่าว”

เห็นหรือไม่ ความจริงแห่งพระวจนะหรือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของเรา ความจริงก็คือความจริงไม่ว่าเราจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร เท่านั้นเอง นั่นก็หมายความว่าข้อพระคำที่เราเขียนบนถ้วยกาแฟนั้นเป็นจริง และได้มีแรงดลใจพอๆกับรายชื่อพงศ์พันธ์ต่างๆที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม

แล้วสิ่งนี้มีความหมายต่อเราอย่างไร? หมายความว่าพระคัมภีร์ทั้งเล่ม – ทุกบท – ทุกตอน – ทุกข้อ และทุกคำ – มีแรงดลใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเรา อาจมีพระวจนะบางข้อที่สร้างแรงดลใจได้มากกว่า แต่ทั้งหมดนั้นได้รับแรงดลใจมาเท่าเทียมกัน

พระวจนะทั้งสิ้นของพระเจ้าปักแน่นอยู่ในสวรรค์ และเกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณทุกวันนี้ พอๆกับผู้ที่บันทึกไว้ในโบราณกาล อย่าละเลยพระวจนะของพระเจ้า เจาะลึกลงไป และนำข้อคำสอนอัศจรรย์เหล่านั้นมาใช้อย่างมีความสุข เพราะเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ … เปิดออกดูนะครับ

 

พระคำทั้งสิ้นของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับเราในทุกวันนี้ พอๆกับในยุคที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมา เปิดดูทุกวันและให้พระเจ้าทรงนำชีวิตคุณครับ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 

เวลามีน้อย

 

Marines in Korean war

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่แผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย”  (วิวรณ์ 12:12)

 

ช่วงสงครามเกาหลี เหล่านาวิกโยธินที่ทำงานอยู่ในบริษัทเบเคอร์ พบว่าตนเองถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือ และทหารฝ่ายศัตรูกำลังรุกคืบเข้ามา พวกเขาขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง ในที่สุดก็จับสัญญานอ่อนๆได้ ต้องตั้งใจฟังแต่ละคำที่สื่อสารออกมา เจ้าหน้าที่ดูแลวิทยุสื่อสารถามว่า “คุณได้ยินผมมั้ย?”

“ที่นี่บริษัทเบเคอร์ครับ” มีเสียงตอบกลับมา

“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

“เรามีศัตรูอยู่ทางซ้าย เรามีศัตรูอยู่ทางขวา เรามีศัตรูอยู่ด้านหลัง และอยู่ทางด้านหน้าของเรา …” ทหารนั้นหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อไปว่า “และครั้งนี้เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหลุดไปได้แน่”

นี่คือทัศนคติที่เราควรมีเมื่อถูกมารโจมตีจากทุกทิศทุกทาง ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ จอห์น ฟีลิปส์ เขียนไว้ว่า “มารซาตานตอนนี้เป็นเหมือนสิงห์ที่ถูกขังกรง โกรธและกราดเกรี้ยวเกินอธิบายเพราะอิสระภาพของมันถูกจำกัดไว้ มันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากฝุ่นผงของโลกนี้ ชูกำปั้นขึ้นท้าทายท้องฟ้า มองไปรอบๆ และหาทางพ่นพิษความโกรธเกรี้ยวและเกลียดชังลงบนมนุษย์”
พวกมารไม่ต้องการให้คุณรู้ชะตากรรมของมัน หนังสือวิวรณ์ 12:12 บอกเราว่า “… เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อยคำว่าโกรธยิ่งนักหมายถึงระเบิดออกมาอย่างรุนแรงเพราะความโกรธ  ทำให้เห็นภาพของพายุอารมณ์กราดเกรี้ยว มากกว่าแค่ความโกรธอย่างมีเหตุผล

แม้บางคนจะไม่เชื่อ แต่มารรู้ดีว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา ก่อนจะถึงวันนั้น เป้าหมายของมันคือสร้างหายนะและความพินาศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

บางครั้งดูเหมือนว่าไม่ว่าจะหันไปทางไหน มีการโจมตีอยู่ทั้งนั้น มีการล่อลวง มีปัญหา มีประเด็นต่อยอด แต่ฟังให้ดีครับ – พระเจ้าจะประทานกำลังให้เราผ่านไปได้ครับ

 

โดย: Pastor Greg Laurie

 

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

 

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

คิดให้ดีก่อนส่งข้อความครั้งต่อไป

dog sending mail

ด้วยข้อมูลที่รวดเร็วในทุกวันนี้ ทำให้เราได้ยินข่าวสารทันทีโดยไม่ต้องรอดูข่าวภาคค่ำ ไม่ต้องรออ่านหนังสือพิมพ์ เราสามารถเปิดเข้าไปดูในอินเตอร์เน็ท และรู้ข่าวที่กำลังเกิดขึ้นตามเวลาจริง

ผมคิดว่าสิ่งนี้ทำให้เราช้าและยากในการฟัง โดยเฉพาะฟังพระเจ้า พวกเราหลายคนเป็นเหมือนมารธาในพระกิตติคุณลูกา วิ่งวุ่นวนอยู่ในวงกลมกิจกรรมเล็กๆที่สร้างขึ้นมาเอง แทนที่จะนั่งนิ่งๆฟังอยู่ที่พระบาทพระเยซูคริสต์เหมือนที่มารีทำ

หนังสือยากอบบอกว่า “ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งพระเจ้า” (ยากอบ 1:19–20)

เป็นข้อพระคำที่ควรหามาแปะไว้เพื่อจะได้เห็นทุกๆวัน มันจะแตกต่างแค่ไหนถ้าชีวิตเราใส่ใจฟังคำตักเตือน

 ยากอบบอกให้เราไวในการฟัง และเราควรช้าในการพูดด้วย กี่ครั้งที่เราโพล่งออกไป แล้วก็มานั่งเสียใจที่หลุดปากไปแล้ว? พระเยซูตรัสว่า “ฝ่ายเราบอกเจ้าทั้งหลายว่า คำที่ไม่เป็นสาระทุกคำซึ่งมนุษย์พูดนั้น มนุษย์จะต้องรับผิดในถ้อยคำเหล่านั้น  ในวันพิพากษา เหตุว่าที่เจ้าจะพ้นโทษได้  หรือจะต้องถูกปรับโทษนั้น  เพราะวาจาของเจ้า” (มัทธิว 12:36-37)

เราควรช้าในการโกรธ ด้วยคำพูดของเรา ด้วยอีเมล์ ด้วยข้อความต่างๆที่ส่งออกไป หรือด้วยวิธีการสื่อสารอื่นๆ มันง่ายที่จะหาข้ออ้างเวลาที่เราหลุด (เฉพาะอย่างยิ่งตอนขับรถ) แต่ในสุภาษิต  29:11 กล่าวว่า “คนโง่ย่อมให้ความโกรธของเขาพลุ่งออกมาเต็มที่ แต่ปราชญ์ย่อมยับยั้งโทสะไว้เงียบๆ”

ชีวิตและคำพยานของเราจะดีกว่าแค่ไหน ถ้าเราไวในการฟัง ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ จากหนังสือสุภาษิต คนที่ฝึกฝนบังคับตนได้คือวีรบุรุษตัวจริงในชีวิต

บุคคลผู้โกรธช้าก็ดีกว่าคนมีกำลังมาก และบุคคลผู้ปกครองจิตใจของตนเองก็ดีกว่าผู้ที่ตีเมืองได้ (สุภาษิต 16:32)

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

ไม่ใช่เรื่องที่เราจะถามว่า “ทำไม?”

Oklahoma tornado

“ฝ่ายพระเจ้า พระมรรคาของพระองค์บริสุทธิ์หมดจด พระสัญญาของพระเจ้าพิสูจน์แล้วเป็นความจริง พระองค์ทรงเป็นโล่ของบรรดาผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์” (2ซามูเอล 22:31)

เมื่อหมอกแห่งความสับสนบดบัง และความท้อใจรออยู่ที่หน้าประตู เมื่อพายุแห่งการทดลองกระแทกเข้าสู่ชายฝั่งชีวิตคุณ คุณอาจอยากถามพระเจ้าว่า “ทำไม ทำไม ทำไม?”

พี่น้องครับ คุณคงไม่มีทางเข้าใจว่าทำไมเรื่องต่างๆถึงเกิดขึ้นในชีวิตคุณอย่างที่มันเกิด นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ คุณครับ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าทำไม นั่นเป็นคำถามของพระเจ้า แต่ท่าทีตอบสนองของคุณนั่นแหละที่สำคัญ

เมื่อเราไม่สามารถสัมผัสพระหัตถ์ของพระเจ้า เราต้องวางใจในพระทัยของพระองค์ หน้าที่ของเราคือ – เพียงเชื่อและฟังคำ

ครับ – มีสิ่งใดที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตคุณที่หาคำอธิบายไม่ได้ แต่อยากได้คำตอบ? ทูลขอพระเจ้าให้ประทานสันติสุขและพระคุณเพื่อจะวางใจในพระองค์ได้

โดย: Pastor Adrian Rogers’ Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

เตาไฟที่ลุกโพลง

เตาไฟร้อนแรง

เมื่อเจ้าลุยข้ามน้ำ เราจะอยู่กับเจ้า เมื่อข้ามแม่น้ำ น้ำจะไม่ท่วมเจ้า เมื่อเจ้าลุยไฟ เจ้าจะไม่ไหม้ และเปลวเพลิงจะไม่เผาผลาญเจ้า (อิสยาห์ 43:2)

ภาพสวยงามแห่งการวางใจในพระเจ้าผู้ครอบครองภาพหนึ่งคือเรื่องราวของหนุ่มน้อยชาวยิว ชัดรัค เมชาค และอาเบ็ดเนโก หนุ่มทั้งสามนี้ปฏิเสธที่จะก้มลงนมัสการปฏิมากรรูปของพระราชาเนบูคัดเนสซาร์ บทลงโทษผู้ขัดคำสั่งพระราชาคือต้องถูกโยนเข้าไปในเตาให้ไฟเผาตาย เมื่อทั้งสามถูกนำตัวมาต่อหน้าพระราชาก่อนถูกนำไปเผา พวกเขาอธิบายด้วยความเคารพว่า

ถ้าพระเจ้าของพวกข้าพระบาทผู้ซึ่งพวกข้าพระบาท ปรนนิบัติ พอพระทัยจะช่วยกู้พวกข้าพระบาทให้พ้นจากเตาที่ไฟลุกอยู่ ข้าแต่พระราชา พระองค์ก็จะทรงช่วยกู้พวกข้าพระบาท ให้พ้นพระหัตถ์ของฝ่าพระบาท ถึงแม้ไม่เป็นเช่นนั้น ข้าแต่พระราชา ขอฝ่าพระบาททรงทราบว่าพวกข้าพระบาทก็ไม่ปรนนิบัติ พระของฝ่าพระบาท หรือนมัสการปฏิมากรทองคำซึ่งฝ่าพระบาทได้ทรงตั้งขึ้น (ดาเนียล 3:17-18)

นี่เป็นความเชื่อแท้  – ถูกพิสูจน์ด้วยไฟ ถ้าพระเจ้าพอพระทัยจะช่วยกู้ แต่ถ้าพระองค์ไม่ทำเช่นนั้น ข้าพระองค์ก็ยังทรงปรนนิบัติพระองค์อยู่ดี พระเจ้าทรงรักษาฉันได้ แต่ถ้าพระองค์ไมทำ ผมก็ยังรักพระองค์

หนุ่มทั้งสามถูกโยนเข้าไปในเตาไฟ การที่พวกเขาปฏิเสธที่จะก้มลงนมัสการทำให้พระราชาบูคัดเนสซาร์ทรงกริ้วมาก สั่งให้เพิ่มความร้อนเข้าไปในเตาถึงเจ็ดเท่า และสั่งให้ทหารแข็งแรงที่สุดในกองทัพมัดทั้งสามหนุ่มนี้โยนเข้าไปในไฟ เปลวไฟนั้นร้อนมากจนทำให้ทหารที่จับพวกเขาโยนเข้าไปถึงกับโดนความร้อนจนตาย ชัดรัค เมชาค และอาเบ็ดเนโก เดินเข้าไปในเตาไฟโดยมีพระราชายืนเฝ้าดู

“เราโยนคนเข้าไปในเตาไฟสามคนไม่ใช่หรือ?” พระราชาถามด้วยความประหลาดพระทัย

 

พระองค์ตรัสตอบว่าแต่เราเห็นสี่คนปล่อยหลุด กำลังเดินอยู่กลางไฟ และเขาทั้งหลายก็ไม่เป็นอันตราย รูปร่างของคนที่สี่นั้นคล้ายคลึงกับองค์เทพบุตร (ดาเนียล 3:25)

นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้พระราชาเปลี่ยนพระทัย สั่งให้เปิดประตู และหนุ่มทั้งสามก็เดินออกมาจากเตาไฟที่ร้อนแรงนั้น ผมสักเส้นก็ไม่โดนใหม้ไฟ เสื้อผ้าก็ไม่ถูกควันไฟทำลาย

พี่น้องคะ เราแน่ใจได้ว่า – เมื่อต้องเดินผ่านไฟที่ร้อนแรงแห่งการทดสอบในชีวิต เราไม่เคยเดินลำพัง พระเยซูทรงอยู่ที่นั่นด้วย อยู่กับเราตลอดเวลา ทั้งควันและไฟไม่อาจทำอะไรพระองค์ได้เลยแม้สักน้อยนิด

.

โดย: Sharon Jaynes

อนุญาโดย: www.girlfriendsingod.com

สารจากศิษยาภิบาล

26 พฤษภาคม 2013

สวัสดีครับทุกท่าน!

CJ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยใจรัก!

ขออธิษฐานเผื่อและอธิษฐานกับใครสักคนนะครับ     อย่ากลับบ้านจนกว่าคุณจะอธิษฐานเผื่อหรืออธิษฐานกับใครสักคนหนึ่งนะครับ!

หรือหากว่าคุณมีความทุกข์ใจต้องการคำอธิษฐานเผื่อ ก็ขอใครสักคนอธิษฐานเผื่อคุณได้ หากไม่รู้จะหาใครก็หา   ผู้อภิบาลได้ อาทิ  คุณแดง, คุณอู๊ด,  คุณฟั่น, คุณปุ๊ ฯลฯ

เวลานี้ค่าย Believe, Behave, Belong” ของ CJ เราก็ใกล้เข้ามาแล้ว ผมขอเชิญชวนสมาชิก CJ ทุกคนไปค่าย เพราะว่า ค่ายเพียง  2-3 วัน จะช่วยทำให้เราสนิทสนมกันได้ยิ่งกว่าการมานมัสการวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์ แต่ไม่ได้มีสามัคคีธรรมกับกันและกันเลย!

ในค่ายครั้งนี้จะมีพิธีบัพติศมา ผู้ใดพร้อมจะรับ กรุณาติดต่อ อ.เอ๋ (ฟั่น) หรือประธานค่าย คือคุณโบ ด่วน!

จะมีการอบรมผู้จะรับบัพติศมาในวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย. เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ BSC สี่แยกพญาไท

ผมต้องการผู้ร่วมนิมิต ร่วมทีมในการรับใช้ในทีมศิษยาภิบาล ผู้ใดสนใจบ้างครับ? คุณสมบัตินะหรือ ก็คือ…

  1. รัก/เมตตาผู้อื่นจากใจจริง
  2. พร้อมอุทิศเวลาในการรับการฝึกฝน อบรม และอุทิศเวลาในการติดตาม เลี้ยงดูผู้อื่น (หลังจากได้รับการอบรมแล้ว)
  3. พร้อมอยู่เสมอที่จะรับใช้ตามที่ผม (หรือคริสตจักร) มอบหมายให้ทำ!

หากคุณมีใจ ติดต่อ ผม 081-8357327

อนึ่ง คริสตจักรขอแสดงความยินดีกับ พิธีมงคลสมรสคุณโต (คุณประวิทย์) และคุณเอ๊าะ (คุณอนงค์พร) ในวันที่ 1 มิถุนายน ขอพระเจ้าอวยพรครอบครัวใหม่ ให้ทุกคนมีความเชื่อและได้รับความรอด และการอวยพรจากพระเจ้าอย่างเต็มล้น!

ขออธิษฐานเผื่อ CJ ของเราด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง

  1. ความรักและความสามัคคี รวมทั้งการเสียสละเพื่อคริสตจักรและพี่น้อง
  2. ค่ายคริสตจักร CJ  วันที่ 14-16 มิ.ย. นี้
  3. ความจำกัดของพื้นที่ในโบสถ์ และความไม่สะดวกในพื้นที่จอดรถ ขอพระเจ้าทรงนำและประทานทางออกที่ดีที่สุด

ขอบคุณสำหรับกลุ่มพันธกิจที่มีคุณหลุยส์ เป็นผู้นำในวันนี้ ที่ได้รับใช้พวกเราทุกคนอย่างแข็งขัน!

ขอบคุณ อ. ขจร ที่ได้มาแบ่งปันพระวจนะ!

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ศิษยาภิบาล

ไม่ว่าคุณเป็นอย่างไร…!

อย่ายอมแพ้

“คุณอาจมีความอ่อนแอ แต่พระเจ้ามีความเข้มแข็ง

คุณอาจมีบาป แต่พระเจ้ามีพระคุณ  

คุณอาจล้มเหลว แต่พระเจ้ายังคงซื่อสัตย์!”

(You may have weakness, but God has strength.

You may have sin, but God has grace,

You may fail, but God remains faithful!)

     ไม่ว่าจะเป็น “ความอ่อนแอ”  “ความบาป” หรือ “ความล้มเหลว” ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดในพวกเราปรารถนา แต่ในชีวิตจริง สิ่งเหล่านี้อาจมาเยือนเราโดยไม่ได้รับเชิญ!

                หากคุณรู้สึกอ่อนแอ คุณทำอะไรบ้าง?

                หากคุณทำผิดบาป คุณรู้สึกอย่างไร?

                หากคุณล้มเหลวในบางเรื่อง คุณมีท่าทีอย่างไร?

     ใช่ครับ ผมไม่ชอบเลยสักอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนแอ ความบาปหรือความล้มเหลว!  แต่ข่าวดีที่ผมทราบก็คือ พระเจ้าทรงพร้อมที่จะยอมรับผมและทุกคนที่อยู่ในสภาพเช่นนั้นด้วยพระทัยเมตตา!

     ช่างเป็นข่าวดีที่หนุนใจจริง ๆ ที่ผมไม่จำเป็นต้องเป็นคนเข้มแข็งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าผมมีพระเจ้าผู้เข้มแข็งทรงเคียงข้างผมอยู่ตลอดเวลาผมไม่จำเป็นต้องเป็นคนบริสุทธิ์อย่างไร้ที่ติ เพราะผมมีพระเจ้าผู้ทรงมีพระคุณประทานอภัยให้แก่ผมอยู่เสมอมา

     ผมไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง เพราะผมมีพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อและสัตย์จริงพร้อมจะยอมรับผมอย่างไม่มีเงื่อนไข (ตามพระสัญญาของพระองค์!) ดังที่ อ.เปาโลได้เขียนไว้ว่า …

     ถ้า​เรา​ไม่มี​ความ​สัตย์จริง พระองค์​ก็​ยัง​ทรง​ไว้​ซึ่ง​ความ​สัตย์จริง เพราะ​พระองค์​จะ​ไม่​ทรง​เป็น​พระองค์​เอง​ ไม่ได้”  (2ทธ.2:13)

     ดังนั้น แทนที่จะจดจ่ออยู่กับความชั่วคราวของเราในเรื่องความอ่อนแอ ความผิดบาปและความล้มเหลวเราควรจะจดจ่ออยู่กับคุณลักษณะอันถาวรของพระเจ้าดีกว่า!

                นั่นคือ ความเข้มแข็ง      พระคุณ   และ    ความซื่อสัตย์ ของพระเจ้า!

     เพราะหากทำเช่นนั้นแล้ว เราก็จะไม่มีอะไรเหลือให้ต้องวิตกกังวลหรือต้องกลัวอีกต่อไปเลย…

                จริงไหมครับ?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com