ในพระหัตถ์

In His Hands 1

เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก  และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง  เพราะเขาไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของตน (วิวรณ์ 12:11)

มันสำคัญแค่ไหนสำหรับเราที่จะรู้ว่าชีวิตเราเป็นของพระเจ้า พระองค์เลือกวันที่เราเกิดมา และเลือกวันสุดท้ายของชีวิตเราไว้แล้ว และเรามีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุดในระหว่างช่องว่างของสองวันนั้น

ในวิวรณ์ 12:11 เราอ่านเรื่องบรรดาธรรมิกชนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน “ที่ชนะ” (มาร) ด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และคำพยานของพวกเขา พวกเขาไม่ได้รักชีวิตจนไม่ยอมพลีชีพ

พวกเขาไม่เสียดายที่จะพลีชีพของตน ผู้เชื่อเหล่านี้รู้ว่าชีวิตพวกเขาเป็นของพระเจ้า รู้ว่าในฐานะผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ในช่วงความทุกข์ลำบากพวกเขาอาจเสียชีวิต และรู้ด้วยว่าเวลาของพวกเขาอยู่ในพระหัตถ์พระเจ้า จึงกล้าพูดถึงความเชื่อที่มีในพระคริสต์ และไม่ว่าจะเกิดอะไรตามมา พวกเขาก็พร้อมเผชิญหน้า

มีเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์คริสเตียนถึงผู้เชื่อคนหนึ่งที่ถูกนำไปต่อหน้าซีซาร์ เขาถูกสั่งให้ประกาศละทิ้งความเชื่อ และไปยกย่องซีซาร์แทน ชายคนนั้นไม่ยอมทำ จักรพรรดิจึงบอกเขาว่า “ละทิ้งพระคริสต์ ไม่เช่นนั้นเราจะขับเจ้าไป”

คริสเตียนท่านนั้นตอบว่า “ท่านจะขับไล่ข้าพเจ้าไปจากพระคริสต์ไม่ได้ เพราะพระเจ้าตรัสว่า “เราจะไม่ละทิ้งเจ้าเลย”

จักรพรรดิกล่าวว่า “เราจะยึดทรัพย์ของเจ้า”
คริสเตียนท่านนั้นตอบว่า “ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้าอยู่ในสวรรค์ ท่านไม่อาจแตะต้องได้”
จักรพรรดิจึงกล่าวว่า “เราจะฆ่าเจ้า”
คริสเตียนท่านนั้นตอบว่า “ในพระคริสต์ข้าพเจ้าได้ตายจากโลกนี้ไป 40 ปีแล้ว ชีวิตข้าพเจ้าซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า ท่านไม่อาจแตะต้องได้”

จักรพรรดิหันไปหาเจ้าหน้าที่ในศาลพูดว่า “เราจะทำอย่างไรกับคนบ้าพวกนี้ดี?”

 

ขอพระเจ้าประทานคริสเตียนแบบนี้ให้เราอีกเยอะๆนะครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA9251

 

อธิษฐานด้วยความมั่นใจ

pray in scripture 1

“และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา” (1ยอห์น 5:14)

ฉันเคยรีๆรอๆไม่ค่อยกล้าอธิษฐาน พบว่าตัวเองพูดจาตะกุกตะกักกับพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่รู้จะอธิษฐานอย่างไรขณะดิ้นรนต่อสู้กับความไม่แน่ใจและสงสัย ใจก็อยากจะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่าถ้าอธิษฐานในแบบที่ถูกต้อง พระเจ้าจะทรงฟังและตอบคำอธิษฐานในแบบที่ฉันต้องการให้พระองค์ทำ

หลังผ่านไปพอควร ในที่สุดก็มีใจกล้าพูดกับเพื่อนคนหนึ่งถึงความกลัวและสิ่งที่ฉันกำลังต่อสู้ เธอเล่าให้ฟังว่าเธอก็เคยต่อสู้ในเรื่องเดียวกัน เธอเล่าประสบการณ์ให้ฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอค้นพบว่า “การอธิษฐาน” ไม่ใช่เป็นเรื่องของการพูด การขอในสิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นการสร้างสัมพันธ์กับพระเจ้าโดยการพูดคุยกับพระองค์ เธอยังแนะนำให้ฉันลองนำพระวจนะจากพระคัมภีร์มาใช้ในคำอธิษฐานเพื่อให้มีฤทธิ์อำนาจ เมื่อใช้พระคำของพระเจ้าเป็นตัวนำ ฉันเริ่มเกิดความมั่นใจและมีทิศทางในขณะที่ไม่รู้จะอธิษฐานอย่างไร

วันหนึ่งได้มีโอกาสอ่าน 1ยอห์น 5:14 และเห็นว่า เราสามารถอธิษฐานด้วยความมั่นใจเมื่อทูลขอในส่วนที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์: “และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา”

เมื่อเวลาผ่านไป การอธิษฐานโดยใช้พระวจนะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้ฉัน เพราะรู้ว่ากำลังอธิษฐานตามน้ำพระทัยเมื่อได้อธิษฐานตามพระวจนะของพระองค์

ต้องการให้คำอธิษฐานเต็มไปด้วยพลังและหัวใจที่ซึมซับไปด้วยความเชื่อ เดี๋ยวนี้ฉันค้นหาพระประสงค์ และวิถีของพระองค์จากพระคัมภีร์ หนึ่งในนั้นคือฮีบรู 4:12 ที่พระองค์สอนว่าพระคำของพระองค์นั้น “ไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ” เมื่ออธิษฐานตามความจริงข้อนี้ ฉันทูลขอพระองค์ช่วยให้พระวจนะนั้นมีชีวิตในทุกๆสถานการณ์ และเกิดผลในชีวิตของผู้คนที่ฉันอธิษฐานถึง รวมถึงตัวเองด้วย

เดี๋ยวนี้บ่อยครั้งเวลาอธิษฐาน ฉันจะจำพระวจนะในพระคัมภีร์แล้วนำมาใช้ ตัวอย่างเช่น เมื่อรู้สึกว่าแผนการของฉันกำลังหลุดไปจากการควบคุม เยเรมีย์  29:11 จะขึ้นมาในความคิด

พระเจ้าไม่ได้มองหาคำพูดที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็ไม่มีสูตรตายดัวด้วย และเมื่อแรงกดดันให้พูดในรูปแบบที่ถูกต้องหมดไป การอธิษฐานกลับกลายเป็นสิ่งโปรดปรานที่ฉันอยากทำ — ไม่ว่าจะตามลำพังหรือกับเพื่อนๆ

บางครั้งแค่นั่งสงบนิ่งและปล่อยให้พระเจ้ากระซิบพระสัญญาเข้ามาในความคิด และฉันอธิษฐานขอให้พระเจ้าเติมเต็มพระสัญญานั้นเกิดเพื่อให้เกิดขึ้นเป็นจริงในชีวิต

โดย: Renee Swope

Encouragement for today : www.crosswalk.com

พิสูจน์พระเจ้าในเรื่องการเงิน

tithes_coins

พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า จงนำทศางค์ เต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเรา จงลองดูเราในเรื่องนี้ดูทีหรือว่า  เราจะเปิดหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่ (มาลาคี 3:10)

คุณจะพูดอะไรก็ได้ตามต้องการว่าคุณนั้นถูกต้องตรงต่อพระเจ้า แต่ถ้าคุณไม่ถูกต้องต่อพระเจ้าในเรื่องเงินของคุณ คุณก็ยังไม่ถูกต้องต่อพระเจ้า การสำนึกในแบบที่แตะต้องบัญชีธนาคารไม่ได้นั้น เป็นการสำนึกที่ยังแตะไปไม่ถึงหัวใจ

ในมาลาคี  3:7 พระเจ้าตรัสว่า “…เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด’  ที่พระเจ้าทรงตอบในข้อ 8 เผยให้เห็นถึงการกลับมาหาพระองค์ด้วยทศางค์และเครื่องบูชา

จุดที่หันกลับมานั่นคือจุดเริ่มต้น ถ้าคุณจะกลับมาหาพระเจ้าและต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระองค์ คุณต้องเริ่มจากการถวายทศางค์ (สิบลด) ก่อน

ถึงเวลาที่จะนำพระคำมาปฏิบัติให้เกิดได้จริงโดยผ่านทางสมุดเช็คของคุณครับ!

ชีวิตของคุณที่ดำเนินในส่วนนี้กับพระเจ้าเป็นอย่างไรบ้างครับ?

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

เน้นไปที่นิรันดร

Bread of life

“พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่วางใจในเรา จะไม่กระหายอีกเลย” (ยอห์น 6:35)

บางครั้งผู้คนในโบสถ์ใหญ่ๆรู้สึกเศร้าใจไปกับเรื่อง “ทางโลก” เพราะค่าใช้จ่ายมหาศาลสำหรับตัวอาคารและการดูแลรักษา ผมเคยได้ยินว่า “ทำไมไม่เอาเงินนี้ไปเลี้ยงดูคนจน?”

นี่คือคำตอบของผม “ผู้คนต้องการพระเยซู” นักสังคมสงเคราะห์คิดว่ามนุษย์ทุกคนต้องการอาหาร ถ้าผมมีเงินเป็นแสนๆล้าน แล้วเอาเงินไปซื้ออาหารแจกทุกคนที่บนโลก ภายในไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็จะหิวอีก

การเลี้ยงดูคนจนไม่ใช่สิ่งที่ผิด เป็นสิ่งที่เราควรทำ แต่นักสังคมสงเคราะห์เน้นไปที่ของชั่วคราว แต่ผู้ที่ประกาศพระกิตติคุณจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นนิรันดร์ ผู้คนต้องการมากกว่าอาหารและสบู่ พวกเขาต้องการความรอด

คิดถึงหนทางที่คุณอาจมีส่วนร่วมในการเลี้ยงอาหาร บริจาคเสือ้ผ้า และหาที่อยู่ให้คนจรจัด เพื่อเปิดประตูโอกาสนำอาหารแห่งชีวิตของพระเยซูคริสต์ไปเลี้ยงดูพวกเขาด้วยนะครับ

โดย: Pastor Adrian Rogers’ daily devotional

อนุญาตโดย: Love worth finding ministries: www.lwf.org

 

สารจากศิษยาภิบาล

2 มิถุนายน 2013

สวัสดีครับชาว CJ

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่มาในวันนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นสมาชิกหรือไม่ใช่ก็ตาม!

ค่าย CJ ของเราก็ใกล้เข้ามาแล้ว ผมเสียดายแทนทุกท่านที่ไปไม่ได้ และดีใจแทนทุกท่านที่ได้ไป!

2-3 วันในค่ายเป็นประสบการณ์ที่ให้ความทรงจำที่ดี นับเป็นของขวัญอันยั่งยืนสำหรับชีวิต!

ตลอดชีวิตของผม …ผมได้รับพระพรจากพระเจ้าในทุกค่ายที่ผมไป แม้แต่ในค่ายที่ผมเองไม่อยากไป!

หากเรามีอุปสรรคใด ขวางกั้นอยู่ ขอให้พี่น้องมองไปที่พระเจ้าและพี่น้องอีกมากมายที่ใสซื่อบริสุทธิ์ที่กำลังต้องการพวกเราไปช่วยบรรจุความทรงจำอันล้ำค่าไว้ในสมอง และในใจของพวกเขา

ดังนั้น เวลานี้เราควรจะรีบ clear ใจและ clear งานของเราเพื่อเราจะสามารถไปใช้ชีวิตร่วมกันในค่าย  Believe, Behave และ Belong” วันที่ 14-16 มิถุนายน The Grace อัมพวา ในปีนี้ได้ อนึ่ง จะมีผู้รับบัพติศมาหลายคน  จึงขอให้เราไปร่วมกันให้กำลังใจแก่เขาและเธอด้วยกันนะครับ!

สำหรับ วันพฤหัส ผมขอแสดงความนับถือต่อผู้ที่สามารถฟันฝ่าทั้งฝนฟ้าและจราจร สามารถ เอาชนะอุปสรรค และมาร่วมศึกษาพระคัมภีร์ด้วยกันได้ ขอพระเจ้าอวยพรเป็นทวีคูณ

เวลานี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องอธิษฐานเผื่อสถานที่นมัสการของเรา ทั้ง ณ ที่นี้ และที่กำลังมองหาใหม่ ถ้าพระเจ้าทรงอนุญาตและทรงช่วยเหลือ เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไป  แต่หากพระเจ้าทรงนำให้เราขยับขยาย หรือย้ายจากที่นี่ เราก็จะเชื่อฟังพระองค์!

ดังนั้น เราจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรจนกว่าพระเจ้าจะทรงนำให้เราเห็นพ้องต้องกันอย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนแล้ว!

ประกาศ!

เช้าวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน  เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ คริสตจักรมหาชล ที่ นวมินทร์ 24 จะมีการถวายอาคารพระนิเวศน์ โนอาห์ เพื่อราชกิจของพระเจ้า สมาชิกท่านใดไปได้ ขอเชิญไปร่วมด้วยนะครับ!

สุดท้ายนี้  ผมจะใช้เวลาเดือนละ 1 ครั้ง ลงชีวิตกับคนที่ต้องการรับการถ่ายทอดนิมิต ประสบการณ์ชีวิต และแนวทางการรับใช้จากผมอย่างจริงจัง! (ทั้งกับสมาชิก CJ , Agape และ NVB)

ผู้ใดปรารถนาที่จะร่วมในการปลูกฝังและสร้างชีวิต ขอกรุณาแจ้งผมด้วย

และ…อย่าลืมอธิษฐานเผื่อใครสักคนหรือกับใครสักคนก่อนจะกลับบ้านนะครับ!

ขอพระเจ้าอวยพร

ด้วยรัก

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (ศิษยาภิบาล )

อย่าปล่อยให้ฉันคอย

    wait by the sea JB 1

    “อย่าปล่อยให้ฉันคอยเพียงเพราะว่า เธอรู้ว่าฉันจะคอย!”

     (Don’t make me wait, just because you know I will.)

เวลาที่เรารู้ว่าใครบางคนมักยอมให้เรา เรามักจะไม่ค่อยเกรงใจเขานัก!

ตรงกันข้าม หากว่าใครเป็นคนที่เอาใจยาก หรือไม่ค่อยยอมให้กับเรา เรามักจะเกรงใจ  บางทีอาจจนถึงขั้นเกรงกลัวก็มี!

คุณจะรู้สึกอย่างไรเวลาที่คนบางคนปล่อยให้คุณคอยอย่างไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน!

หากเป็นเรื่องของความรัก เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่า ผู้ที่เป็นสตรีมักจะยากทำใจ หรือแม้แต่คนทั่วไปก็รับไม่ได้ หากว่าผู้ชายคนใดจะปล่อยให้ผู้หญิงที่รักเขาต้องรอหรือคอยเขาไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีกรอบเวลา!

เพราะว่า หากผู้ชายเกิดเปลี่ยนใจไปจากเธอในยามที่เธอรอคอยเขามาอย่างยาวนานจนผ่านพ้นวัยสาวมา เธอจะอยู่ในสภาวะที่น่าเห็นใจมากสักเพียงใด?

ผู้หญิงสาววัย 10 กว่า หรือ 20 กว่า กับสาวในวัย 30 , 40 กว่านั้น คนละเรื่องกันเลยทีเดียว!

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้หญิงหลายคนจึงเป็นฝ่ายตัดสินใจด้วยความเจ็บปวดเป็นฝ่ายขอเลิกความสัมพันธ์กับชายคนรัก เพราะไม่อาจอยู่ในสภาวะที่เลื่อนลอยเช่นนั้นอีกต่อไป!

ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายชายจะพร่ำพูดบ่อยครั้งแค่ไหนว่ารักเธอ ผู้หญิงมักจะไม่มั่นใจที่จะมีความสัมพันธ์เช่นนั้นต่อไปอีก จนเธอหมดอนาคตอย่างสิ้นเชิง!

ผู้หญิงที่มีชายคนรักปฏิบัติต่อเธอเช่นนั้น คงอยากพูดกับเขาว่า “อย่าปล่อยให้ฉันต้องรอคอยเพียงเพราะว่า เธอรู้ว่าฉันจะทำเช่นนั้น!”

ในความสัมพันธ์ทุกอย่าง ทุกประเภทก็เป็นเช่นนั้น ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายรอคอย แต่หากจำเป็นต้องรอคอย ก็คงไม่มีใครอยากรอคอยต่อไปโดยไม่มีความหวัง หรือความชัดเจนของระยะเวลา!

ในทำนองเดียวกัน อย่าให้เราทำเช่นนั้นกับด้านจิตวิญญาณของเราเช่นกัน คุณต้องไม่ปล่อยให้พระเจ้ารอคอยคุณอย่างไม่มีกำหนดเวลา เพียงเพราะว่าคุณรู้แน่ว่า  อย่างไร ๆ พระองค์ก็จะรอคอยคุณอย่างแน่นอนด้วยความรักมั่นคงของพระองค์!

คำแนะนำของผมก็คือ… คุณจงให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตของคุณด้วยการไปหาพระเจ้าผู้ทรงรอคอยคุณ รับความรักจากพระองค์ และแสดงความรักต่อพระองค์อย่างเป็นรูปธรรมออกมาโดยด่วน และหากถามว่า ควรจะทำเช่นนั้นเมื่อไร คำตอบก็คือ  จงกระทำเช่นนั้น

ณ บัดนี้เลย!

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

 

พระคัมภีร์ยังเกี่ยวข้องกับทุกวันนี้หรือ?

firmly fixed in heaven

 

ข้าแต่พระเจ้า พระวจนะของพระองค์ ปักแน่นอยู่ในสวรรค์เป็นนิตย์ (สดุดี 119:89)

วันหนึ่งผมขับรถไปต่อท้ายคันข้างหน้า ที่ท้ายรถนั้นมีสติ๊กเกอร์คริสเตียนเขียนว่า “พระเจ้าตรัส ฉันเชื่อ จบข่าว”  ครับด้วยความเคารพต่อเจ้าของรถคันนั้นผมขอเปลี่ยนสโลแกนนี้สักหน่อยเป็น “พระเจ้าตรัส – จบข่าว”

เห็นหรือไม่ ความจริงแห่งพระวจนะหรือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของเรา ความจริงก็คือความจริงไม่ว่าเราจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร เท่านั้นเอง นั่นก็หมายความว่าข้อพระคำที่เราเขียนบนถ้วยกาแฟนั้นเป็นจริง และได้มีแรงดลใจพอๆกับรายชื่อพงศ์พันธ์ต่างๆที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม

แล้วสิ่งนี้มีความหมายต่อเราอย่างไร? หมายความว่าพระคัมภีร์ทั้งเล่ม – ทุกบท – ทุกตอน – ทุกข้อ และทุกคำ – มีแรงดลใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเรา อาจมีพระวจนะบางข้อที่สร้างแรงดลใจได้มากกว่า แต่ทั้งหมดนั้นได้รับแรงดลใจมาเท่าเทียมกัน

พระวจนะทั้งสิ้นของพระเจ้าปักแน่นอยู่ในสวรรค์ และเกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณทุกวันนี้ พอๆกับผู้ที่บันทึกไว้ในโบราณกาล อย่าละเลยพระวจนะของพระเจ้า เจาะลึกลงไป และนำข้อคำสอนอัศจรรย์เหล่านั้นมาใช้อย่างมีความสุข เพราะเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ … เปิดออกดูนะครับ

 

พระคำทั้งสิ้นของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับเราในทุกวันนี้ พอๆกับในยุคที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมา เปิดดูทุกวันและให้พระเจ้าทรงนำชีวิตคุณครับ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org