ความเชื่อที่ไม่ประพฤติตาม

เมื่อคุณทูลขอบางสิ่งจากพระเจ้า คุณเพียงแค่อธิษฐาน อยู่เฉยๆแล้วพูดว่า “เอาหละ ฉันจะสำแดงความเชื่อด้วยการไม่ทำอะไร ขอรออย่างเดียว” ในทางกลับกัน คุณจะสำแดงความเชื่อของคุณได้ด้วยการกระทำ ทำไมครับ? เพราะในยากอบ 2:20 และ 26 บอกเราว่า “…ความเชื่อที่ไม่ประพฤติตามนั้นไร้ผล” การกระทำของเราเป็นตัว “พิสูจน์” ถึงความเชื่อของเราครับ

สุภาษิต 20:4 กล่าวว่า “คนเกียจคร้านไม่ไถนาในหน้านา เขาจะแสวงหาเมื่อถึงฤดูเกี่ยวแต่ไม่พบอะไรเลย” คุณเกียจคร้านจนไม่อยากไถนาหรือเปล่า? ถ้าใช่ คุณก็จะไม่มีอะไรเหลือไว้ให้กิน

สุภาษิต 28:19 กล่าวว่า “บุคคลที่ไถไร่นาของตนจะได้อาหารมากมาย แต่ผู้ที่ประกอบการงานที่ไร้ค่าจะยิ่งจนลง”

คุณอยากมีบ้านเป็นของตนเองหรือเปล่า? อธิษฐานทูลขอสิครับ จบด้วย “อาเมน” มือถือฆ้อน เลื่อย ตะปู รอไว้เลย หรือคุณอยากมีภรรยา? อธิษฐานสิครับ จากนั้นก็โกนหนวด แต่งตัวให้สะอาด มีกลิ่นโคโลนญ์ เรียนรู้เรื่องมารยาทสังคม ใช้ความคิดให้ดีและถูกต้อง

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily treasure from the Words

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • อธิษฐานทูลขอ แล้วลงมือทำไปเรื่อยๆโดยพึ่งพิงพระเจ้า ผ่านพระวจนะ คำอธิษฐาน และคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ อีกไม่นานคำตอบจะมาเองค่ะ รับรองได้ว่าดี ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจ
  • ทำให้นึกถึงคำสอนที่ อ.ธงชัยเคยพูดไว้ว่า “ในความรัก จะไม่มีการตามใจให้ในสิ่งที่จะเป็นโทษในวันข้างหน้า” – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

ยาชั้นดีแก้โรคกังวล

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ (ฟีลิปปี 4:6)

มันไม่ใช่เป็นเรื่องความลำบากที่เข้ามาในชีวิตเรา; แต่เป็นเรื่องว่าเราทำอย่างไรเมื่อมันเกิดขึ้น การตอบสนองตามธรรมชาติของเราคือ – วุ่นวายใจ เครียด และวิตกกังวล – แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไร – มีแต่ทำให้แย่ลงไป แล้วเราควรทำอย่างไร?… ต้องอธิษฐานครับ

ธรรมชาติของทุกคนคือต้องตอบสนอง แล้วเราก็ทำในทันที เราไม่จำเป็นต้องสอนเด็กให้ตอบสนอง ถ้าเด็กไปแตะถูกของร้อน เขาก็จะรีบดึงมือกลับ คงไม่มีใครแตะค้างไว้ มีแต่จะรีบดึงมือออกมา นี่เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติ

แต่การตอบสนองสามารถปรับไปตามสภาพได้ จะเรียนรู้ได้ต้องใช้เวลา เหมือนกับที่เราเรียนทำบางสิ่ง เช่นเมื่อคุณหัดขับรถ ตอนแรกก็ไม่ง่าย คุณจะระวังไปเสียทุกเรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น และกว่าจะรู้ตัว การขับรถเป็นก็ปรับเปลี่ยนท่าทีในการตอบสนองไปเรียบร้อยแล้ว

ทำนองเดียวกัน เราต้องพัฒนาท่าทีในการตอบสนองของเราเมื่อเผชิญกับความลำบากในชีวิต ในช่วงแห่งความทุกข์ยาก บางคนหันไปหาคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในที่สุดแล้ว ไม่มีใครตอบสนองความต้องการเราได้ทุกเรื่อง บางคนหันไปหาแอลกอฮอลล์ ซึ่งมีแต่จะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น บางคนหลบเข้าที่ซ่อน ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สิ่งที่เราต้องทำคือหันไปหาพระเจ้า เราต้องนำเหตุการณ์ร้ายเหล่านั้นไปมอบไว้ในพระหัตถ์พระองค์ เหมือนอย่างในหนังสือฟีลิปปี 4:6 ที่กล่าวว่า อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ”

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ช่วงเวลาแห่งปัญหา เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะเรียนรู้เรื่องการวางใจ และเข้าไปพึ่งพิงพระเจ้า แต่ที่เรามักทำก่อนเพื่อนเลยคือว้าวุ่น กังวล เครียด และต่อยอดไปได้เรื่อยๆ
  • พระเจ้าปรารถนาให้เราเปลี่ยนท่าทีใหม่ในการตอบสนองต่อสิ่งร้ายที่เข้ามา นึกอะไรไม่ออก อธิษฐานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

เมื่อโลกรุกคืบเข้ามา

เมื่อนั้นเขาจะเห็น  บุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆ  ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมาก (มาระโก 13:26)

เมื่อเราได้ไปในสถานที่ๆเราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น … เมื่อทุกสิ่งดูคืบใกล้เข้ามา พระเยซูทรงอยู่ที่นั่น ยังมีการให้อภัยกับเราเสมอที่โคนไม้กางเขน ชัยชนะเหนืออุโมงค์ฝังศพที่ว่างเปล่า และความหวังในการเสด็จกลับมาอย่างแน่นอนขององค์พระเยซูคริสต์

เมื่อเราไปพบหมอ และหมอบอกว่าเรามีเนื้อร้าย เมื่อหมอบอกคู่สามีภรรยาว่าเป็นหมันไม่สามารถมีบุตรได้ เมื่อศาลตัดสินให้เราเป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อเราถูกปลดออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเราอ่านจดหมายลาของคู่สมรส เมื่อคนที่เรารักต้องตายลงเพราะอุบัติเหตุ ถูกภัยก่อการร้าย จะอย่างไรก็ตามเรายังมีพระผู้ช่วยให้รอด … เรามีตัวเลือกว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี!

ในเวลาเช่นนั้น เราจะเริ่มบ่นก็ได้  วิพากษ์วิจารณ์ คร่ำครวญ ท้อแท้สิ้นหวังก็ได้ หรือเราเพียงแต่ให้พระผู้ช่วยเข้ามาครอบครอง ฟังพระสุรเสียงแห่งการปลอบประโลม – “ลูกเอ๋ย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เรารักเจ้าถึงเพียงนี้ ดูที่ไม้กางเขนสิ มองไปที่อุโมงค์ฝังศพที่ว่างเปล่า มองหาเรา เพราะเรากำลังจะกลับมา”

ให้เราแสดงท่าทีถ่อมลง คุกเข่าได้ยิ่งดี หรือไม่ก็ก้มศีรษะหลับตา นึกภาพของไม้กางเขน นึกถึงสภาพที่พระองค์ทรงอดทนอดกลั้นด้วยความอับอาย นึกถึงความเจ็บปวดทรมาน และชัยชนะเมื่อทรงคืนพระชนม์ขึ้นมาจากความตาย

โดย : Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา ให้จำไว้ว่ามันเป็น “เพียงชั่วคราว” มันจะผ่านไป แต่พระสัญญาว่าจะทรงอยู่ด้วย จะมารับเราไปอยู่กับพระองค์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เป็นพระสัญญาแห่งความจริง “นิรันดร” เป็นความหวังใจให้เราดำเนินอยู่ในโลกที่โหดร้ายนี้ได้
  • จงอธิษฐานเผื่อกันและกันให้มากๆ เราต้องการกำลัง แรงหนุน และการปกป้อง โดยเฉพาะในช่วงที่หลายๆคริสตจักรออกไปประกาศข่าวประเสริฐ และการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสตมาสที่กำลังจะมาถึง – ขอพระเจ้าอยู่ด้วยค่ะ
  • ฟังเพลงเพราะๆ คำพยานดีๆ ได้จากรายการวิทยุ Soulfood ministry ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ  http://www.soulfoodministry.tv/soulfoodministry/home/index.php?r=site/page&view=about

ผลไม้ปรับรส

สดุดี 138:2 “ข้าพระองค์กราบลงตรงมายังพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และถวายโมทนาพระคุณแก่พระนามของพระองค์ เพราะความรักมั่นคงและความสัตย์สุจริตของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเชิดชูพระนามและพระวจนะของ พระองค์เหนือสารพัด”

อเล็กซานเดอร์ ไวท์  นักเทศน์ชาวสก็อตเริ่มต้นคำอธิษฐานของท่านทุกครั้งด้วยคำสรรเสริญ ในวันอาทิตย์หนึ่งที่อากาศหนาวจัด ผู้คนต่างก็รีบเร่งเข้ามาในโบสถ์ และสงสัยว่าวันนี้นักเทศน์จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญพระเจ้าในวันที่ย่ำแย่เช่นนี้ได้ อเล็กซานเดอร์ ไวท์ยืนขึ้น ก้มศีรษะลงและอธิษฐาน “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เราขอบพระคุณพระองค์ที่มันไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกวัน”

มีบ้างไหมที่คุณรู้สึกไม่อยากสรรเสริญพระเจ้า? บอกตามตรง ความรู้สึกของเราไม่เกี่ยวกับการสรรเสริญพระเจ้า การสรรเสริญไม่เกี่ยวกับเรา การสรรเสริญเกี่ยวกับพระเจ้า การสรรเสริญเป็นการเลือก เป็นอุปนิสัยที่เรียนรู้ได้ นำมาซึ่งความสุขใจ และทัศนคติที่สำนึกในพระคุณ

หนังสือฟีลิปปี 4:11 อ.เปาโลเขียนไว้ว่า “…ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น” คำว่า “เรียนรู้แล้ว” หมายถึงการ “เรียนรู้ได้โดยประสบการณ์” และคำว่า “พอใจ” แปลว่า “บรรจุเต็มอยู่” ความพอใจของ อ.เปาโลเป็นผลมาจากสิ่งที่บรรจุอยู่ในใจของท่าน หมายความว่า อ.เปาโลใช้สถานการณ์มาเป็นครูผู้ฝึกในโรงเรียนแห่งการสรรเสริญ ท่านเรียนรู้ที่จะสรรเสริญพระเจ้าถึงแม้ถูกโบยตี เย้ยหยันที่ในคุก จนถึงขั้นเผชิญหน้ากับความตาย ทัศนคติของท่านไม่ได้เป็นไปตามสถานการณ์ ท่านเลือกที่จะสรรเสริญพระเจ้า – ไม่ว่าในกรณีใด ทำไมเช่นนั้น? เพราะท่านรู้ดีว่าถึงแม้ไม่เข้าใจกระบวนการของพระเจ้า แต่ท่านวางใจในพระทัยของพระองค์

ลองสมมุติดู – ฉันไปที่ธนาคารพยายามนำเช็คของตัวเองไปขึ้นเงินสักพันดอลลาร์ แน่ใจได้ว่าทันทีที่ยื่นเช็คให้เจ้าหน้าที่ เธอคงหัวเราะออกมา เพราะรู้ว่าฉันมีเงินในธนาคารเท่าไร แต่ถ้าเป็นบิล เกตส์เดินเข้าไปในธนาคาร ยื่นเช็คจำนวนหนึ่งพันเหรียญของตัวเองให้เจ้าหน้าที่ คงไม่มีใครขำเป็นแน่ มีแต่จะกุลีกุจอรีบเบิกเงินให้ เพราะรู้ดีว่าบิล เกตส์มีเงินเท่าไหร่ในบัญชี

เมื่อเรามาพบพระเยซู พระองค์ทรงประทานพระสัญญาต่างๆเข้าในบัญชีจิตวิญญาณของเรา และในทุกๆพระสัญญาล้วนแต่มีพระพรคืนกลับมา นี่คือสาเหตุที่ทำไมเราจึงสรรเสริญพระองค์ – ไม่ว่าในกรณีใด

คำสรรเสริญเป็นคำเชิญพระเจ้าให้เข้ามาอยู่ในท่ามกลางอุปสรรคใดๆที่เรากำลังเผชิญอยู่ สดุดี 22:3 กล่าวว่า “ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล” คำสรรเสริญทำให้เราวางใจในพระเจ้า และเสริมความเชื่อเราให้แกร่งขึ้น

สดุดี 42:11 “จิตวิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า”

ในอัฟริกามีผลไม้ชนิดหนึ่งมีชื่อว่า “ผลปรับรส” เป็นผลไม้ที่จะเปลี่ยนปุ่มรับรสของคุณเป็นรสชาติที่หวานและอร่อยชื่นใจ หลังจากคุณกินผลไม้นี้ไปหลายชั่วโมงแล้วลองไปกินผลไม้อื่นๆที่มีรสเปรี้ยว ผลไม้รสเปรี้ยวจะเปลี่ยนเป็นรสหวานและอร่อยอย่างเหลือเชื่อ

คำสรรเสริญพระเจ้าก็เป็นเหมือนผลไม้นี้สำหรับคริสเตียนทุกคน คำสรรเสริญเป็นมากกว่าอารมณ์หรือคำพูด ร้องเพลงหรือชูมือนมัสการ การสรรเสริญที่แท้จริงเป็นการเฉลิมฉลองพระเจ้า พระราชอำนาจ พระราชกิจ และความยิ่งใหญ่ของพระองค์ สรรเสริญเป็นผลมากจากจิตใจที่ยอมรับพระเจ้า และเป็นอุปกรณ์ชีวิตที่สำแดงการยอมจำนนหมดสิ้นให้แก่พระองค์

  • เมื่อเราท้อใจ คำสรรเสริญเตือนเราว่ายังมีความหวังในพระเจ้า
  • เมื่อเรากลัว คำสรรเสริญเตือนเราว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พระเจ้าทรงอยู่กับเรา
  • เมื่อเราหลงทาง คำสรรเสริญเตือนเราว่าพระเจ้าทรงไปอยู่ที่นั่นแล้วเพื่อนำเรากลับมา
  • เมื่อเราสับสน คำสรรเสริญเตือนเราว่าสวรรค์คือที่ๆสงบ ปราศจากความวิตกังวล

ดังนั้น พี่น้องคะ เงยหน้าขึ้นและสรรเสริญพระเจ้า พระองค์ทรงอยู่กับคุณ มีพระองค์ก็มากกินพอแล้ว

โดย: Mary Southerland

Girlfriends in God: www.crosswalk.com

ไม่มีรากอื่นอีก

เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์ (1โครินธ์ 3:11)

คุณสร้างชีวิตของคุณอยู่บนอะไรครับ? บางคนสร้างรากฐานฝ่ายวิญญาณอยู่บนสัมพันธภาพของผู้อื่นที่มีต่อพระเจ้า บางทีสัมพันธภาพของพวกเขาขึ้นอยู่กับสัมพันธภาพของสามีหรือภรรยาที่มีต่อพระเจ้า บางทีขึ้นอยู่กับพ่อแม่ที่ใกล้ชิดพระเจ้า หรือขึ้นอยู่กับเพื่อนที่เติบโตฝ่ายวิญญาณ แต่ปัญหาคือ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น แล้วเขาจากไป จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ? คุณวางรากของคุณอยู่บนผู้คน หรืออยู่บนพระเยซูคริสต์ครับ?

บางคนวางรากตัวเองไว้กับโบสถ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโบสถ์ แต่ถ้าวันหนึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โบสถ์ ที่พวกเขาไม่ชอบใจ อาจเป็นศิษยาภิบาล หรือผู้นำโบสถ์ทำให้พวกเขาผิดหวังล่ะครับ? รากฐานไม่ควรวางอยู่บนผู้นำฝ่ายวิญญาณ เพราะพวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ อาจทำให้ผิดหวัง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่างก็มีข้อด้อย หรือผิดพลาดได้ในบางอย่าง

ถ้าเราวางรากบนมนุษย์ บนโบสถ์ บนสัมพันธภาพ หรือบนอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆ ฐานรากเราก็อ่อนไหว เพราะสิ่งเหล่านี้ขยับเคลื่อนไปมาได้เหมือนทราย คนเหล่านี้จะเป็นประเภทที่ชอบทางลัด ต้องการรับแต่พระพร แต่ไม่ต้องการพระเจ้า ต้องการความสุข แต่ไม่ต้องการชีวิตที่บริสุทธิ์

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม พายุจะพัดเข้ามาในชีวิตเรา กระแสน้ำจะท่วมสูง หรือบางครั้งคลื่นลมแห่งการทดลองก็พัดมารุนแรง อาจมีบางครั้งก็คืบคลานมาอย่างช้าๆ กัดกร่อนทีละนิดๆโดยไม่ทันรู้ตัว พายุอาจพัดมาอย่างรวดแร็วและรุนแรง ทิ้งโศกนาฏกรรมเอาไว้ ทำให้ชีวิตคุณพลิกผันชั่วข้ามคืน และนี่คือบททดสอบความเชื่อของคุณ

แล้วคุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณวางรากฝ่ายวิญญาณของคุณไว้ที่คนหรือสิ่งอื่น คุณจะไปไม่รอด ดังนั้นจงวางรากชีวิตของคุณไว้บนพระเยซูคริสต์ พระองค์จะคอยพยุงคุณไว้เมื่อภัยมา

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนติดโบสถ์ ติดคน ติดพี่เลี้ยง ติดกิจกรรม หรือติดสังคมที่โบสถ์ แต่ลืมติดตามพระเยซูคริสต์ไปอย่างน่าเสียดาย
  • เริ่มต้นชีวิตคริสเตียนด้วยการวางรากบนพระเยซูคริสต์ ชีวิตท่านจะไม่สั่นคลอนง่ายดาย ที่เหลือเป็นตัวช่วยที่พระเจ้าประทานให้ค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

คุณมองผ่านแว่นถูกอันหรือเปล่า?

ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮีบรู 11:1)

คนที่เข้ามาโบสถ์ในทุกวันนี้มักมาด้วยความคาดหวังที่ผิดๆ พวกเขาคิดว่าการได้เป็นสมาชิกโบสถ์เป็นการรับรองว่าจะได้รับแต่พระพร และไม่ต้องแบกรับภาระใด บางคนคิดว่าพระเจ้าเป็นเหมือนห้องอาหารแห่งสวรรค์ และถ้าไม่เป็นไปตามที่พวกเขาหวัง พวกเขาก็จะพูดว่า “ไม่เห็นจะคุ้มเลย ฉันคิดว่าถ้ามอบใจให้พระเยซูแล้ว พระองค์จะประทานทุกสิ่งให้ตามที่ขอ และฉันจะไม่มีความกังวลอีกต่อไป”

ผู้คนจึงห่างหายไปจากโบสถ์เพราะไม่ได้ตามที่คาดหวัง ผมขอบอกว่าอะไรคือความเชื่อแท้ ความเชื่อแท้ไม่ใช่การได้รับจากพระเจ้าในสิ่งที่คุณต้องการ ความเชื่อแท้คือรับทุกสิ่งตามที่พระเจ้าประทานให้

แว่นตาฝ่ายวิญญาณของคุณวันนี้เป็นอย่างไรครับ?

คุณกำลังมองชีวิตด้วยสายพระเนตรของพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?

และวางใจว่าพระองค์จะทรงจัดเตรียมให้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ แต่ทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณหรือเปล่าครับ?

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนมาโบสถ์ด้วยความต้องการที่แตกต่างกัน แต่มีบางคนเท่านั้นที่สมัครใจอยู่ติดโบสถ์ไม่ว่าจะได้รับตามความต้องการหรือไม่
  • หนทางพิสูจน์ม้าเวลาพิสูจน์สมาชิกโบสถ์ว่ารักจริงหรือแค่รักเผื่อเลือก – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

ตัวปลอม

“มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้” (มัทธิว 7:21)

ทราบหรือไม่ว่าคนที่อธิษฐาน รับบัพติศมา รักษาพระบัญญัติสิบประการ ไปโบสถ์สม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นคริสเตียน? คริสเตียนโดยทั่วไปต้องทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่การทำสิ่งต่างๆเหล่านี้โดยตัวของมันเองไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคริสเตียน

พระเยซูตรัสว่า “มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้” (มัทธิว 7:21)

ในโบสถ์จะมีคนประเภทตัวปลอม พวกเขาอาจนั่งข้างๆเรา ร้องเพลงเดียวกันกับเรา อธิษฐานเหมือนกับเรา รู้ศัพท์คริสเตียนเป็นอย่างดี ดูยังไงๆก็เหมือนคริสเตียน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่

เมื่อมีบางสิ่งดีๆเกิดขึ้น คุณแน่ใจได้เลยจะมีของลอกเลียนแบบ และมารก็เป็นเจ้าพ่อแห่งการลอกเลียนแบบ พระเยซูทรงเล่าอุปมาเรื่องข้าวสาลีและข้าวละมานที่ชาวนาคนหนึ่งลงแรงปลูกข้าวสาลีไว้ พอตอนกลางคืนพวกศัตรูก็มา และหว่านเมล็ดข้าวละมาน หรือวัชพืชอื่นๆไว้ลงในแปลงข้าวสาลี ชาวนาจะไม่มีทางรู้จนพืชนั้นโผล่ยอดขึ้นมาเหนือดิน และโตจนพอสังเกตุเห็นได้ ที่แย่คือ พวกข้าววัชพืชเหล่านี้จะดึงเอารากของข้าวสาลีขึ้นมา
ที่พระเยซูตรัสนั้นทรงหมายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา จะมีของแท้และของปลอมปรากฎให้เห็น ของปลอมจะยืนเคียงข้างกันกับของแท้ คริสเตียนปลอมจะไม่ค่อยบากบั่นดิ้นรนมากนัก เพราะคริสเตียนแท้ทุกคนจะมีชีวิตที่บากบั่นดิ้นรน คริสเตียนทุกคนมีเวลาที่ล้มลง คริสเตียนปลอมจะมีฟอร์ม จะแสร้งทำ เป็นพวกที่สวมบทบาทการแสดง พวกเขาแสร้งประพฤติตนดียามเมื่ออยู่ในโบสถ์ แต่เป็นคนละคนในชีวิตประจำวันข้างนอกโบสถ์

ถ้าคุณเป็นคริสเตียนแท้ มันจะสำแดงออกมาในการดำเนินชีวิตของคุณในแต่ละวันครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆจะรู้พิษสงของการลอกเลียนแบบเป็นอย่างดี มนุษย์อาจหลุดรอดไปได้ แต่ในวันสุดท้ายพระเจ้าไม่ปล่อยให้ของปลอมหลุดรอดไปได้แน่นอน
  • ใครที่ยังทำตัวเป็นของปลอมอยู่ กลับใจเถอะค่ะ ยังไม่สายเกินไป – ขอพระเจ้าเมตตา