ไม่มีรากอื่นอีก

เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์ (1โครินธ์ 3:11)

คุณสร้างชีวิตของคุณอยู่บนอะไรครับ? บางคนสร้างรากฐานฝ่ายวิญญาณอยู่บนสัมพันธภาพของผู้อื่นที่มีต่อพระเจ้า บางทีสัมพันธภาพของพวกเขาขึ้นอยู่กับสัมพันธภาพของสามีหรือภรรยาที่มีต่อพระเจ้า บางทีขึ้นอยู่กับพ่อแม่ที่ใกล้ชิดพระเจ้า หรือขึ้นอยู่กับเพื่อนที่เติบโตฝ่ายวิญญาณ แต่ปัญหาคือ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น แล้วเขาจากไป จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ? คุณวางรากของคุณอยู่บนผู้คน หรืออยู่บนพระเยซูคริสต์ครับ?

บางคนวางรากตัวเองไว้กับโบสถ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโบสถ์ แต่ถ้าวันหนึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โบสถ์ ที่พวกเขาไม่ชอบใจ อาจเป็นศิษยาภิบาล หรือผู้นำโบสถ์ทำให้พวกเขาผิดหวังล่ะครับ? รากฐานไม่ควรวางอยู่บนผู้นำฝ่ายวิญญาณ เพราะพวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ อาจทำให้ผิดหวัง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่างก็มีข้อด้อย หรือผิดพลาดได้ในบางอย่าง

ถ้าเราวางรากบนมนุษย์ บนโบสถ์ บนสัมพันธภาพ หรือบนอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆ ฐานรากเราก็อ่อนไหว เพราะสิ่งเหล่านี้ขยับเคลื่อนไปมาได้เหมือนทราย คนเหล่านี้จะเป็นประเภทที่ชอบทางลัด ต้องการรับแต่พระพร แต่ไม่ต้องการพระเจ้า ต้องการความสุข แต่ไม่ต้องการชีวิตที่บริสุทธิ์

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม พายุจะพัดเข้ามาในชีวิตเรา กระแสน้ำจะท่วมสูง หรือบางครั้งคลื่นลมแห่งการทดลองก็พัดมารุนแรง อาจมีบางครั้งก็คืบคลานมาอย่างช้าๆ กัดกร่อนทีละนิดๆโดยไม่ทันรู้ตัว พายุอาจพัดมาอย่างรวดแร็วและรุนแรง ทิ้งโศกนาฏกรรมเอาไว้ ทำให้ชีวิตคุณพลิกผันชั่วข้ามคืน และนี่คือบททดสอบความเชื่อของคุณ

แล้วคุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณวางรากฝ่ายวิญญาณของคุณไว้ที่คนหรือสิ่งอื่น คุณจะไปไม่รอด ดังนั้นจงวางรากชีวิตของคุณไว้บนพระเยซูคริสต์ พระองค์จะคอยพยุงคุณไว้เมื่อภัยมา

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนติดโบสถ์ ติดคน ติดพี่เลี้ยง ติดกิจกรรม หรือติดสังคมที่โบสถ์ แต่ลืมติดตามพระเยซูคริสต์ไปอย่างน่าเสียดาย
  • เริ่มต้นชีวิตคริสเตียนด้วยการวางรากบนพระเยซูคริสต์ ชีวิตท่านจะไม่สั่นคลอนง่ายดาย ที่เหลือเป็นตัวช่วยที่พระเจ้าประทานให้ค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

คุณมองผ่านแว่นถูกอันหรือเปล่า?

ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮีบรู 11:1)

คนที่เข้ามาโบสถ์ในทุกวันนี้มักมาด้วยความคาดหวังที่ผิดๆ พวกเขาคิดว่าการได้เป็นสมาชิกโบสถ์เป็นการรับรองว่าจะได้รับแต่พระพร และไม่ต้องแบกรับภาระใด บางคนคิดว่าพระเจ้าเป็นเหมือนห้องอาหารแห่งสวรรค์ และถ้าไม่เป็นไปตามที่พวกเขาหวัง พวกเขาก็จะพูดว่า “ไม่เห็นจะคุ้มเลย ฉันคิดว่าถ้ามอบใจให้พระเยซูแล้ว พระองค์จะประทานทุกสิ่งให้ตามที่ขอ และฉันจะไม่มีความกังวลอีกต่อไป”

ผู้คนจึงห่างหายไปจากโบสถ์เพราะไม่ได้ตามที่คาดหวัง ผมขอบอกว่าอะไรคือความเชื่อแท้ ความเชื่อแท้ไม่ใช่การได้รับจากพระเจ้าในสิ่งที่คุณต้องการ ความเชื่อแท้คือรับทุกสิ่งตามที่พระเจ้าประทานให้

แว่นตาฝ่ายวิญญาณของคุณวันนี้เป็นอย่างไรครับ?

คุณกำลังมองชีวิตด้วยสายพระเนตรของพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?

และวางใจว่าพระองค์จะทรงจัดเตรียมให้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ แต่ทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณหรือเปล่าครับ?

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนมาโบสถ์ด้วยความต้องการที่แตกต่างกัน แต่มีบางคนเท่านั้นที่สมัครใจอยู่ติดโบสถ์ไม่ว่าจะได้รับตามความต้องการหรือไม่
  • หนทางพิสูจน์ม้าเวลาพิสูจน์สมาชิกโบสถ์ว่ารักจริงหรือแค่รักเผื่อเลือก – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

ตัวปลอม

“มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้” (มัทธิว 7:21)

ทราบหรือไม่ว่าคนที่อธิษฐาน รับบัพติศมา รักษาพระบัญญัติสิบประการ ไปโบสถ์สม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นคริสเตียน? คริสเตียนโดยทั่วไปต้องทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่การทำสิ่งต่างๆเหล่านี้โดยตัวของมันเองไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคริสเตียน

พระเยซูตรัสว่า “มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้” (มัทธิว 7:21)

ในโบสถ์จะมีคนประเภทตัวปลอม พวกเขาอาจนั่งข้างๆเรา ร้องเพลงเดียวกันกับเรา อธิษฐานเหมือนกับเรา รู้ศัพท์คริสเตียนเป็นอย่างดี ดูยังไงๆก็เหมือนคริสเตียน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่

เมื่อมีบางสิ่งดีๆเกิดขึ้น คุณแน่ใจได้เลยจะมีของลอกเลียนแบบ และมารก็เป็นเจ้าพ่อแห่งการลอกเลียนแบบ พระเยซูทรงเล่าอุปมาเรื่องข้าวสาลีและข้าวละมานที่ชาวนาคนหนึ่งลงแรงปลูกข้าวสาลีไว้ พอตอนกลางคืนพวกศัตรูก็มา และหว่านเมล็ดข้าวละมาน หรือวัชพืชอื่นๆไว้ลงในแปลงข้าวสาลี ชาวนาจะไม่มีทางรู้จนพืชนั้นโผล่ยอดขึ้นมาเหนือดิน และโตจนพอสังเกตุเห็นได้ ที่แย่คือ พวกข้าววัชพืชเหล่านี้จะดึงเอารากของข้าวสาลีขึ้นมา
ที่พระเยซูตรัสนั้นทรงหมายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา จะมีของแท้และของปลอมปรากฎให้เห็น ของปลอมจะยืนเคียงข้างกันกับของแท้ คริสเตียนปลอมจะไม่ค่อยบากบั่นดิ้นรนมากนัก เพราะคริสเตียนแท้ทุกคนจะมีชีวิตที่บากบั่นดิ้นรน คริสเตียนทุกคนมีเวลาที่ล้มลง คริสเตียนปลอมจะมีฟอร์ม จะแสร้งทำ เป็นพวกที่สวมบทบาทการแสดง พวกเขาแสร้งประพฤติตนดียามเมื่ออยู่ในโบสถ์ แต่เป็นคนละคนในชีวิตประจำวันข้างนอกโบสถ์

ถ้าคุณเป็นคริสเตียนแท้ มันจะสำแดงออกมาในการดำเนินชีวิตของคุณในแต่ละวันครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆจะรู้พิษสงของการลอกเลียนแบบเป็นอย่างดี มนุษย์อาจหลุดรอดไปได้ แต่ในวันสุดท้ายพระเจ้าไม่ปล่อยให้ของปลอมหลุดรอดไปได้แน่นอน
  • ใครที่ยังทำตัวเป็นของปลอมอยู่ กลับใจเถอะค่ะ ยังไม่สายเกินไป – ขอพระเจ้าเมตตา

หลุดจากทาสแห่งการเปรียบเทียบ

และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์ และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระเยซูคริสต์ (เอเฟซัส 2:6)

คุณเคยสังเกตุหรือไม่ ว่าเราซื้อของที่เราไม่ต้องการ ด้วยเงินที่เราไม่จำเป็นต้องจ่ายไป เพื่อทำให้คนที่เราไม่ชอบหน้าประทับใจ เราพยายามปีนขึ้นไปอยู่ในสังคมอีกระดับ แต่พอใกล้จะถึงก็พบว่าพวกเขาทิ้งห่างไปอีกแล้ว

ผมอยากขอร้องคุณให้ออกมาจากสังคมซ้ำซากแห่งการเปรียบเทียบ เข้าสู่หนทางแห่งการพักสงบ พระเยซูคริสต์ทรงยอมรับคุณแล้ว พระองค์ไม่ได้เปลี่ยนคุณเพื่อจะสามารถรักคุณได้  พระองค์ทรงรักคุณ พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนคุณ พระองค์ทรงรักคุณพอๆกับรักองค์พระเยซู

ถ้าคุณได้รับความรอดแล้ว คุณก็อยู่ในพระคริสต์ พระองค์ประทับที่ไหน? ทรงประทับอยู่ในสวรรคสถาน  คุณก็ได้นั่งอยู่ในสวรรคสถานด้วย ถึงแม้ที่อยู่ชั่วคราวของคุณยังอยู่บนโลกนี้ แต่คุณได้ครอบครองร่วมกับพระองค์แล้ว

คุณเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ? ถึงเวลาปลดตนเองออกจากแอกแห่งการเปรียบเทียบได้แล้วครับ ให้เราเป็นไทในฐานะบุตรของจอมกษัตริย์

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ปีน หรือไต่ระดับทางสังคมด้วยเงินเพียงน้อยนิด “เหนื่อยเปล่าค่ะ” เพราะมีคนปีนตามคุณมาแบบกระชั้นชิดอีกเป็นฝูง ลองหันมองลงไปดูสิคะ พวกเขากำลังจะแซงขึ้นหน้าไปแล้ว
  • เอาเวลามาสั่งสมทรัพย์สมบัติในสวรรคสถานกันดีกว่า ที่นั่นไม่มีแมลง มอด หรือโจรผู้ร้ายมาลักเอาไปได้ เราก็สบายแฮ…ไม่เหนื่อยเปล่าปีนระดับสังคม และไม่ต้องไปคอยเปรียบเทียบกับใครๆด้วย – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

เมื่อเราให้พระเจ้ามาก่อน

แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” (มัทธิว 6:33)

เมื่อกษัตริย์ซาโลมอน โอรสของดาวิดและนางบัทเชบาขึ้นครองราชหลังบิดาตาย ท่านมีภาระหนักล้นอยู่ในมือ ท่านจึงอธิษฐาน และพระเจ้ามาปรากฎในความฝัน ตรัสว่า เจ้าอยากให้เราให้อะไรเจ้าก็จงขอเถิด (1 พกษ. 3:5)

ถ้าพระเจ้ามาปรากฎแก่คุณคืนนี้ ถามว่าอยากให้ทำอะไร คุณจะอธิษฐานขอสิ่งใดครับ? ดีหน่อยที่ซาโลมอนทูลขอสติปัญญาเพื่อจะปกครองประชากรของพระเจ้า เพราะฉะนั้นขอพระองค์ทรงประทานความคิดความ เข้าใจแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อจะวินิจฉัยประชากรของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะประจักษ์ในความผิดแผกระหว่างดีและชั่ว เพราะว่าผู้ใดเล่าจะสามารถวินิจฉัยประชากรใหญ่ของ พระองค์นี้ได้ (1พกษ. 3:9)

เพราะซาโลมอนไม่ได้ขอชีวิตที่ยืนยาว ความมั่งคั่ง หรือชีวิตของศัตรู พระเจ้าจึงบอกกับท่านว่าพระองค์จะประทานให้ตามที่ขอ และมากกว่านั้น เราจะให้สิ่งที่เจ้าไม่ได้ขอแก่เจ้าด้วย ทั้งความมั่งคั่งและเกียรติยศ เพื่อว่าตลอดวันเวลาทั้งสิ้นของเจ้า จะไม่มีกษัตริย์องค์อื่นเปรียบเทียบกับเจ้าได้” (1พกษ.3:13)

ซาโลมอนเรียงลำดับได้อย่างถูกต้อง ท่านแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อน และพระเจ้าทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงให้ เช่นกันเมื่อเราให้แผ่นดินของพระเจ้ามาก่อน ชีวิตที่เหลือของเราจะลงตัวอย่างสวยงาม เมื่อพระเยซูตรัสว่า แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” พระองค์ทรงหมายถึง “สิ่ง” ใด? ในบริบท

“สิ่งทั้งปวง” คือเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ น้ำที่คุณดื่ม อาหารที่คุณจะรับประทาน แต่ผมขอไปไกลกว่านั้นอีกขั้น – ที่ทำงานของคุณ ที่อยู่อาศัย แม้กระทั่งคนที่คุณจะแต่งงานด้วย

พระเจ้าจะทรงดูแลเรื่องพื้นฐานจำเป็นต่างๆในชีวิตเมื่อเราให้พระองค์มาก่อนครับ

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เมื่อเราให้พระเจ้า “มาก่อน” ที่เหลือจะลงตัวอย่างสวยงาม
  • ปัญหาคือเรามักลืม ให้ “ตัวเรา” มาก่อน ที่เหลือจึงยุ่งเหยิงวุ่นวาย ลองเริ่มต้นใหม่นะคะ – ขอพระเจ้าอวยพร

ความเชื่อเกิดจากการได้ยิน

เราทุกคนมีความเชื่ออยู่ในขอบเขตตามธรรมชาติ เราเชื่อว่าเก้าอี้จะรับน้ำหนักตัวเราได้ เครื่องบินจะพาเราไปถึงสู่จุดหมายปลายทาง และอาหารที่เราซื้อกินจะปลอดภัยพอ

แต่นี่ไม่ใช้ความเชื่อในแบบที่ อ.เปาโลกล่าวถึง เมื่อท่านพูดว่า “ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์” (โรม 10:17) ความเชื่อตามพระคัมภีร์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างเหนือธรรมชาติ คุณไม่สามารถสร้างความเชื่อเช่นนี้ได้เอง คุณไม่สามารถกำหมัด กัดฟัน พร้อมกับพูดว่าคุณกำลังจะเชื่อ

ไม่มีผู้ใดเชื่อในพระเจ้าได้ เว้นเสียแต่พระเจ้าทรงทำให้เขาเชื่อ และทางเดียวที่คุณจะเชื่อพระเจ้าได้คือการได้ยินพระคำของพระองค์ ถ้าไม่มีถ้อยคำจากพระเจ้า คุณจะไม่มีพื้นฐานสำหรับความเชื่อเลย

ความเชื่อไม่ใช่การกระโจนเข้าสู่ความมืด แต่ความเชื่อคือการก้าวออกมาสู่ความสว่าง

โดย : Pastor Adrian Rogers

Daily treasure from the Words

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ความเชื่อเกิดจากการได้ยิน การได้ยินเกิดจากที่บางคนมีความรัก และห่วงใยพอที่จะออกไปเล่าเรื่องพระเยซูคริสต์ให้คนอื่นๆฟัง
  • ตัวเราเองมาเชื่อก็เพราะได้ยิน เช่นกัน ถ้าเราอยากให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น อยากให้ผู้คนเมื่อจากโลกนี้ไปจิตวิญญาณรอดปลอดภัย เราก็ต้องออกไปเล่าเรื่องราวข่าวประเสริฐนี้ให้คนทั่วไปได้ฟัง…ขอพระเจ้าใช้เราให้เกิดผลด้วย

อย่าลืมขอบพระคุณ

ฝ่ายพระเยซูตรัสว่า “มีสิบคนหายสะอาดมิใช่หรือ แต่เก้าคนนั้นอยู่ที่ไหน ไม่เห็นผู้ใดกลับมาสรรเสริญพระเจ้า เว้นไว้แต่คนต่างชาติคนนี้” (ลูกา 17:17-18)

ลูกาบทที่ 17 เป็นเรื่องเกี่ยวกับบางคนที่มีเรื่องขอบพระคุณมากมาย ก่อนที่เขาจะได้รับการสัมผัสอย่างอัศจรรย์จากพระเยซูพวกเขาถูกสังคมรังเกียจ — เป็นภัยและหายนะแก่สังคม ทั้งสิบคนมีเชื้อโรคที่รุนแรงที่สุดในสมัยนั้น โรคเรื้อน เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้ ไม่มีใครตกต่ำไปกว่านี้แล้วในประวัติศาสตร์ของยุคนั้น เป็นโรคร้ายที่ไม่มีทางหาย

คนที่พบว่าตัวเองเป็นโรคเรื้อนจะไม่สามารถติดต่อกับคนอื่นๆได้ ต้องออกจากบ้าน ทิ้งครอบครัวและญาติมิตรไป แยกตัวไปอยู่ตามลำพัง มีชีวิตที่น่าสงสาร เสื้อผ้าของพวกเขาคงฉีกขาดจากการคร่ำครวญ ศีรษะเกลี้ยงเหมือนกระโหลกไม่มีสิ่งใดปกคลุม และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องคอยร้องตะโกนว่า “ไม่สะอาดๆ เป็นมลทินๆ” เพื่อให้เป็นไปตามธรรมบัญญัติโมเสส แต่เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องพระเยซู และมองเห็นพระองค์แต่ไกล จึงร้องตะโกนว่า “เยซูนายเจ้าข้า โปรดได้เมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด” (ลูกา  17:12-13)

ผมว่าน่าสนใจเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบสนองต่อเสียงร้องนั้น ไม่มีแสงสีเสียงกระหึ่มใดๆประกอบ – ไม่มีแม้การแตะต้องตัว มีแต่คำสั่ง พระเยซูเพียงตรัสว่า “จงไปสำแดงตัวแก่พวกปุโรหิตเถิด” (ข้อ 14) ตามบทบัญญัติในเลวีนิติ ปุโรหิตต้องนำพวกเขาเข้าสู่การเฉลิมฉลองเป็นเวลาแปดวัน ตรวจสอบพวกเขา เพื่อให้แน่ใจว่าหายขาดจากโรคเรื้อนจริงๆ

ตอนนั้นพวกเขายังไม่หาย แต่ก็ไปตามที่พระเยซูสั่ง – และพระเจ้าทรงรักษาพวกเขาจนหายขาด แต่มีเพียงหนึ่งในสิบคนเท่านั้นที่ตัดสินใจกลับมาขอบพระคุณ เป็นคนสะมาเรียเสียด้วย พวกยิวดูถูกคนสะมาเรีย แต่ก็มีคนสะมาเรียเท่านั้นที่กลับมาขอบพระคุณ

แลดูจะเหมือนพวกเรา ที่มักลืมขอบพระคุณเสมอ เวลาเร่งด่วนเราทูลขอความช่วยจากพระเจ้า แต่อย่าลืมที่จะสรรเสริญขอบพระคุณพระองค์ด้วยเมื่อทรงตอบคำอธิษฐาน

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขวบปีที่ผ่านมาสมาชิกทีมอธิษฐานของเรา เรียนรู้เรื่องการขอบคุณพระเจ้าได้ “ในทุกกรณี” โดยไม่จำเป็นต้องรอการตอบคำอธิษฐาน เพราะเรารู้ดีว่าพระองค์ทรงฟัง และทรงรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะตอบเรา…สรรเสริญพระเจ้า
  • ขอให้เราเป็นคนที่สำนึกในพระคุณเสมอ แม้ในยามทุกข์หรือยามสุข เพราะพระเจ้าอยู่ด้วยกับเราในทุกสถานการณ์ …ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ