ภาชนะดินที่อ่อนแอ

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย (1โครินธ์ 1:26-27)

ผมเคยอ่านเจอว่ารถแอสตั้น มาร์ติน ปี 1964 มีคนมาซื้อไปในราคา 4.6 ล้านเหรียญ ทำไมถึงแพงขนาดนั้น? รถยนตร์คันนี้พระเอกเจมส์ บอนด์เคยใช้ขับในภาพยนต์เรื่อง Goldfinger และ Thunderball รถคันนี้มีหลายอย่างสุดเท่ห์ – มีปืนโผล่ออกมาจากไฟท้ายได้ แผ่นป้ายทะเบียนกลับข้างได้อัตโนมัติ และแน่ที่สุดคือที่นั่งผู้โดยสารสามารถดีดคนนั่งออกไปได้ ทั้งหมดที่พูดมานี้ใช้การไม่ได้จริง แต่เนื่องจากเป็นรถในหนังเจมส์ บอนด์ และที่สำคัญ ฌอน คอนเนอร์รี่เคยขับตอนแสดงเป็นพระเอก ถึงแม้รถจะดูเท่ห์ แต่ราคาไม่ได้อยู่ที่ตัวรถ ราคาอยู่ที่ใครเคยขับรถคันนี้มา

ในฐานะผู้เชื่อ คุณค่าของเราอยู่ในพระเจ้าที่สถิตอยู่กับเรา ใน 2โครินธ์  4:7 เตือนว่า แต่ว่าเรามีของมีค่านี้อยู่ในภาชนะดิน เพื่อให้เห็นว่า ฤทธิ์เดชอันเลิศนั้นเป็นของพระเจ้า ไม่ได้มาจากตัวเราเอง”

เมื่อเรามองดูสาวกของพระเยซูคนที่พระเจ้าใช้ เราจะเห็นว่าพวกเขาแตะต้องได้ มีเลือดเนื้อเหมือนเรา ปูมหลังล่ะ พวกเขาถูกหาว่าเป็นพวกนอกศาสนาในยุคนั้น แต่พวกเขาได้ขยายขอบเขตความคิดด้านการเมือง สร้างสัมพันธ์ที่มีผลกระทบต่อกันอย่างหลากหลาย ถึงแม้พวกเขาสี่คนเป็นเพียงชาวประมง คนหนึ่งเป็นพวกหัวรุนแรง พร้อมที่จะไปต่อต้านและโค่นพวกโรมัน อีกคนเคยเป็นคนเก็บภาษีที่ทำงานกับชาวโรมัน ในเวลาปกติทั่วไป คนเก็บภาษีและพวกหัวรุนแรงต้องมีเรื่องกันเองแน่ๆ แต่พวกเขาถูกเรียกให้มาอยู่ด้วยกัน ให้รักซึ่งกันและกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกนี้

สาวกเป็นคนธรรมดาๆที่พระเจ้าทรงใช้ พวกเขามีข้อตำหนิและบกพร่อง ต่อสู้และมีชัยชนะ เรื่องราวความสัตย์ซื่อของพวกเขาถูกบันทึกไว้ให้เราเรียนรู้ได้ในพระคัมภีร์

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • คริสตจักรของพระเจ้าก็เช่นกัน จากต่างคน ต่างที่ ต่างนิสัย แต่มารวมตัวกัน เชื่อฟังพระเจ้า ขัดเกลาซึ่งกันและกัน จนพร้อมให้พระเจ้าใช้ออกไปเป็นทีม นับเป็นสถานที่ๆมหัศจรรย์จริงๆ
  • ขอให้เรายอมให้พระเจ้าปรับเปลี่ยน ยอมเชื่อฟัง เพื่อจะเป็นหนึ่งในทีมมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้ค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพระพร

ความสว่างที่เชื่อฟัง ยิ่งเพิ่มพูนความสว่างขึ้น

ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระธรรมของพระองค์ไว้ และปฏิบัติด้วยสุดใจของข้าพระองค์ (สดุดี 119:34)

องค์พระผู้เป็นเจ้าชอบธรรมหรือไม่?  ใช่ แล้วพระองค์ทรงสำแดงความชอบธรรมของพระองค์อย่างไร? สำแดงจากความเชื่อไปสู่ความเชื่อ พระเจ้าประทานความจริงแก่คุณ คุณเชื่อในความจริงนั้น และพระองค์ทรงประทานความจริงเพิ่มให้อีก ยิ่งคุณเชื่อฟังความสว่างมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้รับความสว่างเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

สาเหตุที่ทำไมพวกเราบางคนไม่เข้าใจพระคัมภีร์อย่างที่ควร เพราะเราไม่ได้ดำเนินชีวิตไปตามความสว่างที่พระเจ้าประทานให้

ถ้าคุณต้องการเข้าใจพระคัมภีร์ในตอนที่คุณยังไม่เข้าใจ ให้เริ่มจากเชื่อฟังทำตามในส่วนที่เข้าใจก่อน แล้วคุณจะค่อยๆเริ่มเข้าใจในส่วนที่ยังไม่เข้าใจนั้น – เข้าใจมั้ยครับ?

ทูลขอความเชื่อจากพระเจ้าให้เปิดเผยความจริงที่ยังซ่อนอยู่ในพระวจนะ ที่ยากเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจในตอนนี้

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หัวใจสำคัญของการเข้าใจน้ำพระทัยคือเชื่อฟังพระวจนะและทำตาม “อย่างเด็กๆ” ก่อน แล้วพระเจ้าจะเสริมสร้างเพิ่มพูนความเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆจนโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ
  • ที่สำคัญควรเข้าศึกษาพระวจนะ เพื่อจะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง เข้าชั้นเรียนตามที่แต่ละคริสตจักรจัดเไว้ให้สมาชิกค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

อนาคตที่แน่นอน

และท่านได้บรรลุถึงความครบบริบูรณ์ในพระองค์ ผู้เป็นศีรษะแห่งปวงเทพผู้ครองและศักดิเทพ (โคโลสี 2:10)

หลังจากข้ามทะเลกาลิลี พระเยซูและเหล่าสาวกก็ไปถึงยังแดนกาดารา ที่นั่นมีชายน่าสงสารสองคนออกมาพบพระองค์ ทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผีมารซาตาน

ตามที่พระกิตติคุณลูกาบันทึกไว้ เน้นไปที่ชายคนเดียว อาจเป็นเพราะเขาคงถูกครอบงำอย่างรุนแรง อันที่จริงในลูกา 8:27 เขียนไว้ว่าชายคนนี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าและอาศัยอยู่ตามอุโมงค์ฝังศพ ยิ่งกว่านั้นเรารู้ว่าเขาคงทุบตีและทำร้ายตนเอง อาจใช้หินคมๆกรีดไปตามผิวหนังด้วย ผู้คนพยายามล่ามโซ่เขาไว้ แต่ด้วยกำลังที่เกินมนุษย์ เขาหักโซ่จนหลุดออกได้

เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากับพระเยซู ผีที่สิงอยู่ในตัวก็ถามว่า “ท่านผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ท่านจะมายุ่งกับพวกเราทำไม?” (มัทธิว 8:29) สิ่งนี้บอกเราว่าพวกมารและสมุนของมันรู้ดีว่าวันแห่งการพิพากษากำลังจะมาถึง แน่นอน พวกมารนั้นกบฎต่อพระเจ้า จุดมุ่งหมายของพวกมันย่อมแตกต่างจากพวกเรา พวกมันต้องการทำลายล้างและสร้างหายนะมากเท่าที่จะทำได้จนกว่าพระเยซูเสด็จกลับมา

ถ้าเราเชื่อว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง เราก็น่าจะดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระองค์ เข้าใกล้พระองค์ให้มากที่สุดและยื่นมือออกไปเพื่อนำคนอื่นๆให้เข้ามาใกล้พระองค์

แต่พวกมารต้องการหยุดยั้งไม่ให้เรายื่นมือออกไปสู่โลกนี้ มันชอบกระซิบว่า “เอาหละ พระเจ้าไม่ใช้คนอย่างคุณหรอก เพราะคุณเป็นคนบาป! ยังไงๆก็ไม่รอดหรอก” ดังนั้นพวกมันจะคอยตอกย้ำถึงอดีตของคุณ ซึ่งส่งผลไปถึงอนาคตของคุณด้วย พวกมันจะต้องชดใช้ และถูกพระเจ้าพิพากษา – และพวกมันรู้ดีด้วย

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เมื่อเรารู้จักพระเจ้า เข้ามาวางใจ และเชื่อในพระสัญญา เราต้องไม่หวั่นไหวไปกับคำหลอกลวงของมารที่พยายามใส่เรื่องร้ายๆเข้ามาในความคิด ให้เอาตัวเราใกล้ชิดพระเจ้าไว้ ปลอดภัยที่สุด
  • อย่าลืมอธิษฐานเผื่อเด็กๆในคริสตจักร เด็กๆในครอบครัว และเด็กๆทั่วประเทศไทยในโอกาสวันเด็กที่ 8 มกราคมนี้ – ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านค่ะ

พันธกิจแห่งการอธิษฐาน

อธิษฐานไม่ใช่เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อจะรับใช้ − อธิษฐานเป็นการรับใช้

ผมได้ไปเทศนาฟื้นฟูที่เมืองแจ็คสันวิลล์ ฟลอริดาเมื่อหลายปีมาแล้วพร้อมกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยชื่อ เอมี่ ฮาร์วี่ สถานที่เป็นบ้านของเอมี่เองที่เปิดเป็นคริสตจักร เอมี่พูดว่า “เอเดรียน ผมอยากให้คุณไปพบคุณแม่ผมหน่อย”

เราต้องเดินไปตามทางเดินแคบๆในแฟลตที่คุณแม่ของเขาอยู่ สตรีร่างเล็กท่านนี้ค่อยๆเดินมาหาเรา – ข้อเข่าทั้งสองข้างของท่านบวมเป่ง จากการเป็นข้ออักเสบ ยืนตัวตรงแทบไม่ได้

ตอนนั้นผมยังเป็นหนุ่มนักประกาศ เป็นนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัย เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเป็นตัวของตัวเอง เธอถามพวกเราว่า “หนุ่มๆจ๊ะ การประชุมเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง?” ผมตอบว่า “ดีมาก ดีมากเลยครับ พระเจ้าเสด็จลงมา และเป็นที่ปลื้มปิติมาก” แล้วผมก็เริ่มเล่าเรื่องต่างๆที่ในการประชุมคืนนั้นให้เธอฟัง น้ำตาเธอหยดเผาะลงมา พูดว่า “ฉันรู้ เอเดรียน เพราะระหว่างที่เธอเทศนาอยู่นั้น ฉันคุกเข่าอธิษฐานเผื่อเธออยู่ที่นี่”

ความคิดของผม – เอเดรียน เธอนี่โง่เง่าสิ้นดี ช่างไม่รู้อะไรเลย แย่จริงๆ สตรีท่านนี้ต้องเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อคุกเข่าลงอธิษฐานเพื่อผม เธอกำลังทำงานรับใช้ เธอยอมเจ็บปวดเพื่อให้ดวงจิตวิญญาณบางดวงได้รับความรอด

คุณเคยได้รับการทรงเรียกในชีวิตหรือไม่ครับ? แน่นอนคุณเคย ถ้าคุณกำลังอธิษฐาน พี่น้องครับ คุณถูกเรียกให้เรามาสู่การงานรับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วครับ

โดย : Pastor Adrian Rogers

Daily treasure from the Words

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • การอธิษฐานเป็นการเปิดประตูแห่งพระพร ยิ่งได้อธิษฐานเผื่อผู้อื่น เผื่อคริสตจักร เผื่อดวงจิตวิญญาณที่หลงทางอยู่ในความมืด เราก็กำลังรับใช้ตามพระประสงค์ของพระเจ้าและพระองค์จะยิ่งเปิดประตูแห่งพระพรเพิ่มมากขึ้น
  • วันนี้คุณอธิษฐานเผื่อผู้อื่นหรือยังคะ? ถ้ายังไม่เคย ลองดู แล้ประตูแห่งพระพรจะเปิดออกอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว – ขอพระเจ้านำค่ะ

มีบางอย่างที่ฉันพอทำได้

พระองค์จึงตรัสสั่งคนทั้งปวง ให้นั่งรวมกันที่หญ้าสดเป็นหมู่ๆ ประชาชนก็ได้นั่งรวมกันเป็นหมู่ๆ หมู่ละร้อยคนบ้าง ห้าสิบบ้าง  (มาระโก 6:39-40)

เหน็ดเหนื่อย หิวโหย ไม่มีอะไรติดตัว รอบตัวมีแต่ความต้องการ นี่คือสิ่งที่สาวกของพระเยซูต้องเผชิญหลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อยจากพระราชกิจ แม้แต่พระเยซูเองก็ต้องการพักผ่อน พระองค์จึงบอกให้พวกสาวกนั่งเรือข้ามฟากไปก่อน ไปหาที่เงียบๆพักผ่อน เป็นความคิดที่ดีใช่มั้ย? แต่จริงๆแล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

จากพระราชกิจที่พระเยซูทำ มีผู้คนมากมายติดตามพระองค์ไปทุกหนแห่ง อันที่จริงพวกเขาโหยหาการสัมผัสจากพระองค์ พวกเขาวิ่งไปตามแนวชายฝั่ง และข้ามฟากไปก่อนพระองค์จะไปถึงด้วยซ้ำ

ลองนึกภาพท่าทีของสาวกที่เห็นคนคนหิวกระหายวิ่งไล่ตามขนาดนั้น ฉันคิดว่าพวกเขาคงรู้สึกกลวงโบ๋ข้างใน คุณเคยรู้สึกแบบเดียวกันหรือไม่? … เหน็ดเหนื่อยหมดแรงจากการเรียกร้องของผู้คนรอบข้าง  … ไม่มีอารมณ์ชื่นชมหลงเหลือ  …หมดเกลี้ยงไม่มีอะไรเหลือให้ใครอีกต่อไป

ขณะที่พวกสาวกต้องการล้มตัวลงพัก พระเยซูกลับเริ่มต้นสั่งสอนประชาชนอีก พระองค์ไม่เห็นหรือว่าพวกเขาหมดเรี่ยวแรงแล้ว?  ไม่ต้องการทำอะไรอีก เพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีอะไรให้ทำได้มากไปกว่านี้

พวกสาวกพยายามแม้กระทั่งยับยั้งไม่ให้พระเยซูเทศนาต่อ บอกประชาชนให้กลับบ้านไป พวกเขาจะได้อยู่อย่างสงบเสียที พวกเขาพูดว่า  “…ที่นี่กันดารอาหารนัก และบัดนี้เวลาก็เย็นลงมากแล้ว ขอพระองค์ทรงให้ประชาชนไปเสียเถิด เพื่อเขาจะได้ไปซื้ออาหารรับประทานตามบ้านไร่ บ้านนาที่อยู่แถบนี้” (มาระโก 6:35ข−36)

ไม่เพียงแต่สาวกเท่านั้นที่เหนื่อย แถวนั้นยังเป็นที่ “กันดารอาหาร” อีกด้วย ฉันรู้จักความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี หลายครั้งในชีวิตที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ความต้องการ สถานการณ์และผู้คนที่คอยบีบบังคับ ความหวังก็ริบหรี่เหมือนเทียนใกล้ดับ ในเวลาเช่นนั้น ดูเหมือน “ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้”

ในวันนั้น วันที่พวกสาวกรู้สึกแบกรับต่อไปไม่ไหว พระเยซูทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แทนที่จะปล่อยให้พวกสาวกส่งประชาชนกลับบ้าน พระองค์ตรัสว่า “พวกท่านจงเลี้ยงเขาเถิด” (มาระโก 6:37)

พระเยซูให้สาวกไปดูว่าพอมีอาหารหรือไม่  มี…แต่ว่าน้อยนิด พวกเขานำขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวส่งให้พระองค์ พระเยซูจึงสั่งสาวกให้จัดประชาชนนั่งลงเป็นหมู่ๆ (ข้อ 39) ขณะที่สาวกออกไปทำตามนั้น พระเยซูทรงขอบพระคุณพระบิดาสำหรับอาหารในพระหัตถ์  และส่งอาหารนั้นให้สาวกนำไปแจกจ่าย พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์ในวันนั้น ทุกคนได้กินอิ่ม และยังมีเหลืออีก 12 กระบุงเต็ม

ฉันอ่านเรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อไม่นานมานี้บางอย่างโดดเด่นสะดุดตาออกมา ทำไมพระเยซูต้องให้ประชาชนนั่งลงด้วย? และทำไมต้องนั่งเป็นกลุ่มๆ? คำตอบที่น่าจะชัดเจนคือเป็นเพราะสถานการณ์เกินจะรับมือไหว พระเยซูรู้ว่าประชาชนต้องหยุดและฟังคำสั่ง

เป็นเรื่องแสนธรรมดา หยุดและรอฟังว่าให้ทำอะไรต่อไป จะเป็นอย่างไรถ้าพระเยซูต้องการให้พวกสาวกเบนความสนใจไปจากสิ่งที่พวกเขาคิดว่า “ทำไม่ได้” ไปยังสิ่งที่พวกเขา “พอทำได้”? และพระองค์จะทรงทำสิ่งที่เหลือกำลังของพวกเขาเอง − ทรงทำการอัศจรรย์

พวกสาวกมองไปที่ความขาดแคลนของตัวเอง และคิดว่ายังไงๆก็ไม่มีทางตอบสนองความต้องการอันมหาศาลนี้ได้ จึงตัดสินใจไม่ทำอะไรเลย ที่แย่กว่าคือพวกเขาลืมไปว่ากำลังยืนอยู่ข้างๆบุคคลที่ช่วยได้ แต่พระเยซูต้องการให้พวกเขาลงมือทำบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ก่อน เพื่อเตรียมสำหรับการอัศจรรย์ที่พระองค์จะทรงประทานให้ต่อมา

เมื่อเผชิญหน้ากับความยากลำบากในชีวิต มีสติปัญญาสำหรับฉันเสมอ บ่อยครั้งฉันมัวแต่คิดว่าเรื่องนี้ “เกินความควบคุม” และเพ่งไปแต่ที่ปัญหา คิดว่ามันไม่ยุติธรรม ถึงแม้จะอธิษฐานแล้ว ทูลพระองค์ถึงความต้องการและมอบสิ่งที่มีให้องค์พระเยซูแล้ว ฉันก็ยังเพ่งไปในสิ่งที่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้อยู่ดี นับเป็นการกำหนดกรอบมุมมองที่จำกัดของตัวเองอย่างน่าเสียดาย

บางครั้งก็ลืมไปว่าตัวเองยืนอยู่ใกล้บุคคลที่สามารถเลี้ยงคนห้าพันคนได้ด้วยขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัว …แถมยังมีเหลืออีก! บางครั้งแทนที่จะทำในสิ่งที่พระเจ้าวางไว้ตรงหน้า ฉันกลับยืนเฉยไม่ทำอะไรเลย

บางทีแทนที่จะยืนบิดมือด้วยความกังวล ฉันควรจะตั้งต้นทำในสิ่ง “ควบคุมได้” ก่อน มีบางสิ่งที่เราสามารถทำได้เสมอเพื่อให้สถานการณ์อยู่ในการควบคุม ไม่ใช่วิธีเบนความสนใจไปที่อื่น  … แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากความเชื่อ พระเยซูยังทรงทำการอัศจรรย์อยู่ และที่แน่ๆฉันไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้

โดย: Glynnis Whitwer

Girlfriends in God: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • อันนี้ตัวเองเป็น พอคิดว่าทำอะไรไม่ได้ ก็เฉยๆไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้สถานการณ์พาไป แต่ขอบคุณพระเจ้าที่มีพี่น้องรอบตัวหลายคนเป็นประเภท “ไฮเปอร์” นิ่งไม่เป็น ต้องทำอะไรก็ได้ไปก่อน เดี๋ยวที่เหลือจะค่อยๆตามมาเอง
  • เราคงต้องไม่เอากรอบความคิดของตัวเองปิดกั้นการอัศจรรย์ของพระเจ้า สิ่งนี้คงต้องอาศัยความเชื่อ และการไว้วางใจที่ต้องฝึกฝนพัฒนาไปเรื่อยๆค่ะ – ขอพระเจ้าเป็นกำลังให้ทุกท่านค่ะ

ออกเดินทางไปในปีใหม่นี้

“ที่ใดๆที่ไม่มีการเผยธรรม ประชาชนก็ละทิ้งความยับยั้งชั่งใจเสีย แต่คนที่รักษาธรรมบัญญัติจะเป็นสุข” (สุภาษิต 29:18)

เฮเลน เคลลเลอร์เกิดมาเป็นคนตาบอด แต่เธอเป็นคนมีวิสัยทัศน์ ผู้สื่อข่าวถามเธอว่า “มีอะไรที่แย่กว่าเกิดมาตาบอดหรือเปล่าครับ?”

“มีสิ” เธอตอบ “คือมีตาดี แต่ไม่มีวิสัยทัศน์”

คุณมีวิสัยทัศน์สำหรับชีวิตของคุณในปีใหม่นี้หรือไม่? เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ผมจะทบทวนเป้าหมายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ ความสัมพันธ์ ความรอบรู้ ร่างกาย และเป้าหมายในเรื่องการเงิน ผมอธิษฐานกับพระเจ้าในเรื่องเหล่านี้ ทูลขอน้ำพระทัยในแต่ละเรื่องสำหรับชีวิตของผม โดยนำทุกสิ่งมาวางไว้บนมือและมอบถวายให้กับพระองค์ ขอพระองค์ประทานสติปัญญา ทิศทาง และพระประสงค์ตามที่พระองค์หมายพระทัยไว้ ผมไม่อยากเป็นคนที่ขาดวิสัยทัศน์ และไม่ต้องการให้คุณเป็นด้วย

ตั้งต้นคิดว่าคุณต้องการมีเป้าหมายใดในชีวิต อธิษฐานและแสวงหาพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขณะใคร่ครวญถึงชีวิตของคุณในอนาคตนะครับ

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เป็นเรื่องที่ควรทำมาก นำความตั้งใจทั้งหมดของเรามาวางไว้บนมือ ยกมอบให้องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้พระองค์ปรับเปลี่ยนไปตามพระประสงค์ เพื่อในอีก 361 วันข้างหน้าเราจะเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นที่พอพระทัย
  • ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกท่านรู้น้ำพระทัย กล้าดำเนินตามพระประสงค์ พึ่งพิงพระวจนะ ดูแลร่วมรับใช้ด้วยกันในแผ่นดินของพระองค์ และที่ขาดไม่ได้เลยคืออธิษฐานตลอดเวลาค่ะ

ก่อสร้าง และคุ้มกัน

ตั้งแต่วันนั้นมา ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าครึ่งหนึ่งทำการก่อสร้าง อีกครึ่งหนึ่งถือหอก โล่ คันธนู และเสื้อเกราะ บรรดาประมุขทั้งหลายหนุนหลังพวกยูดาห์ ผู้ที่ก่อสร้างกำแพง และบรรดาผู้ที่ขนของก็ยกของขึ้น ทุกคนมือหนึ่งทำงาน อีกมือหนึ่งถืออาวุธไว้ (เนหะมีย์ 4:16-17)

เมื่อพระเจ้าเรียกเนหะมีย์ ผู้เชิญถ้วยเหล้าองุ่นของพระราชาอารทาเซอร์ซีส ให้มาสร้างกำแพงเมืองเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ เนหะมีย์กำลังมีชีวิตที่สะดวกสบาย อยู่ในตำแหน่งและมีฐานะ แต่เนหะมีย์รู้สึกมีบางอย่างรบกวนจิตใจ เพราะท่านรู้ว่าขณะที่ท่านมีความสุขดีอยู่นั้น เพื่อนร่วมชาติชาวยิวกำลังอาศัยอยู่ในซากปรักหักพัง กำแพงสูงที่ครั้งหนึ่งเคยล้อมอยู่รอบกรุงเยรูซาเล็มนั้นกลายเป็นเศษอิฐหักๆกองอยู่ ทั้งถูกไฟเผาและถูกทำลาย พระเจ้าทรงสั่งให้เนหะมีย์ใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อทำการนี้ เนหะมีย์จึงอธิษฐานและไปเข้าเฝ้าพระราชา ทูลขอพระราชานุญาตกลับไปสร้างกำแพงเมืองขึ้นมาใหม่ พระราชาทรงอนุญาต และเนหะมีย์ได้กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เริ่มจัดการหาคนมาช่วยกันสร้างกำแพง

ตอนแรก พวกเขาไม่มีใครสนใจเลย แต่ในที่สุดเนหะมีย์ก็รวบรวมคนได้ ทุกคนช่วยกันทำงาน ไม่ช้าเมื่อคนอิสราเอลเริ่มสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ การต่อต้านก็เกิดขึ้น

เป็นที่สิ่งเตือนเราว่า เมื่อไรก็ตามที่คนของพระเจ้าพูดกันว่า “ลุกขึ้นเถอะ และมาเริ่มลงมือกัน” พวกมารและสมุนของมันก็จะพูดว่า “ลุกขึ้นเถอะ ไปต่อต้านกัน” เรื่องท้าทายยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งขององค์กรที่เราทำอยู่ คือเมื่อใดก็ตามที่เราจะไปประกาศ ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเอกสาร ใบปลิว สถานที่ หรือสิ่งจำเป็นต่างๆที่ต้องใช้ สิ่งที่ยากที่สุดคือปลุกคริสตจักรท้องถิ่นให้ตื่นขึ้น เพื่อออกไปประกาศข่าวประเสริฐที่ในชุมชนของพวกเขาเอง

และนี่คือสิ่งที่เนหะมีย์ต้องทำ เราเองก็ต้องทำด้วย ทางหนึ่งคือเราต้องเสริมสร้างตัวเองขึ้นในความเชื่อ และอีกทางเราต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อความเชื่อ เราสร้างขึ้นและคุ้มกัน สองสิ่งนี้ต้องไปด้วยกันครับ

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เป็นความจริงที่ทุกครั้งเราออกไปทำงาน นำคนมาสู่แผ่นดินของพระเจ้า เรามักถูกขวางด้วยสารพัดเรื่อง ทั้งๆที่รู้ แต่พอเกิดขึ้นรับมือแทบไม่ทัน
  • สิ่งที่ทำได้คือรู้ทันเล่ห์กลของมาร ถ้าพลาดพลั้งเผลอไป ต้องไว หันกลับมาตั้งตัว สู้ อย่ายอมแพ้ แล้วการงานของพระเจ้าจะสำเร็จลงอย่างสวยงาม – อย่าลืม “สร้าง และคุ้มกัน” ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ