ปีใหม่ ทำใหม่ ด้วยวิถีใหม่

ปีใหม่ ทำใหม่ ด้วยวิถีใหม่!

ปีใหม่แล้ว 

พี่น้อง… จะทำอะไรใหม่ๆ กันดี?

จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่  หรือเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ดี? จะถือโอกาสเปลี่ยนรถ หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้าน ดีไหม? หรือจะจัดให้หนักกว่านั้นอีก ก็คือ เปลี่ยนคอนโด หรือเปลี่ยนบ้านใหม่เสียเลย ดีไหม?

Continue Reading “ปีใหม่ ทำใหม่ ด้วยวิถีใหม่”

สันติสุขแท้สู่ครอบครัว

สันติสุขแท้สู่ครอบครัว

“เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย” -พระเยซูคริสต์ : (-ยอห์น 14:27 THSV11)

“Peace I leave with you; my peace I give to you. Not as the world gives do I give to you. Let not your hearts be troubled, neither let them be afraid.”Jesus Christ: (John 14:27 ESV)

ใครๆ ก็ต้องการสันติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สันติแท้ที่ให้ความสุขอย่างยั่งยืน ไม่ใช่สันติเทียมที่ให้ความสุขชั่วคราว เพราะว่า ในโลกนี้มีสันติปลอม และสันติชั่วคราวมากมาย และมีคนจำนวนมากที่เต็มใจจ่ายราคาแพงเพียงเพื่อได้ สันติเทียม สันติที่เราทุกคนต้องการจริง ๆ ในชีวิตเป็นส่วนตัว ก็คือ สันติที่ให้ความสุขแท้ที่เรียกว่า สันติสุข! และสันติที่เราต้องการเป็นส่วนรวมก็คือ สันติภาพ

Continue Reading “สันติสุขแท้สู่ครอบครัว”

ความรักเมตตาส่งตรงจากสวรรค์

 ความรักเมตตาส่งตรงจากสวรรค์

“โดยพระทัยเมตตาของพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในความมืด และในเงาของความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข” -เศคาริยาห์ (ลูกา 1:78-79 THSV11)

“because of the tender mercy of our God, Where by the sunrise shall visit us from on high to give light to those who sit in darkness and in the shadow of death, to guide our feet into the way of peace.” ~Zechariah (Luke 1:78-79 ESV)

คริสต์มาสเป็นเรื่องราวข่าวดี ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลก และเปลี่ยนชีวิตของเราทุกคน! เพราะ… “ความรัก” มีพลังในการเปลี่ยนแปลงอันมหาศาล! และ คริสต์มาสเป็นเวลาที่พระเจ้าทรงแสดงพระทัยรักเมตตาของพระองค์ต่อมวลมนุษย์โดยไม่จำกัดที่เชื้อชาติ ศาสนา เพศวัย หรือ ฐานะตำแหน่งใดๆ ฯลฯ

Continue Reading “ความรักเมตตาส่งตรงจากสวรรค์”

คริสตมาสเป็นเวลาเช่นใดในชีวิตของคุณ

คริสตมาสเป็นเวลาเช่นใดในชีวิตของคุณ?

ในหลายสิบปีหลังที่มามา แทบไม่มีปีใดที่ผมไม่ได้ร้องหรือไม่ได้ยินเพลงคริสตมาสสั้นๆ ที่มีชื่อว่า “คริสตมาสเป็นเวลา” ซึ่งแปลมาจากเพลงภาษาอังกฤษว่า “Christmas is a time to love”

เมื่อสืบเสาะดูก็พบว่า เป็นหนึ่งบทเพลงในอัลบั้ม ’Psalty’s Christmas Calamity‘  ที่มีชื่อเพลงว่า CHRISTMAS IS A TIME TO LOVE “  ประพันธ์และบันทึกเสียงโดย Ernie Rettino & Debby Kerner Rettino – 1982 & 2006 Rettino/Kerner Publishing. –

มีเนื้อร้องดังนี้

Chorus

        “Christmas is a time,   Christmas is a time,

           Christmas is a time to love.

           Christmas is a time,   Christmas is a time,

           Christmas is a time to love.”

Verse 1

            We often start to worry  and people get upset,

            If things don’t all go right on Christmas day.

            What we should remember in all the push and shove,

             Is Christmas is a time to love.  (Chorus)

Verse 2

             Maybe things don’t sound right, or look the way they should,

             And maybe they’re not perfectly in tune.

             It really doesn’t matter,  Let’s keep our eyes above.

             ‘Cause Christmas is a time to love   (Chorus)

และมีผู้นำมาแปลไว้เป็นภาษาไทย ดังนี้

เพลง คริสต์มาสเป็นเวลา  

“คริสตมาสเป็นเวลา    คริสตมาสเป็นเวลา  
  

คริสตมาสเป็นเวลาแห่งความรัก  (2)
     

บ่อยครั้งที่เรามัวกลุ้มใจ  ทิ้งให้ชีวิตหม่นหมอง  
 

เฝ้ามองมีใครบ้างไหมที่จะเข้าใจ
    

ข่าวดีวันนี้พระเจ้าให้  สายใยใจรักผูกพัน       

พระเยซูบังเกิดในรางหญ้า”

แต่เมื่อดูแล้ว ผมเห็นว่าเนื้อเพลงนี้ขาดหายไป 1ข้อ ผมก็เลยขอร่วมแปลข้อสองเพิ่มขึ้นมาว่า…

“บางครั้งฟังดูไม่น่าใช่ ไม่เป็นดังที่หวังไว้

 เฝ้ามองมีใครบ้างไหม ทำให้ชื่นใจ

 ข่าวดีวันนี้พระเจ้าให้  หัวใจเราเต็มสุขสันต์

 พระเยซูบังเกิดในใจเรา”

ใช่ครับ

  • ไม่ว่าเราจะเจอะเจอกับอะไร ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
  • ไม่ว่าจะหนาวหรือร้อน  จะหนักมากหรือหนักเอาเรื่อง
  • ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางอาชีพการงาน หรือจะเป็นภาระหนักในความรับผิดชอบและความสัมพันธ์ต่อครอบครัว
  • ไม่ว่าจะเป็นความพลิกผัน หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่ทำให้ตั้งตัวรับไม่ทันหรือรับไม่ไหว
  • ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์เจ็บปวดจากการเจ็บป่วยของตัวคุณเอง   หรือความเจ็บไข้ของคนในครอบครัว และมวลหมู่คนที่คุณรัก หรือแม้แต่ ความผิดหวัง ท้อแท้ใจกับการทำดีรับใช้ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน!

อย่างไรก็ตาม คริสต์มาสยังคงเป็นวาระเวลาแห่งการเตือนสติเราให้ได้สติว่า นี่ควรจะเป็นเวลาที่เราจะมีความสุข และได้ทำให้ผู้อื่นมีความสุขด้วย เพราะพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ มาเป็นบุตรของมนุษย์เพื่อไถ่บาปของเรา เพื่อทำให้มนุษย์ในโลกอย่างเรา ซึ่งได้รับพระคุณและพระเมตตากลับกลายเป็นบุตรของพระเจ้าได้อย่างอัศจรรย์

ดังนั้น คริสตมาสจึงไม่ควรที่เราจะนั่งจมอยู่ในความทุกข์ ท้อแท้ สิ้นหวัง หรือเจ็บปวด แต่ขอให้เป็นเวลาที่เราจะแสดงความรักต่อคนทั้งหลายที่ทุกข์ทนอยู่ในสภาวะเช่นนั้น และหากว่าคุณเองเป็นหนึ่งในท่ามกลางคนเหล่านั้น นี่คือข่าวดีสำหรับคุณ

  • จงเปิดใจรับพระคริสต์แห่งคริสต์มาส
  • จงเปรมปรีดิ์กับความรอดจากสวรรค์ที่นำมาถึงคุณผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์
  • จงฉวยโอกาสนี้ดื่มด่ำกับความรักนิรันดร์ของพระองค์ และ
  • จงลุกขึ้น ก้าวออกไปแบ่งปันข่าวดี และ ความรักอันแสนวิเศษนั้นแก่คนรอบตัวของคุณ ณ บัดนี้เลย!

เพราะว่าคริสต์มาสเป็นเวลา แห่งการแบ่งปันความรักที่คุณสามารถจะทำได้!

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ TassiJae)

คุณรู้สึกอย่างไร หากว่าวันหนึ่งเพื่อนบ้านของคุณจะฟ้องร้องคุณต่อพระพักตร์ของพระเจ้า?

คุณรู้สึกอย่างไร หากว่าวันหนึ่งเพื่อนบ้านของคุณจะฟ้องร้องคุณต่อพระพักตร์ของพระเจ้า?

“เพราะว่าถ้าข้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐ ข้าพเจ้าก็ไม่มีเหตุที่จะอวดได้ เพราะว่าข้าพเจ้าจำต้องทำและถ้าไม่ประกาศ วิบัติจะเกิดกับข้าพเจ้า” (1โครินธ์ 9:16)

เรารู้อยู่แล้ว มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป และต้องรับผลจากบาปที่เราแต่ละคนทำ นั่นคือเราต้องตาย!

Continue Reading “คุณรู้สึกอย่างไร หากว่าวันหนึ่งเพื่อนบ้านของคุณจะฟ้องร้องคุณต่อพระพักตร์ของพระเจ้า?”

จะฟังคำแนะนำของใคร ก็ให้ระวังด้วย

จะฟังคำแนะนำของใคร ก็ให้ระวังด้วย!

“อย่าตัดสินใจทำตามคำปรึกษาของคนที่ไม่ต้องรับผิดชอบกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำตามคำแนะนำนั้น!”

“Don’t base your decisions on the advice of those who don’t have to deal with the results.”

คำปรึกษาเป็นสิ่งสำคัญ เราทุกคนล้วนต้องการคำปรึกษา แต่หากเราคิดว่า ตัวเราเองรู้ทุกอย่างแล้ว และไม่ต้องการคำปรึกษาใดๆ อีก นั่นคือ เวลาที่เราต้องการคำปรึกษาอย่างเร่งด่วน!

แล้วใครล่ะคือบุคคลที่เราควรขอรับคำปรึกษา?   เราต้องตระหนักไว้เสมอว่า

หากปรึกษาถูกคน ชีวิตของเราก็เป็นสุข หากปรึกษาผิดคน ชีวิตของเราก็ต้องทนทุกข์!

คนบางคนยึดติดกฎติดกรอบจนกระดิกไม่ไหว หากไปขอคำปรึกษาจากคนประเภทนี้ คำปรึกษาของเขาแม้บางครั้งฟังดูดี แต่บางครั้งก็อาจสร้างปัญหาให้แก่เราเป็นอันมากได้ เพราะเขาอาจไม่รู้หรือไม่เข้าใจสถานการณ์ตามความเป็นจริง ต้องการความยืดหยุ่น และศิลปะในการจัดการกับปัญหานั้นอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าทำตามคำแนะนำโดยขาดข้อมูลสำคัญบางอย่าง นอกจากนี้ บางครั้งตัวเขาเองยังอาจไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของกฎกติกาเหล่านั้นที่เขายึดถืออยู่ซะด้วยซ้ำ ทำให้เขาเถรตรงยึดเอาแต่ตัวอักษรของกฎบัญญัติเท่านั้น

ดังนั้นหากใครปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น อย่างขาดความเฉลียว ผู้ปฏิบัติตามก็อาจได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัสโดยไม่จำเป็น

แต่ตรงกันข้าม หากไปปรึกษากับคนดีอีกประเภทหนึ่งที่ไม่เคารพในกฎกติกาใดๆ เขาเอาแต่อารมณ์ หรือความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ คำปรึกษาของคนประเภทนี้ บางครั้งก็ดี แต่บางครั้งก็อาจสร้างความอึดอัดใจให้แก่คนรอบข้างเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่มีหลักอะไรที่เป็นแก่นสารให้ควรยึดไว้เลยนอกจากตามความพอใจของตัวเขาเอง

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เราขอคำปรึกษาหรือให้คำปรึกษาแก่ผู้ใด เราจึงจำเป็นต้องเตือนสติตัวเราเองก่อนว่า การขอ หรือให้คำแนะนำ และหรือ การรับคำปรึกษาแนะนำจากผู้หนึ่งผู้ใด โดยปราศจากการหาข้อมูลและการใคร่ครวญตรึกตรองให้ดี อย่างมีวิจารณญาณอาจนำความหายนะ หรือความทุกข์เจ็บปวดมาสู่ตัวของเราและของผู้อื่นก็เป็นได้

ดังเช่นที่เพื่อนๆ ของโยบผู้เจตนาดี แต่กลับกลายเป็นผู้กวนใจโดยกระทำเช่นนั้นต่อโยบโดยไม่รู้ตัว

“ข้าเคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มามากแล้ว  ท่านทุกคนเป็นผู้เล้าโลมที่กวนใจ (ผู้ปลอบโยนที่ทำให้ยิ่งทุกข์ใจ) คำลมๆ แล้งๆ จะจบสิ้นเมื่อไรหนอ  ท่านเป็นอะไรไปท่านจึงตอบอย่างนี้” ~โยบ 16:2-3 TH1971/THSV11

คนที่ให้คำปรึกษาที่ดี จึงควรที่จะคำนึงถึงพระทัยของพระเจ้า และเจตนารมณ์แห่งพระบัญญัติของพระองค์ก่อนความคิดเห็นหรือความรู้สึกของตน และต้องทำความเข้าใจกับภูมิหลังความคิดความเชื่อ และสภาวการณ์ของคนที่อยู่ตรงหน้าของเราด้วยเสมอ

และเรื่องสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งคือ ผู้ให้คำปรึกษาที่ดีต้องตระหนักก่อนว่า ผลกระทบที่คนที่รับคำปรึกษา จะต้องรับหรือต้องเผชิญตามมานั้นคืออะไร?

และต้องถามตนเองซ้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ว่า ยังมีคำแนะนำ ทางออกหรือทางเลือกใดที่ดีกว่าที่มีอยู่นั้นอีกหรือไม่?

และจงพยายามคิดถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ  ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

จึงสรุปได้ว่า…ก่อนที่เราจะขอคำปรึกษาจากหรือให้คำแนะนำแก่ผู้ใด! ขอให้เราขอรับคำปรึกษาจากพระเจ้า ผู้ทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ ทั้งโดยการอธิษฐาน และการศึกษาพระวจนะของพระองค์ และขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณที่ผ่านประสบการณ์ในเรื่องนั้น และคิดถึงผลกระทบและผลข้างเคียงจากการกระทำตามคำแนะนำปรึกษาของเราต่อชีวิตของผู้รับคำปรึกษา โดยขอให้ตั้งใจที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่มีความรักและมีคุณค่าแก่ผู้อื่นอย่างรับผิดชอบเสมอไป!

…จะดีไหมครับ?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Christian Standard Bible)

ผู้หญิงอย่างที่คริสตจักรต้องการ

ผู้หญิงอย่างที่คริสตจักรต้องการ

ในยุคนี้สมัยนี้ หากมีคริสตจักรไหนไม่มีสตรีร่วมรับใช้ คงเป็นเรื่องแปลกแบบสะท้านโลกาทีเดียว เพราะยุคนี้ เป็นยุคที่คริสตจักรมีจำนวนผู้หญิงเป็นผู้กระตือร้นในการรับใช้มากกว่าผู้ชาย แบบเห็นประจักษ์ชัด

ปกติแล้วคริสตจักรมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ที่ยิ่งน่าเศร้าเข้าไปอีกก็คือ ผู้ชายที่มีจำนวนน้อยนิดนั้น กลับไม่ได้กระตือรือร้นในการรับใช้เหมือนกับที่บรรดาพวกผู้หญิงเหล่านั้นได้กระทำ ผู้หญิงจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้คริสตจักรอยู่รอดและสามารถกระทำพันธกิจของคริสตจักรต่อไปได้ เราจึงควรที่จะยกย่องให้เกียรติ ให้กำลังใจแก่บรรดาผู้หญิงที่พระเจ้าทรงโปรดปรานเหล่านี้อยู่เสมอ

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึง ผู้หญิงประเภทใดบ้าง?

1.ผู้หญิงที่รับใช้ เล็กๆ น้อยตามถนัด
เช่น แม่ยายของเปโตร (มธ. 8:14-15; มก. 1:30-31; ลก 4:38-39)            

2.ผู้หญิงที่รักและนมัสการพระเยซูคริสต์หมดหัวใจ
เช่นผู้หญิงที่ชโลมพระเยซูคริสต์ด้วยน้ำหอม (มธ 26: 6-13; มก. 14:3-9; ยน.12:1-8)            

3.ผู้หญิงที่ยืนหยัดซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเยซูคริสต์จนถึงที่สุด
เช่น มารีย์ ชาว มักดาลา (มธ 27:57, 61; มธ 28:1-10; มก 15: 40-41, 47; 16: 1-8, 9-11; ลก 8:2-3;   24: 1-11, 22-24; ยน 19:25; 20: 1-3, 11-18) 

4.ผู้หญิงที่ทุ่มถวายทรัพย์อย่างสุดกำลังเพื่อพระเจ้า
  เช่น หญิงม่ายยากจน ที่ถวายเหรียญทองแดง2อันที่มีแค่นั้น (มก 12:41-44; ลก 21:1-4)

5.ผู้หญิงที่จริงจังทุ่มใจในการรับใช้เช่น มารธา (ลก 10: 37-42; ยน 11: 1-6, 17-27, 34-45; 12:2)

6.ผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับพระเยซูคริสต์และพระวจนะของพระองค์เหนือสิ่งใด
    เช่น มารีย์ แห่งเบธานี(ลก 10: 37-42; ยน 11: 1-5, 17-20, 28-34, 39-45; 12:3-9)

7.ผู้หญิงผู้สนับสนุนสถานที่สำหรับสามัคคีธรรมและนมัสการพระเจ้า
    เช่น มารีย์ มารดาของ ยอห์น มาระโก (กจ 12:12; คส 4:10)

8.ผู้หญิงผู้ประกาศอย่างกล้าหาญและนำคนมาหาพระเยซูคริสต์
   เช่น หญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำ (ยน 4: 7-42)

9.ผู้หญิงผู้ประกอบกิจแห่งความดีช่วยเหลือคนจนด้วยความเมตตา
   เช่น ทาบิธา หรือ โดรคัส (กจ 9:36-42)

10.ผู้หญิงที่สอนลูกหลานให้รับความรอดและเดินอยู่ในทางของพระเจ้า
    เช่น โลอิส และยูนีส(2 ทธ 1:5; กจ 16:1)

11.ผู้หญิงผู้ใส่ใจอธิษฐาน สนับสนุนและอุปการะคนของพระเจ้า
     เช่น ลิเดีย และพวกผู้หญิง (กิจการ 16:11-15)

12.ผู้หญิงผู้กระตือรือร้นในการร่วมทีมประกาศข่าวประเสริฐและสร้างสาวก
     เช่น ปริสสิลลา (กจ 18:2-3, 18-20, 24-26; รม. 16: 3-5; 1คร. 16:19; 2 ทธ 4:19) 

13.ผู้หญิงที่เป็นผู้นำที่รับใช้ และอุปถัมภ์คนมากมาย
      เช่น เฟบี (รม 16:1-2)

14.ผู้หญิงที่ยอมตรากตรำปฏิบัติงานในองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อคนอื่น
      เช่น มารีย์ แห่งโรม (รม. 16:6) เปอร์ซีส ตรีเฟนาและตรีโฟสา(รม16:12)

15.ผู้หญิงที่มีชื่อเสียงดีในหมู่ผู้นำและผู้ประกาศข่าวประเสริฐ
      เช่น ยูนีอัส (รม. 16: 7)

16.ผู้หญิงที่รักการเผยแพร่ข่าวประเสริฐและตั้งคริสตจักรในบ้านของตน
      เช่น นุมฟา(คส.4:15)

ถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณได้ฝากชื่อของคุณให้เป็นที่เล่าขานกันต่อไปอย่างไร แบบสตรีคนใดในพระคัมภีร์? และหากคุณเป็นผู้ชาย คุณได้ทำอะไรบ้างที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้สตรีในคริสตจักรของคุณได้มีโอกาสและเวทีในการสำแดงศักยภาพของพวกเธอออกมาแบบทำให้โลกตะลึง?

ขอให้พระเจ้าทรงได้รับการถวายพระเกียรติสูงสุด จากบรรดาผู้หญิงเช่นนี้ในคริสตจักร!

ไม่ทราบว่าพี่น้องเห็นด้วยไหมครับ? ถ้าเห็นด้วย…ก็ขอให้ทุกท่านจงพูดออกมาว่า “อ า เ ม น!”

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer