เพื่อนดีมีค่าเกินราคา!

ตั้งแต่เยาว์วัย ผมท่องจำบทกลอนหนึ่งซึ่งผมชอบมากได้อย่างขึ้นใจ มีเนื้อความว่า:

“เพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนมีเกลือนิดหน่อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล!”

แม้เวลานี้ ผมจะมีวัยเกินครึ่งศตวรรษเข้าไปแล้ว แต่ผมก็ยังจดจำข้อคิดมีคตินี้ได้อย่างฝังใจ!..ใช่ครับ คนเราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเราควรจะหยิบยื่นความเป็นเพื่อนให้กับทุกคนโดยไม่ถือชั้นวรรณะ และไม่จำกัดจำนวน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่มีทางที่จะพัฒนามิตรภาพกับคนจำนวนมากให้ลึกซึ้งได้ด้วยความจำกัดของปัจจัยหลาย ๆ ประการ ด้วยเหตุนี้… คุณค่าของเพื่อนจึงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ (Quantity) แต่อยู่ที่คุณภาพ (Quality) หากว่าคุณมีเพื่อนที่มีคุณภาพแม้จะเป็นเพียงแต่หยิบมือเดียว แต่ก็ทำให้ชีวิตของคุณมีความรื่นรมย์อย่างสุดที่จะพรรณนาได้แล้ว

เพื่อนดีมีคุณภาพคือเพื่อนที่เสริมหรือเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของคุณ! ดังนั้น เพื่อนคนใดที่ยิ่งคบหาก็ยิ่งฉุดคุณให้ตกต่ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณธรรม ศีลธรรมและพฤติกรรม เพื่อนอย่างนั้นคุณควรรีบออกห่างไว้จะปลอดภัยกว่า! ในพระคัมภีร์แนะนำไว้ว่าเพื่อนที่ดีคือ …เพื่อนที่ลับเพื่อนของตนให้คมยิ่ง หรือมีประโยชน์มากกว่าเดิม

“เหล็กลับเหล็กได้ คนหนึ่งก็ลับเพื่อนของตนได้” (สุภาษิต 27:17)

และเพื่อนที่ดีจะพยุงเพื่อนของเขาให้ลุกขึ้นในยามที่เขาล้มลง…ใคร ๆ ก็พูดได้ว่า เขาเป็นเพื่อนของเรา แต่สิ่งที่จะเป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นแจ้งชัดว่า ใครคือเพื่อนแท้ ก็คือต้องดูในยามที่เราต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ! ดังคำภาษิตที่ว่า “เพื่อนแท้คือเพื่อนในยามยาก!” (A friend in need is a friend indeed!)

โดยปกติแล้ว ในโลกนี้คงจะมีแต่พ่อแม่ (ที่ดี) เท่านั้นที่รักเรา ใกล้เคียงกับความคาดหวังนี้หรือ อาจมีเพื่อนบางคนที่รักเราจริงๆ จนยอมเคียงข้างเราในทุกวาระโอกาสของชีวิต ไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงใด! แต่เพื่อนในอุดมคติที่จะยืนหยัดเคียงคู่เราไปจนวันตายคือคู่สมรส (สามีหรือภรรยา) ของเรา!

ช่างน่าเศร้าใจที่ความเป็นจริงซึ่งปรากฎให้เห็นในปัจจุบัน เพื่อนประเภทที่กล่าวถึงนี้ช่างหายากเหลือเกินในท่ามกลางมวลมิตร หรือแม้แต่คนที่เรียกว่า “คู่ชีวิต” ! หากว่าวันนี้คุณนั่งลงใคร่ครวญคิดถึงเพื่อนดีที่เข้มข้นในมิตรภาพดุจเกลืออันมีคุณค่า ในชีวิตของคุณที่ผ่านมาคุณสามารถจะเขียนชื่อออกมาได้กี่ชื่อ? และทำไมคุณจึงมั่นว่าเขาจะไม่ทิ้งคุณในยามยากลำบาก หรือไม่ทรยศต่อความไว้วางใจที่คุณมีต่อเขา? หากคุณหาและมีเพื่อนชนิดนี้ได้ต้องถือว่าคุณ “โชคดี” แต่หากว่าคุณหาเพื่อนชนิดนี้ไม่ได้ก็ยังไม่นับว่า  “โชคร้าย!” ซะทีเดียว  เพราะว่า องค์พระเยซูคริสต์ทรงยินดีเป็นเพื่อนหรือสหายของคุณ! พระองค์สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนแท้ของคุณที่เต็มพระทัยยอมตายเพื่อไถ่บาปคุณ แม้แต่ในยามที่คุณเป็นศัตรูกับพระองค์ อ.เปาโลได้ยืนยันในเรื่องนี้ไว้ดังนี้

“แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลายคือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้นพระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพราะว่าถ้าขณะที่เรายังเป็นศัตรูต่อพระเจ้าเราได้กลับคืนดีกับพระองค์ โดยที่พระบุตรของพระองค์สิ้นพระชนม์  ยิ่งกว่านั้นอีกเมื่อเรากลับคืนดีแล้วเราก็จะรอดโดยพระชนม์ชีพของพระองค์แน่” (โรม.5:8,10)

บัดนี้พระคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงพระชนม์อยู่ ทรงพร้อมที่จะเคียงข้างคุณในทุกมรสุมชีวิตของคุณ! คุณเองล่ะ… พร้อมที่จะให้พระองค์ทรงเป็นเพื่อนที่เยี่ยมยอดที่สุดในชีวิตของคุณหรือไม่?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานพระเยซูคริสตมาให้เป็นเพื่อนแท้ เป็นสหายเลิศ และเป็นต้นแบบให้แก่เราในการสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น…ใครมีเพื่อนดีๆ อย่าปล่อยให้หลุดมือไปนะคะ
  • อธิษฐานเผื่อหลายๆคนที่มิตรภาพแตกร้าว ให้สามารถถ่อมใจ ลดทิฐิและกลับมาคืนดี เริ่มต้นกันใหม่
  • อาทิตย์นี้มาฟังคำเทศนาดีๆจาก ศบ.ของเรา ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
  • และอย่าลืมให้พระเจ้าเป็นหนึ่ง อธิษฐานเผื่อเพื่อนพี่น้องของเรา เผื่อคริสตจักร และเผื่อประเทศไทย ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

“เวลา” ของคุณเป็นอย่างไร?

time-and-clockผมชอบข้อคิดภาษาอังกฤษอยู่ตอนหนึ่งจึงแปลออกมาเป็นภาษาไทยดังนี้

“เวลาช่างแสนช้า ต่อบรรดาผู้เฝ้ารอ เวลาช่างเร็วห้อ ต่อบรรดาผู้หวาดผวา เวลาช่างนานนักหนา ต่อบรรดาผู้โศกสลด  เวลาช่างหดสั้นต่อบรรดาผู้สุขสันต์ แต่…สำหรับผู้ที่มีความรักเวลานั้นเป็นนิรันดร์!”

ต้นฉบับภาษาอังกฤษของข้อคิดนี้ผมจำไม่ได้ว่าไปได้มาจากไหน  แต่มีเนื้อความว่าดังนี้

“Time is too slow for those who wait.  Time is too swift for those who fear. Time is too long for those who grieve. Time is too short for those who rejoice.  But for those who love, Time is eternal.”

ใช่ครับ คนที่กำลังอยู่ในห้วงรักล้วนไม่อยากให้เวลาผ่านไปหรือหมดสิ้นลง! แต่น่าเสียดายแทนหลายคนหรือหลายคู่ ที่บรรยากาศแห่งความรักอันดื่มด่ำได้กลับกลายเป็นเพียงรักช่วงโปรโมท! นั่นคือ เสนอรักให้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วก็ยุติการให้บริการแบบนั้นลงอย่างฉับพลัน! ผมเห็นด้วยครับว่า เราควรมีความรักให้แก่กันแบบ “รักนิรันดร์” เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักและพระองค์ก็ทรงเป็น พระเจ้าองค์นิรันดร์ ดังที่ได้กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า…

“ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก!” (1ยน.4:8)  และ “ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล (สดด.90:2)

พระเจ้าองค์สูงเด่นเลิศล้ำจึงทรงรักมนุษย์อย่างพวกเราด้วย “ความรักนิรันดร์” พระองค์ตรัสว่า…

“เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เพราะฉะนั้นเราจึงมีความรักมั่นคงต่อเจ้าสืบไป!” (ยรม.31:3)

ดังนั้นหากว่าเราเป็นที่รักของพระเจ้า ก็ให้เราสบายใจได้เลยว่า พระองค์จะทรงรักเราตลอดไป! แล้วเราควรจะทำตัวอย่างไรเพื่อให้เป็นที่รักของพระองค์? โมเสสเคยให้คำแนะนำที่ดีไว้ว่า…

“เหตุฉะนี้พึงทราบเถิดว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่านเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าสัตย์ซื่อผู้ทรงรักษา พันธสัญญาและความรักมั่นคง ต่อบรรดาผู้ที่รักพระองค์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ถึงพันชั่วอายุคน(ฉธบ.7:9)

ด้วยเหตุนี้เอง หากเรารักพระเจ้า รักพระบัญญัติของพระองค์และประพฤติปฏิบัติตามพระบัญญัติเหล่านั้นอย่างเชื่อฟัง วางใจ เราจะได้สัมผัสกับ “ความรักนิรันดร์” ของพระองค์ ไปจนถึงพันชั่วอายุคน! เวลาจึงไม่ใช่ประเด็นปัญหาสำหรับพระองค์หากว่าพระองค์จะรักเรา เพราะสำหรับพระองค์ทุกสิ่งเป็นปัจจุบันต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งสิ้น แต่ว่าตัวของคุณเองล่ะ มีเวลาที่จะรักพระองค์บ้างหรือไม่?  และแค่ไหน?

หากคุณรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจสุดกำลัง และสุดความคิด…คุณจะได้รับความรักจากพระองค์อย่างล้นเหลือจนคุณมีความรักมากพอที่จะแบ่งปันให้กับผู้อื่นต่อไป!

Thongchai3

พี่น้องที่รัก! บางทีในวันแห่งความรักในปีนี้ … อาจมีคนบางคนกำลังรอคอยความรักจากคุณอยู่! คุณจะเจือจานความรักของคุณให้แก่เขาบ้างได้หรือไม่? …หากคุณเป็นคนใจกว้างในการแบ่งปันความรักเช่นนี้กับผู้อื่น…ทุกๆ ที่ ๆ คุณไปและทุกๆ ที่ ๆ คุณอยู่ จะอบอวลไปด้วยความรัก ทั้งที่คุณมอบให้แก่บรรดาผู้ที่อยู่ที่นั่น และที่คนที่นั่นมอบให้แก่คุณ! และขอให้ช่วงเวลาแห่งความสุขคลุกรักเช่นนั้นจะยืนยงข้ามกาลเวลาจากภพนี้ไปสู่แผ่นดินสวรรค์ตราบนิรันดร์!

.

.

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอบคุณ อ.ธงชัยสำหรับคำแนะนำดีๆเนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์นี้
  • หนึ่งในสิ่งที่เราสามารถสำแดงความรักต่อผู้อื่นได้คือ – การอธิษฐาน – เผื่อคนที่เรารัก และพยายามจะรัก รวมถึงที่เราจะยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนตัวเราเองให้เป็นคนที่น่ารักสำหรับคนอื่นด้วย
  • อธิษฐานเผื่อหลายคนที่เจ็บป่วย –  แม่พี่แดง / แม่น้องโบ / แม่ อ.อู๊ด  / พ่อของติ๊บ / ตุ้ย / อ.วรรณ / ติ๊บ / โอ๋-ไอศูรย์ และพี่น้องเราอีกหลายคนที่ไม่สบาย
  • เผื่อญาติผู้ใหญ่เราหลายคนที่อายุมากแล้ว การแสดงความรักที่ดีที่สุดคือไปเยี่ยมเยียนและเล่าเรื่องราวของพระเยซูให้พวกท่านฟัง
  • และอย่าลืมพรุ่งนี้มาพบกันที่โบสถ์นะคะ – ขอพระเจ้าปลุกทุกคน

การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ!

Adversityมีคำกล่าวไว้เป็นข้อคิดว่า…“ไม่มีการศึกษาใดเปรียบได้กับความทุกข์ยาก” (There is no education like adversity) -M. Aurelius-

คำว่า “ความทุกข์ยาก” (adversity) หมายความว่า “สภาพการณ์หรือเหตุการณ์ที่ยุ่งยากหรือโชคไม่ดี” ความยุ่งยากจึงเป็นตัวทดสอบคนว่า เขาแน่หรือไม่แน่! หาก “แน่” ก็สอบผ่านเติบโตหรือความเจริญขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แต่หาก “แย่” คือสอบไม่ผ่านด่านแห่งความทุกข์ยากนั้นก็คงต้อง “อยู่กับที่” หรือ “ตกต่ำ” ลงไปอีกอย่างน้อยหนึ่งระดับ!  “ความทุกข์ยาก” หรือ “ความยุ่งยาก” จึงอาจทำให้คนบางคนพบจุดจบในขณะที่ทำให้คนบางคนพบจุดเริ่มต้น (ใหม่)!

วิลเลี่ยม อาร์เธอร์ วอร์ด (William Arthuor Ward) กล่าวไว้ดีมากว่า …“ความทุกข์ยากทำให้คนบางคนสติพังทลาย แต่ทำให้คนบางคนทำลายสถิติ” (Adversity causes some men to break, others to break records.) ข้อสังเกตก็คือ…คนที่มองความทุกข์ยากในแง่ลบ มักจะพ่ายแพ้ และได้รับผลเลวร้ายจากความทุกข์ยากนั้น แต่คนที่รู้จักมองให้เห็นแง่บวกในท่ามกลางความทุกข์ยากนั้น มักจะพบลู่ทางแห่งชัยชนะ หรือประโยชน์ที่นำไปสู่ความก้าวหน้าและความเจริญ เติบโตอันน่าชื่นชมยินดี! อ.ยากอบเคยแนะนำให้เรามีทัศนคติเชิงบวกดังเช่นที่ว่านี้ เมื่อท่านกล่าวว่า “ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี” (Consider it pure joy, my brothers, whenever you face trials of many kinds) (ยากอบ 1:2)

ท่านให้เหตุผลว่า ความทุกข์ยากเหล่านั้นเป็นการทดลองหรือการทดสอบความเชื่อของพวกเรา เพื่อทำให้เราหนักแน่น มั่นคง  และหากว่าความมั่นคงนั้นบรรลุผลสมบูรณ์เมื่อไรล่ะก็ เมื่อนั้น เราจะเป็นคนที่ดีพร้อม! นั่นหมายความว่า เราจะเป็นคนดีพร้อม บริสุทธิ์สุกใส มีคุณสมบัติสมบูรณ์ครบถ้วนไม่ได้หากว่าเราไม่ถูกถลุงหรือฝัดร่อนด้วยความทุกข์ยากที่จำเป็น! แน่นอนว่าเมื่อเราประสบความทุกข์ยาก เราคงอยากร้องไห้หรือยอมแพ้! แต่หากเรายอมแพ้เร็วเกินไป ทุกอย่างที่เราเคยผ่านมา เคยทุ่มเท หรือเคยลงทุนมาจะกลับกลายเป็น ศูนย์ (0) ในทันใด! แต่หากเราอดทนยืนหยัดต่อไป โดยไม่ท้อใจหรือยอมแพ้ง่าย ๆ เราจะเก็บเกี่ยวผลอันคุ้มค่าเมื่อถึงเวลา   ดังที่ อ.เปาโล กล่าวไว้ว่า…“อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเกี่ยวเก็บในเวลาอันสมควร” (กาลาเทีย 6:9)

ดังนั้น เราต้องอดทน!  และเราจะเกิดความอดทนได้ง่ายขึ้นหากเรามีความเชื่อและมีความชื่นชมยินดีกับในสิ่งที่เรากำลังจะได้รับจากความทุกข์ยากเหล่านั้น! ดังนั้น อ.เปาโลกล่าวไว้อีกว่า  “ยิ่งกว่านั้น เราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่า ความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความอดทน!” หากเราอดทนได้นานพอ เราก็พิสูจน์ได้ว่า เราผ่านการทดสอบ และเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงรับรอง และทรงใช้ได้ (โรม.5:3-5) แน่นอนว่าเราจะอดทนและชื่นชมยินดีได้ง่ายขึ้นหากว่าเรารู้จักพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเหลือหรือเล้าโลมใจของเราได้ในทุกยามทุกข์ยากเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสัญญาของพระเจ้าที่ปรากฎอยู่ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ “นี่คือการเล้าโลมในความทุกข์ยากของข้าพระองค์  คือพระสัญญาของพระองค์ให้ชีวิตแก่ข้าพระองค์” (สดุดี 119:50)

หากวันนี้ คุณกำลังเผชิญกับความทุกข์ยากของชีวิต อย่าฟูมฟายหรือวีนแตก! จงมีความเชื่อศรัทธาและมองทะลุ “ความทุกข์ยาก” เหล่านั้นให้เห็นพระเจ้าองค์เบื้องบน ผู้ทรงพร้อมช่วยคุณอยู่ทุกวินาที ดังข้อคิดที่ว่า….

“ความทุกข์โศกทำให้เรามองย้อนหลัง

ความวิตกกังวล ทำให้เรามองไปรอบ ๆ

แต่ความศรัทธา ทำให้เรามองสู่เบื้องบน!”

(Sorrow looks back, Worry looks around, Faith looks up!)Thongchai

ฉะนั้น ขอให้วันนี้ คุณจะมองขึ้นสู่เบื้องบนอยู่เสมอในยามทุกข์ยาก แล้วคุณจะเรียนรู้จักบทเรียนล้ำค่าจากพระองค์ผู้ทรงสถิตในเบื้องบนฟ้านั้นเสมอไป! …เพราะ นี่คือการศึกษาที่คุณได้รับจากพระเจ้า!

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พรุ่งนี้เชิญชวนเพื่อนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนมาฟังคำเทศนาดีๆจาก ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์นะคะ
  • อย่าลืมอธิษฐานเผื่อหลายคนที่มาเชื่อพระเจ้าแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสมาคริสตจักร หรือหลายคนที่ห่างหายไปเพราะภาะหน้าที่รับผิดชอบ
  • เผื่อความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศไทย ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ภัยพิบัติต่างๆ ภัยก่อการร้าย และโรคระบาด
  • อธิษฐานเผื่อกันและกัน ให้พระเจ้าคุ้มครอง – พรุ่งนี้พบกันค่ะ

ความตายคือสิ่งสากล!

rest-in-peace“ความตายเป็นสิ่งสากลมากยิ่งกว่าการมีชีวิตอยู่ ทุกๆ คนตาย แต่ไม่ใช่ทุกคนมีชีวิต!”
(Death is more universal than life; Everyone dies but not everyone lives.)  -A. Sachs-

ช่วงนี้ผมไปร่วมงานศพค่อนข้างถี่ อาจเป็นเพราะว่าผมอายุมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ของญาติมิตรของผมจึงล้วนชรามากขึ้นไปอีก  ก็เลยถึงกำหนดเวลาอายุขัยของแต่ละท่าน!  โมเสสกล่าวถึงอายุขัยของคนเราไว้ว่า…

“กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ  หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ  แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป”
(The length of our days is seventy years or eighty, if we have the strength; yet their span is but trouble and sorrow,for they quickly pass, and we fly away.) (สดุดี 90:10)

แท้จริงแล้ว มนุษย์ไม่ควรมีกำหนดวันตายเลย แต่เป็นเพราะมนุษย์ได้กระทำบาป (ตั้งแต่สมัยอาดัมอาวามาจนถึงตัวของเราเอง!)     เราจึงต้องจ่ายราคาของการกระทำผิดบาปเหล่านั้นด้วยความตาย! ความตายจึงหมายถึง พระพิโรธของพระเจ้าที่มีต่อความบาป…หากเราไม่ได้ทำบาป หรือไม่มีบาปอยู่ในชีวิตของเรา พระพิโรธของพระเจ้าต่อชีวิตของเราก็ไม่มี…เราก็จะไม่ตาย! แต่ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ  เราทำบาป เราจึงต้องได้รับโทษของการกระทำเช่นนั้น นั่นคือเราต้องตาย!

เราอาจจะปากแข็งว่า เราไม่ได้ทำบาป เราเป็นคนดี อย่างน้อยก็ดีกว่าคนอีกตั้งมากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประ เด็น! การที่เราจะดีกว่าคนอีกมากมายนับหมื่นแสน ไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนแปลงไปเลย นั่นคือ เรายังคงเป็นคนบาปในสายพระเนตรของพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงเห็นบาปทุกบาปที่เรากระทำ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง! sากเรายังคงปากแข็ง คอแข็ง ไม่ยอมรับความจริงข้อนี้   วันหนึ่งเราอาจต้องร้องครวญครางเหมือนอย่างกับโมเสสเมื่อพระเจ้าทรงเปิดเผยให้เขาเห็นบาปที่เขาเองปิดซ่อนไว้อย่างลับ ๆ

“พระองค์ทรงตั้งความผิดบาปของข้าพระองค์ไว้ต่อพระพักตร์พระองค์ ทรงตั้งบาปลับๆของข้าพระองค์ไว้ในสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์”
(You have set our iniquities before you, our secret sins in the light of your presence.) (สดุดี 90:8)

เมื่อโมเสสได้รับการเปิดเผยเช่นนั้น เขาจึงจนมุม! และยอมรับว่า ชีวิตของเขาที่มีอยู่นั้น มีช่วงชีวิตอยู่อย่างจำกัด นั่นคือเฉลี่ยแค่ 70-80 ปี! จากนั้น ความตายก็จะมาหาเขาและเราทุกคนในโลกนี้อย่างเสมอหน้ากัน! ความตายจึงเป็นสิ่งสากลที่ใคร ๆ บนพิภพนี้ต้องเผชิญอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง! บางคนก่อร่างขึ้นเป็นชีวิตของทารกอยู่ในครรภ์มารดาแล้ว  แต่ก็ตายเสียก่อนที่คลอดออกมา จึงไม่เคยมีโอกาสได้ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้เลย! และสำหรับบางคนนั้น การที่เขาไม่ได้เกิดออกมาหรือได้ตายไปก่อนหน้าของเราแล้วนั้น บางทีอาจถือว่าโชคดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เป็นได้!

ดังที่ผู้เขียนปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า …
“เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าแสดงความยินดีว่า คนตายที่ตายไปแล้วมีโชคดีกว่าคนเป็นที่ยังเป็นอยู่”
(And I declared that the dead, who had already died, are happier than the living, who are still alive.)  (ปัญญาจารย์ 4:2)

เพราะเขาไม่ต้องมีชีวิตอยู่เผชิญกับความชั่วร้าย  ความเจ็บปวด ความยุ่งยากใจอย่างสาหัส ความตรากตรำและความทุกข์ขมขื่นในโลกนี้  ที่กำลังรอเขาอยู่ หรือต้องทรมานใจที่ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยทุ่มเทด้วยความยากลำบากเพื่อจะได้มานั้นถูกคนอื่นยึดเอาไปจนหมดสิ้น!  ดังคำเตือนสติจากพระคัมภีร์ไบเบิลที่ว่า…

“ มนุษย์ไปๆมาๆอย่างเงาแน่ทีเดียว เขาทั้งหลายยุ่งอยู่เปล่าๆแน่ทีเดียว มนุษย์โกยกองไว้ และไม่ทราบว่าใครจะเก็บไป”
(Man is a mere phantom as he goes to and fro: He bustles about, but only in vain; he heaps up wealth, not knowing who will get it.) (สดุดี 39:6)

ดังนั้น…หากว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราที่เรามีหรือหามานั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งอนิจจังชั่วคราว ซึ่งจะยึดไว้อย่างไรก็ไม่อยู่  มีแต่ความตายเท่านั้นที่เป็นสิ่งแน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับคุณ …คุณจะไม่รีบตื่นตัวเตรียมพร้อมเพื่อพร้อมที่จะเผชิญกับมันอย่างสร้างสรรค์และมีคุณค่า ณ บัดนี้ หรอกหรือ?
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

•    อายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 28,000 วัน คุณใช้ไปกี่วันแล้วคะ?
•    ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระวจนะที่เตือนสอนให้รู้ว่าโลกนี้เป็นบ้านชั่วคราว เรารอคอยวันที่จะกลับไปพบพระองค์ที่บ้านถาวรบนสวรรค์ พวกเราพร้อมมั้ยคะ?
•    พรุ่งนี้มาฟังคำเทศนาดีๆจาก ศจ.ดร. ธนาภรณ์ ธนะโรจน์ประดิษฐ์ ในหัวข้อ “บทบาทหน้าที่ต่อคริสตจักร” และต่อด้วยชั้นเรียนพระคัมภีร์เดิมตอนบ่ายค่ะ
•    อย่าลืมอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเผื่อหลายคนที่เจ็บป่วย คุณสเตลล่าเพื่อนของคริส อาการดีขึ้นมานิดหน่อย ขอพระเจ้าเมตตาครอบครัวนี้ด้วย / เผื่อคุณแม่พี่แดง / คุณแม่น้องโบ และป้องด้วยค่ะ
•    นักเรียนโรงเรียน Sing & Join เย็นวันเสาร์พบกันเวลาเดิม อาหารอร่อยขอบอก – พระเจ้าอวยพรค่ะ

ไม่ไร้ประโยชน์

robin

“หากว่าฉันสามารถหยุดยั้งหัวใจดวงหนึ่งไม่ให้แตกสลาย ฉันก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างไร้ประโยชน์

หากว่าฉันสามารถบรรเทาความเจ็บปวดในชีวิตของใครคนใดคนหนึ่ง หรือ

หากว่าฉันสามารถช่วยบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ประดุจนกปีกหัก ให้กลับคืนรังของเขาได้อีกครั้ง

ก็นับว่าฉันไม่ได้ดำเนินชีวิตอยู่อย่างไร้ประโยชน์…

(If I can stop one heart from breaking,  I shall not live in vain:

If I can ease one life the aching, Or cool one pain,

Or help one fainting robin Unto his nest again. I shall not live in rain.)

Emily Dickinson-

ผมชอบคำกล่าวของ อีมิลี ดิกคินสัน (Emily Dickinson) ข้างต้นมากทีเดียว!

ใช่ครับ!  ชีวิตของเราจะไม่ไร้ประโยชน์หากว่าเราสามารถช่วยคนอื่นให้บรรเทาให้ผ่านหรือให้รอดพ้นจากความเจ็บปวดในชีวิตของเขาได้ น่าเสียดายที่คนบางคนต้องการอยู่ในโลกนี้โดยลำพัง เขาหวงแหนและปกป้อง “ความเป็นส่วนตัว” (Privacy) ของเขาอย่างสุดตัว เขาไม่ต้องการยุ่งกับใครและไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับเขาเช่นกัน!

โลกของเขาคือ โลกของเขาจริง ๆ เขาไม่คิดจะแบ่งพื้นที่ให้กับใครทั้งนั้น!

ช่างน่าเสียดายที่เขาไม่เคยตระหนักถึงวัตถุประสงค์ในการดำรงชีวิตอยู่ของเขาตามเจตนารมณ์ของผู้ที่ทรงประทานร่างกายและลมหายใจให้แก่เขา! คนประเภทนี้ ทำให้ผมคิดถึงนิทานเรื่องม้ากับลา … เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าของขี่ม้าและให้ลาบรรทุกของ  วันหนึ่ง ลาบรรทุกสัมภาระหนักเกินจะแบกรับได้ จึงเดินโซเซไปมา ในขณะที่เจ้าของไม่อยู่ ลาก็ขอร้องม้าว่า…

“เธอช่วยฉันแบกสัมภาระบ้างได้ไหม?”  แต่เจ้าม้าไม่ตอบสนอง

“หากเธอไม่ช่วยฉันลดภาระ ฉันคงจะตายแน่เลย!” เจ้าม้าก็ยังนิ่งเฉยไม่สนใจ

“ฉันไม่ได้แกล้งสำออยหรอกนะ…ฉันไม่ไหวจริงๆ ! หากว่าเธอช่วยแบ่งน้ำหนักไปสักหน่อยหนึ่ง เธอคงจะช่วยชีวิตของฉันได้แน่…”

แต่เจ้าม้าปฏิเสธโดยพูดว่า

“น่ารำคาญจริง เลิกบ่นได้แล้ว เจ้านายเขาให้แกแบก แกก็แบกต่อไปเองสิ เรื่องของแก ฉันไม่เกี่ยว!”

หลังจากนั้น ม้าก็เดินห่างออกไป แต่เดินต่อไปได้อีกสักครู่หนึ่ง ลาก็ล้มลงขาดใจตาย..

…อะไรเกิดขึ้นตามมานะหรือ? เจ้านายเอาสัมภาระทั้งหมดที่ลาแบกบรรทุกมา เอามาใส่ไว้บนหลังม้า และที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่ากว่านั้นก็คือ  เจ้าม้าตัวนี้ต้องแบกซากศพของลาตัวนั้นด้วย!

พี่น้องที่รัก  ในการอยู่ร่วมกันในสังคมนี้ คุณรู้ไหมว่าหากคุณไม่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ผลลัพธ์ที่ตามมาจะหนักหนาสาหัสต่อตัวของคุณเองอย่างเพิ่มทวีคูณในภายหลัง!  อาทิ

…หากว่าในที่ทำงานมี 2 คนทำงานด้วยกัน ปรากฎว่าคนหนึ่งแบกภาระหนักไม่ไหว และคุณเป็นหนึ่งใน 2 คนนั้น แต่คุณไม่ช่วยแบ่งเบาภาระของเขา   จนในที่สุดเขาทนไม่ได้ก็เลยลาออกไป… แล้วภาระที่มีอยู่จะตกอยู่กับใคร?

…หากในบ้านมี 2 คนอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งแบกภาระดูแลบ้าน (รวมทั้งเลี้ยงลูก) ซึ่งหนักจนแบกไม่ไหว และคุณเองเป็น 1 ใน 2 คนนั้น  แต่คุณไม่ยอมช่วยแบ่งเบาภาระเขาเลย จนเขาทนไม่ไหวและขอแยกตัวไปจากคุณ.. แล้วคุณจะไม่ต้องแบกภาระนั้นโดยลำพังหรอกหรือ?

ในพระวจนะของพระเจ้าสอนเราว่า…

“จงช่วยรับภาระของกันและกัน ท่านจึงจะได้ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระคริสต์” (กาลาเทีย 6:2)

(Carry each other’s burdens, and in this way you will fulfill the law of Christ.)

ดังนั้น วันนี้ ขอให้คุณทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นในขณะที่คุณยังกระทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ร่วมชีวิตหรือร่วมงานกับคุณ   มิฉะนั้นวันหนึ่ง คุณอาจจะต้องรับผลอันไม่พึงประสงค์จากการทำตัวไร้ประโยชน์ของคุณ!

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ใครที่ได้ไปชมมินิคอนเสิร์ตที่ลานหน้า Central World บ้าง … นอกจาก อ.ธงชัยของเราได้ขึ้นไปอธิษฐานอวยพรประเทศไทย และประเทศเฮติแล้ว เรายังได้พูดถึงความรักของพระเจ้า และร้องเพลงคริสเตียนถึง 2 เพลงทีเดียว มีเพลง “มอง” และเพลง “รักวิเศษ”  – สรรเสริญพระเจ้า
  • พรุ่งนี้อย่าตื่นสาย มาฟังคำเทศนาที่เต็มด้วยพลังจาก ศจ.กฤษฎา ชูสกุลธนะชัยนะคะ
  • ใครจอดรถที่ บ.ยอห์นสัน ขอความกรุณาเอารถออกก่อน 6 โมงเย็น ห้ามจอดไว้จนดึกค่ะ ทาง บ.ยอห์นสันขอร้องมา
  • อย่าลืมออธิษฐานเผื่อผู้เจ็บป่วยด้วยค่ะ – คุณแม่พี่แดง / คุณแม่น้องโบว์ / คุณบอยด์ ฯลฯ  และอย่าลืมประเทศเฮติด้วย

ชาวสวนเปี่ยมเสน่ห์

happyมาร์เชล โพรสท์ (Marcel Proust) กล่าวไว้เป็นข้อคิดที่ดีว่า….

“ขอให้เราแสดงความซาบซึ้งต่อคนที่ทำให้เรามีความสุข เพราะพวกเขาเปรียบประดุจชาวสวนเปี่ยมเสน่ห์ผู้ทำให้จิตวิญญาณของเราเบ่งบาน” (Let us be grateful to people who make us happy; they are the charming gardeners who make our souls blossom.)

ผมมีความสุขมากเพราะคนบางคน!

คนเหล่านั้นมีทั้งคนที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าและแอบซ่อนตนอยู่เบื้องหลัง

แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ พวกเขาทำให้จิตใจของผมเบิกบาน และจิตวิญญาณของผมเบ่งบาน

ผมเป็นเหมือนกับต้นไม้ในสวนของพวกเขาซึ่งเปรียบดังชาวสวนมืออาชีพผู้ช่ำของในการดูแลรักษามวลพฤกษานานาพันธุ์ในสวนนั้น! พวกเขาทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าผมเป็นดอกไม้สวยงามล้ำค่า  เพราะพวกเขาเพิ่มคุณค่าให้กับผมโดยการกระทำสิ่งที่เสริมคุณค่าชีวิตและให้กำลังใจแก่ผมด้วยสารพัดรูปแบบวิธี

บางคนพูดหนุนใจผมด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวานไพเราะน่าฟังหรือด้วยพระวจนะของพระเจ้าผ่านการพูดโดยตรงต่อหน้าหรือผ่านทาง จดหมาย, SMS, หรือ email!

บางคนนำของขวัญติดไม้ติดมือมาฝาก  ทั้งในยามปกติและในวาระพิเศษ(ตามโอกาสหรือเทศกาล) ไม่ว่าจะเป็นขนม, เสื้อผ้า, นาฬิกา หรือ สิ่งของอื่น ๆ

บางคนอนุเคราะห์ช่วยเหลืออาสาพาผมไปส่งยังที่ต่าง ๆ และแน่นอนว่าสถานที่ประจำที่พวกเขามักพาผมไปส่งก็คือบ้านของผม(หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจที่โบสถ์หรือเลิกงานในสถานที่ต่าง ๆ ที่บังเอิญเจอะเจอกัน!)

บางคนช่างดีเลิศ แบ่งปันโอกาสดี ๆ ให้กับผมและครอบครัวโดยการนำบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต หรือ การแสดงต่าง ๆ ที่(ปรกติผมและครอบครัวคงไม่ซื้อบัตรเข้าชม) มาให้ด้วยกระตือรือร้น นับเป็นของขวัญราคาแพงที่เรารู้สึกซาบซึ้งใจ!

บางคนยิ่งพิเศษพิสดารเข้าไปอีก  คือจัดเตรียมโปรแกรมที่เลิศหรูเกินจินตนาการขนาดว่า จัดเตรียมตั๋วเครื่องบินที่พัก(โรงแรม,รีสอร์ท) หรือกิจกรรมพิเศษให้กับผมและครอบครัวไปพักผ่อนหรือผ่อนคลาย  ในวาระโอกาสพิเศษของครอบครัวด้วยใจกว้างขวาง!

บางคนทำให้ผมประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อฝากทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ มาให้อย่างไม่คาดฝัน ผ่านทางคริสตจักรหรือพี่น้องบางคน และบางคนทำเช่นนั้นอย่างต่อเนื่องมาทุกปี

แต่สำหรับบางคนแม้ไม่มีทรัพย์สินสิ่งของใดมามอบให้ผม แต่ด้วยคำพูดเตือนสติอย่างใคร่ครวญจริงใจทั้งต่อหน้าโดยตรงหรือในรูปของจดหมายอีเมล์ถึงผมก็ล้วนแต่เป็นของขวัญล้ำค่าที่ทำให้ผมอบอุ่นใจและเปี่ยมสุขที่มีคนรักผมจริงจนกล้าเสี่ยงมาเตือนสติผมโดยปราศจากความกลัว (หรือกลัวเหมือนกันแต่ก็เอาชนะความกลัวนั้นมาได้)

บางคนพูดตรง ๆ กับผมว่าเขาหรือเธอไม่มีสิ่งของใดมามอบให้ที่มีก็เป็นแค่อธิษฐานเผื่อขอให้พระเจ้าคุ้มครองและอวยพรผมอยู่เสมอ … อืมม์ นี่แหละครับของขวัญที่ผมต้องการมากที่สุด เพราะหากขาดสิ่งนี้ผมก็คงไม่มีพลังเรี่ยวแรงในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและพี่น้อง รวมทั้งการเผชิญกับการโจมตีของผีมารวิญญาณร้ายทั้งหลาย   ฯลฯ

คนที่กระทำดีต่อผมเหล่านี้เป็นดุจชาวสวนที่บรรจงใส่ปุ๋ยดูแลปกป้องผมที่เป็นประดุจพฤกษาในสวนอย่างเอาใจใส่ด้วยความระมัดระวังอย่างดีเยี่ยม จนชีวิตของผมสามารถเจริญงอกงามและจิตใจเบิกบานด้วยความสุข! (แม้ว่าบางครั้งอาจจะประสบพบกับความขัดแย้งหรือการโจมตีเหมือนกัน แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเมื่อเปรียบเทียบกับความสุขสำราญใจที่ได้รับมา!)

…สิ่งที่คนเหล่านั้นกระทำต่อผมอย่างสวยงามสอนผมให้เรียนรู้จักการมีน้ำใจต่อผู้อื่นเพิ่มขึ้น!

นอกจากจะเป็นดุจชาวสวนผู้เชี่ยวชาญและเปี่ยมเสน่ห์ พวกเขายังเป็นดุจครูดีที่สอนผมในเรื่องบทเรียนและแบบอย่างชีวิตอันล้ำค่าที่ควรคู่ต่อการดำเนินรอยตาม ผมจึงขอขอบคุณทุกชีวิตที่มีส่วนปรุงเสริมเติมแต่งชีวิตของผม (และครอบครัว) อย่างดีเลิศที่ผ่านมาจนผมไม่สามารถจะสรรหาถ้อยคำใด ๆ มาพรรณนาถึงความซาบซึ้งในใจได้หมดสิ้น จึงขอยืมถ้อยคำของ แมรี่ มิตฟอร์ด (Mary Mitford) มาเป็นสิ่งแทนหัวใจดังนี้…

“ฉันขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับมิตรสหายมากยิ่งกว่ามานา (อาหาร) ประจำวันของฉัน เพราะว่ามิตรภาพนั้นเปรียบดังมานา (อาหาร) แห่งดวงฤทัย!” (I thank God far more for friends than for my daily bread, for friendship is the bread of the heart.)

ขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพรทุกมือที่รดน้ำลงในชีวิตของผม  พระวจนะของพระเจ้าสอนไว้ว่า…

“บุคคลที่ใจกว้างขวางย่อมได้รับความมั่งคั่ง บุคคลที่รดน้ำ เขาเองจะรับการรดน้ำ!” (สุภาษิต 11:25)

ในท้ายนี้ผมเพียงแต่หวังว่าบุคคลที่รดน้ำในชีวิตของผมจะมีใจกว้างขึ้นอีกสักนิดโดยการรดน้ำลงในชีวิตของคนอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นด้วย  และหากว่าวันนี้ คุณยังไม่ได้รดน้ำลงในชีวิตของผู้ใดเลย ผมขอหนุนใจให้คุณลองทำตัวเป็นชาวสวนน่ารักที่หาใครสักคนแล้วรดน้ำ(ใจ)ลงในชีวิตของเขาดูสิครับ

อืมม์…แล้วคุณจะรู้ว่า “ความสุขที่เยี่ยมยอด” นั้นเป็นอย่างไร!

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • แอบขอบคุณหลายๆคนที่มีน้ำใจซื้อข้าวของ หรือขนมมาฝาก บางคนโทรมาให้กำลังใจ ส่งข้อพระคัมภีร์ดีๆมาให้ รวมทั้งที่พระเจ้าฝากให้มาเตือนสติด้วยค่ะ  – ขอบคุณค่ะ
  • อาทิตย์นี้เทศนาโดย อ.ธงชัย ในแนวตอบปัญหาคับข้องใจในชีวิตคริสเตียน เชิญมาร่วมฟัง ออกความคิดเห็นด้วยกัน  และมีพิธีมหาสนิท
  • สำหรับชั้นเรียนพระคัมภีร์บ่ายวันอาทิตย์กับ ดร.ธนาภรณ์ครั้งต่อไปคือวันที่ 31 มกราคมค่ะ ทำตัวว่างๆไว้จะได้ไม่พลาด
  • อธิษฐานเผื่อหลายคนที่ไม่สบายไม่ว่าจะเป็นเพราะอากาศเปลี่ยน หรือทำงานหนัก ฯลฯ
  • คริสตจักรเรากำลังขาดแคลนครูรวีเด็ก สนใจอยากร่วมรับใช้ติดต่อได้ที่ อ.สิริวรรณ – วันอาทิตย์พบกันค่ะ

ปีใหม่นิสัยเก่า?

Thongchaiมีผู้กล่าวไว้ชวนคิดว่า…“คนจำนวนมากเฝ้ารอคอยปีใหม่ เพื่อจะเริ่มต้นใหม่ของนิสัยเก่า!”

(Many people look forward to the New Year for a new start on old habits)

ไม่ทราบว่า คุณผู้อ่านคิดจะทำเช่นนั้นหรือไม่?

คำว่า “นิสัย” หมายถึง … “ความประพฤติที่เคยชิน เช่น ทำจนเป็นนิสัย”

เกิดเป็นคำอีกคำที่น่าสนใจคือ คำว่า “นิสัยใจคอ” ที่หมายความว่า…“อัธยาศัย, นิสัยที่เกิดจากใจจริง เช่น นิสัยใจคอมีเมตตากรุณา”

ดังนั้น หากว่าในปีที่ผ่านมาคุณมีนิสัย (ใจคอ) หรือนิสัยเก่าเป็นนิสัยที่ดีอยู่แล้ว ผมแนะนำให้ทำตามนิสัยนั้นต่อไปเถอะอย่าไปเปลี่ยนแปลงอะไรเลย!  นั่นคือ…

…หากว่าในปีที่ผ่านมานิสัยใจคอของคุณทำให้คนใกล้ตัวหรือคนรอบตัวของคุณมีความสุข ก็จงรักษานิสัยที่ดีเช่นนั้นไว้… อย่าเปลี่ยน!

…หากว่านิสัยใจคอของคุณทำให้กิจการหน้าที่ของคุณเจริญก้าวหนา (ไปในทางดีอย่างไม่ผิดศีลธรรม หรือกฎหมาย) ก็จงคงไว้ซึ่งนิสัยที่มีคุณประโยชน์เช่นนั้นไว้…อย่าเปลี่ยน!

…หากว่านิสัยใจคอของคุณทำให้ตัวของคุณเองมีความเจริญเติบโตในฝ่ายจิตใจ และจิตวิญญาณอย่างเห็นได้ชัดเจน (แม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งหรือโด่งดังอะไรมากมาย)  ก็จงทะนุถนอมฟูมฟักนิสัยที่ทรงคุณค่านั้นไว้ …อย่าเปลี่ยน!

…หากว่านิสัยใจคอของคุณในปีที่ผ่านมาทำให้พระเจ้าทรงได้รับการถวายเกียรติและเป็นเหตุให้คนบางคนหรือหลายคนเกิดความสนใจ และเกิดความศรัทธาในพระเจ้า เพราะนิสัยเช่นนั้น คุณก็จงพิทักษ์ปกป้องและบำรุงรักษานิสัยนั้นไว้ให้ดีเสมอไป…อย่าเปลี่ยน!

แต่หากว่า…  เป็นตรงกันข้าม นั่นคือ นิสัยใจคอของคุณในปีที่ผ่านมาทำให้ตัวของคุณเองตกต่ำลง เป็นที่น่ารำคาญน่าเบื่อหน่าย น่ารังเกียจชิงชัง หรือน่าผิดหวัง จนทำให้คุณค่าของตัวคุณเองลดลงหรือหมดไป นิสัยเช่นนั้นอย่าเก็บไว้อีกต่อไป รีบ ๆ กำจัดมันทิ้งไปก่อนที่มันจะกำจัดตัวของคุณ  นิสัยเช่นนั้น…จงเปลี่ยนมันเสียเถิด!

…หากว่านิสัยใจคอของคุณที่ผ่านมาทำให้คนใกล้ตัวหรือรอบตัวของคุณรู้สึกอึดอัด หงุดหงิด รำคาญ หรือรู้สึกเจ็บปวด ขมขื่น จงขว้างมันทิ้งออกไปให้ไกลตัว หรือนั่งรถไปริมทะเล (พัทยา, ชะอำ, หัวหิน หรือที่ไหนก็ได้) โยนมันทิ้งไป แล้วอย่าเอากลับมาอีก! หรือจะนั่งเครื่องบินไปจนสุดไกลอีกขอบฟ้าหนึ่งแล้วเหวี่ยงมันทิ้งลงปล่องภูเขาไฟ หรือบนยอดเขาได้ก็ให้ทำเลย   หรือจะนั่งเรือไปจนถึงใจกลางมหาสมุทรสุดสายตาแล้วหย่อนนิสัยแย่ ๆ เช่นนั้นลงสู่ใต้สะดือทะเล ก็จงรีบทำอย่าลังเล!…..นิสัยเช่นนั้น…จงเปลี่ยนมันเสีย!

…หากว่านิสัยใจคอของคุณในปีที่แล้วทำให้หน้าที่การงานหรืออาชีพธุรกิจของคุณต้องประสบกับภาวะถดถอยหรือตกต่ำหรือย่ำแย่ลง จนเกิดภาวะวิกฤติ!  นิสัยเช่นนั้นไม่คู่ควรต่อการอาวรณ์ของคุณอีกต่อไป… จงเปลี่ยนมันเสีย!

…หากนิสัยใจคอของคุณในปีที่ผ่านมาทำให้คนข้างตัวหรือคนรอบตัวของคุณรู้สึกสะดุดในความเชื่อศรัทธาของคุณหรือเกิดความรู้สึกลบหลู่พระเจ้าที่คุณเทิดทูน (อาจทำให้พวกเขาสรุปว่า พระเจ้าของคุณไร้ความสามารถในการปรับปรุงแก้ไขนิสัยไม่พึงประสงค์บางอย่างในตัวของคุณ) นิสัยเช่นนั้นนับว่าก่อเกิดผลกระทบในเชิงลบต่อจิตวิญญาณของพวกเขา จนทำให้พวกเขาก้าวห่างจากทางแห่งความรอดที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้คุณไปช่วยพาพวกเขามาสู่ทางนั้น! นิสัยเช่นที่ว่านี้ ไม่สมควรจะเก็บรักษาไว้เลย… จงเปลี่ยนมันเสีย!

ดังนั้น ในวาระโอกาสเข้าสู่ปีใหม่นี้จึงเป็นการดีที่คุณจะตั้งใจและตั้งต้นกำจัดนิสัยใจคอเก่า ๆ ที่ไม่ดีทิ้งออกไปให้หมดอย่างเอาจริงเอาจัง และเป็นการดีขึ้นไปอีกหากว่าคุณจะรักษานิสัยใจคอเก่า ๆ ที่ดี ๆ นั้นด้วยความถนอมฟูมฟักไว้เป็นอย่างดี แต่หากจะให้ดีที่สุด… พระวจนะของพระเจ้าแนะนำไว้ว่า ให้เรานำ “นิสัยใจคอ” ของเราทั้งที่ “ไม่ดี” หรือ “ดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง” มามอบให้กับพระเจ้า ผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ เหมือนเอา “ของเก่า” หรือ “นิสัยเก่า” มาแลกเปลี่ยน (turn) กับ “ของใหม่” หรือ “นิสัยใหม่” แบบเอี่ยมอ่องถอดด้ามจากพระเจ้า   แล้วคุณจะอัศจรรย์ใจกับการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างคาดไม่ถึง !

ดังที่ อ.เปาโลได้กล่าวว่า …“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป  นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation; the old has gone, the new has come!) (2โครินธ์ 5:17)

วันนี้ คุณได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่ดังที่กล่าวถึงนี้แล้วหรือยัง?

(CJ ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พรุ่งนี้ เชิญมาฟังคำเทศนาจาก อ.ธงชัย  และตอนบ่ายหลังอาหารเที่ยง ดร.ธนาภรณ์ (อ.ปิ๊ก) จะมาสอนพระคัมภีร์เดิม แบบเจาะลึก สนใจอยู่เรียนกันได้ค่ะ
  • อ.ยินดี จัง ฝากประชาสัมพันธ์ “งานสัมมนาอบรมผู้นำนมัสการ และดนตรี” ในหัวข้อ “Seek with all your heart” ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ที่ คจ.นิมิตใหม่ (BSC) สี่แยกพญาไท สนใจติดต่อได้ที่  yindeej@hanmail.net หรือ http://www.trueworshippers.org
  • เจอกันพรุ่งนี้นะคะ ขอพระเจ้าอวยพร