ความผิดพลาดเป็นครู

ความผิดพลาดเป็นครู

สุภาษิต อัฟริกันตอนหนึ่งกล่าวว่า…

“Better a mistake at the beginning than at the end.”

(ผิดพลาดในตอนต้นดีกว่าผิดพลาดในตอนจบ!)

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ!

คนเราอาจกระทำบางอย่างผิดพลาดในตอนต้น เพราะความไม่รู้ ไม่เข้าใจ และขาดประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ ยิ่งหากเราผิดพลาดในช่วงปฐมวัย เราก็ยังมีเวลาแก้ไขในช่วงที่เหลืออีกยาวนานก่อนจะถึงปัจฉิมวัยของเรา!

แต่หากเรามากระทำผิดพลาดในตอนปัจฉิมวัย  ทุกอย่างที่เราเคยทำไว้ตั้งแต่ปฐมวัยจนปัจจุบันอาจถูกทำลายย่อยยับลงอย่างน่าเสียดาย และหายลับไปในพริบตา!

สุภาษิตกรีกก็ยืนยันไปในทำนองเดียวกันว่า …

“The first mistake is a lesson and a teacher for those that follow.”

(ความผิดพลาดแรกคือบทเรียนสำหรับสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังตามมา!)

แต่สุภาษิตของพวกเอสโตเนียนยิ่งฉลาดกว่า เพราะเตือนสติไว้ว่า…

“The mistakes of others are good teacher”

(ความผิดพลาดของผู้อื่น คือ ครูที่ดีสำหรับเรา!)

นั่นคือ เราไม่ต้องไปกระทำความผิดพลาดแรกด้วยตัวของเราเอง  เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้จากครูคนอื่น นั่นคือ สิ่งผิดพลาดที่ผู้อื่นกระทำ!

ดร.จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์ ชี้ให้เราเห็นบทเรียนสอนใจที่ได้รับจากความผิดพลาด (Mistakes) ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

Messagesความผิดพลาดเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เราตระหนักถึงความจริงของชีวิต

Interruptionsความผิดพลาดเป็นตัวสะกัดให้เราหยุดนิ่งและพิจารณาในสิ่งที่ได้ทำไป  กำลังทำ หรือจะทำอย่างรอบคอบขึ้น

Signpostsความผิดพลาดเป็นป้ายชี้นำทางที่ถูกต้อง

Testsความผิดพลาดเป็นการทดสอบที่ทำให้เรามีวุฒิภาวะมากขึ้น

Awakeningsความผิดพลาดเตือนให้ตื่นตัวและมีสติอยู่เสมอ

Keys ความผิดพลาดเป็นกุญแจที่ใช้ไขประตูแห่งโอกาส

Explorationsความผิดพลาดเป็นการค้นพบเส้นทางที่เราไม่เคยเดินไปมาก่อน

Statementsความผิดพลาดเป็นดุจตำนานที่บอกเล่าถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าของเรา

ซักเสร็จ? (Success)

ซักเสร็จ? (Success)

ท่านเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ผู้โด่งดัง เคยกล่าวไว้ว่า…

“บางครั้งการกระทำให้ดีที่สุดนั้นยังไม่พอ เพราะว่าคุณต้องกระทำในสิ่งทีคุณจำเป็นต้องกระทำให้เสร็จด้วย” (Sometimes it is not enough to do your best; you have to do what’s required.)

ผมได้รับเชิญจาก กศน. ไทย ในสิงคโปร์ และพันธกิจไทยเชนลี ให้ไปเป็นวิทยากรกับนักศึกษา กศน. ไทยที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2009 ในหัวข้อว่า “Success”!

ในคืนแรกก่อนผมบรรยาย ผู้นำกิจกรรมนำให้ทุกคนร่วมกันร้องเพลงและมีท่าทางโดยมีเนื้อร้องประกอบการร้องว่า “เรามาซักผ้ากัน” “ซักผ้านั้นมี 4 ขั้นตอน ขยี้ๆ บิดๆ สะบัดๆ ตากๆ นำมาขยี้ๆ  บิดๆ สะบัดๆ แล้วเอาไปตาก!” ในทันใดผมก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าการซักเสื้อผ้านั้นสามารถใช้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพของความสำเร็จ (success) ได้เป็นอย่างดี!

เพราะว่าคนบางคนซักผ้าแล้วปล่อยค้างไว้ หรือซักผ้าแล้วรีบร้อนเอาเข้าเก็บใส่ตู้ทั้ง ๆ ที่ยังแห้งไม่สนิท ก็เลยเกิดกลิ่นหืนอันไม่พึงประสงค์ จะนำเอาเสื้อผ้าเหล่านั้นกลับมาใส่ใหม่ก็ไม่ได้ เพราะ ไม่พร้อมใช้ จึงถือว่ายังซักไม่เสร็จ หรือได้แต่ “ซัก” (“suc”) แต่ไม่ “เสร็จ” (“cess”) !

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าซักผ้าอย่างดีที่สุดจนสะอาดทั้งตัว แต่ไม่เอาไปตากหรืออบให้แห้งสนิทก่อน ก็อาจจะถือว่ากระบวนการซักเสื้อผ้ายังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์! แต่ตรงกันข้าม หากว่าเราซักเสื้อผ้าทุกอย่างตามขั้นตอนของกระบวน การการซักจนเสร็จเรียบร้อย แล้วเอาไปตากจนแห้งสนิท เราก็สามารถนำเสื้อผ้านั้นกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งอย่างมั่นใจ พร้อมกับมีเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นหรือเฉลิมฉลองได้อย่างสนุกสนาน

แต่หากว่าซักไม่เสร็จแล้วออกไปสนุกสนานก็คงถูกสะกิดให้กลับไปซักต่อจนกว่าจะเสร็จ!

เหมือนกับภรรยาของผม วันก่อนเธอซักเสื้อผ้าตั้งแต่เช้าจนบ่ายแล้วเสร็จจากนั้นเธอก็มีเวลาไปร่วมฉลองงาน “วันแม่” ที่มี ฯพณฯอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานเปิดงานที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พอดีผมโทร ศัพท์กลับมาหาจากสิงคโปร์เธอก็ส่งเสียงตามสายพร้อมสาธยายออกมาอย่างเบิกบานว่ากำลังสนุกกับงาน “วันแม่” ที่มีการแสดงคอนเสิร์ทหลายชุดที่น่าประทับใจทั้งนั้น  แถมยังได้ขอบัตรชมบางรายการอื่น ๆ ในวันต่อ ๆ ไปให้ผมไปร่วมฉลอง “วันแม่” ด้วยกันอีกด้วย

ใช่ครับ เธอมีความสุข เพราะเธอซักเสื้อผ้าเสร็จ เธอจึงมีอิสระที่จะออกไปเฉลิมฉลองหาความสำราญได้อย่างเต็มที่ แต่หากว่าวันนี้เธอยังซักเสื้อผ้าไม่เสร็จ เธอก็ออกไปทำอย่างนั้นไม่ได้!

จึงกล่าวได้ว่า ความเพลิดเพลินทั้ง หลายที่เธอได้รับ มีสาเหตุมาจากว่า “เธอสามารถพิชิตกองเสื้อผ้าได้ตามวัตถุประสงค์แล้ว นั่นคือ เธอสามารถซักเสร็จ (Success) ตามกรอบเวลาในแผนงานของเธอ!”

ชีวิตของคุณก็เช่นกัน หากว่า “ภาระหน้าที่” ใดๆ ที่คุณต้องกระทำให้เรียบร้อย เปรียบเหมือนกับว่าคุณมี “กอง เสื้อผ้า” ที่คุณต้องซักให้เสร็จตามความรับผิดชอบก่อนที่คุณจะมีอิสระเสรีในการกระทำในสิ่งที่คุณพอใจเป็นส่วน ตัว

พี่น้องที่รัก!  วันนี้ “งานที่ได้รับมอบหมาย” หรือ “เสื้อผ้า” เหล่านั้น คุณซักเสร็จ (success) แล้วหรือยัง?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

ค้อนกับตะปู

อับราฮัม มาสโลว์ (1908-1970) นักจิตวิทยาสัมคมชื่อดัง ชาวอเมริกันเคยกล่าวเตือนสติเราไว้ว่า…

“If the only tool you have is a hammer, you tend to see every problem as a nail.”

(หากคุณมีค้อนเป็นเครื่องมืออยู่อย่างเดียว คุณก็มีแนวโน้มที่จะมองเห็นทุกปัญหาเป็นดุจตะปูไปหมด!)

บ่อยครั้งที่เรามีระบบความคิดที่ติดกับกรอบใดกรอบหนึ่ง ทำให้เรามองทุกปัญหาภายใต้กรอบนั้นอยู่เสมอ หรือเรามักจะมีมุมมองหรือทัศนคติต่อสิ่งต่าง ๆ ในแนวเดียวกันอยู่เสมอ ทำให้เราอาจแก้ปัญหาไม่ถูกทาง และผลที่ตาม มาอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ก็เป็นได้!

คุณต้องตระหนักว่า คุณไม่อาจใช้เครื่องมือหรือวิธีใดเพียงวิธีเดียวในการแก้ทุก ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณจะทึกทักหรือบีบให้ทุกเรื่องราวกลายเป็นดุจตะปูที่คุณสามารถใช้ค้อนของคุณทุบได้ทุกครั้งไปไม่ได้!

…คุณไม่อาจแก้ทุกปัญหาโดยใช้วิธีมองโลกในแง่ลบ หรือในแง่บวกเพียงอย่างเดียว!

…คุณไม่อาจแก้ไขความขัดแย้งทุกอย่างโดยใช้วิธีเอาชนะท่าเดียว!

ดังนั้น คุณไม่อาจเผชิญกับทุกวิกฤติโดยถือว่าวิกฤติเหล่านั้นเป็นดุจตะปูเหมือนกัน ที่คุณสามารถจัดการกับทุกวิกฤติเหล่านั้นได้เพียงใช้วิธีเดียวกันดุจค้อนสารพัดนึกอันเดียวเท่านั้นในการทุบลงไป!

คุณต้องตระหนักว่า แต่ละปัญหา, วิกฤติหรือความขัดแย้ง อาจจะต้องใช้วิธีรับมือที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสถานที่  เวลา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง!   แม้ว่า ค้อนจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย แต่ก็ไม่ได้หมาย ความว่า คุณจะใช้ค้อนได้กับทุกสถานการณ์ ในพระคัมภีร์ก็มีตัวอย่างของการใช้ค้อนให้เกิดประโยชน์ แต่ก็มิได้หมายความว่า นั่นจะเป็นอุปกรณ์เดียวที่มีใช้อยู่ อาทิ

–  แม้ว่าจะมีการใช้ค้อนทำฐานดอก และกลีบของคันประทีปที่เป็นทองคำบริสุทธิ์ให้เป็นเนื้อเดียวกันกับคันประทีป แต่ก็ยังต้องใช้ตะไกรตัดไส้ตะเกียง เพราะใช้ค้อนตัดไส้ตะเกียงไม่ได้! (อพย.25:31-40)

–  แม้ว่าจะมีการใช้ค้อนและตะปูตอกเงินและทองทำเครื่องประดับ แต่ก็ยังต้องใช้ขวานตัดต้นไม้ เพราะค้อนตัดต้นไม้ไม่ได้!  (ยรม.10:3-4)   ฯลฯ   แต่มิได้หมายความว่า ค้อนจะไม่มีประโยชน์

เพราะว่า บางครั้งพระเจ้าอาจใช้ค้อนในการจัดการกับทั้งคนของพระองค์ และศัตรูของพวกเขาก็ได้!

อย่างเช่นพระเจ้าทรงใช้บาบิโลนเป็น “ค้อน” ทุบบรรดาประชาชาติ และราชอาณาจักรทั้งหลาย รวมทั้งชนชาติอิสราเอลที่ดื้อด้านอยู่ในบาปและไม่ยอมกลับใจ  (ยรม.51:20-23) แต่แล้วพระเจ้าก็ทรงใช้ “มีเดีย” ให้มาเป็นค้อนจัดการกับบาบิโลนเช่นกัน!  (ยรม.51:24-33)

แต่ที่เข้าข่ายคลาสสิกที่สุดก็คือเรื่องราวที่ พระเจ้าทรงใช้หญิงสาวนามยาเอลจัดการปลิดชีพของสิเสรา แม่ทัพของยาบิน กษัตริย์เมืองฮาโซร์ โดยการเชิญชวนให้เขาเข้ามาแวะพักและนอนในเต็นท์ จากนั้นเธอก็หยิบหลักขึงเต็นท์ถือค้อนย่องเข้ามาตอกหลักเข้าที่ขมับของสิเสราจนทะลุติดดิน สิ้นชีวิตลง (วนฉ.4:17-24)!

ดังนั้น จงระวังให้ดี หากว่าคุณยังกระทำผิดบาป โดยไม่สำนึกกลับใจ คุณอาจจะถูกค้อนทุกหัวโดยไม่รู้ตัว

แต่ในขณะเดียวกันก็ขอเตือนสติว่า จงอย่าใช้ค้อนในมือของคุณอย่างพร่ำเพรื่อเกินไปกับทุกคนในทุกเรื่อง เพราะ อาจจะไม่ได้เกิดผลดีอย่างที่คิดเสมอไป  ดีไม่ดี ค้อนนั้นอาจย้อนกลับคืนสนองตัวของคุณก็เป็นได้!

จงระวัง!

− ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ −

ความเจ็บปวดที่เป็นพร!

                              ผมชอบที่ท่านเบนจามิน แฟรงคลินกล่าวว่า 

           “สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวด มักมีบทเรียนสอนเรา!” (Those things that hurt, instruct.)

 

           …หากคุณเคยรู้สึกเจ็บปวด คุณคงไม่ปฏิเสธความจริงข้างต้น!

            …หากคุณเคยรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกคุณพ่อคุณแม่ตี คุณคงเรียนรู้บทเรียนบางอย่าง!

            …หากคุณเคยเจ็บปวดเพราะประสบอุบัติเหตุ คุณคงเรียนรู้บทเรียนบางอย่าง!

            …หากคุณเคยเจ็บปวดเพราะสอบตกหรือถูกไล่ออก คุณคงเรียนรู้บทเรียนบางอย่าง! Continue Reading “ความเจ็บปวดที่เป็นพร!”