เราจะช่วยกู้เขา

สวัสดีครับ (16 กุมภาพันธ์ 2010)

ผมชื่อเกษม พลไชยะ ภรรยาชื่อ สมจิต พลไชยะ ครอบครัวมีอยู่ด้วยกัน 5 คน พระเจ้าประทานให้ครอบครัวเรามีร้านค้าอยู่กลางใจเมืองยะลา บนถนนไชยจรัส ใกล้ 4 แยกธนาคารนครหลวงไทยที่เพิ่งเกิดเหตุคาร์บอมบ์ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2009 เป็นระเบิดที่มีน้ำหนักถึง 30 กิโลกรัม

ครอบครัวของผมเป็นคริสเตียน เรามีกิจการตัดเย็บเสื้อผ้า ชื่อร้านแอนแอน หน้าร้าน 2 คูหา กับร้านขายอุปกรณ์หน่วยราชการอีก 1 คูหาอยู่ติดกัน มีพนักงานในร้านจำนวนหนึ่ง และมี 6 คนที่เป็นคริสเตียน ไปโบสถ์สม่ำเสมอ เพราะเราปิดร้านวันอาทิตย์ เรารักษาวันสะบาโตอย่างเคร่งครัดเสมอ  เราอาศัยอยู่ในเมืองยะลาเหมือนกับคนอื่นๆ ทำกิจการ และรับใช้พระเจ้าอย่างสงบสุขด้วยพระคุณของพระองค์  แต่สถานการณ์ไฟใต้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพลิกผันไปพอสมควร สัก 10 ปีก่อน มีมิชชันนารีท่านหนึ่ง พูดเชิงพยากรณ์กับผมว่า ยะลาจะเกิดความวุ่นวาย ฆ่าฟันกันเหมือนกับอินโดนีเซีย ผมยังนึกตำหนิอยู่ในใจว่า ‘ชอบคิด หรือพูดอะไรที่ทำให้คนกลัว’ และตั้งแต่เกิดเหตุในปี 2547 เป็นต้นมา 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็เกิดความวุ่นวาย มีการฆ่ากัน ระเบิดในตลาดสด ธนาคาร ร้านค้า และหน่วยงานราชการ

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่มาก คือเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 ผู้ก่อการร้ายได้ดับไฟฟ้าทั้งเมืองในช่วงหัวค่ำ ตามด้วยการปาระเบิดอีกหลายสิบลูกในตัวเมือง บ้านของผมอยู่ในแวดล้อมของระเบิด ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ทำให้ทั้งครอบครัวหวาดผวาไปเป็นเดือนๆ รู้สึกกลัวจนขาดสันติสุขที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองนี้ ครอบครัวของเราจึงต้องหันมาพึ่งพระเจ้ามากขึ้น เพราะเราเริ่มเห็นความจริงตามที่พระวจนะของพระเจ้าได้เตือนสติว่า “อย่าไว้วางใจกับสิ่งของของโลกนี้” ทำให้ผมและภรรยาต้องกลับใจใหม่ เรียนรู้การดำเนินชีวิตที่พึ่งพิงพระเจ้าจริงๆ อธิษฐาน ใกล้ชิดกับพระองค์เหมือนที่ปรากฏในพระกิตติคุณ ยอห์น บทที่ 15 ที่กล่าวว่า “แขนงจะต้องติดอยู่กับลำต้น ชีวิตและวิญญาณจิตของเราต้องฝากไว้ให้พระองค์นำจริงๆ” ทุกๆเช้าที่ภรรยาไปจ่ายตลาด แม้จะเป็นการดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ผมก็ต้องอธิษฐานฝากการไปจ่ายตลาดของภรรยาไว้กับพระเจ้าทุกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะมีการระเบิดเกิดขึ้นเมื่อไร

ล่าสุดเมื่อ 4 กันยายน 2552 เช้าวันนั้นผมเปิดร้านตามปกติ ผมได้นัดสมาชิกที่คริสตจักรคนหนึ่งมาอ่านพระคัมภีร์ และ อธิษฐานด้วยกัน เพราะเขามีปัญหาบางอย่าง จำได้แม่นยำ อีก 20 นาที จะ 10 โมงเช้า ขณะที่กำลังนำพี่น้องอธิษฐาน และอ่านพระคัมภีร์สดุดีบทที่ 91 ให้ฟัง เมื่อมาถึงข้อที่ 14 -16 ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว ผมรู้สึกว่ามันใกล้มาก จนหูอื้อทีเดียว หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดลูกเล็กๆตามมาอีกหลายลูก(เป็นการระเบิดของกระสุน M79 และ M16 ของตำรวจที่ติดอยู่ในรถคันที่กำลังโดนไฟไหม้) ผมบอกให้ทุกคนในร้านนั่งลงอธิษฐาน รีบปิดประตูหน้าร้านทั้งหมด เมื่อมองไปยังที่เกิดเหตุ ก็เห็นรถตำรวจที่โดนแรงอัดจากรถที่เป็นคาร์บอมบ์กำลังลุกไหม้ เปลวไฟสูงเท่าชั้นสองของห้องแถวทีเดียว และมีตำรวจท่านหนึ่งเสียชีวิต

CarBomb

ติดอยู่ในซากรถนั้น บ้านที่อยู่ตรงมุมถนนซึ่งติดกับร้านของผมได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ลมไม่พัดเปลวไฟมาทางร้านของผมซึ่งเป็นอาคารไม้ แต่พัดไปทางตรงกันข้ามที่เป็นตึก เหตุการณ์วันนั้นผมรู้สึกเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม รอบตัวมีแต่เสียงไซเรนของรถดับเพลิง รถมูลนิธิกู้ภัยที่มาดูแลผู้บาดเจ็บ ทำให้พนักงานในร้านบางคนถึงกับตกใจกลัวลนลาน ผมต้องย้ำหลายๆครั้งให้ทุกคนสงบใจ นั่งลงอธิษฐาน ฝากชีวิตไว้กับพระเจ้าเท่านั้น

พวกเรารอดมาได้ด้วยพระคุณของพระเจ้าจริงๆ ทุกวันครอบครัวของเราอยู่ในยะลานี้ด้วยความเชื่อ วางใจพระเจ้า พระองค์มีพระประสงค์ให้เราอยู่ที่นี่ เพื่อประกาศข่าวประเสริฐ ทำงานของพระองค์ในยุคสุดท้าย คริสตจักรยะลาที่พระเจ้าตั้งไว้ ให้เป็นเกลือ เป็นความสว่างของเมืองนี้ นอกจากการนมัสการวันอาทิตย์แล้ว ในระหว่างสัปดาห์พวกเราในคริสตจักรมีกลุ่มเซลล์ กลุ่มเรียนพระคัมภีร์ กลุ่มอธิษฐาน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องของเราต้องพึ่งพาพระเจ้ามากขึ้น และพระเจ้ายังเมตตาพวกเราผ่านหน้าที่การงาน การติดตามพระองค์ การปรนนิบัติพระองค์ การก่อสร้างอาคารหลังใหม่ของคริสตจักรกำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเราก็หวังในพระคุณของพระเจ้าที่จะทรงนำพาเรา พระเจ้าจะทรงอยู่กับเราตามพระสัญญา ดังพระธรรมสดุดี 91:14-16 ที่ผมกำลังอ่านอยู่ในวันที่เกิดเหตุระเบิดนั้น

“เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก เราจะช่วยกู้เขา เราจะป้องกันเขาไว้ เพราะเขารู้จักนามของเราเมื่อเขาร้องทูลเรา เราจะตอบเขา เราจะอยู่กับเขาในยามยากลำบาก เราจะช่วยเขาให้พ้น และให้เกียรติเขา เราจะให้เขาอิ่มใจด้วยชีวิตยืนยาว และสำแดงความรอดของเราแก่เขา” (สดุดี 91:14-16)

ขอพระเจ้าอยู่ด้วย

(เกษม พลไชยะ – คริสตจักรแบ๊บติ๊สต์ยะลา)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • อยากให้พวกเรามีภาระใจอธิษฐานปกป้องพี่น้องของเรา และคนอื่นๆที่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกเราที่กรุงเทพฯทำอะไรไม่ได้มากมาย แต่คำอธิษฐานของเราจะเป็นพลังช่วยพี่น้องชาวใต้ค่ะ
  • อธิษฐานเผื่อทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานรับใช้ชาติในพื้นที่เสี่ยงภัยอันตราย
  • อธิษฐานเผื่อพี่น้องคนไทยในภาคอื่นๆด้วยค่ะ บางแห่งเริ่มเผชิญภัยแล้ง พายุฤดูแล้ง ในขณะที่บางแห่งยังอากาศหนาวและมีฝน
  • อย่าลืมอธิษฐานเผื่อกันและกันนะคะ เพราะยุคสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว – ขอพระเจ้าสถิตดยู่ด้วยค่ะ

อดีตนักศึกษา อดีตนักโทษ

IH214028

สวัสดีค่ะ  (2 กุมภาพันธ์ 2010)

พี่ก้อยเองค่ะ วันนี้พี่ขออนุญาตนำคำพยานของอดีตนักศึกษาองค์การวาระแห่งการเก็บเกี่ยวที่มีชีวิตน่าสนใจ เป็นคำพยานของอาจารย์สมหวัง  กองแก้ว อดีตผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดรธานี ถูกตัดสินจำคุก 27 ปี ขณะอยู่ในคุกท่านได้แสวงหาพระเจ้า กลับใจมาเป็นคริสเตียน หลังจากนั้นมีส่วนรับใช้ประกาศข่าวประเสริฐที่ในคุก นำนักโทษกลับใจมาเชื่อพระเจ้ากว่าหนึ่งพันคน ปัจจุบันท่านเป็นศิษยาภิบาลคริสตจักร พระผู้สร้างอุดรธานี เป็นผู้หนึ่งที่เรียนสำเร็จจากองค์การ ได้รับประกาศนียบัตร Associate of Arts in Biblical Ministries จาก Harvestime International Institute จากสิ่งดีต่างๆที่ท่านทำระหว่างอยู่ในคุก ท่านได้รับการอภัยโทษ 3 ครั้ง และได้รับการปลดปล่อยให้พ้นโทษหลังจากถูกจองจำเพียง 10 ปีเท่านั้น (กันยารัตน์ จีระแพทย์)

เขียนเมื่อปี 2001 ในขณะที่ยังเป็นผู้ต้องขัง

ผมชื่อสมหวัง  กองแก้ว ปัจจุบันอายุ 56 ปี ขณะอยู่ในคุกก่อนมาเชื่อพระเจ้า ประมาณกลางปี พ.ศ. 2541 ผมป่วยเป็นโรคนิ่วในไต จึงทำเรื่องขออนุญาตผู้คุมเรือนจำกลางอุดรธานีออกมารับการผ่าตัดที่ ร.พ.เมืองอุดรธานี  ช่วงที่ผ่าตัดผมไม่ได้ส่งข่าวให้ทางญาติทราบจึงไม่มีใครมาเยี่ยม ผมพักรักษาตัวอยู่รวมกับคนไข้ทั่วไป ตกดึกของคืนวันที่ 15 กันยายน ประมาณเที่ยงคืน ผมปวดแผลผ่าตัด นอนไม่หลับ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมมองไป เห็นมีคนห่มขาวคล้ายๆคนยิวเดินมาที่ข้างเตียง แล้วถามผมว่าเจ็บไหม ผมก็ตอบว่าเจ็บครับ แล้วท่านก็ถามอีกว่า เชื่อพระเจ้าหรือเปล่า ผมตอบว่าเชื่อครับ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็หาย พ่อจะรักษาให้ พูดจบท่านก็เดินออกประตูไป พอตื่นขึ้นมาตอนแปดโมงเช้า มีฝรั่งคนหนึ่งเอาเงินมาให้ผม 2,000 บาท ผมแปลกใจมาก ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมเขาเอาเงินมาให้ผม  ผมเก็บเรื่องนี้เงียบๆไว้ในใจ ไม่ได้พูดให้ใครฟัง หลังจากนั้นไม่นานผมก็หายป่วยอย่างอัศจรรย์

จนเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2543 ขณะฟังวิทยุจากสถานีหนองคาย เป็นรายการเสียงสันติซึ่งอาจารย์ บัวขาบ รองหานามพูดเกี่ยวกับเรื่องความรักของพระเจ้าต่อมวลมนุษย์ ทำให้นึกถึงตอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ผมเชื่อว่าพระเจ้ารักผม พระองค์รักษาผมให้หาย และทรงเรียกผม นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็เริ่มทำงานของพระเจ้า ประกาศเรื่องของพระเจ้าให้เพื่อนๆในคุกฟัง จากนั้นก็เขียนไปหา อ. บัวขาบ ขอสมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์ โดยแจ้งว่าผมรับเชื่อพระเจ้าแล้ว สารภาพบาป และอธิษฐานเชิญพระองค์เข้ามาประทับในใจ และตั้งใจจะไม่ทำบาปอีก ผมปฎิญาณกับพระเจ้าว่าจะขอถวายตัวรับใช้พระองค์  และเริ่มต้นประกาศพระวจนะที่ในคุก ผมนำเพื่อนผู้ต้องขังมารับเชื่อพระเจ้าแล้ว 70 คน และประกาศให้เพื่อนๆมาสมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์ 480 คน  การประกาศของผมนั้นอาศัยการทรงนำจากพระเจ้าล้วนๆ เพราะผมไม่มีความรู้พระคัมภีร์เลย เพราะเหตุนี้ผมจึงขอความอนุเคราะห์จาก อ.บัวขาบให้ช่วยสนับสนุนให้ได้เรียน ซึ่งท่านก็ได้ส่งบทเรียนพระคัมภีร์ขององค์การเสียงสันติมาให้จนเรียนจบ

แต่ผมก็อยากเรียนมากขึ้นไปอีก อาจารย์จึงแนะนำให้ผมติดต่อที่องค์การวาระแห่งการเก็บเกี่ยว และได้รับอนุมัติให้เรียนจาก อ. กันยารัตน์ จนจบหลักสูตร ความรู้ต่างๆ ที่ผมได้เรียนจากเสียงสันติและองค์การวาระแห่งการเก็บเกี่ยว ผมได้นำมาใช้ในการรับใช้พระเจ้าเป็นอย่างดี ขอขอบคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงเมตตาผม รักผม และเลือกผมให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์  และขอขอบคุณท่านอาจารย์ทั้งสอง อ.บัวขาบ และ อ. กันยารัตน์ ที่ได้ให้โอกาสในการศึกษาพระคัมภีร์จนทำให้ผมมีความรู้พอที่จะนำไปสอนผู้อื่นได้ ขอถวายเกียรติทั้งสิ้นแด่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์  เอเมน

(อ.สมหวัง กองแก้ว ศบ.คริสตจักรพระผู้สร้าง อุดรธานี)

“อย่าละอายที่จะเป็นพยานฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา หรือฝ่ายตัวข้าพเจ้าที่ถูกจำจองอยู่เพราะเห็นแก่พระองค์  แต่จงมีส่วนในการยากลำบาก เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ โดยอาศัยฤทธิ์เดชแห่งพระเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้รอด และทรงให้เรามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่การดีที่เราได้กระทำ แต่เพราะเห็นแก่พระประสงค์ของพระองค์เอง และพระคุณซึ่งทรงประทานแก่เรา ในพระเยซูคริสต์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น และบัดนี้ได้ทรงสำแดงให้ประจักษ์ โดยการที่พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จมา ผู้ได้ทรงกำจัดความตายให้สูญสิ้น และได้ทรงกระทำให้ชีวิตและสภาพอมตะกระจ่างแจ้งโดยข่าวประเสริฐ” (2ทิโมธี 1:8-10)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พระเจ้ากระทำพระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระองค์ในทุกเวลา และทุกหนแห่ง แม้ในที่ๆเราเข้าไปไม่ถึง
  • มีนักโทษในเรือนจำหลายแห่งขาดแคลนเครื่องใช้ประจำวัน เช่นสบู่ แปรงและยาสีฟัน กระดาษชำระ ฯลฯ ผู้ใดต้องการช่วยเหลือบริจาคสิ่งของเหล่านี้ จะนำไปส่งโดยตรงที่พี่ก้อยได้ โทร 02-952 2652
  • คริสตจักรบ้านอธิษฐาน จ.เชียงรายต้องการคำอธิษฐานเผื่อการทำพันธกิจท่ามกลางหลายเชื้อชาติ และชนเผ่าทางภาคเหนือของไทยเรา ฝากไว้ในคำอธิษฐานด้วยค่ะ
  • และอย่าลืมอธิษฐานเผื่อ “องค์การวาระแห่งการเก็บเกี่ยว” ที่ทำพันธกิจสอนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งในคุก ขอพระเจ้าอวยพระพรให้คนไทยมากมายได้มีโอกาสรู้จักพระเจ้า และเติบโตฝ่ายวิญญาณผ่านองค์การนี้ค่ะ

วิทยานิพนธ์ชีวิตแห่งความเชื่อ

วิทยานิพนธ์ชีวิตแห่งความเชื่อ

โดย: อ.สิริวรรณ อานุภาพโยธา (28 สิงหาคม 2009)

เมื่อได้ฟังใครต่อใครได้เป็นพยานเรื่องของพระพรที่ผ่านมาทางความยากลำบากก็ทำให้นึกถึงชีวิตเพื่อนคนหนึ่งที่ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำและรับการทรงเรียกเพื่อถวายตัวรับใช้พระเจ้าเหมือนอย่างวรรณ  เธอชื่อกันยารัตน์หรือกันย์ เป็นชาวภูเก็ต ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องประเพณีถือศีลกินเจ

เมื่อ 2 ปีที่แล้ววรรณเองเคยได้ลงไปร่วมค่ายของคริสตจักรของกันย์ที่ภูเก็ตและเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลนี้พอดี  วรรณเกิดในครอบครัวคนจีน แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพิธีกรรมใหญ่โตขนาดนี้ ช่วงเวลาที่ยืนรอให้ขบวนแห่อันยาวเหยียดผ่านไปเพื่อข้ามถนนนั้น ได้เห็นคนมากมายที่เรียกตัวเองว่า คนทรง กระโดดโลดเต้นเหมือนไม่รู้สึกตัว เอาเหล็กแหลมทิ่มแทงตัวเองตามความเชื่อของพวกเขา แต่เชื่อไหมคะว่าระหว่างที่รอให้ขบวนแห่ผ่านไป วรรณกลับยืนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว จับมือเพื่อนไว้แน่น  หัวใจมันร้องเรียกแต่พระเจ้าให้ช่วยดวงวิญญาณมากมายเหล่านี้ด้วย  ภาพเหล่านั้นยังคงจดจำได้เสมอและรู้ว่างานของพระเจ้าที่ภูเก็ตยังมีอีกมากมายจริง ๆ ที่เกริ่นนำมาเพราะอยากบอกว่าเพื่อนผู้รับใช้คนนี้ก็ทุ่มเทที่จะรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มกำลังเช่นกัน

เมื่อ3 อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ข่าวจากเพื่อนพี่น้องว่า กันย์ล้มป่วยอย่างกระทันหัน ยังไม่รู้สาเหตุว่าเป็นโรคอะไร เริ่มตัวบวมขึ้นทั้งที่ท้องและขา จนหมอโรงพยาบาลที่แล้ว ที่เล่า ต้องส่งตัวกันย์ไปที่อื่น เพราะไม่รู้จะรักษายังไง ในที่สุด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก็รับตัวไว้รักษาโดยไม่สามารถทำเรื่องเบิกจ่ายค่ารักษาได้เลยเพราะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขบัตรทองที่มี แต่พี่น้องที่คริสตจักรก็ช่วยกัน  ขอบคุณพระเจ้าที่แพทย์ที่นั่นเชี่ยวชาญและเริ่มวินิจฉัยโรค และพบว่ากันย์เป็น Budd Chiari Syndome ซึ่งเกี่ยวกับตับ และมีโรคแทรกซ้อนคือ Polytenmia Vera ที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด

อธิบายง่าย ๆ ตามความเข้าใจของคนไม่ได้เป็นหมอก็คือ มีความผิดปรกติของการสร้างเม็ดเลือดจากไขสันหลัง ทำให้เลือดมีความข้นสูงจนหนืด และเมื่อเลือดหนืดแล้วก็ไปอุดอยู่ที่ตับจนทำให้ตับไม่สามารถทำงานขับถ่ายของเสียได้ น้ำจึงท่วมตับและลามไปที่ปอด คุณแม่ของกันย์เป็นโรคนี้เช่นกันและท่านก็จากไปอยู่กับพระเจ้าเมื่อ3 ปีที่แล้ว  โรคนี้ไม่ค่อยได้พบนัก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นก็จะเป็นผู้ชายมากกว่า ในทุก ๆ วันที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กันย์จะต้องถูกเจาะเอาน้ำออกจากช่องท้องวันละกว่า 2 ลิตร  และต้องถ่ายเลือดออกวันละเกือบ 200 กรัมเพื่อเลือดจะไม่ข้นจนเกินไป กันย์ตัวผอมบางมาก เพราะฉะนั้นเมื่อถูกเจาะอย่างนี้ทุกวันร่างกายก็ยิ่งแย่ แต่กำลังใจของเธอนั้นเกิน 100 จริง ๆ วันที่ได้โทรคุยกับกันย์ครั้งแรก เขากลับแย่งถามว่าลูกในท้องวรรณเป็นยังไงบ้าง และกำชับให้วรรณดูแลสุขภาพดี ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เราฟังแล้วก็รู้ว่าเพื่อนเหนื่อยมาก วรรณร้องไห้กับความเจ็บปวดของเพื่อนแต่ก็พยายามให้เสียงเป็นปรกติเพื่อเขาจะได้ไม่เศร้าไปกับเรา แต่ก็ลำบากเหลือเกิน เราจึงจบการสนทนาด้วยการอธิษฐานด้วยน้ำตาร่วมกันและด้วยความเชื่ออย่างเดียวกันว่าพระเจ้าจะทรงเป็นแพทย์ผู้ประเสริฐของกันย์เสมอ

หลังจากที่เราคุยกัน 2 วันต่อมา เพื่อนทางกรุงเทพได้ข่าวว่าคุณหมอที่สงขลาจะส่งตัวกันย์มารักษาต่อที่กรุงเทพและกำลังตัดสินใจว่าจะเป็นที่ รพ. พระมงกุฏ ดี หรือ รพ.จุฬา ดี พวกเราอยากให้กันย์มาที่จุฬามากกว่า เพราะเรารู้ว่าคุณหมอที่นี่เก่งทุกท่านและพ่อของกันย์ที่ต้องมาดูแลจะเดินทางสะดวกด้วย  เราทุกคนร่วมกันอธิษฐานขอคำตอบจากพระเจ้า ให้หมอเองก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เพื่อนด้วย  วันรุ่งขึ้นได้โทรไปคุยกับคุณหมอและได้คำตอบว่าเขาจะส่งกันย์มาที่ ร.พ. จุฬา เราขอบคุณพระเจ้าทันที แต่ปัญหาที่คุณหมอบอกอีกเรื่องคือ กันย์ต้องรอเตียงและรอสิทธิบัตรทองก่อน ซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่อาการของกันย์ไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น

วันที่เราเริ่มติดต่อนั้นคือวันศุกร์และเราก็รู้ว่าเสาร์-อาทิตย์คงยุ่งยาก เพราะราชการจะหยุด ได้แต่อธิษฐานและทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้  พี่น้องที่ภูเก็ตวยดำเนินเรื่องบัตรทอง เพราะพระองค์เท่านั้นทุกอย่างผ่านไปได้โดยสะดวก กันย์จะได้รับการรักษาโดยใช้สิทธินี้  เพื่อนพี่น้องที่กรุงเทพก็ช่วยติดต่อเรื่องเตียงและประสานงานกับอาจารย์หมอที่จะผ่าตัดให้กันย์ ทางแพทย์ที่สงขลาระบุว่า กันย์ต้องทำ Bypass ตับเท่านั้นจึงจะช่วยให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น อาจารย์หมอที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งของประเทศไทยในเรื่องนี้ได้ดูฟิล์มแล้วก็บอกว่าเขาไม่เคยเจอกรณี แบบนี้ จึงมั่นใจแค่ 60%  แต่เราเชื่อว่าในส่วนที่เหลือและเกินนี้พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์จะเป็นผู้กระทำให้สำเร็จ  แล้วพระองค์ก็เปิดทางทุกเรื่อง ในบ่ายวันนั้นเราได้รับแจ้งจากพยาบาลที่จุฬาว่ามีเตียงว่างแล้วพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายกันย์ได้เลย (ซึ่งขอขอบคุณพี่แอ๊ดและพี่ติ๋ม ที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้ พระเจ้าใช้พี่ทั้งสองท่านในการช่วยเหลือพี่น้องเสมอเลยคะ) ดังนั้นกันย์จึงได้ถูกส่งตัวเข้ากรุงเทพในวันเสาร์ทันทีทั้งๆ ที่พยาบาลที่สงขลาแทบตั้งตัวไม่ทัน

เวลานี้กันย์ได้เข้ามารับการรักษาที่ร.พ จุฬาได้ เกือบอาทิตย์แล้ว คุณหมอเจ้าของไข้ก็เป็นอาจารย์แพทย์ระดับมือหนึ่งของประเทศทั้งสิ้น พวกเขาสนใจอาการของกันย์มากและอยากจะศึกษา จึงทำให้กันย์ได้รับการดูแลอย่างดี ในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยนี้ได้ส่งผลแห่งพระพรไปสู่คนรอบข้างมากมาย เปรียบเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมกระจายเป็นวงกว้าง พระพรมากมายได้หลั่งไหลไปสู่ครอบครัวของกันย์ คุณพ่อได้ตัดสินใจรับเชื่อ เพื่อนๆ พี่น้องทุกคนได้เรียนรู้เรื่องของความไว้วางใจและความเชื่อมากขึ้น ปัญหาของคริสตจักรได้รับการแก้ไข พี่น้องที่เคยแตกแยกไม่เข้าใจกันก็กลับมาคืนดี  และทุกครั้งที่มีพี่น้องไปเยี่ยม ผู้ป่วยเตียงใกล้เคียงก็จะได้ฟังเรื่องราวของพระเจ้า ได้รับการอธิษฐานเผื่อ และได้ฟังเสียงเพลงแห่งพระพรเสมอ  และพระพรนี้ก็ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของวรรณ พ่อกับแม่ได้เห็นความรักของพี่น้องคริสเตียนที่ช่วยเหลือกัน เหมือนอย่างที่พระเยซูตรัสไว้ว่า “เจ้าทั้งหลายจงรักกันและกัน ดังนั้นแหละคนทั้งหลายจึงจะรู้ว่าเจ้าเป็นสาวกของเรา” และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

พระพรอีกประการคือน้องสาวและน้องชายของวรรณได้กลับมาคืนดีกันหลังจากที่เขาไม่คุยกันมานานด้วยต่างก็ถือทิฐิมานะใส่กัน วรรณได้บอกน้องเรื่องของการคืนดีและการรักผู้อื่นขณะที่เรายังมีเวลา ไม่ใช่ว่าจะมารักกันเอาเมื่อจะหมดเวลาซะแล้ว ซึ่งนี่คือพระพรที่ผ่านมาทางความทุกข์ยากลำบากโดยยืนอยู่บนความเชื่อที่เข้มแข็งของกันย์และเราทุกคน

ปีนี้กันย์กำลังจะจบการศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาศาสนศาสตร์และกำลังทำวิทยานิพนธ์ซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ก็ต้องมาล้มป่วยเสียก่อน แตช่วงเวลานี้กันย์กำลังเริ่มต้นเขียนวิทยานิพนธ์แห่งชีวิตความเชื่ออีกฉบับ โดยมีพระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ โดยมีเราทุกคนได้ร่วมเขียนด้วยกัน วรรณจึงเชื่อว่าพระอง์จะทรงช่วยให้กันย์ผ่านไปด้วยความสง่างามและวันหนึ่งเมื่อเขาจะได้รับรางวัลแห่งความเชื่อนี้ก็จะเป็นมงกุฏชีวิตที่จะไม่มีวันร่วงโรย  วันนี้เราจึงเชื่อและไว้วางใจในพระเจ้าว่าพระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์และจะทรงนำกันย์กลับไปยังทุ่งนาที่เหลืองอร่ามในภูเก็ตเพื่อให้กันย์จะได้ลงไปร่วมเก็บเกี่ยวอีกครั้ง แล้ววันหนึ่งเราจะได้ร่วมกันขอบคุณพระเจ้ากับกันย์และนี่คือคำพยานแห่งชีวิตที่มีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้อำนวยพระพรทั้งสิ้น

สาวโบว์ สุรัตนาวี สุวิพร

ใครจะเชื่อว่าสาวโบว์ TK หรือ สุรัตนาวี สุวิพร ผู้ซึ่งเป็น Idol ของวัยรุ่นไทยในสมัยหนึ่ง จากภายนอก ที่ดูเป็นสาวเปรี้ยวจิ๊ดและมั่นใจสุดๆ ของสาวน้อยคนนี้ เธอกลับพบว่ายังมีบางสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต และสิ่งนั้นไม่อาจเติมเต็มได้ด้วยชื่อเสียง เงินทอง หรือความสำเร็จ แต่สิ่งที่เธอปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของยิ่งกว่านั้น กลับเป็นความรักของ พระเยซูคริสต์ที่ทำให้เธอได้ค้นพบสิ่งที่เธอค้นหามาตลอดชีวิต นั่นคือ สันติสุขแท้…. Continue Reading “สาวโบว์ สุรัตนาวี สุวิพร”

คำพยานจาก นท.นพ. ภากร จันทนมัฎฐะ รน.

CJ_117

 

 

 

 

ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียนคนเดียวในครอบครัว  เป็นคริสเตียนคนเดียวท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าทั้งที่บ้านและที่ทำงาน  ข้าพเจ้าเพิ่งรับเชื่อมาได้ประมาณ 3 ปี  การมาพบพระเจ้าของข้าพเจ้าไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไรนัก  แต่หลังจากได้รู้จักพระองค์แล้ว  ข้าพเจ้าได้ทราบว่า  พระองค์คือคำตอบของสิ่งที่ข้าพเจ้าค้นหามาเป็นเวลานาน การแสวงหาพระเจ้าของข้าพเจ้านั้น  เกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก ๆ 2 ประการ

Continue Reading “คำพยานจาก นท.นพ. ภากร จันทนมัฎฐะ รน.”