พินาศไปเพราะหลงผิด

ย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น (1ยอห์น 2:15)

ลองนึกชื่อต่างๆที่ อ.เปาโลเอ่ยถึงในจดหมายฝากของท่าน มีการเอ่ยชื่อของเดมาสไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ถึงสองครั้ง ครั้งแรกท่านเขียนถึงในจดหมายฝากไปยังฟีเลโมน เอปาฟรัส ผู้ซึ่งถูกจำจองอยู่ด้วยกันกับข้าพเจ้าเพื่อพระเยซูคริสต์ ฝากความคิดถึงมายังท่านด้วย มาระโก อาริสทารคัส เดมาส และลูกา ผู้เป็นเพื่อนร่วมงานกับข้าพเจ้า ก็ฝากความคิดถึงมายังท่านเช่นเดียวกัน” (ฟีเลโมน 1:23-24)

แล้ว อ.เปาโลเอ่ยถึงเป็นครั้งที่สองใน 2ทิโมธี 4:10 ว่า เพราะว่าเดมาส ได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา เครสเซนส์ได้ไปยังแคว้นกาลาเทีย ทิตัสได้ไปยังเมืองดาลมาเทีย”

ทำไมเดมาสจึงทิ้ง อ.เปาโลไป? เพราะเขาหลงรักสิ่งที่เป็นของโลก รักสิ่งของต่างๆในชีวิต พระคัมภีร์กล่าวว่า อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา แต่เกิดมาจากโลก” (1ยอห์น 2:15-16)

เมื่อพระคัมภีร์เอ่ยถึงคำว่าโลก คือหมายถึงข้อปฏิบัติและประเพณีต่างๆของโลกนี้ที่ค้านกับพระประสงค์ของพระเจ้า ในอุปมาเรื่องคนหว่านพืช พระเยซูตรัสถึงเมล็ดพันธ์แห่งพระคำของพระเจ้าที่ถูกพงหนามรัดเอาไว้ พงหนามนั้นเปรียบเหมือน ความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ” (มัทธิว 13:22)

มีหลายสิ่งที่ทำให้เรากระวนกระวายใจในยามค่ำคืนจนหลับตาไม่ลง แต่พระเยซูตรัสว่า มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ?” (มัทธิว 6:27) และโยบกล่าวว่า “วันเวลาของเขาถูกกำหนดไว้เสียแล้ว และจำนวนเดือนของเขาก็อยู่กับพระองค์ พระองค์ทรงกำหนดขอบเขตของเขาไม่ให้เขาผ่านไปได้” (โยบ 14:5)

เราไม่อาจต่อชีวิตไปได้ด้วยความกระวนกระวายใจ ดังนั้นให้นำทุกสิ่งมาวางไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • จริง… เรากระวนกระวายไป อายุชีวิตเราก็เท่าเดิม เพราะพระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว กว่าจะไปถึงวันนั้น พระองค์ให้เรา “ละความกระวนกระวายไว้ที่พระองค์” ซึ่งก็ดีกว่ามากๆค่ะ

ดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์กับพระเจ้าแปลว่าอะไร?

“เหตุฉะนั้น เจ้าจงออกจากหมู่พวกเขาเหล่านั้น และจงแยกตัวออกจากเขาทั้งหลาย อย่าแตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาด แล้วเราจึงจะรับพวกเจ้าทั้งหลาย เราจะเป็นดังบิดาของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเป็นบุตรชายบุตรหญิงของเรา”พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทั้งสิ้นได้ตรัสดังนั้น (2โครินธ์ 6:17-18)

เมื่อคุณเปิดพระคัมภีร์อ่าน แล้วเจอข้อพระคำเช่นในอิสยาห์ 6:3 ที่กล่าวว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์” คุณคิดว่าคำว่า “บริสุทธิ์” แปลว่าอะไร?

ในพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่ เมื่อเราพูดถึงความบริสุทธิ์ของพระเจ้าหรือของเราเอง คงไม่ได้หมายความแค่การประพฤติดี ครับ แต่หมายถึงการแยกตัวออกมาและห่างไกลอย่างสิ้นเชิงจากสถานภาพเดิมที่เคยเป็นอยู่

เดี๋ยวนี้แย่หน่อยที่เราไม่ค่อยได้ยินคำเทศนาเรื่องการแยกตัวออกมาจากสภาพเดิมๆ เพราะคริสเตียนหลายคนในทุกวันนี้เป็นเหมือนกิ้งก่า สามารถเปลี่ยนสีไปตามกลุ่มคนหรือสภาพแวดล้อมที่เข้าไปอยู่ได้ พวกเขาจึงเป็นเหมือนคนทางโลกทั่วไป ไม่มีอะไรแตกต่าง

แต่พระเจ้าทรงเรียกเราให้มีมาตรฐานที่สูงกว่านั้น และเมื่อคุณดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากทางโลกจนเห็นได้ชัด คุณจะมีประสบการณ์ชื่นชมยินดีที่พระเจ้าปรารถนาให้คุณมี พระองค์ไม่ได้ต้องการแยกคุณออกมาเพื่อทำให้คุณพลาดเรื่องสนุกสนานทางโลก แต่ทรงปรารถนาให้คุณได้รับการเติมเต็มในพระองค์

บางคนสมัยนี้มีความเชื่อแต่ก็ยังมีทุกข์ พวกเขามีมือข้างหนึ่งเต็มไปด้วยเรื่องทางโลก และมีพระเยซูอยู่ในมืออีกข้าง พวกเขาได้น้อยนิดจากทั้งสองมือ และไม่ได้สิ่งดีที่สุดจากฝ่ายใดเลย แต่ถ้าคุณปล่อยมือทิ้งทางโลกไป และนำทั้งสองมือมายึดองค์พระเยซูคริสต์ไว้ คุณจะพบความยินดีที่เกินอธิบายจากการได้มีสามัคคีธรรมเต็มร้อยกับองค์พระผู้เป็นเจ้า

พระวจนะพระเจ้าเรียกคุณให้มาดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากโลกรอบตัวคุณจนเห็นได้ชัดเจน และเมื่อเป็นเช่นนั้นคุณจะมีความชื่นชมยินดีเกินอธิบายจาการมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้าครับ

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • บางคนรักพี่เสียดายน้อง บางคนอยากได้สิ่งดีที่สุดจากทั้งสองฝ่าย บางคนไม่อยากและไม่ยอมเลือก หรือรักเผื่อเลือก ระวังนะคะจะไม่มีอะไรเหลือให้คุณเลือกเลยในวันสุดท้าย – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

พระเยซูจะนั่งที่ตรงไหน?

ฝ่ายธรรมาจารย์ที่เป็นพวกฟาริสี  เมื่อเห็นพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารกับพวกคนบาปและคนเก็บภาษี  จึงถามศิษย์ของพระองค์ว่า  “เหตุไฉนอาจารย์ของท่านจึงรับประทานด้วยกันกับคนเก็บภาษีและคนนอกรีตเล่า” (มาระโก 2:16)

งานพิธีไว้อาลัยที่ฉันเพิ่งไปมา มีสองสิ่งที่ต้องตัดสินใจ และทั้งสองเกี่ยวข้องกับการนั่ง ดูเหมือนไม่น่าเป็นปัญหา แต่เอาเข้าจริงๆแล้วเป็นปัญหา งานวันนั้นฉันจำต้องเลือกว่าจะหาที่นั่งสบายๆ หรือจะนั่งในที่ๆพระเยซูอยากให้นั่ง มันไม่เหมือนกันนะคะ

ตามปกติในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันจะมองหาเพื่อนๆ หรืออย่างน้อยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม วันนั้นนอกจากคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ต้องพบปะต้อนรับแขกมากมายแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใครที่รู้จัก ทางเลือกของฉันคือไปนั่งในกลุ่มคนที่คล้ายๆกับฉัน หรือในกลุ่มที่แตกต่าง

ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันดีกว่าพวกเขา เพราะทุกคนมองภายนอกดูเหมือนกันหมด – แต่งชุดดำสุภาพ อายุใกล้เคียงกัน และน่าจะพูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ แล้วก็มีอีกกลุ่มที่นั่งอยู่แถวหลังสุด ฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร และรู้ว่าเราแตกต่างกัน สิ่งที่พวกเขาเลือกทำอาจจะไม่เหมือนกับฉัน หรือว่าพวกเขาแยกออกไปนั่งข้างหลังเพราะคิดว่าเป็นพวก “คนนอก” ไม่เหมาะกับคนอื่น? แน่นอนคงไม่มีใครไปวุ่นวายกับพวกเขา ถึงอย่างไรพวกเขาก็ดูแปลกแตกต่างอยู่ดี

หลังเสร็จพิธี  ระหว่างอาหารว่าง ฉันชั่งใจว่าควรทำอย่างไร จึงถามตัวเองว่า “ถ้าเป็นพระเยซู พระองค์จะไปนั่งที่ตรงไหน?” พระองค์จะเลือกนั่งข้างในกับแขกกลุ่มใหญ่ที่มีฐานะเดียวกับพระองค์ หรือจะเลือกไปนั่งในที่ๆสามารถสำแดงพระทัยของพระเจ้าได้? คำตอบนั้นชัดเจน ฉันจึงเดินมุ่งไปที่ประตู

“นั่งด้วยคนได้ไหมคะ?” ฉันถาม เห็นรอยยิ้มและใบหน้าเชิญชวน บางคนรีบยกเก้าอี้มาให้ อีกคนแนะนำตัวเอง แล้วทุกคนก็ร่วมวงคุยกันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วขณะที่เราคุยกันไ ป หัวเราะกันไป เราคุยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว หนังที่เพิ่งลงโรง และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว

พวกเขามีสิทธิคิดว่าฉันนั้นช่างแตกต่างกับพวกเขา แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ในช่วงเวลานั้นพวกเขาต้อนรับฉันเข้ากลุ่มด้วยความจริงใจ เมื่อถึงตอนกล่าวลา ใจฉันหวนคิดถึงพระเยซูที่ทรงเลือกนั่งกับคนที่ถูกพวกเคร่งศาสนาตราหน้าว่าน่ารังเกียจ แต่พวกเขากลับต้อนรับพระเยซู และเมื่อพระองค์ทรงเลือกใช้เวลากับคนที่อยู่ห่างไกลพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างอิทธิพลที่แตกต่างอย่างชัดเจน

ฉันพอนึกภาพออก เมื่อพวกสาวกพยายามเตือนพระเยซูถึงอันตรายในการไปอยู่ในวงของพวก “คนบาป” พวกเขาอาจนึกว่าพระเยซูไร้เดียงสา หรือไม่ฉลาดนัก บางคนเป็นห่วงว่า “ผู้คนจะคิดอย่างไร?” หรือ “ใครจะมาฟังเราอีกในเมื่อเห็นพวกเราไปกินข้าว ไปร่วมวงกับคนที่สังคมรังเกียจ?” แต่พระเยซูไม่วิตกว่าใครจะคิดอย่างไร พระองค์ไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียง หรือถูกตำหนิว่าไม่เลือกคบคน ที่พระองค์ทำคือออกจากกรอบความคิดของคนอื่น เพื่อไปแสดงความรักและการยอมรับจากพระเจ้า

ฉันเองก็เช่นกัน  ได้เลือกใช้เวลาเป็นชั่วโมงออกห่างจากกลุ่มคนเดิมๆที่เป็นเหมือนฉัน เพื่อมีโอกาสนำความรักของพระเยซูไปมอบให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นที่ในโบสถ์ ในห้องอาหารที่ทำงาน  ไปนั่งเชียร์กีฬา หรืองานวันเกิดเด็กๆ ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะมีใครบางคนต้องการพระเยซูอยู่ด้วยเสมอ

ทุกครั้งที่เลือกได้ คำถามจะเหมือนเดิม – ฉันจะพุ่งไปนั่งกับคนคุ้นเคยดี? หรือมุ่งไปนั่งในที่ๆพระเยซูเลือกนั่ง?

เราถูกเลือกให้เป็นคนที่แตกต่างในหลายทาง เราไม่ได้เป็นเหมือนสิ่งที่โลกเลือกปฏิบัติ พระเยซูตรัสว่าเราเป็นความสว่างของโลก เท่าที่รู้ จุดเทียนในห้องที่สว่างอยู่แล้วจะมีความหมายใด แต่เทียนที่จุดขึ้นในที่มืด จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว

ดังนั้นถ้ามีโอกาส ขอแนะนำให้คุณเลือกนั่งในที่ๆพระเยซูจะไปนั่งค่ะ แล้วจะไม่ผิดหวัง

โดย: Glynnis Whitwer

Encouragement  for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • สมาชิกโบสถ์ส่วนใหญ่ กลุ่มเพื่อนร่วมงาน หรือกลุ่มเพื่อนๆมักจะชินอยู่กับกลุ่มหรือคนเดิมๆ เก้าอี้เดิมๆ บริเวณเดิมๆ จนลืมนึกถึงการขยายขอบเขตแผ่นดินสวรรค์ไปอย่างน่าเสียดาย … เริ่มใหม่ได้ค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพร

มองหาผู้นมัสการ

แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์ (ยอห์น 4:23)

หลายปีมาแล้วผมเลี้ยงนกแก้วตัวเล็กๆตัวหนึ่งชื่อป๊อปคอร์น เป็นนกที่ฉลาดเอาการ ผมจะเปิดประตูกรงไว้แล้วไปยืนฝั่งตรงข้ามห้องร้องเรียกชื่อ เขาก็จะบินมาหาแล้วเกาะที่บนบ่าจะเกาะอยู่อย่างนั้นส่งเสียงร้องดังไปทั่ว

วันหนึ่งผมไปเที่ยวที่เกาะบาลบัวในนิวบีช เห็นผู้ชายคนหนึ่งมีนกแก้วตัวใหญ่อยู่บนบ่า นกตัวนั้นนั่งนิ่งๆบนบ่าไม่ยอมบินหนีไปไหน ปีกก็ไม่ได้ถูกตัด และไม่มีการล่ามเชือกเอาไว้ด้วย ผมจึงเข้าไปพูดกับเจ้าของและรู้สึกประทับใจ คิดว่า “จะไปทำเช่นนี้บ้างกับป๊อปคอร์น” เมื่อกลับไปถึงบ้าน ผมก็ให้ป๊อปคอร์นมาเกาะอยู่บนบ่า และเดินไปมาในบ้าน เขาก็ยังนั่งอยู่นิ่งๆ ผมจึงเปิดประตูบ้านและเดินออกไปข้างนอก ป๊อปคอร์นบินปร๋อออกไป และไม่กลับมาอีกเลย ไม่ว่าจะออกไปตามหาจนทั่วแล้วก็ตาม

พระเจ้าทรงมองหาผู้ที่จะนมัสการพระองค์ ทรงมองหาผู้ที่ต้องการเติบโตฝ่ายวิญญาณ พระเยซูตรัสว่า แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์” (ยอห์น 4:23)

พระเยซูทรงเล่าเรื่องชายผู้ออกไปหว่านพืช เป็นอุปมาเกี่ยวกับการเติบโตฝ่ายวิญญาณ และการตอบสนองของผู้คนเมื่อได้ยินพระวจนะของพระองค์ สุดท้ายจบลงตรงที่เราเองต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเป็นดินประเภทใดเมื่อได้ฟังพระวจนะ ดินแห่งจิตใจของเราต้องการจะตอบสนองแบบใด

ถ้าคุณปรารถนาจะเติบโตฝ่ายวิญญาณ คุณก็จะโต ถ้าคุณไม่ต้องการจะเติบโตฝ่ายวิญญาณ คุณก็จะไม่โต มันแสนจะธรรมดาครับ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พระเจ้าให้เราเลือกที่จะโตหรือไม่โตได้ แต่ทุกทางเลือกมีผลตามมาค่ะ เลือกให้ดีๆนะคะ – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

หมายสำคัญของพระเจ้าแก่โลกที่หลงหาย

คราวนั้นมีบางคนในพวกธรรมาจารย์ และพวกฟาริสีมาทูลพระองค์ว่า “อาจารย์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าอยากจะเห็นหมายสำคัญจากท่าน” (มัทธิว 12:38)

สเตลล่า หลานสาวของผมชอบแกล้งคนโดยใช้กล่องเล่นกลเล็กๆที่ผมซื้อให้ เธอยังไม่เก่งนักในเรื่องกลโกง เพราะใครๆก็รู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร แม้พวกเขารู้ แต่ก็ไม่มีใครขัดอะไร เออออตามไปด้วย ทำให้เธอมีความสุขมาก

บางครั้งเราคิดว่าถ้ามีการอัศจรรย์ให้เพื่อนๆที่ยังไม่เชื่อเห็น พวกเขาจะมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ เราคิดว่า “ถ้าฉันอธิษฐานแล้วคนนี้หายป่วยได้ เขาคงเชื่อพระเจ้าทันที ฉันมั่นใจ หรือฉันอาจทำบางอย่างที่ทำให้เขาตกตะลึงไปเลย“  แต่ทราบหรือไม่? สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถทำให้พวกเขามีความเชื่อได้

ขนาดพระเยซูทรงชุบชีวิตคนให้เป็นขึ้นจากตาย และถึงแม้พระองค์เองฟื้นคืนพระชนม์กลับมา หลายคนได้เห็นด้วยตาตัวเอง ก็ยังปฏิเสธพระองค์

เมื่อครั้งที่พวกผู้นำศาสนามาพบพระเยซูเพื่อทูลขอหมายสำคัญ ที่จริงพวกเขากำลังพูดว่า “เฮ้ พระเยซู เล่นกลให้ดูหน่อย!” แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “…“คนชาติชั่วและคิดทรยศต่อพระเจ้าแสวงหาหมายสำคัญ และจะไม่ทรงโปรดให้หมายสำคัญแก่เขา เว้นไว้แต่หมายสำคัญของโยนาห์ผู้เผยพระวจนะ ด้วยว่า โยนาห์ได้อยู่ในท้องปลามหึมาสามวัน สามคืน ฉันใด บุตรมนุษย์จะอยู่ในท้องแผ่นดิน สามวันสามคืนฉันนั้น” (มัทธิว 12:39-40)

อันที่จริง พระเยซูกำลังบอกกับพวกเขาว่า “นี่คือหมายสำคัญแก่โลกที่หลงหาย : เรากำลังเดินไปสู่ไม้กางเขน จะตาย และจะฟื้นคืนกลับมา ถ้าพวกท่านยอมรับตามนี้ จะได้รับการอภัย หรือพวกท่านปฏิเสธและไม่ได้รับการอภัย เป็นสิ่งที่พวกท่านเลือกได้เอง” และเป็นสิ่งที่พวกเราเองก็ต้องเลือกเองนะครั

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • มนุษย์มองหาหมายสำคัญ ทั้งๆที่หมายสำคัญแห่งการสิ้นยุคที่ทรงพยากรณ์ไว้สองพันปีมาแล้ว กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกวัน ยังไม่อาจทำให้พวกเขาเชื่อได้ เพราะพวกเขาเลือกที่จะไม่เชื่อเอง
  • เราคงต้องทำงานกันหนักหน่อย เวลาเริ่มร่อยหรอลงทุกที ต้องช่วยกันประกาศข่าวประเสริฐออกไปให้มากที่สุด  – ขอพระเจ้าทรงนำค่ะ

ทำไมฉันทำสิ่งที่ทำอยู่

พระเยซูตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” (ยอห์น 20:21)

พี่น้องสองสาวยืนอยู่ที่ประตูโบสถ์ สีหน้าบอกถึงความทุกข์ในชีวิต คนน้องนั่งลงข้างๆฉัน เธอเชื่อพระเจ้ามาได้หนึ่งปีแล้วสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอและสมาชิกสตรีที่โบสถ์ท่านหนึ่งได้ช่วยพี่สาวของเธอออกมาจากการทารุณกรรมและปัญหายาเสพย์ติดที่บ้าน

“ขออธิษฐานกับเธอได้มั้ย?” ฉันถาม

พี่สาวคนโตคุกเข่าลง วางหน้าผากลงมาบนตักของฉัน สองแขนกอดขาฉันไว้แน่น สิ่งที่มันล้นอยู่ในใจเธอแทบจะจับต้องได้ ความโหยหาของเธอนั้นช่างมากล้น ขณะกอดขาฉันไว้น้ำตาของเธอที่หยดลงบนกางเกงจนฉันรู้สึกท่วมท้นเมื่อสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า สัมผัสได้ถึงความรักมากมายที่พระองค์เทลงมายังดวงใจลูกของพระองค์ที่แตกสลายคนนี้

ฉันก้มลงไปกอดเธอไว้แล้วอธิษฐาน มันไม่ใช่คำพูดใดๆ แต่เป็นพระเจ้าเองที่ทรงสำแดงให้ฉันเห็นความจริงอีกครั้ง พระองค์ทรงเปลี่ยนชีวิตผู้คน พระองค์รัก พระองค์เสด็จมาเพื่อเยียยวยาหัวใจที่แตกสลาย และวางเท้าของพวกเขาลงบนเส้นทางใหม่

คืนนั้นขณะที่ฉันหวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์นี้  ฉันได้แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่ให้ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันทำ

บางครั้งเรามัวมุ่งอยู่กับรายละเอียดในงานรับใช้ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นครูรวี ทำงานกับอนุชน  เป็นภรรยาผู้รับใช้ เป็นคนนำนมัสการ ทำในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าพระเจ้าเรียกให้คุณมาทำ บางครั้งผู้คนก็ไม่ง่าย อาจทำให้คุณท้อล้า บางครั้งคุณรู้สึกล้มเหลว ถึงแม้ตั้งใจและอธิษฐานไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ไม่ว่าการท้าทายมีมากขนาดไหน เทียบไม่ได้เลยกับคริสเตียนในยุคแรก ฉันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกดีๆ และรู้สึกถดถอยที่พวกเขาต้องเผชิญในแต่ละวัน แต่พวกเขาก็ยังสัตย์ซื่อมุ่งมั่นทำสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ – นำข่าวประเสริฐไปสู่ผู้คนที่แสวงหาความจริง บางทีพวกเขาก็ได้เห็นผลของสิ่งที่ลงแรงไป แต่ส่วนมากแล้วไม่มีโอกาสได้เห็น

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นไปชั่วข้ามคืน ขณะที่พวกเขาหว่านความหวังลงไปในที่ต่างๆ แน่นอนพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ นิสัยแบบมนุษย์ อุปสรรคต่างๆ เช่นเดียวกับพวกเรา ในหนังสือยอห์นบทที่ 21 เราเห็นว่าเปโตรรู้สึกท้อกับงานรับใช้ ท่านเคยกระตือรือร้นในช่วงแรก แต่เมื่อเผชิญเรื่องหนักๆ ก็แทบลืมไปว่าทำไมท่านจึงทำในสิ่งที่ทำอยู่ ท่านจึงมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางอื่น แต่ในข้อ 15-17 เราเห็นว่าพระเยซูทรงเตือนเปโตรถึงความงามของการปรนนิบัติผู้อื่น พระองค์ตรัสถึงสามครั้งว่า “จงเลี้ยงแกะของเราเถิด” เปโตรจึงตะหนักได้ถึงสิ่งที่ท่านต้องทำ และเดินหน้าจนกลายเป็นศิลาในคริสตจักร

คุณเคยล้ากับรายละเอียดปลีกย่อย กับผู้คน กับภูเขาทั้งลูกเล็กลูกใหญ่ที่ผุดขึ้นมาขวางหน้าหรือไม่ ทั้งๆที่เพิ่งอธิษฐานเผื่อในเรื่องนี้มาหยกๆ? ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันขออธิษฐานให้พระองค์เตือนคุณอีกครั้งว่าทำไมคุณทำในสิ่งที่ทำอยู่ ฉันอธิษฐานขอให้พระองค์นำใจคุณไปยังผู้คนที่เหมือนกับพี่น้องสองสาวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำร้ายจนแทบแตกสลาย แต่ชีวิตพวกเธอกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดียิ่งๆขึ้น

คุณจะเห็นว่ามีอีกหลายคน ที่กำลัง “ทำในสิ่งที่พวกเขาทำอยู่” เป็นเพื่อนกับผู้ที่หัวใจแหลกสลาย ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยง ครูสอนพระคัมภีร์ ศิษยาภิบาล ผู้นำสตรี คนที่ปรนนิบัติดูแลให้ผู้อื่นรับใช้ได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อนพี่น้องคริสเตียน – คนที่เหมือนกับคุณและฉัน – และในตอนจบสิ่งที่ทุกคนจะได้รับคือพระกิตติคุณที่สลักแน่นอยู่ในหัวใจ

โดยT. Suzanne Eller

Encouragement for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ตอนนี้เราลิ้งค์เข้ากับหน้าของวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงของ Soulfood Ministry ค่ะ มีเพลงเพราะๆ และเรื่องราวดีๆมาฝากลองฟังดูนะคะ
  • เนื่องจากคริสตจักรของเรามีทีมอธิษฐานที่มีสมาชิกกว่า 70 คน ที่ยินดีจะอธิษฐานเผื่อพวกท่าน สามารถใช้ช่องทางด้านขวามือเขียนเข้ามาขอการอธิษฐานเผื่อได้เลยค่ะ เพื่อเราจะได้เป็นพระพรซึ่งกันและกัน
  • และที่สำคัญอย่ารับใช้เสียมากมายจนงงว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่นะคะ หรือไม่รับใช้เลยจนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เริ่มได้ง่ายๆเลยค่ะ “อธิษฐานเผื่อผู้อื่น” แล้วพระเจ้าจะทรงนำต่อไปเรื่อยๆค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพระพร

จะตระหนักถึงพระพรในชีวิตคุณได้อย่างไร

เพราะพระเจ้าทรงเป็นดวงอาทิตย์และเป็นโล่ พระองค์ทรงปูนความชอบและเกียรติ พระเจ้ามิได้ทรงหวงของดีอันใดไว้เลย จากบุคคลผู้เดินอย่างเที่ยงธรรม (สดุดี 84:11)

บางครั้งเมื่อผมแบ่งปันพระกิตติคุณ จะมีคนตอบสนองว่า “ผมรู้ดี ผมจำเป็นต้องมีพระคริสต์ แต่ผมกลัวว่าพระองค์จะทรงใช้ให้ผมไปทำงานในที่ๆผมไม่อยากไป” หลายคนเชื่ออย่างจริงจังว่าวันใดที่ยอมเปิดใจรับเชื่อ พระเจ้าจะส่งเขาไปทำงานประกาศกับนกเพนกวินที่ขั้วโลกใต้

ผมขอบอกอย่างนี้ครับ ดำเนินชีวิตในพระเยซูคริสต์ เป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์เกินกว่าที่ผมจะคิดได้ พระองค์จะไม่มีวันส่งผมไปในบางที่ โดยไม่ทรงประทานสันติสุขเกินความเข้าใจให้ พระองค์จะไม่ทรงนำผมไปในเส้นทางที่ทำให้ผมหันหลังกลับ และพูดว่า “ผมไม่น่าตัดสินใจไปเลย”

ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจดีว่าพระเจ้าปรารถนาให้คุณมีความสุขกับพระพร  ถ้าเป็นพระพรที่ดี ครบถ้วน และมาจากพระเจ้าจะทำให้คุณเป็นคนดีกว่าเดิม และพระองค์อยากให้คุณได้รับพระพรนั้น พระองค์ไม่ทรงหวงสิ่งดีอันใดไว้เลย

ดังนั้นเมื่อคุณมองไปรอบข้าง และดูเหมือนใครๆก็มีความสุข จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงประทานพระพรบางอย่างที่เจาะจงให้แก่คุณ เพื่อพระประสงค์พิเศษบางอย่าง และเมื่อคุณเติบโตยิ่งขึ้นในความสัตย์ซื่อ และเดินตามพระองค์ได้อย่างสง่างาม พระองค์จะทรงเพิ่มเติมพระพรให้มากขึ้นไปอีกครับ

พระเจ้าทรงประทานของอันดีทุกอย่างให้กับผู้ที่ติดตามพระองค์ ดังนั้นจงขอบพระคุณสำหรับพระพรมากมายที่ได้ประทานให้ในชีวิตของคุณ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรดีมากมายที่ทรงประทานให้แก่ลูกๆของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ปรารถนาคือการเชื่อฟังจริงจัง – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ