รักที่เสียสละแท้จริงเป็นอย่างไร

เพราะถ้าเป็นประโยชน์ ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า  คือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ (โรม 9:3)

วิลเลี่ยม บูธ ผู้ก่อตั้งหน่วยกู้ภัย แนะนำว่าวิธีฝึกที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาพระคริสตธรรมคือส่งพวกเขาให้ไปอยู่นรกสัก 24 ชั่วโมง ท่านกล่าวว่าถ้าได้ส่งผู้รับใช้เหล่านั้นไปนรกสักหนึ่งวัน พวกเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมในการประกาศข่าวประเสริฐ

พระวจนะด้านบนวันนี้แสดงให้เห็นว่า อ.เปาโลพร้อมจะจ่ายราคาแม้จะชั่วนิรันดร์ เพราะความรักที่ท่านมีต่อผู้หลงหายนั้นยิ่งใหญ่นัก ท่านพร้อมจะยอมตายและไปนรกเพื่อชนชาติของท่าน – ชาวยิว – จะยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด

ผมเองก็ไม่เข้าใจ และไม่พยายามจะเข้าใจในความรักที่ไกลกว่าเหตุผลเช่นนี้ และด้วยความสัตย์จริง เมื่อค้นดูใจตัวเอง ต้องบอกว่าผมไม่อาจรักใครได้ขนาดนั้น ครับอาจมีบางคนที่ผมยอมตายแทนได้เพื่อให้พวกเขาได้ไปสวรรค์ แต่จะต้องตกนรกเพื่อใครบางคนเป็นความรักในแบบเกินอธิบาย

ผมคิดว่าเป็นความรักผู้อื่นที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์ และผมเชื่อว่าเป็นองค์พระเยซูคริสต์เองที่ตรัสผ่าน อ.เปาโล เพราะในขณะที่ อ.เปาโลไม่สามารถตายแล้วไปนรกได้ พระเยซูทรงยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อให้เราได้ไปสวรรค์ นี่คือความรักมากมายที่พระองค์มีให้คุณ ดังนั้นจงแบ่งปันออกไปสู่ผู้อื่น

พระเยซูทรงรักคุณมากจนยอมทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เพื่อให้คุณได้ไปสวรรค์ จงแบ่งปันความรักนี้ให้ผู้อื่นในวันนี้เลยนะครับ

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

จงใช้การได้

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า” (2โครินธ์ 12:9)

คุณคิดว่าการที่ได้เห็นนิมิตภาพสวรรค์ทำให้คุณทะนงตัวหรือเปล่า? ลองนึกว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในกลุ่มคนที่พูดกันว่าพวกเขาไปพักร้อนที่ไหนกันมา  − เราไปฮาวาย… เราไปตาฮิติ … เราไปอิตาลี …

อ.เปาโลอาจกล่าวได้ว่า “ผมเคยไปสวรรค์”

“พูดจริงๆสิครับ อ.เปาโล ท่านไปไหนมา?”

“สวรรค์ครับ – ผมไปสวรรค์มา”

“จริงหรือครับ? แล้วสวรรค์เป็นยังไงครับ?”

“ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ก็ดีกว่าที่ๆพวกคุณไปมา”

เพื่อไม่ให้ อ.เปาโลรู้สึกทะนงตัวเกินไป พระเจ้าอนุญาตให้ท่านเผชิญกับความทุกข์ยากในชีวิตเพื่อให้ท่านถ่อมลงและเป็นคนที่ใช้การได้ อ.เปาโลบันทึกประสบการณ์ของท่านเอาไว้

เรื่องหนามใหญ่นั้น ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า  “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก ในการถูกข่มเหง ในความอับจน เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น (2โครินธ์ 12:8–10)

พระเจ้าอนุญาตให้เกิดความลำบากขึ้นในชีวิตคริสเตียน ในกรณีของ อ.เปาโล นั่นคือ “หนามใหญ่ในเนื้อ” (ดู 2โครินธ์ 12:7) เราไม่รู้ว่าหนามใหญ่ที่ท่านพูดนั้นคืออะไรแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด อ.เปาโลทูลขอพระเจ้าให้มันหลุดไปถึงสามครั้ง และทั้งสามครั้งพระองค์ตรัสว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว” พระเจ้าทรงอนุญาตให้ความทุกข์ลำบากนี้มีอยู่ในชีวิตของท่าน เพื่อท่านจะเป็นคนที่ใช้การได้สำหรับงานในแผ่นดินของพระองค์ และท่านก็เป็นผู้ที่ใช้การได้อย่างแท้จริง

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

คุณคอร์รัปชั่นหรือเปล่า?

“คนที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนเลยอาจขโมยตู้รถไฟไปขบวนหนึ่ง

แต่หากว่าเขาได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เขาอาจขโมยรางรถไฟได้ทั้งหมดเลย!”

(A man who never gone to school may steal a freight car;

but it ge has a university education, he may steal the whole railroad.)

-Theodore Roosevelt –

คำว่า “คอร์รัปชั่น” (Corruption) นั้นหมายความว่า “ฉ้อราษฎร์บังหลวง, กินสินบน, รับผล ประโยชน์ที่มิชอบจากหน้าที่การงาน”

น่าเศร้าและน่ากลัวที่ในปัจจุบันนี้ การฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น กำลังลุกลามไปในทุกหย่อมหญ้า ทุกวงการ และในทุกเพศทุกวัย  ทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก!

การกระทำที่อสัตย์ไม่ซื่อเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น แม้แต่ผลการสำรวจโพลเด็กวัยรุ่นไทยก็แสดงให้เห็นอาการไม่ปกติในความคิดของคนไทยมากขึ้น เมื่อทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ต่างกล่าวว่า  การ “คอร์รัปชั่น” เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หากว่ามีการแบ่งผลประโยชน์ต่อตัวพวกเขาหรือประเทศชาติ (ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม)

การทุจริต ผิดกฎหมายหรือผิดคลองธรรม กลายเป็นที่ยอมรับ ทำให้เกิดการผ่อนปรน ผ่อนผัน หรือหย่อนยานในการปฏิบัติจัดการตามกฎระเบียบ ผลที่สุด คนที่กลายเป็นเหยื่อของกฎหมายคือ คนดีที่ซื่อตรง ที่พยายามอยู่ภายใต้ครรลองของกฎเกณฑ์กฎหมาย! ส่วนคนไม่ดีนั้นมักสามารถรอดพ้นจากโทษทางกฎหมาย เพราะมีเส้นสาย มีอิทธิพล(ข่มขู่) หรือมีเงินติดสินบน โน้มน้าวให้ผู้มีอำนาจชะลอการจัดการหรือช่วยให้หลุดพ้นจากความผิด โดยมีการ “หาแพะ” มารับ “บาป” ไปแทน!

การทุจริตเริ่มแนบเนียน ไร้รอยตะเข็บ มีการกินบ้านกินเมือง เกิดการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย กินรวบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ!

มูลค่าของการคอร์รัปชั่นเริ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย  จนธุรกิจไม่อาจเดินไปได้ตามครรลองที่ควรเป็น ผู้ประกอบการต่างอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก จะไม่จ่ายก็ไม่ได้ เพราะอาจถูกกลั่นแกล้ง แต่ถ้าต้องจ่ายจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กำไรหดหาย

ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหาที่มักใช้กันก็คือ ลดคุณภาพของงานลง! ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ที่รับเคราะห์กรรมไปก็คือ ประชาชน นั่นเอง!

     แต่บางครั้งกรรมก็สนองผู้ที่โกงกินเหมือนกัน  เพราะผลที่เกิดจากการคอร์รัปชั่นของพวกเขาได้นำเอาเคราะห์ร้ายมาสู่ลูกหลานของพวกเขาเองในเวลาต่อมา!

แต่ที่น่าเศร้าก็คือ การคอร์รัปชั่นรับสินบนแพร่กระจายออกไปเหมือนเชื่อโรคร้ายที่แทรกซึมเข้าไปในทุกวงการ  ทั้งวงการการเมือง  การศึกษา กระบวนการยุติธรรม หรือแม้แต่การศาสนา และสิ่งนี้กำลังนำประเทศชาติไปสู่การพิพากษาของพระเจ้า

ดุจดังสภาพก่อนการสิ้นชาติของแผ่นดินของอิสราเอล ที่ผู้เผยพระวจนะมีคาห์ได้ประกาศประณามว่า พวกผู้นำของประเทศต่างอ้างถึงศาสนาหรือ “พระเจ้า” อย่างหน้าตาเฉยในขณะที่กำลังฉ้อราษฎร์บังหลวงกันอยู่อย่างเมามัน!

     “บรรดา ​ผู้นำ​ของ​เมือง​นี้​ตัดสิน​ความ​ด้วย​เห็น​แก่​สินบน และ​บรรดา​ปุโรหิต​สั่งสอน​ด้วย​เห็น​แก่​สินจ้าง อีก​ทั้ง​บรรดา​ผู้​เผย​พระวจนะ​ก็​ทำนาย​ด้วย​เห็น​แก่​เงิน ถึง​กระนั้น​เขา​ทั้งหลาย​ยัง​อิง​พระยาห์เวห์​และ​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์​สถิต​ท่ามกลาง​เรา​ไม่ใช่​หรือ? ไม่มี​ความหายนะ​อะไร​เกิด​ขึ้น​แก่​เรา​ได้(มีคาห์ 3:11)  

แต่ผลที่ตามมาถึงพวกเขา ตรงกันข้ามกับที่พวกเขาโมเมกล่าวอ้าง เพราะพระเจ้าตรัสว่า 

   “ดังนั้น เพราะ​พวก​เจ้า​นี่​เอง ศิโยน​จะ​ถูก​ไถ​เหมือน​ไถ​นา และ​เยรูซาเล็ม​จะ​กลาย​เป็น​กอง​สิ่ง​ปรักหักพัง และ​ภูเขา​แห่ง​พระนิเวศ​จะ​เป็น​ที่​สูง​ปกคลุม​ด้วย​ต้นไม้”  (มีคาห์ 3:12)

ดังนั้น วันนี้พี่น้องที่รัก  ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราจะลุกขึ้นมารักษาชาติหรือแผ่นดินของเรา ด้วยการสนับสนุนคนดีให้เป็นผู้ปกครองดูแล  ทั้งในระดับประเทศและในระดับท้องถิ่นของเรา (รวมทั้งในองค์กรหรือในคริสตจักรของเราเอง)

     ขอให้สมัครสมานสามัคคีด้วยความกล้าหาญและด้วยความรักเมตตาต่อคนในชาติของเรา  พวกเราจงรักษาแผ่นดินของเราให้คงอยู่สืบไป ก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินเหลือให้พวกเรารักษาอีกต่อไป!

     และหากว่าคุณเองเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชั่นที่กำลังเกิดขึ้น ก็คงถึงเวลาแล้วที่คุณจะยุติการมีส่วนร่วมใด ๆ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

     จะดีไหมครับ?

       ธงชัย ประดับชนานุรัตน์– twitter.com/thongchaibsc, e-mail thongchaibsc@gmail.com

แสงแห่งความหวังในโลกที่มืดมิด

“ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน แห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา” (อิสยาห์ 9:2) นึกภาพคุณอยู่ในถ้ำโดยไม่มีไฟฉาย คุณเห็นมีเงาหรือไม่? มองมือตัวเองยังไม่เห็น จะเห็นเงาได้ก็ต้องมีแสง

ไม่ว่าจะดำมืด ใหญ่ หรือดูไม่เป็นรูปเป็นร่างแค่ไหน เงาจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีแสง ดาวิดกล่าวว่า “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ” ทำไมครับ? “เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์” (สดุดี 23:4)

พระเยซูทรงเอาเหล็กไนออกจากความบาป และความกลัวออกจากหลุมศพ ทรงประทานฤทธิ์อำนาจให้เราด้วยพระวิญญาณของพระองค์ เพื่อให้เรามั่นใจว่าจะทรงเฝ้าดู และสถิตอยู่ด้วยตลอดไป

มีหลายคนในทุกวันนี้ยังคร่ำครวญเพราะการสูญเสีย — เสียผู้เป็นที่รัก งาน ลูกที่เตลิดออกนอกทาง อธิษฐานเผื่อพวกเขา ส่งถ้อยคำแห่งความหวังใจและพระวจนะใน 1 เธสะโลนิกา 4:16-17 –

ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า  และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ถูกเบียด

ที่ตกกลางหนามนั้นได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยินแล้วออกไป และความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ ความสนุกสนานแห่งชีวิตนี้ก็ปกคลุมเขา ผลของเขาจึงไม่เติบโต (ลูกา 8:14)

ผมรู้สึกทึ่งกับวัชพืช  คุณอาจปลูกดอกไม้เล็กๆสักต้น หาพื้นที่ๆเหมาะ รดน้ำ และระวังไม่ให้แมลงมารบกวน คุณอาจทำทุกสิ่งให้กับต้นไม้นั้น แล้วมันก็ค่อยๆโต แต่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็จะมีวัชพืชโผล่ขึ้นมาจากรอยแตกบนพื้นถนนข้างทาง แถมออกดอกได้ด้วย

แต่วัชพืชไม่ใช่จู่ๆก็แทงทะลุดินขึ้นมา พันแล้วรัดต้นไม้ของเรา  มันก็ค่อยเป็นค่อยไปเหมือนกัน  คือเริ่มแรกต้นไม้ของเรากำลังจะออกดอก จู่ๆก็มีวัชพืชมาขึ้นข้างๆ วันต่อมา วัชพืชก็โน้มเข้ามา เข้าใกล้ไปเรื่อยๆ จนพันและรัดต้นไม้ของเราให้แกร็นไม่เติบโต

และนี่คืออุปมาเรื่องผู้หว่านที่พระเยซูตรัสเมื่อกล่าวถึงคนที่ “มีความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ และความสนุกสนานแห่งชีวิต ผลของเขาจึงไม่เติบโต” (ลูกา 8:14) นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ใช้เวลาสักระยะกว่าจะเกิดขึ้น

ผมยังพบด้วยว่ามันน่าสนใจที่ “ความปรารภปรารมย์ ทรัพย์สมบัติ และความสนุกสนานของชีวิต” กันไม่ให้เมล็ดแห่งพระวจนะของพระเจ้าเติบโตจนผลิตผลได้ นี่อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายด้วยตัวของมันเอง แต่นี่คือสิ่งดีที่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่กลับถูกพันและรัดจนเรื่องฝ่ายวิญญาณไม่อาจเดินต่อไปได้

นี่ไม่ใช่ภาพของคนที่พูดว่าไม่ชอบอธิษฐาน ไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์หรือไปโบสถ์ แต่นี่เป็นภาพของคนที่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งดีที่ควรทำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มไม่สนใจ และสิ่งต่างๆของโลกนี้ก็เข้ามาแทนที่ความสำคัญของโลกหน้า และนี่คือสิ่งที่รัดพวกเขาจนชีวิตฝ่ายวิญญาณหายใจแทบไม่ได้

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

โกรธและไม่ทำบาป

“จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่”  (เอเฟซัส 4:26)

พระวจนะของพระเจ้าบอกเราให้ “โกรธช้า” (สุภาษิต 14:29, ยากอบ 1:19) ไม่มีอะไรที่ทำลายล้างได้มากไปกว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการ และความโกรธที่ไม่เข้าใครออกใคร  ถ้าคุณรู้สึกโกรธ ผมขอบอกว่าบางสิ่งที่พระคัมภีร์พูดถึงนั้น ไม่น่าฟังเลย

แรก พระคัมภีร์พูดว่าคุณโง่เขลา ปัญญาจารย์  7:9 กล่าวว่า “อย่าให้ใจของเจ้าโกรธเร็ว เพราะความโกรธมีประจำอยู่ในทรวงอกของคนเขลา”

สอง คุณมีคุณลักษณะที่อ่อนแอ สุภาษิต 16:32 กล่าวว่า “บุคคลผู้โกรธช้าก็ดีกว่าคนมีกำลังมาก และบุคคลผู้ปกครองจิตใจของตนเองก็ดีกว่าผู้ที่ตีเมืองได้”

ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ก็เหมือนปาหินใส่รังต่อ

คุณเป็นคนฟิวส์เปราะหรือเปล่า? ถ้าใช่ สารภาพกับพระเจ้าเสีย อย่าให้ซาตานเข้ามาควบคุมชีวิตคุณได้ ถ้าวันนี้คุณโกรธ ให้ถามตัวเองว่า “อะไรที่ยังไม่ได้อย่างใจ?” มอบสิ่งที่อยากได้ให้พระเจ้าไปครับ

อนุญาตโดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ให้กำลังใจศิษยาภิบาลหรือผู้นำคริสตจักรเป็นเรื่องสำคัญ

คณะผู้ปกครองที่บริหารกิจการของคริสตจักรได้ดี ควรได้รับเกียรติเป็นสองเท่า โดยเฉพาะบรรดาผู้ทำหน้าที่เทศนาและสั่งสอน (1ทิโมธี 5:17)

วันก่อนผมอ่านพบสถิติที่น่าตกใจ แต่ละเดือนศิษยาภิบาลถึง 1,500 คนในอเมริกาลาออกจากตำแหน่ง − “ทุกๆเดือน” หรือ? ก็แปลว่าปีละ 18,000 คน หลายคนลาออกไปเพราะท้อหรือเจ็บปวดใจ บางคนออกไปเพราะทำงานหนักเกินและไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเท่าที่ควร ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ความจริงคือหลายคนที่ทำงานรับใช้ เหนื่อยและท้อจนหมดไฟ

ผมขอให้คุณอธิษฐานเผื่อผู้นำคริสตจักรทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น ผมหวังว่าคุณจะยืนหยัดกับพวกเขา สนับสนุนพวกเขาในการเลี้ยงดูฝูงแกะ และออกไปหาผู้หลงหาย ไม่มีใครสามารถทำได้ตามลำพัง พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากหญิงและชายที่ในคริสตจักร

ในฐานะศิษยาภิบาล ผมไม่กลัวหรือายที่จะยอมรับว่าต้องการคำอธิษฐานและการสนับสนุน  และรู้สึกขอบคุณเมื่อมีคนมาบอกผมว่า “อธิษฐานเผื่อยู่นะ” เพราะผมเชื่อมั่นว่ามารมันเล็งปากกระบอกปืนใหญ่สุดของมันไปที่ผู้เทศนาและสั่งสอนครับ

สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ศิษยาภิบาลและผู้นำคริสตจักรของคุณด้วยการอธิษฐาน สละเวลา และปัจจัยที่จำเป็น งานรับใช้ไม่ใช่เป็นงานของคนๆเดียวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของทั้งคริสตจักร ดังนั้นจงร่วมกันทำงานกับคริสตจักรและกับผู้นำของคุณเพื่อขยายอาณาเขตแผ่นดินของพระเจ้า

สนับสนุนผู้นำคริสตจักรของคุณ และทำงานร่วมกันกับพวกเขาเพื่อขยายแผ่นดินของพระเจ้าออกไป วันนี้คุณอธิษฐานเผื่อพวกเขาแล้วยัง?

อนุญาตโดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org