เดินหน้าต่อไป

เพราะว่าจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องปรากฏตัวที่หน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อทุกคนจะได้รับสมกับการที่ได้ประพฤติในร่างกายนี้ แล้วแต่จะดีหรือชั่ว (2โครินธ์ 5:10)

วันหนึ่งหลังเลิกโบสถ์ ผมได้พบกับสตรีท่านหนึ่ง เธอเพิ่งได้รับแจ้งว่าเป็นมะเร็ง เธอยอมรับกับผมว่า แม้จะรับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้วก็ตาม แต่เธอไม่ได้ดำเนินชีวิตอย่างที่ควร เธอรู้สึกว่าตนเองแย่ที่ปล่อยเวลาให้สูญเสียไป

“ฉันปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างน่าเสียดาย” เธอพูด

“คุณกลับไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอกครับ” ผมตอบ “แต่ยังไม่สายเกินไป คุณยังเข้าสู่สนามทัน คุณเป็นเพียงดอกไม้ที่บานช้าหน่อย แต่เริ่มต้นใหม่ได้ครับ นับจากวันนี้เลย เดินหน้าต่อไปในวันพรุ่งนี้ และวันต่อๆไป ตราบเท่าที่พระเจ้าประทานให้” เราอธิษฐานด้วยกัน ขอพระเจ้ารักษาเธอ แต่เราก็อธิษฐานด้วยว่าถ้าพระเจ้าเลือกที่จะไม่รักษา พระองค์จะทรงใช้เธอ เสริมกำลังเธอจนกว่าวันที่พระองค์มารับเธอไป

คุณเองก็เช่นกัน อย่ารู้สึกเช่นนั้นเพียงเพราะไม่ได้ดำเนินชีวิตอย่างที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเวลา 10, 20, 30, 40 หรือไม่ว่ากี่ปีก็ตามที่คุณสูญเสียโอกาสไป กลับเข้าสู่สนามแข่งเถอะครับ ยังมีที่สำหรับคุณ มีโอกาสที่พระเจ้าจะประทานให้เสมอ

พระคัมภีร์บอกเราว่า วันหนึ่งข้างหน้าเราทุกคนจะต้องปรากฎตัวต่อหน้าพระบัลลังก์ และรับผิดชอบสิ่งที่เราทำลงไป พระองค์คงอยากให้เราบอกว่า เราทำสิ่งใดบ้างกับความรู้ ความสามารถของเรา ตะลันต์ เวลา และทรัพย์สิ่งของต่างๆที่พระองค์ประทานให้ เราจึงควรถามตัวเองว่า ฉันกำลังทำอะไรกับชีวิตตัวเองอยู่? กำลังใช้ และแบ่งปันสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ออกไปหรือเปล่า?

ถึงแม้วิญญาณคุณจะปลอดภัยในขณะที่คุณต้องสูญเสียชีวิตไป แต่คงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่คุณขึ้นไปบนสวรรค์มือเปล่า ทั้งๆที่ในโลกนี้พระเจ้ามอบให้มากมาย จะเป็นการดีขนาดไหนที่จะได้ยินพระองค์ตรัสว่า “ทำดีมาก ลูกเป็นผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์”

ดังนั้นให้เราเดินหน้าทำการงานของพระองค์ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจครับ

Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ขอบคุณพระเจ้าที่องค์การ Harvest Ministries ให้โอกาสนำงานของ Pastor Greg Laurie มาเผยแพร่ โดยส่วนตัวชอบท่าน เพราะเป็นสไตล์คาวบอยดี นุ่งยีนใส่เสื้อยืดเทศนา แต่คำเทศนาตรงใจมากๆ อดไม่ได้ต้องนำมาแบ่งปัน
  • อธิษฐานให้พระเจ้าอวยพระพรทุกๆองค์กร หรือหน่วยงานที่ทำงานของพระเจ้าอย่างทุ่มเท ไม่หยุดยั้ง เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆออกไปสู่ผู้คนทั่วโลก รวมทั้งงานของ Pastor Adrian Rogers ที่ถึงแม้ตัวท่านจากไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว แต่สิ่งที่ท่านฝากไว้มีคุณค่ามหาศาลกับจิตวิญญาณของพวกเรา… สรรเสริญพระเจ้า

คร่ำครวญด้วยจุดประสงค์

บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการทรงปลอบประโลม (มัทธิว 5:4)

เราพยายามทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อไม่ให้เผชิญกับความเจ็บปวด เรามีนักจิตวิทยาที่ทำให้ระบบประสาทชาต่อความกังวล มีผู้ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเราให้หลุดพ้นจากความรู้สึกผิด แพทย์ที่ให้ยาทำให้เรารู้สึกสงบลง บริษัทประกันที่รับภาระทำให้เราไม่ต้องกังวล แม้กระทั่งเมื่อเราตายก็มีบริษัทรับจ้างแต่งศพให้ดูดี และและจัดพิธีให้อย่างสมเกียรติ

แต่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุคคลที่เต็มด้วยความโศกเศร้า พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความบาปที่เกิดขึ้นรอบๆพระองค์ พระทัยพระองค์ต้องแตกสลาย ในมัทธิว 23:34-39 กล่าวว่าพระเยซูทรงเสียพระทัยเพียงใดสำหรับกรุงเยรูซาเล็ม และบาปหนาที่งอกงามอยู่ในใจมนุษย์ ที่กำลังทำให้เมืองนี้พินาศไป

สิ่งที่ทำให้พระทัยพระเยซูแตกสลาย เป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้ใจคุณแตกสลายด้วยหรือเปล่า?

หรือคุณไม่รู้สึกรู้สมกับโลกที่กำลังมุ่งหน้าสู่สมรภูมินรก?

เป็นเวลาที่เราต้องเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์แล้วครับ!!

โดย : Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หรือคุณไม่รู้สึกรู้สมกับโลก (และประเทศไทย) ที่กำลังมุ่งหน้าสู่สมรภูมินรก?
  • ประเทศไทยกำลังเป็นเหมือนกรุงเยรูซาเล็มเมื่อสองพันปีที่แล้วหรือเปล่า? เราคงไม่นั่งคร่ำครวญภาวนาอย่างเดียว คงต้องรีบนำข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ออกไปสู่ผู้ที่ดำเนินอยู่ในความมืด และอธิษฐานวิงวอนขอพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าปกป้องประเทศไทยด้วย
  • ไปไหนมาไหนระวังตัวด้วยนะคะ ไม่คุ้มเสี่ยง – ขอพระเจ้าปกป้องทุกท่านค่ะ

ในเวลาของพระเจ้า

พระคัมภีร์กล่าวว่าไม่ใช่ธุระของเราที่จะรู้เวลาและวาระในแผนการที่พระ เจ้ากำหนดไว้สำหรับอนาคต แต่พระคำของพระเจ้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า “แต่ท่าน ทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” (กิจการ 1:8)

พูดอีกแบบคือ ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปเสาะหาและกำหนดวันเวลา เราจำต้องเอาหัวสมองของเราออกมาจากหมอกควันแห่งคำทำนายต่างๆ  และมายืนปักหลักช่วยดวงจิตวิญญาณทั้งหลายให้ได้รับความรอด – พระเยซูกำลังเสด็จมา พระองค์ทรงมาบังเกิดตรงเวลา ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนตรงเวลา ทรงฟื้นคืนพระชนม์ตรงเวลา และพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งในเวลาของพระองค์ ดูเหมือนพระองค์มาช้า แต่เชื่อเถอะ พระองค์ไม่เคยมาสาย

ใน 2เปโตร 3:8-10 กล่าวว่า “แต่ดู ก่อนพวกที่รัก อย่าลืมความจริงข้อนี้เสีย คือวันเดียวของพระเจ้าเป็นเหมือนกับพันปี  และพันปีก็เป็นเหมือนกับวันเดียว องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย  แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่ แต่ว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมยแอบย่องมา และในวันนั้น ท้องฟ้าจะล่วงเสียไปด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินโลกกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่ในโลกนั้น จะต้องไหม้เสียสิ้น”

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily treasure from the Words

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชา สัมพันธ์

  • ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอดกลั้นพระทัย เพราะเห็นแก่ความรอดของเราและของอีกหลายๆคน
  • ขอพระเจ้าสอน เราให้เป็นคนอดทน อดกลั้น ทำการงานที่พระเจ้ามอบหมายให้อย่างเต็มกำลัง และรอคอยความหวังในพระองค์
  • อธิษฐานขอพระเจ้าปกปักพิทักษ์ รักษาและอวยพรประเทศไทย คนไทย โดยเฉพาะคนที่หลงวนเวียนเดินอยู่ในความมืด ให้ข่าวประเสริฐไปถึงพวกเขาทันการ – ขอพระเจ้าเมตตาค่ะ

อ่อนแอหรือเข้มแข็ง?

ผมเห็นด้วยกับ มหาตมะ คานธี (1869-1948) ที่กล่าวไว้ว่า …

“คนอ่อนแอให้อภัยใครไม่ได้  การให้อภัยเป็นคุณลักษณะของคนเข้มแข็ง”

(The weak can never forgive. Forgiveness is the attribute of the strong.)

คำว่า “อภัย” หมายความว่า “ยกโทษให้ ไม่เอาผิด”    “อภัยโทษ” = “ยกโทษให้”

คนไทยชื่นชมบุคคลที่สามารถให้อภัยโทษแก่ผู้อื่น และเรียกการยกโทษนั้นว่า “อภัยทาน” ซึ่งหมายความว่า “การให้อภัยเป็นทาน”

คนที่จะยกโทษให้คนอื่นได้ง่ายนั้นปกติมักจะเป็นคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี แต่คนที่ยกโทษให้ผู้อื่นได้ยากนั้น มักเป็นคนที่ต้องการเสริมสร้างวุฒิภาวะทางอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำได้ก็โดยการพัฒนาความสัมพันธ์ให้เข้าสนิทกับพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักเมตตาและทรงให้อภัยโทษแก่มวลมนุษย์ทุกคนอยู่เสมอ!

ดังนั้น ยิ่งเราใกล้ชิดกับพระเจ้ามากเท่าไร เราก็จะยิ่งตระหนักถึงความอ่อนแอและความบาปของตัวเองมากเท่านั้น  อันเป็นเหตุทำให้เรารู้สึกสำนึกในความ “ยากจน” หรือ “อนาถา” ในฝ่ายจิตวิญญาณของเรามากขึ้น และเสียใจกับ “ความไม่เอาไหน” ของเรา และมอง “ความไม่เอาไหน” ของคนอื่นน้อยลง! หากเรามองเห็นแต่ “ความบกพร่อง” ของคนอื่นมากเท่าไร นั่นแสดงว่าเรามองไม่เห็น “สภาพอันน่าสังเวช” ของตัวเรา เพราะตาของเราถูกบดบังด้วย “ผงในตาพี่น้อง” จนเรามองไม่เห็น “ไม้ซุงทั้งท่อนในตาของเราเอง!” พระเยซูคริสต์ตรัสถามว่า..“เหตุไฉนท่านมองดูผงที่ในตาพี่น้องของท่าน แต่ไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่าน ท่านก็ไม่รู้สึก” (มธ.7:3)

เราจงระวังให้ดี… เวลาที่เรามองเห็นแต่ “ความผิดพลาด” ของผู้อื่น เราจะเกิดโทสะ และความโกรธนั้นจะทำให้เราปิดนัยน์ตา  แต่เปิดปากบริภาษใส่เขาอย่างลืมตัวลืมตน จนคนรอบตัวของเราอาจตกใจในความรุนแรงแห่งโมหะของเรา! ออกอาการดังที่คุณหญิงบุญสิริ ชวลิตธำรง เคยประพันธ์ไว้ว่า …

“คนโกรธปิดนัยน์ตา ได้แต่อ้าปากโวยวาย ผู้คนตื่นตกใจ เพราะเธอไร้สติคุม”

(An angry man opens his mouth, and shuts up his eyes.)

แต่หากเราได้สติและเข้ามาใกล้ชิดกับองค์พระเจ้ามากเท่าไร พระองค์จะทรงเมตตาช่วยให้เรามองเห็น “สภาพอันน่าอเน็จอนาถ” ของเราได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น จน “ความไม่เอาไหน” ของพี่น้องของเราจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากตาของเรา เพราะ “ความไม่เอาไหน” ของเรานั้นใหญ่มหึมาจนกลบลบความไม่เข้าท่าของพวกเขาเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น! และหากว่าเราได้รับการอภัยโทษจากพระเจ้าสำหรับความผิดพลาดทั้งหลายของเรา และได้รับการเสริมกำลังจากพระองค์ให้เข้มแข็งมากขึ้นแล้ว ก็ให้เรากระทำต่อคนที่ทำให้เราเจ็บปวดหรือเสียใจโดยการกระทำตามแบบอย่างของพระองค์ นั่นคือ      จงให้อภัยแก่เขาด้วย! ดังพระวจนะของพระเจ้าที่กำชับไว้ดังนี้

“จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน  องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน (โคโลสี 3:13)

ข้อเตือนภัย!

…หากวันนี้เรายังกระทำดังคำกำชับข้างต้นไม่ได้ นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยฝ่ายจิตวิญญาณของเราแล้วว่า “แบตเตอรี่ฝ่ายวิญญาณ” ของเรากำลังอ่อน เราต้องรีบเข้าหาพระเจ้าและขอให้พระองค์ทรงเติม (หรือชาร์จ) แบตฯ ของเราให้เต็มโดยด่วนเพื่อเราจะกลับเป็นคนเข้มแข็ง (ทางอารมณ์) อย่างที่พระเจ้าทรงประสงค์เหมือนยอดมนุษย์ที่อ่อนพลังลงและสำนึกได้ว่าเรากำลังเสียเวลาและพลังงานไปกับศัตรูตัวปลอมแล้วรีบเหาะขึ้นไปรับพลังแสงอาทิตย์ก่อนจะกลับลงมาต่อสู้กับเหล่าศัตรู (แท้จริง) ต่อไป!

…หากวันนี้คุณกำลังโกรธแค้นพี่น้องของคุณจนให้อภัยเขาหรือเธอไม่ได้ และคุณเสียอารมณ์  ความรู้สึก รวมทั้งพลังงานความคิดไปกับการพยายามเล่นงานหรือจัดการกับเขามากเกินไป คุณรู้หรือไม่ว่า คุณกำลังสู้กับศัตรูผิดตัวไปอย่างน่าเสียดาย!  เพราะศัตรูของคุณมีเพียงผู้เดียว คือ มารร้ายไม่ใช่พี่น้องหญิงชายของคุณ!

…แต่หากคุณรู้ตัวและกลับตัวทัน โดยเข้าหาพระเจ้าขอพระเมตตากรุณาและอภัยให้แก่พวกเขา คุณจะสอบผ่านการทดสอบและเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณขึ้นอีกระดับหนึ่ง และการกระทำดังที่ว่านี้ของคุณ จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณได้กลายเป็นบุคคลเข้มแข็งอย่างที่พระเจ้าทรงปรารถนาและทรงภาคภูมิพระทัย!

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เสาร์นี้ไม่งดชั้นเรียน Sing & Join แต่ถ้าน้องๆที่ต้องเดินทางผ่านโซนอันตราย ก็ให้อยู่ที่บ้านนะคะ
  • อธิษฐานเผื่อการเตรียมงานฉลองครบรอบ 7 ปีในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน เราจะมีซีดีเพลงขาย เป็นเพลงที่แต่งและร้องโดยพวกเราในคริสตจักร มี MV เพลง Seven ด้วย ขายไม่แพง เงินที่ได้จะเป็นค่าใช้จ่ายทำละครหุ่นมือ ค.จ.เด็ก เตรียมสตางค์กันไว้ด้วยนะคะ
  • อธิษฐานปกป้องประเทศไทยอย่าให้มีการเสียเลือดเนื้อ หรือทรัพย์สิน หรือมีเรื่องร้ายแรงใดๆเกิดขึ้น รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากสำหรับคนที่ทำมาหากินในกรุงเทพฯด้วย
  • พรุ่งนี้เจอกันที่โบสถ์นะคะ พระเจ้าอวยพรค่ะ

พี่ติ๊ก….

สวัสดีค่ะ   (31 ธันวาคม 2009)

ตอนเราตั้งโบสถ์ใหม่ๆมีชายสูงอายุท่านหนึ่ง ท่าทางใจดี รูปร่างเหมือนซานตาคลอส เป็นพี่ชายของสมาชิกที่โบสถ์ ชายคนนี้มานมัสการที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์  พวกเราดีใจ เพราะเขาดูใจดี เป็นมิตร เราจึงยินดีต้อนรับพี่ชายคนนี้ที่มีนามว่า “พี่ติ๊ก”

พี่ติ๊กมาร่วมทุกกิจกรรมของโบสถ์เท่าที่จะทำได้  วันอาทิตย์จะมาถึงโบสถ์ก่อนเพื่อน มาช่วยจัดเตรียมสถานที่ เรียงเก้าอี้ให้พวกเรานั่ง หลังจากนั้นเราก็เริ่มสนิทกับพี่ติ๊ก และได้รู้ว่าแต่เดิมพี่ติ๊กทำงานในระดับผู้บริหารของบริษัทมีชื่อเสียงหลายแห่ง แล้ววันหนึ่งป่วยหนัก เป็นโรคหัวใจ ต้องลาออกจากงานมาพักรักษาตัว ช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล พี่ติ๊กอาการหนักเกือบไม่รอดชีวิต แต่พระเจ้าอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่ออย่างอัศจรรย์ หลังจากฟื้นกลับมา อาการก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีก  พี่ติ๊กจึงตัดสินใจมาโบสถ์ มารู้จักพระเจ้า และใช้เวลารับใช้พระองค์ บ้านพี่ติ๊กอยู่บางนา แต่เช้าๆจะไปช่วยสอนหนังสือเด็กยากจนที่โรงเรียนแถวสะพานใหม่ดอนเมือง นั่งรถเมล์ธรรมดาๆไป ระหว่างนั่งบนรถเมล์ พี่ติ๊กจะนำแผ่นพับเรื่องราวของพระเจ้าไปแจกให้คนบนรถเมล์  และบางทีก็ไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ  ไปพูดคุยเรื่องพระเจ้ากับพวกนักศึกษา ไปเป็นพยานกับคนเจ็บป่วยตามที่ต่างๆ

ชีวิตพี่ติ๊กเปลี่ยนไป จากเด็กที่เติบโตในยุโรปและอเมริกา จากเคยมีคนนับหน้าถือตา ขับรถแพงๆ กินอาหารร้านหรูๆ มาเป็นคนแก่นั่งรถเมล์ กินอาหารข้างถนน แต่อุทิศตนในการรับใช้เท่าที่สุขภาพอำนวย เป็นแบบอย่างให้กับพวกน้องๆที่โบสถ์road_to_heaven

ในวันอาทิตย์หลังเลิกโบสถ์ พวกเราสามสี่คนจะพาพี่ติ๊กไปดูหนัง ทานอาหาร พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน (พี่ติ๊กเป็นคนคุยตลกมาก) ก่อนส่งกลับบ้านตอนค่ำ เป็นอย่างนี้เกือบทุกอาทิตย์ จนพี่ติ๊กเป็นเสมือนพี่ใหญ่ที่เคารพของคริสตจักรทีเดียว

จนกระทั่งวันหนึ่ง แถวๆคริสตมาส พี่ติ๊กจากเราไปสู่สวรรค์ อย่างกระทันหัน พวกเราทุกคนคิดถึงพี่ติ๊กมาก ขาดเพื่อนไปเที่ยว ไปดูหนัง กินอาหารอร่อยๆ ที่โบสถ์ขาดสีสัน  ขาดซานตาคลอสประจำโบสถ์ไป จนปัจจุบันเราไม่มีซานตาคลอสอีกเลย ในพระคัมภีร์พระเจ้าสัญญาว่า เราจะได้เจอกันอีกในสวรรค์ ความเศร้าโศกจึงค่อยๆคลาย “พิ่ติ๊ก …แล้วเจอกันในสวรรค์นะ  รอรับพวกเราด้วย  เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก”

(CJ หลุยส์ – มณฑิกา มงคลนาวิน)

สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ผู้ได้ทรงพระมหากรุณาแก่เรา ทรงโปรดให้เราบังเกิดใหม่ เข้าสู่ความหวังใจอันมีชีวิตอยู่ โดยการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และเพื่อให้ได้รับมรดก ซึ่งไม่รู้เปื่อยเน่า ปราศจากมลทิน และไม่ร่วงโรยซึ่งได้เตรียมไว้ในสวรรค์เพื่อท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้ที่ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองไว้ด้วยความเชื่อให้ถึงความรอด ซึ่งพร้อมแล้วที่จะปรากฏในวาระสุดท้าย(1เปโตร 1:2-5)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พี่ติ๊กเป็นสมาชิก CJ คนแรกที่จากเราไปอยู่กับพระเจ้า และกำลังมีความสุขอยู่บนสวรรค์
  • วิกรม CJ เคยเล่าให้ฟังว่าเห็นพี่ติ๊กเดินผ่านหน้าบ้านทุกวัน หน้าตามีความสุข ทำให้วิกรมอดไม่ได้ต้องลองเดินตามมาที่โบสถ์ จนในที่สุดเป็นสมาชิกที่เหนียวแน่นของเรา
  • แก๊งผจญภัยของพี่ติ๊กมีเรื่องสนุกสนานเล่าอีกเยอะ ว่างๆลองถามพี่หลุยส์หัวหน้าแก๊งดู
  • วันนี้เป็นวันโบกมืออำลาปีเก่า 2009 และกางแขนต้อนรับปีใหม่ 2010 – ไปนับถอยหลังกันที่ไหน เก็บเรื่องราวสนุกๆดีๆมาฝากกันบ้าง – ขอพระเจ้าดูแลทุกคนให้ปลอดภัยกลับมาค่ะ

สารจาก ศ.บ. 4 ตุลาคม 2009

CJ_1154   ตุลาคม 2009

สวัสดีพี่น้อง CJ และญาติมิตรผู้มาเยี่ยมเยียน

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การนมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณและความจริงอย่างจริงใจ

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องใด ผมต้องขอสื่อสารกับทุกท่านอย่างจริงจังเรื่องหนึ่งก่อนดังนี้

1) การจอดรถ –CJ ของเราได้รับการอนุเคราะห์ให้ใช้และเช่าสถานที่เพื่อการนมัสการพระเจ้า ในส่วนของ ร้านอาหาร แต่เนื่องด้วยในบริเวณเดียวกันมี Apartment ที่มีผู้พักอาศัยอยู่ด้วย ทำให้เกิดปัญหาในการเข้าออกและจอดรถของผู้เช่าอาศัย เป็นเหตุให้เกิดการร้องเรียนต่อเจ้าของสถานที่ CJ จึงขอความร่วมมือจากสมาชิกของ CJ ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ขอให้จอดรถที่บริษัท ยอห์นสัน และเดินมาที่โบสถ์ แต่ในขณะเดียวกันขอให้ทุกท่านให้เกียรติและแสดงความมีน้ำใจแก่ยามที่ดูแลการจอดรถของทั้ง 2 ที่ และขอให้ร่วมมือเป็นอย่างดีด้วย  มิฉะนั้น หากเกิดปัญหาขึ้นมา ท่านจะต้องไปจอดรถไกลถึงหน้าปากซอยเหมือนที่เราเคยกระทำมาในอดีต!

อนึ่ง  มีข้อยกเว้นเฉพาะญาติมิตรที่เราชวนมาคริสตจักรที่อนุญาตให้สามารถจอดรถใน CJ ได้แต่ต้องไม่จอดรถบริเวณหน้า Apartment โดยเด็ดขาด!

2) การส่งเสียงดัง –ด้วยสาเหตุเดียวกันที่ผู้พักอาศัยใน Apartment ร้องเรียนมาว่า มีเสียงดังรบกวนพวกเขาอันเกิดจาก

1)  การเปิดปิดประตูรถเสียงดัง

2)  การขับรถ/สตาร์ทรถเสียงดัง

3)  การพูดคุยกันเสียงดัง

4)  การวิ่งเล่นและเสียงตะโกนของเด็ก ๆ ฯลฯ

5)  คณะผู้อภิบาลของ CJ จึงขอความกรุณาจากทุกท่าน กรุณาลดการก่อเกิดเสียงดัง รบกวนผู้อยู่อาศัยด้วย ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วยครับ!

6)  หากพี่น้องมีข้อเสนอใด เกี่ยวกับสถานที่นมัสการพระเจ้าของคริสตจักร  ขอเชิญเสนอให้ผู้อภิบาลได้รับรู้เลยนะครับ หรือส่งโดยตรงถึงผมก็ได้ตาม e-mail นี้  bscbkk@gmail.com

7)  วันนี้ ผมอยากจะขอบคุณพระเจ้าสำหรับค่าย “Light Now” ที่เพิ่งผ่านไป ผมมีความสุข และความยินดีที่ได้เห็นพระคุณของพระเจ้า และความรักของพี่น้องที่มีเต็มเปี่ยม!

8)  ผมได้เห็นการเจริญ เติบโตและการพัฒนาทั้งฝ่ายความคิด และจิตวิญญาณของสมาชิกอย่างชัดเจน!

ผมได้เห็นความจริงใจ ความมีน้ำใจและความใจกว้างของทุก ๆ คน ผมได้เห็นความถ่อมใจ ความกล้าหาญ และความเก่งกาจของสมาชิกทุกระดับวัยอย่างน่าทึ่ง!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผมได้รับแจ้งจากคุณหลุยส์ ประธานค่าย และคุณสาลินี ว่า ค่ายนี้สำเร็จเสร็จสิ้นตามงบประมาณ โดยไม่ติดลบเลยแม้แต่บาทเดียว!  ชื่นใจ และอัศจรรย์ใจจริง ๆ ! และความมีน้ำใจด้วยใจกว้างขวางนี้ยังดำเนินต่อมาหลังจากค่ายในหมู่พี่น้องสมาชิกของเราด้วย!

ผมเชื่อว่ามีคำพยานคำขอบคุณพระเจ้ามากมายจากทุกคนที่เข้าค่ายในครั้งนี้!

ขอยินดีกับพี่น้อง 4 ท่านที่รับบัพติศมาในค่ายครั้งนี้ คือ

1. คุณตอย                   2. คุณโอ๋                      3. คุณใบตาล                      4. คุณพลอย

สำหรับพี่น้องที่ยังไม่ได้รับบัพติศฒา ท่านมีโอกาสสุดท้ายในปีนี้ ในเดือนธันวาคม ขอกรุณาแจ้งชื่อกับ อ.วรรณ โดยด่วน เพื่อรับการอบรมที่จำเป็นก่อน!

วันนี้มีข่าวประกาศเพิ่มเติมดังนี้

1) คริสตจักรได้แต่งตั้ง คุณรุ่งรัตน์ กุยสุวรรณ (กุ้ง) ให้เป็นประธานจัดงาน “คริสตมาส CJ” วันอาทิตย์ที่20 ธ.ค. นี้ (ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 15.00 น.) ขออธิษฐานเผื่อและให้ความร่วมมือกับเธอด้วยนะครับ!

2) คริสตจักรสนับสนุนอนุชน 3 คนของ CJ ไปร่วมประชุมอนุชนแบ๊บติสต์ที่ฮ่องกง (26-30 ธ.ค.09) ผู้ใดมีใจอยากสนับสนุนค่าใช้จ่ายติดต่อได้ที่คุณแดง

3) ผู้รับบัพติศมาท่านใดยังไม่ได้รับใบรับรองบัพติศมาหรือสมาชิกท่านใดยังไม่ได้รับใบรับรองสมาชิกภาพ หรือผู้ที่มาร่วมนมัสการอย่างต่อเนื่องที่ CJ ท่านใดยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกและสนใจเป็นสมาชิก  ทั้งหมดทุกประเภทนี้ กรุณาติดต่อ อ.วรรณ หรือ คุณนุ้ย หรือผม โดยด่วน!

4) วันจันทร์ที่ 5 ตค. นี้ “Sing & Join” โดย อ.แอน กลับมาอีกครั้ง อย่าพลาด!

5) คริสตจักรมี web ที่สมาชิกสามารถเข้าไปอ่านและได้รับประโยชน์ดังนี้ www.churchofjoy.net

และประกาศสุดท้าย!

วันพฤหัสหน้า 8 ต.ค. นี้ งดการศึกษาพระคัมภีร์ 1 ซามูเอล แต่เปลี่ยนเป็นวันอธิษฐานพิเศษแทน! ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าร่วมรายการให้มากที่สุด!

อนึ่ง หากว่า สมาชิกท่านใดมี Clip VDO หรือข้อมูลใด ๆ ที่ดี ๆ มีประโยชน์ ที่จะแบ่งปันแก่สมาชิกโดยรวม กรุณานำมามอบให้ผมเพื่อใช้ประกอบการสอนหรือการเทศนาด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง!

ล่าสุดนี้ ผมได้ Clip ดีมากจากคุณโต และคุณม่อน (ชาย) ต้องขอขอบคุณมากครับ!

ขอให้เรานมัสการพระเจ้าด้วยความสุขยิ่งในวันนี้ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ

ด้วยรัก

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์  (ในนามของคณะผู้อภิบาล)