ความผิดพลาดเป็นครู

ความผิดพลาดเป็นครู

สุภาษิต อัฟริกันตอนหนึ่งกล่าวว่า…

“Better a mistake at the beginning than at the end.”

(ผิดพลาดในตอนต้นดีกว่าผิดพลาดในตอนจบ!)

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ!

คนเราอาจกระทำบางอย่างผิดพลาดในตอนต้น เพราะความไม่รู้ ไม่เข้าใจ และขาดประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ ยิ่งหากเราผิดพลาดในช่วงปฐมวัย เราก็ยังมีเวลาแก้ไขในช่วงที่เหลืออีกยาวนานก่อนจะถึงปัจฉิมวัยของเรา!

แต่หากเรามากระทำผิดพลาดในตอนปัจฉิมวัย  ทุกอย่างที่เราเคยทำไว้ตั้งแต่ปฐมวัยจนปัจจุบันอาจถูกทำลายย่อยยับลงอย่างน่าเสียดาย และหายลับไปในพริบตา!

สุภาษิตกรีกก็ยืนยันไปในทำนองเดียวกันว่า …

“The first mistake is a lesson and a teacher for those that follow.”

(ความผิดพลาดแรกคือบทเรียนสำหรับสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังตามมา!)

แต่สุภาษิตของพวกเอสโตเนียนยิ่งฉลาดกว่า เพราะเตือนสติไว้ว่า…

“The mistakes of others are good teacher”

(ความผิดพลาดของผู้อื่น คือ ครูที่ดีสำหรับเรา!)

นั่นคือ เราไม่ต้องไปกระทำความผิดพลาดแรกด้วยตัวของเราเอง  เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้จากครูคนอื่น นั่นคือ สิ่งผิดพลาดที่ผู้อื่นกระทำ!

ดร.จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์ ชี้ให้เราเห็นบทเรียนสอนใจที่ได้รับจากความผิดพลาด (Mistakes) ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

Messagesความผิดพลาดเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เราตระหนักถึงความจริงของชีวิต

Interruptionsความผิดพลาดเป็นตัวสะกัดให้เราหยุดนิ่งและพิจารณาในสิ่งที่ได้ทำไป  กำลังทำ หรือจะทำอย่างรอบคอบขึ้น

Signpostsความผิดพลาดเป็นป้ายชี้นำทางที่ถูกต้อง

Testsความผิดพลาดเป็นการทดสอบที่ทำให้เรามีวุฒิภาวะมากขึ้น

Awakeningsความผิดพลาดเตือนให้ตื่นตัวและมีสติอยู่เสมอ

Keys ความผิดพลาดเป็นกุญแจที่ใช้ไขประตูแห่งโอกาส

Explorationsความผิดพลาดเป็นการค้นพบเส้นทางที่เราไม่เคยเดินไปมาก่อน

Statementsความผิดพลาดเป็นดุจตำนานที่บอกเล่าถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าของเรา

พระธรรม 1ซามูเอล 17

ดาวิดพิชิตโกลิอัท

พระธรรม           1ซามูเอล 17:1-58

อ้างอิง                1ซมอ.11:2; 13:5; 14:6-12; 16:6-9,12; 25:29; 2ซมอ.21:19-21

บทนำ                  ในการเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ในชีวิต เราอาจไม่มีทั้งกำลังกายและกำลังใจจะไปรับมือ เราไม่อาจหวังพึ่งในมนุษย์คนใดหรือสิ่ง ๆ ใดได้  แต่หากว่าเราวางใจและเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ เราจะสามารถฟันฝ่าก้าวพ้นวิกฤตชีวิตไปได้อย่างมหัศจรรย์ด้วยวิธีการหรือด้วยบุคคลที่พระเจ้าทรงใช้อย่างเกินความเข้าใจของเราดุจดังที่ชาวอิสราเอลได้ชัยเหนือชาวฟิลิสเตียผ่านการทรงใช้เด็กหนุ่มนามว่าดาวิดในการพิชิตยอดนักรบร่าง ยักษ์นามว่า โกลิอัท!

บทเรียน

17:1 “ฝ่ายคนฟีลิสเตีย ก็รวบรวมกองทัพเพื่อจะทำสงคราม เขามาชุมนุมกันอยู่ที่ตำบลโสโคห์ ซึ่งเป็นเขตยูดาห์ และตั้งค่ายอยู่ระหว่าง

ตำบลโสโคห์กับตำบลอาเซคาห์ที่เอเฟสดัมมิม
(Now the Philistines gathered their forces for war and assembled at Socoh in Judah. They pitched camp at Ephe Dammim, between Socoh and Azekah)

17:2 “และซาอูลกับคนอิสราเอลก็ชุมนุมกัน และตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเอลาห์และวางแนวไว้ต่อสู้กับคนฟีลิสเตีย
(Saul and the Israelites assembled and camped in the Valley of Elah and drew up their battle line to meet the Philistines.)

17:3 “คนฟีลิสเตียยืนอยู่ที่ภูเขาข้างหนึ่งและคนอิสราเอลยืนอยู่ที่ภูเขาอีกข้างหนึ่ง มีหุบเขาคั่นกลาง

( The Philistines occupied one hill and the Israelites another, with the valley between them.)

17:4 “มีผู้หนึ่งชื่อโกลิอัทเป็นยอดทหาร ได้ออกมาจากค่ายคนฟีลิสเตียเป็นชาวเมืองกัท สูงหกศอกคืบ

(A champion named Goliath, who was from Gath, came out of the Philistine camp. He was over nine feet tall.)

17:5 “เขาสวมหมวกทองสัมฤทธิ์ไว้ที่ศีรษะ และสวมเสื้อเกราะ เสื้อเกราะนั้นหนักห้าพันเชเขลเป็นทองสัมฤทธิ์

(He had a bronze helmet on his head and wore a coat of scale armor of bronze weighing five thousand  shekels)

17:6 “และสวมสนับแข้งทองสัมฤทธิ์ และมีหอกทองสัมฤทธิ์แขวนอยู่ที่บ่า

(on his legs he wore bronze greaves, and a bronze javelin was slung on his back.)

17:7 “ด้ามหอกนั้นเหมือนไม้กระพั่นทอผ้า ตัวหอกหนักหกร้อยเชเขลเป็นเหล็ก ทหารถือโล่ของเขาเดินออกหน้า

(His spear shaft was like a weaver’s rod, and its iron point weighed six hundred shekels. His shield bearer went ahead of him.)

17:8 “เขาออกมายืนตะโกนไปทางแนวอิสราเอลว่าเจ้าทั้งหลายออกมาทำศึกทำไมเล่า ข้าเป็นคนฟีลิสเตียไม่ใช่หรือ เจ้าก็เป็นข้าของซาอูล

ไม่ใช่หรือ จงเลือกคนแทนพวกเจ้าให้เขาลงมาหาข้านี่
(Goliath stood and shouted to the ranks of Israel, “Why do you come out and line up for battle? Am I not a Philistine, and  are you not the servants of Saul? Choose a man and have him come down to me.)

ประชาสัมพันธ์ 6 ก.ย. 09

  • เดินทางไปค่ายโดยรถของคริสตจักรแจ้งได้ที่โต๊ะลงทะเบียน ด่วน!
  • ใครยังไม่จ่ายเงินค่าค่ายคะ?… เราจะตามไปที่บ้านท่านแล้วนะ!!! ถ้ามีปัญหาติดต่อพี่หลุยส์
  • หนังสือ “ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์” ฉบับปรับปรุงใหม่ มีจำหน่ายแล้ว ราคาพิเศษเล่มละ 130 บาท ซื้อได้ทีทีมปฏิคม
  • CJ Website เริ่มใช้งานแล้วที่ http://www.churchofjoy.net/ กรุณาช่วยกันพัฒนานะคะ
  • กรุณาอย่าให้อาหารสุนัข เพราะน้ำหนักเกินอาจเป็นอันตรายได้
  • ขับรถเข้า-ออกคริสตจักรโปรดระวังชนสุนัข และระวังไส้กรอกแอบกระโดดขึ้นรถกลับไปด้วย

ความโกรธ

ความโกรธ

Annเราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว (ยอห์น 16:33)

หลายครั้งในชีวิตที่ลุแก่อำนาจโทสะ แล้วทำให้มีคำพูดหรือการกระทำที่ไปทำร้ายผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่เรารัก และเมื่อความโกรธเริ่มปะทุ มันก็จะลุกลามรวดเร็วเหมือนไฟไหม้ เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดก็คือคำพูดที่เสียดแทงทำร้ายกันและกัน บางทีปัญหาเริ่มจากเรื่องเล็กๆ แล้วค่อยๆลุกลามใหญ่ขึ้น… ใหญ่ขึ้น จนจบด้วยระเบิดปรมาณู….. แล้วเราก็มานั่งเสียใจที่หลังทุกที กว่าจะทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่นั้นกลับสู่สภาพปกติ ต้องใช้เวลา หรือบางครั้งก็ไม่มีทางคืนดีกันด้วยซ้ำไป

ความโกรธ หรือที่เราเรียกว่าอารมณ์   ปี๊ด  ปี๊ด …..เป็นเรื่องที่แก้ยาก..ก…ก ที่สุด แต่ขอบคุณพระเจ้าเมื่ออ่านยอห์น 16:33 ทำให้รู้สึกมีกำลังใจ เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับความโกรธเพียงลำพัง แต่มี “พระเยซู” ผู้ทรงชนะโลกแล้วเป็นพระผู้ช่วย  คำว่า “โลก” สำหรับฉัน หมายถึงทุกอย่าง รวมทั้งอารมณ์ หรือ พฤติกรรมร้ายๆของตัวเองด้วย

ฉันอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าทุกวัน เพื่อที่จะเอาชนะ….โดยเฉพาะเมื่อกำลังเข้าสู่สถานการณ์ ”เสี่ยง” ฉันจะเริ่มอธิษฐานในใจ ขอความช่วยเหลือจากพระเยซูทันที และขอบคุณพระเจ้าที่ฉัน “ชนะ” แม้จะไม่ 100%ก็ตาม   แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 95% แล้วกัน และฉันเชื่อว่าวันหนึ่งจะมาถึงที่ฉันจะชนะได้ 100%…….. ฮาเลลูยา !!

(CJ นันทนา บุญหลง สินเจริญ – แอน)

ข้อคิด / คำอธิษฐาน

  • ขอบพระคุณสำหรับความรักมั่นคงของพระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับกำลังที่ช่วยให้ชนะ อารมณ์ร้ายๆในชีวิตได้ เพราะพระองค์ยิ่งใหญ่และไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ ลูกเชื่อและวางใจในพระองค์  ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ในการเปลี่ยนแหลงชีวิตของลูกให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์
  • ขอพระเจ้าให้เรายอมให่พระองค์มาเปลี่ยนแปลงประพฤติกรรมร้ายๆในชีวิตของเรา

หัวข้ออธิษฐานประจำสัปดาห์

  • ป่วย                     กันย์เพื่อน อ.วรรณ, คุณเสน่ห์, แม่เสริม, แม่พี่แดง, แม่ อ.อู๊ด, พ่อติ๊บ, แม่วิกรม
  • งาน                      กุ้ง, เสริม, ติ๊บ, น้องปลา (ลูกพี่อ้อย), พี่แหวว, โอ๋-ไอศูรย์, อุ๋ย, แป้ง, ครูแอน
  • ค่าย                     การเตรียมงาน, ทีมทำงาน, โปรแกรม, เทศนา, สามัคคีธรรม, เดินทาง, ที่พัก, สมาชิก
  • คริสตจักร            ศิษยาภิบาล, ทีมอภิบาล, ผู้รับใช้, ครูรวี, กลุ่มเซล และทีมนมัสการ

หมายเหตุ ต้องการส่งคำพยาน คำขอบคุณพระเจ้า และถ้อยคำหนุนใจ ส่งมาได้ที่  churchofjoy@hotmail.com จะค่อยทะยอยนำลงเพื่อเป็นพระพรแก่ผู้อื่นค่ะ

วันนี้ที่ CJ (5 ก.ย.)

สวัสดีค่ะพี่น้อง CJ                                                           (5 กันยายน 2009)

CJ007ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ: หมู เมษ์ ฟั่น ที่ช่วยทำให้เว็บนี้แจ้งเกิดได้ ติ ชม เสนอแนะ ให้กำลังใจพวกเราได้ตลอดเวลา เราจะพัฒนาไปเรื่อยๆ และอยากให้เป็นเว็บที่สมาชิกทุกคนมีส่วนช่วยกันทำ ไม่ใช่แค่ทีมงานและผู้เยี่ยมชมเท่านั้น

อย่าประหลาดใจนะคะถ้ามีสาวสวยประจำโบสถ์ของเราไปพบคุณเพื่อขอสัมภาษณ์เรื่องโน้นเรื่องนี้ ให้ความร่วมมือกับเธอด้วยค่ะ เพราะเธอเป็นอาสาสมัครนักข่าว Website ของเรา

เช้านี้ระหว่างที่อ่านบทเฝ้าเดี่ยวในเว็บ เปิดวิทยุฟังข่าว กินขนมปังตับบดไปเรื่อยๆ กะว่าเดี๋ยวสักพักค่อยอธิษฐาน บทเฝ้าเดี่ยวที่อ่านอยู่พูดถึงทุกสิ่งรอบตัวเตือนเราให้เข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยการอธิษฐานตลอดเวลา เพราะว่าข้างนอกโน่นใครบางคนต้องการคำอธิษฐานเสมอ – ขนมปังที่กินอยู่เตือนให้เราขอบคุณพระเจ้าที่มีอาหารดีๆกิน ข่าวสารเตือนให้เราอธิษฐานเผื่อคนในข่าว ลมพัดใบไม้เตือนให้รู้ว่ายังมีอากาศหายใจ และใครบางคนที่เราไม่รู้จักอาจกำลังต้องการความหวังและกำลังใจ คำอธิษฐานของเราช่วยพวกเขาได้

เอาละสิ ถูกพระเจ้าเตือนแต่เช้าเลย!!! … พระองค์กำลังบอกว่ามีคนต้องการคำอธิษฐานของเรา….คุณล่ะอธิษฐานละยัง?

“……….คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล” (ยากอบ 5:16)

วันอาทิตย์อย่าลืมตื่นมาโบสถ์นะคะ จะคอยมองหา / พี่นุ้ย

ต้องการคำอธิษฐานเผื่อ

  • ธุรกิจใหม่ – เสริมและรถขายกาแฟ….. ชนน/โม และร้านเนื้อย่างเกาหลี
  • โอ๋-ไอศูรย์จะมีคอนเสิร์ตอาทิตย์ที่ 13 กันยายน หลังจากหนีไข้หวัด 2009 มาเดือนกว่า
  • คุณบอยด์และอัลบั้มใหม่ของ นภ พรชำนิ…… นิโคล / เจมส์กับการแสดงละครเพลง
  • น้องปลาลูกสาวพี่อ้อย หนึ่งในทีมทำบทละคร “ลมหายใจ เดอะมิวสิเคิล” งานหนักและเร่งมาก
  • งาน – พี่แหวว / ปลา-อ๋อย/ นีแม่ของหยกหงษ์ / ป้อมภรรยาคุณเสน่ห์ / ครูแหม่มและเอก / กุ้ง / ปู

วันนี้ที่ CJ (4 ก.ย.)

_MG_9515-1

สวัสดีค่ะพี่น้อง CJ                                                                              (4 กันยายน 2009)

ต่อไปนี้เราจะไม่เหงากันแล้ว เราจะมีเรื่องพูดคุย แลกเปลี่ยนข่าวสาร ถ่ายทอดเรื่องเล่าต่อกันมา (ภาษาอังกฤษอ่านว่ากอสสิพ ที่ อ.ธงชัยสั่งห้าม) และเหมือนเดิมคือเป็นอีกช่องทางเพื่อให้พวกเราได้อธิษฐานเผื่อเรื่องเร่งด่วนตลอดเวลา ดังนั้นใครต้องการสื่อสาร ขอความช่วยเหลือ ต้องการคำอธิษฐาน ฯลฯ จะเขียน จะส่ง sms หรือโทรศัพท์มาแจ้งได้เลยค่ะ

วันนี้คุณกายชาติส่งโปสการ์ดมาเล่าให้ฟังสั้นๆว่า “ฝึกหนักมากครับ ฝึกหนักมากครับ” แต่ไม่ได้บอกว่าฝึกทำอะไร ไว้รอกลับมาค่อยสอบถามละกัน อีกเรื่องคือคุณสุวรรณาซื้อทีมโบว์ลิ่งการกุศลของโบสถ์สืบสัมพันธวงศ์ไว้ ยังขาดผู้เล่นอีกหนึ่งทีม ใครสนใจรีบแจ้งพี่นุ้ยด่วน เล่นวันเสาร์เช้าที่ 12 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่เซ็นทรัลพระราม 3 ไม่จำเป็นต้องเล่นเก่งค่ะ เอาแค่ไม่ล้างท่อบ่อยก็พอ

แล้วก็พี่หลุยส์ (ท่านประธาน) สั่งมาว่าให้รีบจ่ายเงินค่าค่ายด่วน มิฉะนั้นจะไปเยี่ยมเยียนท่านถึงที่บ้าน ส่วนพี่อุ๋ยฝากข่าวมาว่า เสาร์นี้ไม่มีซ้อมเพลงนมัสการนะคะ นักดนตรีติดธุระ

คิดถึงทุกคนค่ะ / พี่นุ้ยเอง

ต้องการคำอธิษฐานเผื่อ

  • แม่ของเสริมออกจาก ICU มาฟักฟื้นห้องธรรมดาแล้วค่ะ แต่ต้องอยู่ต่ออีกระยะ
  • กันย์เพื่อนผู้รับใช้ของ อ.วรรณผ่าตัดเรียบร้อยค่ะ ผลดีเกินคาด ทำให้เด็กเตียงข้างๆขอรับเชื่อด้วย
  • คุณพ่อของติ๊บอยู่ในระหว่างฟื้นฟูเพื่อรอทำคีโมเดือนหน้า
  • คุณแม่พี่แดงไม่สบาย มีอาการเกี่ยวกับตับ….อย่าลืมคุณแม่ของ อ.อู๊ด และแม่ของวิกรมที่เจ็บข้อเท้า
  • อุ๋ย, แป้งทำงานหนักเพราะอยู่ในระหว่างเตรียมงานโบสถ์สาทร และงานค่าย
  • คุณเสน่ห์อาการไม่ค่อยดี ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้วค่ะ

วิทยานิพนธ์ชีวิตแห่งความเชื่อ

วิทยานิพนธ์ชีวิตแห่งความเชื่อ

โดย: อ.สิริวรรณ อานุภาพโยธา (28 สิงหาคม 2009)

เมื่อได้ฟังใครต่อใครได้เป็นพยานเรื่องของพระพรที่ผ่านมาทางความยากลำบากก็ทำให้นึกถึงชีวิตเพื่อนคนหนึ่งที่ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำและรับการทรงเรียกเพื่อถวายตัวรับใช้พระเจ้าเหมือนอย่างวรรณ  เธอชื่อกันยารัตน์หรือกันย์ เป็นชาวภูเก็ต ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องประเพณีถือศีลกินเจ

เมื่อ 2 ปีที่แล้ววรรณเองเคยได้ลงไปร่วมค่ายของคริสตจักรของกันย์ที่ภูเก็ตและเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลนี้พอดี  วรรณเกิดในครอบครัวคนจีน แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพิธีกรรมใหญ่โตขนาดนี้ ช่วงเวลาที่ยืนรอให้ขบวนแห่อันยาวเหยียดผ่านไปเพื่อข้ามถนนนั้น ได้เห็นคนมากมายที่เรียกตัวเองว่า คนทรง กระโดดโลดเต้นเหมือนไม่รู้สึกตัว เอาเหล็กแหลมทิ่มแทงตัวเองตามความเชื่อของพวกเขา แต่เชื่อไหมคะว่าระหว่างที่รอให้ขบวนแห่ผ่านไป วรรณกลับยืนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว จับมือเพื่อนไว้แน่น  หัวใจมันร้องเรียกแต่พระเจ้าให้ช่วยดวงวิญญาณมากมายเหล่านี้ด้วย  ภาพเหล่านั้นยังคงจดจำได้เสมอและรู้ว่างานของพระเจ้าที่ภูเก็ตยังมีอีกมากมายจริง ๆ ที่เกริ่นนำมาเพราะอยากบอกว่าเพื่อนผู้รับใช้คนนี้ก็ทุ่มเทที่จะรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มกำลังเช่นกัน

เมื่อ3 อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ข่าวจากเพื่อนพี่น้องว่า กันย์ล้มป่วยอย่างกระทันหัน ยังไม่รู้สาเหตุว่าเป็นโรคอะไร เริ่มตัวบวมขึ้นทั้งที่ท้องและขา จนหมอโรงพยาบาลที่แล้ว ที่เล่า ต้องส่งตัวกันย์ไปที่อื่น เพราะไม่รู้จะรักษายังไง ในที่สุด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก็รับตัวไว้รักษาโดยไม่สามารถทำเรื่องเบิกจ่ายค่ารักษาได้เลยเพราะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขบัตรทองที่มี แต่พี่น้องที่คริสตจักรก็ช่วยกัน  ขอบคุณพระเจ้าที่แพทย์ที่นั่นเชี่ยวชาญและเริ่มวินิจฉัยโรค และพบว่ากันย์เป็น Budd Chiari Syndome ซึ่งเกี่ยวกับตับ และมีโรคแทรกซ้อนคือ Polytenmia Vera ที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด

อธิบายง่าย ๆ ตามความเข้าใจของคนไม่ได้เป็นหมอก็คือ มีความผิดปรกติของการสร้างเม็ดเลือดจากไขสันหลัง ทำให้เลือดมีความข้นสูงจนหนืด และเมื่อเลือดหนืดแล้วก็ไปอุดอยู่ที่ตับจนทำให้ตับไม่สามารถทำงานขับถ่ายของเสียได้ น้ำจึงท่วมตับและลามไปที่ปอด คุณแม่ของกันย์เป็นโรคนี้เช่นกันและท่านก็จากไปอยู่กับพระเจ้าเมื่อ3 ปีที่แล้ว  โรคนี้ไม่ค่อยได้พบนัก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นก็จะเป็นผู้ชายมากกว่า ในทุก ๆ วันที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กันย์จะต้องถูกเจาะเอาน้ำออกจากช่องท้องวันละกว่า 2 ลิตร  และต้องถ่ายเลือดออกวันละเกือบ 200 กรัมเพื่อเลือดจะไม่ข้นจนเกินไป กันย์ตัวผอมบางมาก เพราะฉะนั้นเมื่อถูกเจาะอย่างนี้ทุกวันร่างกายก็ยิ่งแย่ แต่กำลังใจของเธอนั้นเกิน 100 จริง ๆ วันที่ได้โทรคุยกับกันย์ครั้งแรก เขากลับแย่งถามว่าลูกในท้องวรรณเป็นยังไงบ้าง และกำชับให้วรรณดูแลสุขภาพดี ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เราฟังแล้วก็รู้ว่าเพื่อนเหนื่อยมาก วรรณร้องไห้กับความเจ็บปวดของเพื่อนแต่ก็พยายามให้เสียงเป็นปรกติเพื่อเขาจะได้ไม่เศร้าไปกับเรา แต่ก็ลำบากเหลือเกิน เราจึงจบการสนทนาด้วยการอธิษฐานด้วยน้ำตาร่วมกันและด้วยความเชื่ออย่างเดียวกันว่าพระเจ้าจะทรงเป็นแพทย์ผู้ประเสริฐของกันย์เสมอ

หลังจากที่เราคุยกัน 2 วันต่อมา เพื่อนทางกรุงเทพได้ข่าวว่าคุณหมอที่สงขลาจะส่งตัวกันย์มารักษาต่อที่กรุงเทพและกำลังตัดสินใจว่าจะเป็นที่ รพ. พระมงกุฏ ดี หรือ รพ.จุฬา ดี พวกเราอยากให้กันย์มาที่จุฬามากกว่า เพราะเรารู้ว่าคุณหมอที่นี่เก่งทุกท่านและพ่อของกันย์ที่ต้องมาดูแลจะเดินทางสะดวกด้วย  เราทุกคนร่วมกันอธิษฐานขอคำตอบจากพระเจ้า ให้หมอเองก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เพื่อนด้วย  วันรุ่งขึ้นได้โทรไปคุยกับคุณหมอและได้คำตอบว่าเขาจะส่งกันย์มาที่ ร.พ. จุฬา เราขอบคุณพระเจ้าทันที แต่ปัญหาที่คุณหมอบอกอีกเรื่องคือ กันย์ต้องรอเตียงและรอสิทธิบัตรทองก่อน ซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่อาการของกันย์ไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น

วันที่เราเริ่มติดต่อนั้นคือวันศุกร์และเราก็รู้ว่าเสาร์-อาทิตย์คงยุ่งยาก เพราะราชการจะหยุด ได้แต่อธิษฐานและทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้  พี่น้องที่ภูเก็ตวยดำเนินเรื่องบัตรทอง เพราะพระองค์เท่านั้นทุกอย่างผ่านไปได้โดยสะดวก กันย์จะได้รับการรักษาโดยใช้สิทธินี้  เพื่อนพี่น้องที่กรุงเทพก็ช่วยติดต่อเรื่องเตียงและประสานงานกับอาจารย์หมอที่จะผ่าตัดให้กันย์ ทางแพทย์ที่สงขลาระบุว่า กันย์ต้องทำ Bypass ตับเท่านั้นจึงจะช่วยให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น อาจารย์หมอที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งของประเทศไทยในเรื่องนี้ได้ดูฟิล์มแล้วก็บอกว่าเขาไม่เคยเจอกรณี แบบนี้ จึงมั่นใจแค่ 60%  แต่เราเชื่อว่าในส่วนที่เหลือและเกินนี้พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์จะเป็นผู้กระทำให้สำเร็จ  แล้วพระองค์ก็เปิดทางทุกเรื่อง ในบ่ายวันนั้นเราได้รับแจ้งจากพยาบาลที่จุฬาว่ามีเตียงว่างแล้วพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายกันย์ได้เลย (ซึ่งขอขอบคุณพี่แอ๊ดและพี่ติ๋ม ที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้ พระเจ้าใช้พี่ทั้งสองท่านในการช่วยเหลือพี่น้องเสมอเลยคะ) ดังนั้นกันย์จึงได้ถูกส่งตัวเข้ากรุงเทพในวันเสาร์ทันทีทั้งๆ ที่พยาบาลที่สงขลาแทบตั้งตัวไม่ทัน

เวลานี้กันย์ได้เข้ามารับการรักษาที่ร.พ จุฬาได้ เกือบอาทิตย์แล้ว คุณหมอเจ้าของไข้ก็เป็นอาจารย์แพทย์ระดับมือหนึ่งของประเทศทั้งสิ้น พวกเขาสนใจอาการของกันย์มากและอยากจะศึกษา จึงทำให้กันย์ได้รับการดูแลอย่างดี ในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยนี้ได้ส่งผลแห่งพระพรไปสู่คนรอบข้างมากมาย เปรียบเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมกระจายเป็นวงกว้าง พระพรมากมายได้หลั่งไหลไปสู่ครอบครัวของกันย์ คุณพ่อได้ตัดสินใจรับเชื่อ เพื่อนๆ พี่น้องทุกคนได้เรียนรู้เรื่องของความไว้วางใจและความเชื่อมากขึ้น ปัญหาของคริสตจักรได้รับการแก้ไข พี่น้องที่เคยแตกแยกไม่เข้าใจกันก็กลับมาคืนดี  และทุกครั้งที่มีพี่น้องไปเยี่ยม ผู้ป่วยเตียงใกล้เคียงก็จะได้ฟังเรื่องราวของพระเจ้า ได้รับการอธิษฐานเผื่อ และได้ฟังเสียงเพลงแห่งพระพรเสมอ  และพระพรนี้ก็ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของวรรณ พ่อกับแม่ได้เห็นความรักของพี่น้องคริสเตียนที่ช่วยเหลือกัน เหมือนอย่างที่พระเยซูตรัสไว้ว่า “เจ้าทั้งหลายจงรักกันและกัน ดังนั้นแหละคนทั้งหลายจึงจะรู้ว่าเจ้าเป็นสาวกของเรา” และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

พระพรอีกประการคือน้องสาวและน้องชายของวรรณได้กลับมาคืนดีกันหลังจากที่เขาไม่คุยกันมานานด้วยต่างก็ถือทิฐิมานะใส่กัน วรรณได้บอกน้องเรื่องของการคืนดีและการรักผู้อื่นขณะที่เรายังมีเวลา ไม่ใช่ว่าจะมารักกันเอาเมื่อจะหมดเวลาซะแล้ว ซึ่งนี่คือพระพรที่ผ่านมาทางความทุกข์ยากลำบากโดยยืนอยู่บนความเชื่อที่เข้มแข็งของกันย์และเราทุกคน

ปีนี้กันย์กำลังจะจบการศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาศาสนศาสตร์และกำลังทำวิทยานิพนธ์ซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ก็ต้องมาล้มป่วยเสียก่อน แตช่วงเวลานี้กันย์กำลังเริ่มต้นเขียนวิทยานิพนธ์แห่งชีวิตความเชื่ออีกฉบับ โดยมีพระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ โดยมีเราทุกคนได้ร่วมเขียนด้วยกัน วรรณจึงเชื่อว่าพระอง์จะทรงช่วยให้กันย์ผ่านไปด้วยความสง่างามและวันหนึ่งเมื่อเขาจะได้รับรางวัลแห่งความเชื่อนี้ก็จะเป็นมงกุฏชีวิตที่จะไม่มีวันร่วงโรย  วันนี้เราจึงเชื่อและไว้วางใจในพระเจ้าว่าพระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์และจะทรงนำกันย์กลับไปยังทุ่งนาที่เหลืองอร่ามในภูเก็ตเพื่อให้กันย์จะได้ลงไปร่วมเก็บเกี่ยวอีกครั้ง แล้ววันหนึ่งเราจะได้ร่วมกันขอบคุณพระเจ้ากับกันย์และนี่คือคำพยานแห่งชีวิตที่มีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้อำนวยพระพรทั้งสิ้น